หลิวซินเยว่สะดุ้งสุดตัวเมื่อแผ่นหลังบางแนบชิดกับกำแพงเย็นเฉียบ หวังหย่งเจี๋ยโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะมองทะลุผ่านเข้าไปในใจ
"ฉันถามว่าเธอชื่ออะไร" หวังหย่งเจี๋ยถามเสียงเข้ม น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยอำนาจ หลิวซินเยว่รู้สึกใจสั่นระรัว เธอพยายามรวบรวมสติ ไม่ยอมให้ความกลัวเข้าครอบงำ
"ทำไมฉันต้องบอกชื่อให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักด้วย" เธอเน้นคำว่าไม่รู้จักเป็พิเศษ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว มองตรงไปยังชายหนุ่มตรงหน้า
หวังหย่งเจี๋ยขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่คุ้นชินกับการถูกต่อต้านแบบนี้ โดยเฉพาะจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเช่นนี้
"นี่คุณถอยออกไปนะ ถ้าคุณไม่ออกไปฉันจะะโบอกคนอื่นว่าถูกคุณลวนลาม" หลิวซินเยว่ตอบกลับเสียงแข็ง แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามแสดงออกถึงความเข้มแข็ง เธอพร้อมที่หนีจากคนร่างสูงเมื่อสบโอกาส
"ลวนลาม?" หวังหย่งเจี๋ยทวนคำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวอย่างพิจารณา "เธอคิดว่าฉันเป็คนเช่นนั้น?"
"ก็ใครจะไปรู้ คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้" หลิวซินเยว่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "ยิ่งหน้าตาดีๆ แบบคุณยิ่งน่ากลัว"
"หน้าตาดี?" หวังหย่งเจี๋ยเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยถูกใครวิจารณ์เื่หน้าตามาก่อน ส่วนมากจะได้ยินแต่คำชื่นชม
"ใช่ หน้าตาดีแบบนี้แหละ ตัวอันตราย" หลิวซินเยว่พยักหน้าหงึกๆ ยืนยันคำพูดของตนเอง "เพราะงั้น... ถอยไป" เธอชี้นิ้วสั่ง
หวังหย่งเจี๋ยรู้สึกสนใจหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาอย่างทันที เดิมทีเขาแค่อยากแกล้งเธอเล่นๆ สักหน่อย แต่ใครจะรู้ว่าเธอจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่น่าสนใจเช่นนี้ แต่ยิ่งเธอแสดงออกถึงความแข็งกร้าวมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกสนใจเธอมากขึ้นเท่านั้น
ใบหน้าหวานๆ นั่นแดงก่ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องเขาเขม็ง ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่พยายามขู่ฟ่อ แต่กลับดูน่าเอ็นดูเสียมากกว่าน่ากลัว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น แสดงให้เห็นถึงความดื้อรั้น
"หึ" หวังหย่งเจี๋ยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดใจไม่ได้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าต่อกรกับเขาเช่นนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะหวาดกลัว ประจบประแจง หรือไม่ก็พยายามออดอ้อนเขา แต่กับคนร่างบางกลับแตกต่างออกไป เธอเหมือนดอกเหมยที่แข็งแกร่ง บานสะพรั่งท่ามกลางหิมะ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกอยาก
"เธอคิดว่าคนอย่างฉันกลัวคำขู่ของเธอหรือไง" หวังหย่งเจี๋ยถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาเป็ประกายวาวโรจน์ แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดู เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบก่อนแสยะยิ้มมุมปาก "ในเมื่อเธอเดินชนฉัน ก็ต้องรับผิดชอบ"
