เวลาหกโมงเย็น
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นทั่วบริเวณสถาบันชิงหลง
“ในที่สุดก็ได้เลิกเรียนซะที!”
“ไปๆๆ รีบไปโรงอาหารเลยคืนนี้มีซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง!”
“พี่ชาย ฝากซื้อแล้วเอาไปส่งที่หอให้หน่อยขอบใจ!”
“พี่ชาย?”
“พ่อบุญธรรม”
“ลูกรัก เดี๋ยวพ่อไปเอาไปให้ที่หอพักเอง!”
มิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมห้องนั้นก็เป็เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างพ่อบุญธรรมกับลูกบุญธรรมนั่นแหละ
นักเรียนทั้งห้องไปโรงอาหารกันหมดมีเพียงเซี่ยวซิงอวี่ที่ไม่ได้ไป
เป็เพราะเซี่ยวรั่วเสวี่ยจะนำข้าวกล่องที่ทำด้วยใจรักมาส่งให้เขาถึงหน้าโรงเรียน
เซี่ยวซิงอวี่เดินออกจากประตูโรงเรียนแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเซี่ยวรั่วเสวี่ย
โทรศัพท์มือถือสั่น
เป็ข้อความที่เซี่ยวรั่วเสวี่ยส่งมา
[เสี่ยวอวี่ เมื่อกี้ปีกไก่ทอดไหม้ไปหน่อยพี่กำลังทำใหม่อยู่ อาจจะไปช้าสิบห้านาทีนะ]
เซี่ยวซิงอวี่ตอบกลับไปว่า“ได้ครับ” แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าพึมพำในใจ
“แปลกจัง ปกติฝีมือทำอาหารของพี่ไม่เคยทอดปีกไก่ไหม้เลยนะ คราวนี้ทำไมถึง...”
อพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว
ในห้องครัว
ควันโขมงพวยพุ่งเย่ซือเิหน้าดำคร่ำเครียด ยืนยิ้มแหยอยู่ข้างๆ
“พี่รั่วเสวี่ย ขอโทษค่ะ”
ในที่สุดก็เจอตัวการแล้วคนที่ทำให้ปีกไก่ทอดไหม้ก็คือสาวน้อยโลลิต้าน่ารักคนนี้นี่เอง
เซี่ยวรั่วเสวี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน“เิเิ ไม่เป็ไรหรอกเธอแค่อยากทำอาหารให้เสี่ยวอวี่ด้วยตัวเองเสี่ยวอวี่รู้ว่าเธอตั้งใจแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว”
เย่ซือเิกำมือเล็กๆ แน่นและตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“พี่รั่วเสวี่ยต่อไปฉันจะเรียนทำอาหารกับพี่!”
“เอ่อ...เิเิ ฟังนะต่อไปเธอไม่ต้องเข้าครัวแล้วก็ได้ เมื่อกี้เกือบทำให้สัญญาณเตือนควันดังแล้วนะ”
เย่ซือเิแลบลิ้นน้อยๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายด้วยความน่ารัก
เมื่อเห็นเซี่ยวรั่วเสวี่ยกำลังทอดปีกไก่อีกครั้งน้ำลายของเย่ซือเิก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามใจ
“อยากกินเหรอ?”
“อื้อๆ~”
“ไม่ต้องห่วงนะ นี่เป็ปริมาณสำหรับหลายคนนอกจากของเสี่ยวอวี่แล้ว ที่เหลือก็พอให้เธอกินจนอิ่มเลย”
“ขอบคุณค่ะพี่รั่วเสวี่ย พี่ใจดีที่สุดเลยเิเิชอบพี่มากเลย!”
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเย่ซือเิก็ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ว่าแต่พี่รั่วเสวี่ย เดี๋ยวฉันไปส่งข้าวกล่องให้พี่ชายที่หน้าประตูโรงเรียนกับพี่ได้ไหม?”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยส่ายหน้า
“เธออย่าลืมสิ ว่าเย่ซวงหนิงพี่สาวแท้ๆของเธอก็อยู่ที่สถาบันชิงหลงนะ”
“ถ้าเธอตามพี่ไปอย่างกะทันหันเกิดพี่สาวเธอเห็นเข้าจะทำยังไง?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซือเิหายไปทันทีเธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมา
“ฉันปลอมตัวก็ได้!”
