ปี๊บปี๊บ ปี๊บ! ตู้ม!
กล้องมุมสูงเผยให้เห็นภาพรถติดแออัด แอ็กเซลพึ่งเปิดโทรทัศน์ไม่รู้ว่าข่าวกำลังนำเสนอเื่อะไรเขาจึงเปิดทิ้งเอาไว้แล้วเปิดตู้เย็นหาอะไรกินรอเวลาที่แม่จะกลับมา ตอนนี้เวลาเลยเที่ยงวันมาแล้วแม่ของเขาควรจะกลับมาถึงบ้านอีกฝ่ายกลับยังไม่โผล่หน้ามา แอ็กเซลจึงคิดว่าแม่คงจะแวะซื้อของหลายอย่างจนกลับช้า
ดวงตาทั้งสองให้ความสนใจข่าวหลังจากได้ข้าวปั้นในตู้จำนวน 2 ก้อน สิ่งที่กำลังแสดงให้เขาเห็นยังคงเป็รถติดบนถนนทอดตัวยาวออกไปไกล เขารู้สึกคุ้นเคยกับมุมกล้องเป็อย่างมาก ราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ทันใดนั้นมุมกล้องก็เริ่มเคลื่อนไหวแพลนไปยังปลายทางที่น่าจะเป็ต้นเหตุของรถติด ในจุดนั้นแอ็กเซลมองเห็นควันลอยขึ้นไปบนฟ้าสูง กล้องจากนักข่าวจึงค่อยๆซูมเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเผยให้เห็นยานอวกาศลำหนึ่งจอดอยู่บนพื้นด้วยการนำส่วนหน้าทิ่มลงไปในพื้นดิน ควันลุกไหม้ที่ปรากฎในมุมกล้องส่งออกมาจากมัน
ขณะที่เขากำลังเกิดความสงสัยว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับยานอวกาศ เสียงนักข่าวก็เริ่มรายงานภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นให้ผู้ชมทางบ้านได้รับฟัง
“ จากเหตุการณ์ยานอวกาศพุ่งชนพื้นโลก ทางเราพึ่งได้รับรายงานมาจากทางการและมีการยืนยันที่แน่ชัดแล้วค่ะ ยานอวกาศที่พุ่งทะลวงชั้นบรรยากาศแล้วล่วงตกที่ดาวโนวา คือ ยานที่อาชญากรหมายเลข 9 ขโมยเพื่อหลบหนีจากการตามล่าค่ะ ขอให้ประชาชนทุกท่านที่อยู่ใกล้เคียงรีบเดินทางกลับบ้านโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับท่านค่ะ ”
แอ็กเซลเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าภาพอันคุ้นเคยคือเมืองของเขา ยานอวกาศลำใหญ่ที่กำลังเป็ข่าวได้ร่วงตกลงใกล้ใจกลางเมือง เขาจึงรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อแม่ แม้อีกฝ่ายจะบอกว่าไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน แอ็กเซลกลัวว่าบางอย่างจะหมดแม่ของเขาอาจจะเดินทางไปยังห้างใจกลางเมือง ในระหว่างรอให้แม่รับสายเขาไม่ลืมมองดูข่าวต่อไป
สถานการณ์เริ่มรู้สึกวุ่นวายเมื่อนักข่าวรายงานว่ายานเป็ของใคร ผู้คนมากมายที่อยู่บนรถรีบเปิดประตูวิ่งหนี ทันใดนั้นเองก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่งต่อสู้กันใกล้บริเวณยาน
ในจำนวนผู้ที่กำลังต่อสู้ มีแชมเปี้ยน 4 คนสวมใส่ชุดของทหาร ส่วนแชมเปี้ยนอีกคนสวมใส่ชุดรุงรังราวกับขอทาน เขากำลังรับมือกับทหารทั้ง 4 ฝ่ายที่ดูเสียเปรียบกลับเป็ทหาร ต่อให้ชายแต่งตัวรุงรังจะมีาแทั่วร่างก็ตาม เขาสามารถกดดันทหารได้อย่างง่ายดาย
หว๋อ!