"ฉันก็ขอโทษแล้วไง" หลิวซินเยว่เริ่มโกรธ "คุณจะเอาอะไรอีก"
"ฉันอยากรู้จักชื่อของคนที่กล้าเดินชนฉัน" หวังหย่งเจี๋ยพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับวาวโรจน์
หลิวซินเยว่เม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าไม่ควรบอกชื่อจริงให้เขารู้ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอจะทำอย่างไรได้
"ฉัน... " หลิวซินเยว่ลังเล สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก
หวังหย่งเจี๋ยยังคงจ้องมองเธอ รอคอยคำตอบ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ หลิวซินเยว่รู้สึกเหมือนตกเป็เหยื่อ ถูกไล่ต้อนจนจนมุม
ทันใดนั้น เสียงะโของใครบางคนก็ดังขึ้น "พี่หย่งเจี๋ย พี่จะทำอะไรเพื่อนของฉัน"
หวังหย่งเจี๋ยหันขวับไปมองเขาเห็นหญิงสาวที่เขาแอบรักเดินเข้ามาหา แต่แปลกตอนนี้เขารู้สึกเฉยๆ กับเธอ
หลิวซินเยว่ฉวยโอกาสนี้ออกจากพันธนาการเธอผลักเขาออกสุดแรง แล้ววิ่งหนีไปหาหลี่เหมยฮัว เธอแอบฟ้องคุณนางเอกทันที
"เหมยฮัวช่วยฉันด้วย มีไอ้บ้าโรคจิตที่ไหนไม่รู้มากักขังฉันไว้ ฉันกลัวมาก" หลิวซินเยว่โผเข้ากอดหลี่เหมยฮัวแน่นเธอแสร้งหวาดกลัว เธอรู้ดีว่าท่านนายพลหวังแอบชอบคุณนางเอก เขาไม่เคยขัดใจคุณนางเอกได้เลย เธอต้องใช้ หลี่เหมยฮัวเป็ไม้กันหมา โดยเฉพาะหมาบ้าที่กัดไม่ปล่อยแบบเขา
หลี่เหมยฮัวโอบกอดหลิวซินเยว่ตอบ พลางลูบหลังปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใย "เยว่เยว่...เป็อย่างไรบ้าง"
หลิวซินเยว่ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยกับคุณนางเอก "ฉันไม่ได้เป็อะไรมากแค่ในิดหน่อย อยู่ๆก็มีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จะมาลวนลาม "
หลี่เหมยฮัวหันหน้าไปหาพี่ชายข้างบ้านคนสนิท พี่หย่งเจี๋ย " พี่จะไปเ้าชู้เกี้ยวพาราสีผู้หญิงฉันไหนฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ว่า เยว่เยว่เป็เพื่อนของฉัน พี่ห้ามทำกับเธอเหมือนกับผู้หญิงที่พี่ควงด้วยเป็อันขาดขาด " เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตากลมโตจ้องมองหวังหย่งเจี๋ยอย่างไม่วางตา
หวังหย่งเจี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นคนที่เขาแอบหลงรักั้แ่เด็กปกป้องหญิงสาวตรงหน้า "เพื่อนของเหมยฮัว ชื่อเยว่เยว่เหรอ" เขาถาม แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม
"ใช่แล้วค่ะ เธอชื่อหลิวซินเยว่" เหมยฮัวพยักหน้ารับ "พี่หย่งเจี๋ยสัญญากับเหมยฮัวนะ ว่าจะไม่จีบเพื่อนของฉันเล่นๆ"
หวังหย่งเจี๋ยหัวเราะในลำคออย่างนึกขบขันกับท่าทีหวงเพื่อนของน้องสาวข้างบ้าน "พี่แค่้าถามชื่อคนที่ชนพี่เท่านั้น" เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หลิวซินเยว่ไม่วางตา หญิงสาวผู้นี้ช่างงดงามราวกับหยกสลัก ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตายาวงอน จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ ยิ่งเธอพยายามหลบสายตาเขา ก็ยิ่งปลุกเร้าความสนใจในตัวหวังหย่งเจี๋ยให้มากขึ้นเป็เท่าทวี
"พี่หย่งเจี๋ยอย่ามาโกหกเหมยฮัวนะ เหมยฮัวรู้ว่าพี่คิดไม่ซื่อกับเยว่เยว่" หลี่เหมยฮัวทำแก้มป่อง แม้จะรู้ดีว่าหวังหย่งเจี๋ยเป็คนเ้าชู้ แต่เธอก็อดเป็ห่วงผู้มีพระคุณของเธอไม่ได้ หลิวซินเยว่ไม่น่าจะทันคนเ้าเล่ห์อย่างพี่ชายข้างบ้านของเธอเป็แน่
