"คุณหนู ไท่จือคงแค้นเคืองท่านยิ่งนักแล้วยังไม่อาจกล่าวโทษท่านได้อีก"เพ่ยตงพูดด้วยความห่วงใย
"ข้าทำอะไร เ้าเคยเห็นว่าข้าทำอะไรอย่างนั้นหรือ ขนมที่ข้าห่อให้นางไท่จือก็โยนทิ้งข้างทาง ชาวบ้านยากไร้เก็บเอาไปกิน ก็ไม่มีใครเป็อะไร อีกอย่างท่านพ่อท่านแม่กับฮูหยินรองก็กินขนมกับชาของข้าเข้าไปเช่นกันไม่เห็นว่าจะมีใครเป็อะไรแม้แต่คนเดียว เสี่ยวหลินบอบบางอ่อนแออยู่แล้ว ไม่แน่อาจเป็เพราะตัวนางเอง ที่บังเอิญป่วยไข้จะมาโทษข้าได้อย่างไร"
"คุณหนู"สาวใช้ของเสี่ยวหลินย่อกายตรงหน้าเจี้ยนหลิง เพ่ยตงถึงบางอ้อ
"นี่ค่าตอบแทนสำหรับเ้า"ล้วงเข้าในอกเสื้อของเพ่ยตง ดึงถุงเงินส่งให้สาวใช้
"คุณหนู ไท่จือเฟยกินผลซานซาเชื่อมไปไม่น้อย จะเป็อันตรายถึงชีวิตไหม"
"อย่ากังวล ครั้งนี้ข้าแค่สั่งสอนนาง นี่คือยาถอนพิษ เ้าแอบเอายาถอนพิษใส่ในน้ำแกงให้เสี่ยวหลินกินเสีย นางจะค่อยๆ ดีขึ้น"ตงเพ่ยิ้มล้ำลึกล้ำลึกจริงๆ อาหารสองอย่างส่งผลให้เกิดพิษ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าในขนมนั่นใส่อะไรที่ทำให้เกิดพิษเมื่อกินผลซานซาเชื่อม คนรู้ก็รู้เพียงแค่กินขนมกับผลซานซาซึ่งไม่มีสิ่งใดผิดปกติแต่หารู้ไม่ว่าขนมใส่สิ่งที่ทำให้เกิดพิษแต่จะไม่เกิดพิษถ้าไม่กินผลซานซา เช่นนั้นคนอื่นที่กินขนมเข้าไปจึงไม่เป็อะไร เพ่ยตงส่ายหน้า ยิ้มกับความหลักแหลมของเจี้ยนหลิง เื่ใส่ใจรายละเอียดเจี้ยนหลิงรู้แม้กระทั่งว่าเสี่ยวหลินชอบกินผลชานซาเชื่อมร้านเดิมหากผ่านไปครั้งใดนางจะต้องซื้อกลับมา จึงเป็อุบายที่หวังผลได้ดีเยี่ยม
"ท่านองครักษ์หลินเจี้ยนหลิงฝ่าามีบัญชาให้ท่านเข้าเฝ้า"เพ่ยตงกอดอกอมยิ้ม จะรอดูสายตาหวาดหวั่นของเจี้ยนหลิง แต่ให้ตายเถอะเขาไม่เคยจะพบสีหน้าเป็กังวลของเจี้ยนหลิงั้แ่จำความได้ เจี้ยนหลิงมักจะพร้อมรับมือไม่ว่าเื่ราวเ่าั้จะทำให้หวั่นไหวเพียงใด
"น้อมบัญชาฝ่าา"ประสานมือตรงหน้าขันที
วังหลวงต่อมา
"เจี้ยนหลิง เ้ารู้หรือไม่วันนี้ข้าให้เ้าเข้าวังด้วยเื่ใดกัน"เจี้ยนหลิงยิ้ม
"คงจะต้องมีบัญชาในเื่สำคัญอย่างแน่นอนเพคะ"หยางฟงหยางยิ้ม
"เ้าไม่คิดว่าข้าจะเรียกเ้าเข้ามารับผิดในเื่ของไท่จือเฟยหรือไร"เจี้ยนหลิงยิ้มย่อกายลงช้าๆ
