เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 72 เมืองศิลา

    วันรุ่งขึ้นเทียนอี้ ซุยหง และเหม่ยลี่ก็พร้อมที่จะเดินทางต่ออีกครั้ง เพี่อที่จะไปยังที่หมายถัดไป เทียนอี้ตัดสินใจเดินทางด้วยวิธีเดิม ทั้งสามคนบินออกจากเมืองเมฆาเคลื่อนไปในช่วงเช้าตรู่ทันที เพื่อหลีกเรี้ยงสิ่งไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้
    ก่อนที่จะออกเดินทางผู้ดูแลหอการค้าสาขาเมืองเมฆาเคลื่อนก็ได้เข้ามาพูดคุยกับเทียนอี้ และยังได้พูดถึงเหตุการที่เกิดขึ้นที่จวนแม่ทัพเมื่อคืนอีกด้วย เทียนอี้เพียงยิ้มอ่อนออกมาเมื่อได้ยินเรื่องที่ผู้ดูแลหอการค้านำมาเล่า แต่ที่จ้านหลงต้องพิกลพิการเสียมือทั้งสองข้างไปเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้นับว่าเกินความคาดหมายของเทียนอี้อยู่บ้าง
    แต่ที่ทำให้เทียนอี้รู้สึกแปลกใจที่สุดก็คือ พอวันรุ่งขึ้นจ้านหลงกลับหายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย ไม่มีผู้ไดพบเห็นมันอีกเลย ที่สำคัญจ้านเฟยหลงมันยังทำราวกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อยนี่ทำให้เทียนอี้แปลกใจไม่น้อย แต่คิดมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสุดท้ายเทียนอี้จึงโยนเรื่องของจ้านหลงทิ้งไป
    จุดหมายต่อไปของเทียนอี้เรียกว่าเมืองศิลา เมืองศิลาอยู่ไม่ไกลจากเมืองเมฆาเคลื่อนมากนัก มีภูมิประเทศของเมืองศิลาเป็นแนวเขาหินยาวตลอดแนวซึ่งแตกต่างจากบริเวณอื่นๆของทวีป แต่ในเมืองศิลากลับอุดมไปด้วยแร่ที่สำคัญชนิดต่างมากมาย ทำให้เมืองศิลาเป็นแหล่งผลิตแร่ที่สำคัญที่สุดของทวีปตะวันออก
    พวกของเทียนอี้ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดสามวันเต็ม จนมาถึงวริเวณรอบๆเมืองศิลาที่เป็นเป้าหมายในที่สุด ทิวทัศน์บริเวณรอบๆเมืองศิลาสร้างความแปลกหูแปลกตาให้กับเทียนอี้ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะมองไปทิศทางใด ก็จะไม่มีเหล่าพืชพรรณและต้นไม้ให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว
    สุดลูกหูลูกตาจะมีเพียงทิวทัศน์ของเทือกเขาหินและลานหินขนาดต่างๆมากมาย และภายในเทือกเขาหินก็เต็มไปด้วยเหมืองถ้ำน้อยใหญ่นับร้อยนับพันแห่ง เทียนอี้เดินทางอีกไม่นานก็มาถึงตัวเมืองศิลา แม้จะถูกเรียกว่าเมืองแต่เมื่อมองดูจากตรงนี้แล้วจะพบว่า มันเป็นเพียงแนวเขาสูงชันที่ล้อมรอบหลุมขนาดมหึมาเท่านั้น
    หลุมขนาดใหญ่นี้แท้จริงแล้วเกิดมาจากการขุดเจาะด้วยน้ำมือมนุษย์ทั้งสิ้น. เหมืองแห่งนี้นั้นเป็นหัวใจสำคัญของเมืองศิลาแห่งนี้ เพราะว่าลึกลงไปใต้พื้นดินบริเวณนี้นั้นเป็นจุดที่มีสายแร่ผลึกมากที่สุด เหมืองแห่งนี้นั้นถูกรอมรอบด้วยเทือกเขาหินที่สูงชันตลอดแนว
    ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าเทือกเขาทั้งหมดล้วนถูกเจาะให้โพรง เพื่อที่จะดัดแปลงให้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์แทนการสร้างบ้านจากไม้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่าบริเวณนี้ไม่เหมาะในการสร้างบ้านแบบปกติ และการสร้างบ้านแบบนี้ยังมีความแข็งแรงเหมาะแก่บางสถานการณ์
    "เป็นภาพทิวทัศเมืองที่ดูแปลกหูแปลกตาจริงๆ" เทียนอี้พูดออกมาขณะที่พาซุยหงและเหม่ยลี่เดินเข้าไปในเมืองศิลา ถ้ามองอีกมุมหนึ่งเมืองศิลาก็เปรียบเสมือนป้อมปราการหินขนาดยักษ์ ที่ดูแข็งแกร่งและดุดันทรงพลังทรงพลังหาไดเปรียบ
    แปลว่าเมืองศิลาจะเป็นเมืองที่มีการทำเหมืองเป็นหลัก แต่สภาพความเป็นอยู่ภายในเมืองศิลากลับคึกคักเป็นอย่างมาก เพราะภายในเมืองศิลานอกจากจะมีการขุดหาแร่ผลึกต่างๆอยู่ตลอดเวลาแล้ว ฉันเต็มไปด้วยเหล่าพ่อค้าและแรงงานจำนวนมาก ทำให้ภายในเมืองมีความคึกคักอยู่เสมอ
    เทียนอี้ตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่เมืองศิลา 1 คืน ก่อนที่จะเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาไม่นานพวกของเทียนอี้ก็มาถึงหอการค้าหมื่นธารา สาขาเมืองศิลา หอการค้าหมื่นธาราสาขาเมืองศิลาก็สร้างขึ้นมาโดยการขุดเจาะภูเขาเช่นเดียวสถานที่อื่นๆ ในเมืองศิลาเช่นกัน เพียงแต่การตกแต่งภายในก็ไม่ได้แตกต่างจากสาขาอื่นๆมากนัก
    เทียนอี้เดินตรงเข้าไปหาพนักงานต้อนรับทันทีก่อนที่จะพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า "พี่สาวช่วยไปแจ้งผู้ดูแลหอการค้าด้วยว่านายน้อยเทียนอี้มีธุระต้องการขอเข้าพบ"
    ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพบุตรของเทียนอี้ ทำให้พนักงานต้อนรับคนนั้นถึงกับสติหลุดลอย ยืนยิ้มเขินๆบิดไปบิดมาทำราวกับไม่ได้ยินเสียงของเทียนอี้ เมื่อเห็นอาการของพนักงานต้อนรับสาวเป็นเช่นนั้น เทียนอี้ทำได้เพียงสายหัวด้วยความจนใจก่อนที่ใส่พลังปราณเข้าไปในเสียงเล็กน้อยและพูดอีกครั้งว่า
    "พี่สาวท่านได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ ช่วยไปแจ้งผู้ดูแลหอการค้าด้วยว่านายน้อยเทียนอี้มีธุระต้องการขอเข้าพบ"
    ด้วยครั้งนี้น้ำเสียงของเทียนอี้แผงไปด้วยพลังปราณ ทำให้พนักงานต้อนรับสาวคนนั้นได้สติกลับขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะพูดตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่เขินอายว่า " รอสักครู่......"