ห้านาทีต่อมาเย่ซือเิที่แต่งตัวจัดเต็มก็กลับมาอยู่ต่อหน้าเซี่ยวรั่วเสวี่ยอีกครั้ง
“พี่รั่วเสวี่ยฉันแต่งตัวแบบนี้ปลอดภัยแล้วใช่ไหม?”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเซี่ยวรั่วเสวี่ยกระตุกเล็กน้อย
“อย่างแรกเลยนะ มันไม่ปลอดภัยเลย”
“อย่างที่สอง เิเิเธอเอาถุงน่องของพี่ไปคลุมหัว มันเหมือนโจรปล้นธนาคารเลยรู้ไหม?”
นี่ไม่ใช่แค่เด็กสาวโลลิต้าแต่เป็ตัวปัญหาชัดๆ
หน้าประตูโรงเรียน
เซี่ยวซิงอวี่นั่งยองๆรออยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งเงียบๆ
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มผมเหลืองคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเซี่ยวซิงอวี่
“เซี่ยวซิงอวี่ใช่ไหม?”
“มีอะไร?”
“ตามฉันมาหน่อยหัวหน้าพวกเรามีเื่อยากคุยด้วย”
ท่าทางของคนมาไม่ดีเซี่ยวซิงอวี่รู้ดีว่าถ้าเขาไม่ไป อีกฝ่ายคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ แน่
เซี่ยวซิงอวี่ถูกเด็กหนุ่มผมเหลืองพาเข้าไปในตรอกตันข้างๆโรงเรียน
ชั่วพริบตากลุ่มคนก็กรูกันเข้ามาล้อมเซี่ยวซิงอวี่ไว้
คนเหล่านี้มีสีหน้าดุดันจากจำนวนดาวบนเหรียญตราที่หน้าอกจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามดาว
ชายหัวโล้นที่เป็หัวหน้ามีดาวสี่ดวงที่หน้าอก แสดงว่าเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสี่ดาว
ทุกคนมีรอยสักรูปเสือดำเหมือนกันที่แขนไม่ก็หน้าอก
“อ้อ ที่แท้ก็สมาคมเฮยหู่สินะ~”
น้ำเสียงของเซี่ยวซิงอวี่เรียบนิ่งดุจน้ำไม่มีความรู้สึกใด ๆ ปรากฏ
“เ้าหนู ดูเหมือนแกจะรู้จักสมาคมของเรานะฉันคือประธานเหลยซานลี่ ฉันชื่นชมแกมาก สายตาดีนี่!”
ชายหัวโล้นคือประธานสมาคมเฮยหู่ เหลยซานลี่
ในเมืองหลงอิ่นสมาคมเฮยหู่ไม่ได้ติดอันดับสูง แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็“กลุ่มอันธพาล”
สมาคมนี้ไม่ทำเื่ที่เป็ประโยชน์ใดๆมีแต่จะรังแกผู้ที่อ่อนแอ
“ประธานเหลย พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนไม่มีความแค้นกัน แล้วคุณทำแบบนี้ไปทำไม?”
“เื่ไม่รู้จักกันมาก่อนไม่มีความแค้นกันมันก็ถูกแต่แกไปก่อเื่กับคุณชายหวัง”
เซี่ยวซิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม“เป็อย่างนั้นเอง~”
เห็นได้ชัดว่าหวังเยี่ยนยังคงคับแค้นใจและเก็บความแค้นไว้หลังจากพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยวซิงอวี่ในการประลอง
เพื่อแก้แค้นเซี่ยวซิงอวี่เขาจึงจ้างสมาคมเฮยหู่ให้มาสั่งสอนเซี่ยวซิงอวี่
“คุณชายหวังบอกว่าแค่หักขาแกข้างเดียวก็พอแล้ว”
“ประธานเหลยพวกคุณเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามดาวและสี่ดาวรังแกผมที่เป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาว มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอครับ?”
ในเวลานั้นเองมีร่างหนึ่งเดินมาอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่มคน มุมปากแทบจะฉีกถึงใบหู
“ฉันทำเกินไป แล้วแกจะทำไม!”
เมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งของเขาเซี่ยวซิงอวี่ก็เอามือปิดหน้าผากแล้วยิ้มแหยๆ
“หวังเยี่ยน นายแพ้ไม่เป็เลยเหรอ?”
หวังเยี่ยนเป็คนตรงตามชื่อของเขาทุกครั้งที่ปรากฏตัวเขามักจะหยิ่งยโสและอวดดี
“เซี่ยวซิงอวี่นี่คือผลของการที่แกกล้าหาเื่ฉัน!”