"หากเป็เื่นั้น คงไม่ต้องให้ขันทีเข้าไปที่บ้านหลิน ป่านนี้เจี้ยนหลินคงถูกคมกระบี่จ่อที่คอ เพราะเหล่าองครักษ์คงแห่กันไปที่ตระกูลหลินอย่างพร้อมเพียง"
ฮ่องเต้พยักหน้า มิใช่เพียงหญิงงามแต่นางฉลาดจนคาดไม่ถึง คำพูดจาไม่เผยจุดออ่นแต่สามารถพูดให้คนคล้อยตามได้ง่าย
"นั่นสินะ ข้าน่าจะส่งองครักษ์ไปแสร้งให้เ้าหวาดกลัว"
"เจี้ยนหลินก็คงสู้ตายเช่นเคย"
"อืมไร้ความผิดไร้การกล่าวโทษจึงต้องสู้ตายสินะ หรือว่าเป็ความไม่ยอมใครของเ้า บางทีไท่จือเฟยนางอาจป่วยไข้หรือหมอหลวงอาจวินิจฉัยผิดไป"ชี้ช่องเสียเองเพื่อป้องเจี้ยนหลิงต่อไปเื่ที่คนิ่นพูดก็คงเป็แรวทางเดียวกันกับที่หยางฟงหยางพูด
"เพคะ"แต่เพียงย่อกาย
"เจี้ยนหลิงข้ามีบางอย่างจะไหว้วานเ้า"เจี้ยนหลิงประสานมือ
"เจี้ยนหลิงพร้อมรับบัญชา"น้ำเสียงจริงจังยิ่งนัก
ตำหนักบูรพา
"คุณหนู ต่อไปนี้ต้องระวังให้มาก"
"พี่สาวเจี้ยนหลิง ทำเช่นนี้เท่ากับจงใจเป็ศัตรูกับข้า กัวเปาเ้าไปสืบดูตอนนี้นางตั้งใจจะทำสิ่งใดอีก"ร่างสูงของบุรุษหนุ่มที่เสี่ยวหลินมักเรียกหาเขาเมื่อ้าใช้สอย
"คุณหนู กัวเปากลับมาเพราะเห็นว่าคุณหนูเพลี่ยงพล่ำแต่เดิมเป็คุณหนูเสี่ยวหลินที่ชาญฉลาด ไม่เปิดเผยความรู้สึก"
"ข้าพลาดไปนิด สำหรับข้าโอกาสในการเป็ไท่จือเฟยไม่ได้มีมาในทุกวัน ข้าไม่คว้าไว้ก็คงจะถูกตราหน้าว่าโง่งม"น้ำเสียงหาได้อ่อนหวานเหมือนอยู่ต่อหน้าคนอื่น
"คุณหนู คุณหนูใหญ่เจี้ยนหลิงก่อนหน้านั้นวางกลยุทธ์การรบแทนนายท่าน คุณหนูคิดว่าจะต่อกรกับนางได้หรือ"
"ข้าเดิมตั้งใจจะทำตัวให้เป็น้องสาวที่หน้าสงสาร ให้นางสงสารแล้วหลอกใช้นางให้เป็เกราะกำบังและคอยปกป้องข้าตลอดไป แต่เมื่อนางรู้ทัน ข้าคงจะต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ แสร้งอ่อนแอต่อไปเพื่อว่าบางทีนางอาจไม่ได้ฉลาดรู้ทันข้าเพียงนั้น"
"คุณหนู แล้วอาการของท่านเล่า"กัวเปาอย่างไรเสี่ยวหลินก็เป็หนึ่งเหมือนเพ่ยตงที่อย่างไรคุณหนูก็เป็หนึ่งเช่นกัน
"ดีขึ้นมากแล้ว ความจริงเพียงแค่สองสามวันข้าก็ดีขึ้นมาก แต่มันยังไม่พอจะต้องแสร้งให้ผู้คนเห็นว่าข้าโดนพิษอาการสาหัส ใครไม่สงสารอย่างน้อยไท่จือก็ต้องเห็นใจ"
"คุณหนู นายหญิงให้ข้าบอกท่านว่า ท่านอย่าได้แสดงท่าทีมีพิรุธ แสร้งทำเป็ห้ามปรามไท่จือเื่กล่าวโทษคุณหนูใหญ่ เช่นนั้นคุณหนูจึงจะได้ใจไท่จือและผู้คน"