หลิวซินเยว่ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ ในใจ 'นี่ฉันเป็ตัวประกอบในละครน้ำเน่าของคนพวกนี้จริงๆ เหรอเนี่ย' ยิ่งได้ยินเหมยฮัวประกาศชื่อของเธอให้คุณตัวร้ายได้ยิน หลิวซินเยว่ก็ยิ่งอยากจะเอามือกุมขมับ แล้วที่เธออุตส่าห์ไม่ยอมบอกชื่อให้พ่อตัวร้ายได้รับรู้ ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย แล้วที่สำคัญที่สุด หวังหย่งเจี๋ยนายพลผู้โเี้คนนี้ กำลังจ้องเธอเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว 'เวรแล้วไง'
"น้องเหมยฮัวพูดอะไรเช่นนั้น พี่กับเธอเพิ่งพบกันครั้งแรก" หวังหย่งเจี๋ยแสร้งทำเป็โอดครวญ แต่ในแววตามีประกายเ้าเล่ห์ "แต่จะว่าไป... บังเอิญพี่รู้สึกถูกชะตากับเยว่เยว่มากเหมือนว่าพวกเราจะเคยเจอกันมาก่อน" เขาหลี่ตามองเธออย่างพิจารณา
หลิวซินเยว่สะดุ้งอยู่ในใจ ภายนอกดูสงบนิ่งราวกับน้ำในบึงลึก แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนราวกับพายุ เธอจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าเธอคือคนที่เขาเคยนอนด้วย
"คุณคงจำคนผิดแล้ว ฉันพึ่งเคยเจอคุณเป็ครั้งแรก"
"พี่จะจำผิดจริงๆนะหรือ " หวังหย่งเจี๋ยนแสร้งทำท่าครุ่นคิด "แต่หน้าตางดงามเช่นนี้ หากเคยพบเจอพี่คงไม่มีวันลืมเลือนเป็แน่" เขาจ้องมองหลิวซินเยว่ด้วยสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยว
หลิวซินเยว่รู้สึกขนลุกซู่ภายใต้สายตาของเขา เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความหวั่นไหวออกมา
"บังเอิญจริงๆ ที่ได้เจอเพื่อนของน้องเหมยฮัว งั้น... " หวังหย่งเจี๋ยนเว้น่ "ไหนๆ เหมยฮัวก็เจอเพื่อนแล้ว พี่ว่าน้องควรจะชวนเพื่อนไปกินข้าวกับครอบครัวของพวกเราด้วย" เขายิ้มอย่างมีเลศนัย
หลิวซินเยว่แทบจะหยุดหายใจ เธอจะไปเผชิญหน้ากับครอบครัวของเขาได้อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้! "ไม่เอา... ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันยังมีธุระ..." เธอรีบปฏิเสธ "ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคะ" เธอพยายามหาข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้
หวังหย่งเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยิ้มบางๆ "ธุระอะไรหรือ?บอกฉันมาสิ เผื่อว่าฉันพอจะช่วยได้" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์นายพลผู้เหี้ยมโหดที่ใครๆ ต่างพากันหวาดกลัวราวฟ้ากับเหว
หลิวซินเยว่ยิ่งร้อนรนใจ เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าธุระที่ว่านั่นคือการหนีให้ห่างจากเขาคนนี้ "เอ่อ... คือ..."
ในขณะที่เธอกำลังหาข้ออ้างในการปฏิเสธ ทันใดนั้นหลี่เหมยฮัวก็เข้ามาคล้องแขนเธอ หลวมๆ "เยว่เยว่ ไปทานข้าวกับครอบครัวฉันเถอะนะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปพบพ่อกับแม่ของฉัน"
หลิวซินเยว่ได้แต่ยืนนิ่งแข็งทื่อ ในใจได้แต่ร้องโวยวาย 'โอ๊ยคุณนางเอก ฉันอุตส่าห์หนีจากคุณตัวร้ายแทบตาย แต่เธอกลับผลักไสฉันเข้าไปในอ้อมอกของศัตรูโดยไม่รู้ตัวนะ'
++++++++++++++++++
โอ๊ยสงสารยัยน้องหนีอีพี่ไม่รอด แถมยังโดนคุณนางเอกเปิดทางให้ไปหาตัวร้ายอีก