เสียงไซเรนจากรถดับเพลิงและรถพยาบาลดังก้องไปทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็บนพื้นดินหรือบนท้องฟ้ามีรถเ้าหน้าที่มากมายวิ่งไปยังจุดที่เกิดการต่อสู้ ในขณะนั้นเองแชมเปี้ยนทั้ง 4 ที่รับมือกับอาชญากรก็ถูกดาบสีฟ้าตัดผ่าร่างกาย ก่อนที่มันจะกระโจนหายไปจากมุมกล้องของนักข่าว แม้แอ็กเซลจะเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆก็ตาม ไม่มีสำนักข่าวไหนสามารถจับภาพอาชญากรได้อีก เขาจึงเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ตเผื่อคนที่อยู่ใกล้จะระบุตำแหน่งของมันให้กับเ้าหน้าที่
“ แม่ แม่ แม่… ทำไมไม่รับโทรศัพท์นะ ”
แอ็กเซลเคาะโต๊ะด้วยท่าทางกระวนกระวาย เขากลัวว่าแม่จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายจึงอยากรู้ตำแหน่งของอีกฝ่าย แม่กลับยังไม่รับสาย สัญญาณยังคงมีอยู่ เขาจึงรอเผื่อว่าโทรศัพท์ของแม่จะอยู่ก้นตะกร้าจึงทำให้หยิบจับได้ยาก
---------------------------------------------------------------
“ บ้าจริง เรามาช้าเกินไป ”
หัวหน้าหน่วยอควาพูดด้วยใบหน้าเ็ป เป็อีกครั้งที่พวกเขาเดินทางมาช้า ในระหว่างที่มองดูยานอวกาศที่ปักลงไปบนพื้นดิน ยานรบลำหนึ่งก็ได้บินเข้ามาจอดเทียบเคียงพร้อมกับส่งสัญญาณขอเชื่อมต่อเข้ามา
“ หัวหน้าครับ นายพลแซทเทิร์น้าเชื่อมต่อกับทางเรา ”
“ นำสัญญาณเข้ามา ”
ภาพชายแก่ปรากฎกลางห้องควบคุม หัวหน้าหน่วยอควาจึงทำความเคารพนายพลประจำดวงดาวโนวา ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายราวกับว่าพึ่งกลับมาจากสถานที่อันห่างไกล
“ ทำความเคารพท่านนายพล ”
“ สวัสดีหัวหน้าหน่วยอควา ฉันขอเข้าเื่เลยก็แล้วกัน ตอนนี้ทหารของดาวโนวาได้วางกำลังปิดล้อมเมืองเอาไว้แล้ว เรากำลังบีบวงเพื่อค้นหาอาชญากรหมายเลข 9 จากสภาพของมันอีกไม่นานคงจะถูกพบตัว ”
“ ให้ทางเราช่วยค้นหาไหมครับ ”
“ เราอยากให้พวกคุณโฟกัสไปที่การกำจัดมัน เมื่อเราเจอตัวของมันจะรีบรายงานทันที ”
“ ทางเราหน่วยอควาจะเตรียมตัวให้พร้อม ”
ระบบสื่อสารปิดตัวลงไป ยานรบของนายพลแซทเทิร์นก็เริ่มบินออกไปให้ห่าง ในระหว่างนี้เองยานรบของหน่วยอควาก็เริ่มเปิดระบบลอยตัวบนอากาศรอคอยการติดต่อจากทางฝั่งดาวโนวาที่กำลังเร่งรีบหาอาชญากรก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้
---------------------------------------------------------------
“ บ้าจริง ทำไม ดันลืมซะได้ ”