    แต่ก่อนที่หญิงสาวพนักงานต้อนรับคนนั้นจะทันพูดจบประโยค ก็มีเสียงดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของเทียนอี้ทันทีว่า "เป็นเพียงคนไร้หัวนอนปลายเท้ากลับกล้าที่จะเรียกร้องขอเข้าพบผู้ดูแลหอการค้าหมื่นธาราช่างไม่รู้จักเจียมตัว"
    ก่อนที่จะปรากฏร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งขึ้นมา ชายผู้นี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวหนังทั้งตัวเป็นสีแดงดำ มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างมาก เทียนอี้รอบประเมินชายคนนี้ทีหนึ่ง ก่อนที่เทียนอี้จะแสดงความสนใจออกมาเล็กน้อย เพราะชายวัยกลางคนนี้เป็นถึงชนชั้นราชันย์ขั้นสูงผู้หนึ่ง
    และที่สำคัญสิ่งที่ทำให้เทียนอี้เกิดความสนใจในตัวของชายวัยกลางคนผู้นี้นั่นก็คือ ชายผู้นี้กลับเป็นผู้ฝึกฝนวิชากายาที่หาได้ยากคนหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เทียนอี้ได้พบกับผู้ที่ฝึกฝนวิชากายาคนอื่นเป็นครั้งแรก และวิชากายาที่ชายผู้นี้ฝึกฝนเทียนอี้ก็รู้จักดีจากความทรงจำของเซียนกระบี่เช่นกัน ทำให้เทียนอี้ถึงกับพึมพำออกไปเบาๆว่า
    "วิชากายาทองแดง"
    ถึงแม้ว่าเทียนอี้จะพูดออกมาเพียงเบาๆเท่านั้น แต่ชายคนนั้นกลับได้ยินอย่างชัดเจน ทำให้มันถึงกับต้องระเบิดพลังระดับราชันย์ขั้นที่ 2 ออกมาก่อนที่จะกระโดดถอยหลังไปไกล ที่มันต้องระวังตัวเช่นนี้เป็นเพราะว่าวิชากายาทองแดงนี้ เป็นความลับของตระกูลของมันมาตลอดหลายร้อยปี
    ต้องทราบก่อนว่าวิชากายานั้นเป็นวิชาที่หาได้ยากยิ่งบนโลกนี้ มันเป็นวิชาที่สามารถเสริมสร้างร่างกายและพละกำลังให้กับผู้ที่ได้ฝึกฝนได้เป็นอย่างดี สงผลทำให้ผู้ฝึกตนที่ได้ฝึกฝนวิชากายามีพลังที่จะสามารถต่อสู้กับผู้ที่มีระดับพลังสูงกว่าตัวเองได้ ดังนั้นแล้วเมื่อมีวิชากายาปรากฏขึ้นมาที่ใด มักจะเกิดการต่อสู้แย่งชิงขึ้นมาอยู่เสมอ
    ชายกลางคนผู้นั้นอยู่ในท่าพร้อมต่อสู้อยู่ตลอดเวลาก่อนที่จะถามเทียนอี้ออกไปด้วยน้ำเสียงหวาดระแวง "เจ้าเป็นใคร...เจ้ารู้ได้ยังไง?" เมื่อเห็นท่าทางของใช้วัยกลางคนเทียนอี้ทำเพียงยิ้มอ่อนก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ เขารู้ดีว่าทำไมชายผู้นี้ถึงต้องระวังตัวถึงเพียงนี้ แต่ก่อนที่เทียนอี้จะทันได้พูดอะไรก็มีเสียงที่ฟังดูไพเราะน่าฟังดังออกมาจากภายในหอการค้าว่า
    "คนกันเองทั้งนั้นไยต้องทำท่าทางน่ากลัวเช่นนั้นใส่กันด้วยเล่าท่านต้าเป่ย"
    ก่อนที่จะปรากฏร่างของหญิงสาวที่งดงามชวนหลงไหลคนหนึ่งขึ้นมาตรงหน้าของเทียนอี้ นางทำการก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทายเทียนอี้พร้อมทั้งกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอันน่าหลงไหลว่า "ข้าน้อยจางจูฮวาคารวะนายน้อยเทียนอี้ขออภัยที่ผู้อื่นออกมาต้อนรับท่านช้าไปเล็กน้อย"