เสี่ยวหลินยิ้ม เื่อย่างนี้เสี่ยวหลินถนัดนัก
"อีกแล้วหรือ ดื่มจนเมามายแล้วแอบอ้างว่าเป็องค์ชายห้า ข้าไม่เข้าใจจริงๆ เหตุใดไท่จือถึงได้กำชับว่าให้เขาดื่มกินในหอสุริย้นจนกว่าจะพอใจ หากเขาไม่สร้างปัญหาก็ให้เขาดื่มกินได้ตามสะดวกแต่นี่มาก่อกวนในทุกวัน ข้าเหลือจะทนแล้ว"
"หรือเขาจะเป็ องค์ชายห้าจริงๆ "
"เป็องค์ชายห้า แต่ดูสภาพของเขาไม่ต่างจากยาจก หากองค์ชายห้าเป็เขา ข้าก็คงเป็ฮ่องเต้ไปแล้ว จับตัวเขามา ข้าจะสั่งสอนให้หลาบจำ"
"นายท่านไม่กลัวว่าไท่จือจะ ไม่พอใจหรือ"
"ไท่จือ เป็คนดีเกินไป กับยาจกยังให้กินฟรีดื่มฟรี ข้าหาคำแก้ตัวไว้แล้วก็แค่เพียงบอกว่า เขาดื่มจนเมาพลัดตกจากหอสุริยัน เ้าว่าความคิดของข้าเข้าท่าไหม"ยิ้มเ้าเล่ห์ หารู้ไม่ว่าตัวเองประเมินหยางฟงฉีต่ำไป
"ปล่อย ข้าพวกเ้ากล้าแตะต้องตัวข้าหรือข้าเป็องค์ชายห้านะ"
"เ้าไม่ดูสารรูปตัวเอง หากนายท่านไม่สั่งให้จับตัวเ้าไป พวกข้าก็ไม่อยากโดนตัวเ้าแน่โสมมเพียงนี้"
ลากตัวหยางฟงเกาไปยังที่ลับตาคน้าหอสุริยัน
"จะหาว่าข้าไม่เตือน หากข้ากลับไปวังหลวงเมื่อไหร่จะพาคนมาพังหอสุริยันเสีย"เสียงหัวเราะขบขัน
ร่างสูงถูกยึดโยงด้วยเชือกห้อยหัวลงมาเกือบถึงพื้น
"ข้าให้โอกาสอีกครั้ง เลิกมาก่อกวนที่นี่เสียที"
"ใครบอกว่าจ้าก่อกวนข้าก็แค่มาดื่ม"
"มาดื่มแต่เข้าไปในห้องของนายท่านหอสุริยัน เ้าตั้งใจทำสิ่งใดกันแน่"
"แค่หลงเข้าไปก็เท่านั้นเอง พวกเ้าก็เห็นว่าข้าหลงเข้าไปแล้วออกมาได้"
"ถ้าไม่มีบัญชาจาก….ไท่จือ ...รับรองเ้าได้ตายแล้วไปเกิดใหม่หลายรอบแล้วบอกความจริงมา ใครกันส่งเ้ามาที่นี่"หยางฟงเกานิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อไท่จือ
"เห็นไหม เช่นนั้นพวกเ้าก็ต้องยิ่งตามใจข้า เพราะข้ามีไท่จือหนุนหลัง"
"พวกข้าก็แค่เกรงใจไท่จือ ที่เปิดทางสะดวกให้เราทำกิจการหอสุริยัน มันก็แค่ต่างตอบแทนเราก็แค่เกรงใจ ไท่จือก็ยังคงรับเงินส่วนแบ่งจากการทำกิจการหอสุริยันของเราอยู่ดี"
"นั่นอย่างไรเล่า พวกเ้าก็ปล่อยข้าไปเสียต่อไป ข้าสัญญาไม่มาก่อกวนที่นี่อีก"