แอ็กเซลเดินเข้าไปในห้องของแม่ เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังอยู่ข้างใน จากเดิมคิดว่าแม่คงจะวางโทรศัพท์เอาไว้ก้นตะกร้า โทรศัพท์เครื่องนั้นดันวางอยู่ภายในห้อง
สำนักข่าวต่างๆยังคงพยายามรายงานการตามหาตัวอาชญากร ประชาชนภายในดาวโนวาล้วนแล้วปรับตัวตามการประกาศของทางการ ในจุดที่ใกล้กับยานอวกาศร่วงตกทุกคนจะต้องกลับเข้าไปในบ้าน หากอยู่ภายในที่ทำงานจะต้องปิดประตูทางเข้าตึกไม่เดินทางออกไปไหนจนกว่าทางการจะจัดการอาชญากร
แอ็กเซลเห็นว่าแม่ยังไม่กลับเขาจึงสวมรองเท้าแล้วออกจากบ้านไปตามหา สถานที่แรกเขาต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านก่อน ทันทีที่เท้าเริ่มวิ่งแอ็กเซลไม่ลืมวาดวงเวทบนอากาศด้วยนิ้วขวาเกิดเป็วงเวทเสริมความเร็วจนเขาวิ่งได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในระหว่างนี้เองเขาไม่ลืมใช้จิตดึงพลังคอสมิกรอบๆตัวเข้ามาเสริมกล้ามเนื้อเพื่อช่วยลดการเผาผลาญพละกำลัง เขาไม่รู้ว่าจะต้องวิ่งไกลแค่ไหนจึงต้องลดการใช้พละกำลังให้ได้มากที่สุด
สองข้างทางมีผู้คนเบาบาง ใน่เย็นที่ควรจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายกลับเหลือคนอยู่น้อยนิด แต่ละคนที่แอ็กเซลวิ่งผ่านล้วนแล้วเดินเร็วจนแทบจะเรียกได้ว่าวิ่ง คำสั่งของทางการบอกให้ทุกคนหลบในที่ปลอดภัยทำให้ผู้ที่ไม่อยากถูกเล่นงานรีบกลับบ้านของตนเอง
เมื่อมาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต แอ็กเซลรีบส่องหน้าเข้าไปในร้านเพื่อหาแม่ของตนเอง ประตูทางเข้าถูกปิดเอาไว้เขาจึงไม่สามารถเข้าไปได้ ภายในร้านกลับปิดไฟเขาจึงร้องะโเพื่อตรวจเช็คว่ามีใครอยู่หรือเปล่า จนมั่นใจว่าแม่ของเขาไม่ได้อยู่ข้างในเขาจึงวิ่งไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตอีก 2 แห่งที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงกัน
“ ให้ตายสิ ไปซื้อของถึงไหนกันเนี่ย ”
แอ็กเซลออกวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งที่ 2 ไม่มีใครอยู่ภายในร้าน พนักงานก็เช่นเดียวกัน เมื่อมาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งที่ 3 เขาพบว่าไม่มีใครอยู่ภายในจึงหันมองไปทางใจกลางเมือง มันคือสถานที่สุดท้ายที่คิดว่าแม่ของเขาจะต้องเดินทางไปซื้อของ ขณะที่กำลังจะออกวิ่งแอ็กเซลกลับพบว่าร่างของเขาหยุดนิ่งขยับเคลื่อนไหวไม่ได้หลังจากถูกพลังงานบางอย่างเข้าควบคุม
“ ไอ้หนู แกจะไปไหน ”