    เมื่อเห็นจางจูฮวาเทียนอี้จึงยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะทำการป้องมือขึ้นมาทำความเคารพตอบกลับไปพร้อมทั้งพูดออกไปว่า "ผู้เยาว์เทียนอี้มาโดยไม่ได้บอกกล่าวต้องขอโทษพี่สาวจูฮวาด้วย"
    ก่อนออกจากเมืองเมฆาเคลื่อนมาผู้ดูแลหอการค้าสาขาเมืองเมฆาเคลื่อนได้เคยบอกเทียนอี้เอาไว้ก่อนแล้วว่า ผู้ดูแลหอการค้าสาขาเมืองศิลานั้นมีนิสัยค่อนข้างแตกต่างจากผู้อื่นเทียนอี้จึงไม่แปลกใจมากนักกับท่าทีที่ของจางจูฮวาที่กำลังแสดงออกมาตอนนี้
    แท้จริงแล้วสาวงามผู้นี้มีชื่อว่าจางจูฮวาที่เป็นผู้ดูแลหอการค้าหมื่นธาราสาขาเมืองศิลานั้นเอง และอย่าได้ถูกรูปลักษณ์อันงดงาม ชวนหลงไหลของนางหลอกได้เป็นอันขาด ที่เห็นนางเป็นสาวงามสะพรั่งวัยราวสามสิบเช่นนี้แท้จริงแล้วนางนั้นเป็นถึงผู้อาวุโสผู้หนึ่งเลยทีเดียว เพียงเพราะวรยุทธ์ที่นางฝึกฝนนั้นค่อนข้างพิเศษมันจึงช่วยคงความงามของนางเอาไว้เช่นนี้
    และนางคือผู้ดูแลหอการค้าหมื่นธาราที่เป็นสตรีเพศเพียงหนึ่งเดียวอีกด้วย เทียนอี้รอบสำรวจระดับพลังของนางก็ต้องแปลกใจไม่น้อยเพราะ ระดับพลังที่เทียนอี้สัมผัสได้นั้นนับได้ว่านางมีระดับพลังสูงที่สุดในบรรดาผู้ดูแลหอดารค้าที่เทียนอี้เคยพบมา แต่ถึงกระนั้นเทียนอี้ก็ยังรู้สึกว่านี้ยังไม่ใช่ระดับพลังที่แท้จริงของนางเนื่องจากเทียนอี้สัมผัสได้ว่าคลายกับมีพลังบางอย่างพยายามที่จะปิดกันสัมผัสของเขาไว้อยู่
    เมื่อเห็นว่าจูฮวาถึงกับแสดงความเคารพต่อเทียนอี้เช่นนี้ ทั้งยังเรียกชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ว่านายน้อยด้วยความนอบน้อม ทำให้ชายร่างใหญ่ที่ชื่อว่าต้าเป่ยก็ลดท่าทีลงไป เพราะเกรงว่าจะทำให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่พอใจขึ้นมาและอาจจะส่งผลกระทบกับข้อตกลงของมันและหอการค้า มันจึงเดินมายืนตรงหน้าเทียนอี้พร้อมป้องมือขอโทษเทียนอี้พร้อมกับกล่าวออกมาว่า "ข้ามีนามว่าต้าเป่ยต้องขอโทษน้องชายด้วยที่ทำตัวหยาบคายกับเจ้าเมื่อสักครู่"
    เมื่อเห็นท่าทางจริงใจและตรงไปตรงมาเทียนอี้จึงทำการป้องมือตอบกลับไปและพูดขึ้นมาว่า "ข้าเองก็ต้องขอโทษท่านต้าเป่ยด้วยขอรับ ที่อยู่ดีๆก็เปิดปากพูดความลับของท่านออกมาเช่นนี้ เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจข้าขอมอบสิ่งนี้แทนคำขอโทษขอรับ"
    เทียนอี้ต้องการผูกมิตรกับชายผู้นี้เอาไว้ เขาจึงไม่ลังเลที่จะกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาแล้วส่งให้กับต้าเป่ย ต้าเป่ยรับเอากล่องไม้มาด้วยความสงสัย และได้เปิดกล่องไม้ออกมาดู สิ่งที่อยู่ภายในกล่องไม้ใบนั้นถึงกับทำให้ต้าเป่ยยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น "นี่...นี่มัน...โสมคนทองแดงอายุห้าพันปี!"