"คำพูดของเ้าปลิ้นปล้อนใครกันจะเชื่อ เด็กๆ จัดการ"ร่างสูงในอาภรณ์พลางตัวกับหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้าพุ่งมาจากทางหน้าต่างยันร่างของผู้ที่กำลังพุ่งตัวเข้าใส่หยางฟงเกา ท่ามกลางแววตาตกตะลึงของคนทั้งหมด แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวกลับล้มลงกับพื้นโอดโอ๊ยเมื่อคมกระบี่ในมือผู้มาใหม่ไม่ได้เว้นระยะให้หายใจแม้แต่น้อย เพียงพริบตาเดียว ร่างสูงของหยางฟงเกาก็หล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังอั๊กเพราะเชือกที่มัดไว้ถูกตัดขาดสะบั้นด้วยกระบี่คมกริบ
"โอ๊ย จะช่วยก็ให้มันเบามือหน่อยได้ไหม ..ฟงฉี"เอ่ยนามชัดเจน นายท่านหอสุริยันถึงกับหูผึ่ง
"อย่าได้เอ่ยนาม ไปกับข้า"ฉุดกระชากลากร่างสูงของฟงเกาที่ถูกมัดมือไว้ทะยานออกนอกหน้าต่างสูงหายวับไปกับตา
"ฟงฉี ฟงฉี หยางฟงฉีไม่น่าเป็ไปได้"นายท่านหอสุริยันทวนคำไปมา
"นายท่านร่างสัญญา การจ่ายเงินระหว่างไท่จือกับหอสุริย้นหายไป"บ่าวในหอสุริยันวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ไท่จือ ท่านหลักแหลมยิ่งนักส่งคนมาขโมยร่างสัญญาไปเพื่อไม่ให้มีหลักฐานจะได้ไม่ต้องสาวถึงตัวในคราวหลัง"กัดฟันกรอดๆ ด้วยความเจ็บใจ
ตระกูลหยางเดิม
"เป็พวกเ้านี่เอง"
"องค์ชาย"เจี้ยนหลิงประสานมือพร้อมกับเพ่ยตง
"มาทันเวลาพอดี ช้าอีกหน่อยข้าคงต้องถูกทำร้ายใบหน้าหล่อเหลาคงมีาแ ว่าแต่เ้าใช้เคล็ดวิชาใดในการจัดการคนพวกนั้น ข้ายังไม่ทันกระพริบตา"เจี้ยนหลิงยิ้ม เพ่ยตงถอนหายใจ
"เคล็ดวิชาตระกูลหยาง ท่านห้าเองก็ไม่น่าไม่เคยเห็นมัน"
"ข้าเกิดมาร่างกายอ่อนแอไม่เคยร่ำเรียนวิชากระบี่"เพ่ยตงส่ายหน้าไม่ร่ำเรียนกระบี่แต่กลยุทธ์ต่างๆ มีเพียงองค์ชายห้าผู้นี้ที่ไร้เทียมทาน
"ขอบใจเ้าเพ่ยตง"หันมาทางเพ่ยตง เจี้ยนหลิงขมวดคิ้ว ไปสนิทชิดเชื้อกันตอนไหน
"เพ่ยตงกับข้าเราสองคน เติบโตมาพร้อมกัน"เจี้ยนหลิงพยักหน้าขึ้นลง เพ่ยตงบิดากับมารดายกให้มารดาของเจี้ยนหลิงเลี้ยงดูก่อนที่จะมีเจี้ยนหลิง ซึ่งตอนนั้นฮ่องเต้องค์ก่อนยังไม่สิ้นพระชนม์ หยางซูหลานหรือหลินซูหลานยังเข้าออกวังหลวงเหมือนบ้านหลังที่สอง
"ท่านห้าคงเข้าไปที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว ต่อไปคิดอ่านกะการเช่นไร"