เมื่อนึกถึงการพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยวซิงอวี่ในสนามประลองและถูกอาจารย์และนักเรียนทั้งโรงเรียนหัวเราะเยาะความรู้สึกอัปยศอดสูนั้นทำให้หวังเยี่ยนแทบจะคลั่ง
“ประธานเหลยช่วยสั่งสอนไอ้หน้าโง่ที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่ที หักขามันข้างหนึ่ง!”
หวังเยี่ยนหยิบบัตรธนาคารออกมาแล้วยัดเข้าไปในกระเป๋าของเหลยซานลี่
เหลยซานลี่ยิ้มกว้างฟันทองที่ฝังประดับดูโดดเด่นสะดุดตา
“คุณชายหวัง เงินถึง ทุกอย่างก็ง่าย!”
หวังเยี่ยนยิ้มเ้าเล่ห์และหลงละเลิง
“เซี่ยวซิงอวี่ฉันตั้งตารอภาพที่แกต้องลากขาที่หักมาเรียนในวันพรุ่งนี้แล้ว ฮ่าๆๆ~”
สถานการณ์วิกฤต
แม้ว่าเซี่ยวซิงอวี่จะมีความสามารถที่แข็งแกร่งขนาดไหนเขาก็เป็เพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้น มีระดับเพียงหนึ่งดาว
แต่คนของสมาคมเหล่านี้เป็ผู้มีประสบการณ์และมีระดับสามดาว
ส่วนประธานเหลยซานลี่นั้นยิ่งกว่าเขามีระดับถึงสี่ดาว
เมื่อเผชิญหน้ากับความแตกต่างของระดับพลังที่มหาศาลความสามารถใดๆ ก็ไร้ความหมาย
เซี่ยวซิงอวี่หยิบโทรศัพท์ออกมา
“หวังเยี่ยน ในเมื่อนายเรียกคนมาช่วยแล้วฉันจะโทรตามคนมาบ้างไม่ได้เหรอ~”
“แกเนี่ยนะ? เรียกคนมาช่วย?ฉันกำลังฟังเื่ตลกอยู่เหรอ? ฮ่าๆๆ...”
เสียงหัวเราะของหวังเยี่ยนยิ่งกังวานและก้าวร้าวขึ้น
นักเรียนทั้งโรงเรียนรู้ดีว่าเซี่ยวซิงอวี่มาจากเมืองเล็กๆไม่มีพ่อแม่ มีเพียงพี่สาวคนเดียวที่ไม่มีพร์ของผู้ควบคุมสัตว์อสูร
“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าคนจนๆอย่างแกที่ไม่มีอำนาจหรือฐานะร่ำรวยอะไรเลย จะเรียกใครมาช่วยได้!”
หวังเยี่ยนยังไม่รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในตอนนี้
เซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆ กดเบอร์โทรศัพท์
“ฮัลโหล พี่ครับ มีคนดักผมอยู่ในซอยผมกลัว~”
ฉินเยียนหราน “รอพี่ห้านาที”
หวังเยี่ยนเงี่ยหูฟังแล้วหัวเราะก๊าก
“พี่สาวแก เซี่ยวรั่วเสวี่ยเป็แค่คนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีพร์ผู้ควบคุมสัตว์อสูร”
“แกเรียกพี่สาวแกมานี่อยากให้มาช่วยพวกผู้ชายอย่างพวกเราสร้างบรรยากาศสนุกๆ เหรอ?”
สีหน้าของเซี่ยวซิงอวี่ดำทะมึนขึ้นในทันใด
เพียะ~
นั่นคือเสียงตบที่ดังสนั่น
หวังเยี่ยนกุมแก้มที่บวมแดง ดวงตาพร่ามัวเขาตกอยู่ในอาการงุนงง
เซี่ยวซิงอวี่พูดเสียงเข้ม“ห้ามดูถูกพี่ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่านายทิ้ง”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยคือจุดอ่อนของเซี่ยวซิงอวี่
ัมีเกล็ดที่อ่อนไหวหากััต้องตายสถานเดียว!
หวังเยี่ยนถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเขาใกับสายตาของเซี่ยวซิงอวี่
เมื่อครู่นี้เซี่ยวซิงอวี่ได้เปิดใช้งานเนตรปีศาจดวงตาสีเืนั้นราวกับล็อกิญญาของหวังเยี่ยนเอาไว้ซึ่งสร้างความเสียหายทางจิติญญาอย่างรุนแรงต่อเขา
“สายตาของไอ้หมอนี่ น่ากลัวจริงๆ...”
หวังเยี่ยนกัดฟันแน่นเหงื่อซึมออกมาจากหน้าผาก