    ความจริงแล้วโสมคนทองแดงอายุห้าพันปีต้นนี้เทียนอี้ได้มาจากการเดินทางผ่านเขตส่วนในสุดของป่าอสูร และเทียนอี้ยังมีสมุนไฟรวิญญาณอีกนับไม่ถ้วนที่ได้เก็บมาจากป่าอสูรตลอดการทาง ถ้าหากเทียนอี้นำมันออกมาทั้งหมดคงทำให้ทวีปตะวันออกเกิดความโกลาหลขึ้นอย่างแน่นอน เดิมทีเทียนอี้คิดที่จะนำมาขายให้กับทางหอการค้าหมื่นธาราอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะได้นำมันออดมาใช้ซื้อใจคนในสถานการณ์เช่นนี้
    ในโลกใบนี้คงไม่มีผู้ใดต้องการโสมคนทองแดงห้าพันปีต้นนี้มากกว่าไปกว่าต้าเป่ยอีกแล้ว สำหรับคนทั่วไปโสมคนทองแดงห้าพันปีต้นนี้ก็เป็นเพียงแค่สมุนไพรล้ำค่าหายากต้นหนึ่ง แต่สำหรับผู้ที่ฝึกวาชากายาทองแดงเช่นต้าเป่ยแล้วโสมคนทองแดงห้าพันปีต้นนี้มันคือของสมุนไพรวิเศษอย่างแท้จริง
    ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าโสมคนทองแดงนั้นเป็นสมุนไพรหลักที่สำคัญที่สุดในการใช้เพื่อดูดซัพไปพร้อมกับการฝึกวิชากายาทองแดง และตอนนี้ต้าเป่ยก็ได้ฝึกจนมาถึงคอขวดของขั้นนี้นานแล้วมันได้ตามหาโสมคนทองแดงอายุพันปีขึ้นไปมานานหลายปีแล้วแต่ก็ไม่เคยได้ข่าวเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มันพึ่งได้รู้จักกลับกล้ามอบโสมคนทองแดงอายุมากถึง 5,000 ปีให้มันต้นหนึ่งแทนคำขอโทษ
    เมื่อต้าเป่ยได้สติขึ้นมาเขาก็มีท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองหน้าเทียนอี้อีกครั้งแล้วส่งกล่องไม้คืนให้เทียนอี้ไปและพูดออกมาอย่างเสียดายว่า "จริงอยู่ที่ข้าต้องการใช้โสมคนทองแดงอายุพันปี แต่ว่าสิ่งนี้มีค่ามากเกินไปข้าคงรับเอาไว้ไม่ได้จริงๆ"
    แต่มีหรือที่เทียนอี้จะรับโสมคนทองแดงตนนั้นกลับคืน เทียนอี้พลักกล่องไม้คืนกลับไปและกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่จางจูฮวาที่มองเหตุการณ์อยู่ด้านข้างอยู่ตลอดก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า "ในเมื่อนายน้อยของพวกเรามอบให้ท่านแล้วท่านก็จงรับมันไปเถอะ" เทียนอี้ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของจูฮวา
    เมื่อต้าเป่ยเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรเทียนอี้ก็คงไม่ยอมรับโสมคนทองแดงห้าพันปีกลับคืนไปเป็นแน่มันจึงเก็บกล่องไม้ลงไปในแหวนมิติก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปและเต็มไปด้วยความนับถือว่า "นับว่าครั้งนี้ข้าต้าเป่ยติดหนี้บุญอันใหญ่หลวงของคุณนายน้อยเทียนอี้ครั้งหนึ่งถ้ามีสิ่งไดให้ข้าสามารถช่วยเหลือได้ของเพียงท่านเอ่ยปากข้าทำตามโดยไม่ปริบปากเลยแม้แต่น้อย"
    "ถ้าท่านว่าเช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่าก็แล้วกัน" เทียนอี้ตอบกลับไปพร้อมส่ายหัวด้วยความจนใจ ดูเหมือนบางครั้งนิสัยจริงใจตรงไปตรงมาก็มักจะสร้างความหนักใจให้เขาเช่นกัน
    "เช่นนั้นขอเชิญทุกท่านขึ้นไปพูดคุยกันบนห้องรับรองก่อนเป็นเช่นไร" สิ้นเสียงของจางจูฮวานางก็เดินเข้ามากอดแขนของเทียนอี้แล้วเดินลากเทียนอี้เข้าไปในหอการค้าทันที ด้วยหน้าอกอันใหญ่โตและเต่งตึงของจูฮวาทำให้หน้าอกคู่นั้นสัมผัสถูกแขนของเทียนอี้เป็นครั้งคราว ทำให้เทียนอี้รู้สึกเพลิดเพลินไม่น้อย
    ก่อนที่ซุยหงและเหม่ยลี่จะเดินตามเข้าไป แล้วปิดท้ายด้วยต้าเป่ยเป็นคนสุดท้าย เมื่อเห็นว่าสาวสวยมากอดแขนของเทียนอี้อย่าแนบชิด เหม่ยลี่ก็รู้สึกไม่สบอารมขึ้นมาเล็กน้อยเดินกระทืบเท้าตามเทียนอี้เข้าไปติดๆ ทำให้ซุยหงออดหัวที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

    (*จูฮวา = จู-ฮะ-วา = ดอกเบญจมาศ)หายไป 2-3 วันต้องขออภัยด้วยครับ มาช้าแต่มาน่ะไม่หายแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440