น้ำเสียงแหบแห้งส่งออกมาจากกองขยะข้างซุปเปอร์มาเก็ต แอ็กเซลจึงพยายามมองดูให้ชัดเจนเพราะเขามองไม่เห็นใครภายในนั้น ขณะมองจ้องเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเขาก็พบเข้ากับชายแต่งตัวรุงรังนั่งอยู่ท่ามกลางกองขยะ ลักษณะท่าทางของมันทำให้เขาใเพราะชายคนนี้กำลังถูกนักข่าวพูดถึงทุกช่องทาง อาชญากรหมายเลข 9 ที่ถูกทุกคนตามจับกลับปรากฎตัวใกล้ๆเขา
“ มานี่สิ ”
เพียงคำพูดเบาๆกลับทำให้เท้าของแอ็กเซลก้าวเข้าไปใกล้กองขยะเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ แม้แต่จะขยับปากยังไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกัน พลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขามากเกินไปจนยากจะขัดขืน
จนกระทั่งร่างเล็กๆเดินมาหยุดข้างกองขยะ ต่อให้รอบๆจะมืดมาก แอ็กเซลกลับมองเห็นด้านหน้าของมันจากแสงของดวงจันทร์ที่เล็ดลอดเข้ามาในซอย สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือกองขยะขนาดใหญ่ ใต้กองขยะมีร่างหนึ่งแต่งกายด้วยชุดรุงรังกำลังมองเขาด้วยดวงตาสีม่วงดูพิศวง
“ ไอ้หนู ฉันมีสิ่งที่อยากจะแลกเปลี่ยนกับแก ”
แอ็กเซลพยายามอ้าปาก เขากลับทำสิ่งใดไม่ได้ จึงพยายามใช้ประสบการณ์ที่เคยมีมาสังเกตรอบๆตัว ร่างกายของอีกฝ่ายที่นั่งแทรกอยู่กับกองขยะเต็มไปด้วยาแสาหัส แผลเ่าั้กลับไม่มีเืไหล เขาจึงรู้ว่ามันห้ามเืเอาไว้ได้ ตอนนี้คงรอให้ร่างฟื้นตัว
การที่อีกฝ่ายไม่ได้ปลดปล่อยจิตสังหารทำให้แอ็กเซลยังคงมีหวังในการรอดชีวิต เขาจึงอัญเชิญกระบองเพชรออกมาทางด้านหลัง โดยให้มันเกาะเสื้อเขาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็น
“ ฉันจะยอมให้แกพูด แต่ถ้าแกส่งเสียงฉันจะฆ่าแก ”
แอ็กเซลััได้ว่าปากของเขากลับมาพูดได้อีกครั้ง ในระหว่างนี้เองเขาก็จ้องั์ตาสีม่วงดำของอีกฝ่าย สิ่งนี้เป็ต้นเหตุของพลังที่เข้าควบคุมร่างกายของเขาแล้วพาเดินเข้ามาในซอยนี้เงียบๆ จากการต่อสู้ที่เห็นมากับตาและจากข่าวที่รายงานออกมาเป็่ๆ การที่เขาจะฆ่าชายคนนี้ไม่มีทางเป็ไปได้เลย ต่อให้มันจะตกอยู่ในสภาพาเ็หนัก แอ็กเซลกลับเคยเห็นาแผู้คนมามาก ร่างของชายคนนี้ยังคงแข็งแกร่งและแสดงพลังออกมาได้ เขาจึงตัดสินใจว่าจะหนีจากมัน โดยไม่รู้เช่นกันว่าจะทำได้หรือเปล่า
“ คุณ้าอะไรจากผม ”
คำถามของแอ็กเซลทำให้ชายตรงหน้าขมวดคิ้ว นับว่าหาได้ยากที่จะมีเด็กไม่หวาดกลัวต่อตัวของมัน แม้จะรู้ว่ามันเป็ใครก็ตาม ท่าทางสงบนิ่งของแอ็กเซลกลับทำให้มันพอใจ
“ แกอยากเป็สุดยอดแชมเปี้ยนไหม ฉันสามารถทำให้แกแข็งแกร่งจนกลายเป็ระดับ 11 ดาวได้ในเวลา 5 ปี ”