"คงต้องรามือ ก่อนหน้านั้นข้าได้เบาะแสไม่น้อย ทั้งร่างจดหมายสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนเป็ส่วนแบ่งให้ไท่จือ ทั้งนางคณิกาที่ไท่จือแวะเวียนไปหาข้าอาศัยหน้าตาอันหล่อเหลาแอบล้วงความลับมาจากนางจนสิ้น"เจี้ยนหลิงขมวดคิ้วเห็นได้ชัดว่าไท่จือมีท่าทีหลงใหลเสี่ยวหลิน จะแอบเร้นกายไปพบนางคณิกาอีกหรือ
"งานนี้เหมาะกับท่านห้ายิ่งนักเพราะท่านห้ามีใบหน้าหล่อเหลา"เพ่ยตงพูดติดตลก
"คนของหอสุริยันป่านนี้คงกำลังสับสนว่าฟงฉีเป็ศัตรูหรือมิตรกันแน่"
"ด้วยความหลักแหลมของท่านห้าเอ่ยชื่อไท่จือออกมาทำให้พวกมันเกิดความระแวงสงสัย"
"ข้า ลงทุนถึงเพียงนี้เพื่อการนี้โดยแท้ ไท่จืออาศัยอำนาจสั่งการจัดสรรผลประโยชน์ร่วมกันกับพวกพ้อง"เหมือนกับพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเจี้ยนหลิงอยู่ตรงนั้นด้วย
"แล้วเ้ากับนาง ลงเอยกันแล้วหรือ"ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแนบชิดกัน เพ่ยตงหน้าแดงเหมือนหญิงสาว
"ท่านห้า ท่านพูดเล่นอีกแล้ว"
"ไม่สิ ข้าเพิ่งได้ข่าวว่านางถูกไท่จือปฏิเสธ เ้าหรือนาง...ก็คง….."เพ่ยตงส่ายหน้าเหลือบตามองเจี้ยนหลิง
"อืมข้าเตือนท่าน ท่านห้าคุณหนูเจี้ยนหลิงมิใช่ผู้ที่มีความอดทน"
เจี้ยนหลิงอดที่จะอมยิ้มเสียไม่ได้
"ข้าคงต้องสงบคำสินะ ว่าแต่แม่นางจะรับองค์ชายห้า ไว้พิจารณาแทนไท่จือผู้นั้นได้ไหม รับรองว่าข้าหล่อเหลาไม่แพ้ไท่จือ แต่เื่ความจริงใจ ข้ามีมากว่าเขาร้อยเท่าพันทวี"เพ่ยตงทำหน้าเจื่อนๆ
ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้
ร่างสูงในอาภรณ์สะอาดตา มวยผมถูกเกล้ารวบเรียบร้อยใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน หยางฟงหยางยิ้ม เมื่อร่างสูงของหยางฟงเกาประสานมือตรงหน้าด้วยท่าทีนอบน้อม
"เ้าห้า ไม่พบกันเสียนาน"
"เสด็จพ่อ ลูกอกตัญญูทำให้เสด็จพ่อเป็ห่วง อีกทั้งยังทำให้คนอื่นเข้าใจเสด็จพ่อผิด เื่ที่เราบาดหมางกัน"
"เ้าทำทีขึงขังจากไปเร้นกายเพื่อสืบเื่สำคัญ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็องค์ชายที่ไร้สำนึกเที่ยวเล่นเมามายกว่าขวบปีมานี่ลำบากเ้าไม่น้อย"
"เสด็จพ่อกลับมาครั้งนี้ฟงเกาคิดว่าคงต้องอยู่ที่นี่ กตัญญูเสด็จพ่อให้มาก"
"อืม กลับมาครั้งนี้ควรจะแต่งชายาได้เสียที ข้าคาดหวังว่าเ้าห้าจะไม่เอ่ยปากปฏิเสธอีกแล้ว"
"เสด็จพ่อลูกมีหญิงที่หมายปองไว้แล้ว"หยางฟงหยางถอนหายใจ