คำถามจากอาชญากรทำให้แอ็กเซลเงียบ เขารู้ได้ในทันทีเลยว่ามันกำลังหาวิธีการถ่ายทอดพลังงานบางอย่างเข้ามาในตัวของเขา การคุยกับเขาเพื่อให้เปิดใจง่ายต่อการใช้พลังเข้าควบคุม แอ็กเซลจึงคุยกับอีกฝ่ายไปพลางเพราะเขาก็กำลังเตรียมการเช่นเดียวกัน บนแผ่นหลังของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยวงเวทที่ถูกกระบองเพชรวาดขึ้น
“ คุณจะทำยังไง ”
“ ฉันมีทักษะหนึ่งจะมอบให้ เดิมทีมีเพียงลูกศิษย์ที่ฉันจะถ่ายทอดให้กับเขา แต่ดูเหมือนว่าร่างกายฉันจะไม่ไหวแล้ว ฉันจึงอยากทิ้งมันเอาไว้ให้ใครสักคน การถ่ายทอดมันไม่ยาก แค่แกท่องตามฉันเท่านั้นพอ ”
“ ลุงพูดจริงเหรอ ผมจะเป็แชมเปี้ยนระดับ 11 ได้ในเวลา 5 ปีเท่านั้นเหรอ ”
“ ใช่ ฉันจะรับแกเป็ศิษย์แล้วจะถ่ายทอดทักษะลับให้ เอาล่ะ หลังจากที่แกได้ทักษะไปแล้ว ฉันมีบางอย่างจะฝากก่อนตาย ฉันยังมีความแค้นอยู่ ฉันไม่ได้้าให้แกฆ่าพวกที่ไล่ตามฉัน แต่ฉัน้าให้แกฆ่าคนที่เปิดเผยตำแหน่งจนทำให้ฉันถูกไล่ล่า ”
“ คุณจะให้ผมไปฆ่าคนเหรอ ” แอ็กเซลรู้ว่าอีกฝ่ายโกหก เขากลับต้องตามน้ำไปก่อนเพราะยังไม่เห็นทางรอด
“ ใช่ แต่ถ้าแกไม่กล้าฆ่าคนก็ให้คิดว่ามันเป็คนชั่วคนหนึ่ง ”
“ แล้วจะให้ผมไปฆ่าใคร ”
“ อาชญากรหมายเลข 7 เอาล่ะพูดตามฉันได้แล้ว เวลาของฉันเหลือน้อยเต็มทน ”
ภาษาแปลกประหลาดเอ่ยออกมาจากปากของชายแต่งตัวรุงรัง แอ็กเซลจึงทำหน้าสงสัยเมื่ออีกฝ่ายหยุดแล้วให้เขาพูดตาม ประโยคยาวเกินไปทำให้เขาจำไม่ได้ อาชญากรรู้สึกโกรธนิดหน่อย แต่ชีวิตของมันแขวนเอาไว้บนเส้นด้ายแล้วจึงหั่นประโยคให้สั้นกว่าเดิม ในขณะที่มันกำลังเอ่ยเนื้อหาทักษะออกมาอีกครั้งหนึ่ง ด้านหน้าของมันกลับมีก้อนกลมสีเขียวกลิ้งมาหยุดนิ่ง ทันใดนั้นมันก็คลี่ตัวออกเผยให้เห็นขาสั้นๆและแขนที่เหมือนกำกำปั้นไว้ตลอดเวลา อีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้คืออะไรจึงมองดูมันให้ถนัดตา
แอ็กเซลจึงใช้จังหวะที่กระบองเพชรดึงดูดสายตาอีกฝ่ายกระแทกฝ่ามือใส่ลงไปกลางหน้าอกของมัน
ชายแต่งตัวรุงรังที่พบว่าอีกฝ่ายหลุดออกมาจากการควบคุมแล้วยังกระแทกฝ่ามือใส่กลางหน้าอกได้นั้นถึงขั้นเบิกตากว้าง เมื่อััได้ว่าอาการาเ็ทั้งหมดปะทุออกมาอีกครั้งจนมันบ้วนเืออกมากองใหญ่
แอ็กเซลที่กระแทกฝ่ามือลงไปกลางหน้าอกของอีกฝ่ายรีบวิ่งออกจากซอยไปพร้อมกระบองเพชร ฝ่ามือเมื่อครู่นี้เองเต็มไปด้วยวงเวทที่เขาควบคุมกระบองเพชรให้แอบวาดขึ้นมาบนแผ่นหลังของตนเองแล้วประทับใส่ร่างของศัตรู
“ไอ้เด็กสารเลว แกจะไปไหน ! ”.