บทที่ 12 ใจปลอม ๆ
“ลั่วฝาน ฉันขอโทษนะ ตอนนั้นฉันไม่มีทางอื่นแล้ว” ไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับทักษะการแสดงของเหยียนซีเลย หลังจากพูดไปสองสามคำ เธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความคับข้องใจ
ไป๋ลั่วฝานขมวดคิ้วและถามอย่างเคร่งขรึม “แล้วพี่เซี่ยเป็อะไร? ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากเธอ หล่อนจะกล้าดีมาต่อต้านฉันได้ยังไง?”
“ลั่วฝาน คุณยังสงสัยฉันอยู่อีกเหรอ? ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ฉันก็จะไปจากที่นี่เอง!”
เหยียนซีกัดริมฝีปากแน่น หันหน้าหนีด้วยความเ็ป และเตรียมจะออกจากบริษัท
แต่ถ้าเธอไปแล้ว ใครจะคอยเก็บกวาดให้เจียงอวี้เิล่ะ? แล้วใครจะมาเป็แพะรับบาป?
ทันทีที่เหยียนซี้าจะไป ไป๋ลั่วฝานก็รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดเธอ สีหน้าของเขาดูจริงจังมาก "ผมไม่ได้ไม่เชื่อคุณนะ! ผมแค่กังวลเกินไปเท่านั้นแหละ! ตอนนี้ผม้าความช่วยเหลือจากคุณมาก คุณจะช่วยผมใช่ไหม?"
“ฉันจะช่วยคุณได้ยังไงคะ?” เหยียนซีมองไป๋ลั่วฝานทั้งน้ำตา และถามหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“อันที่จริง เื่นี้ง่ายมาก” ไป๋ลั่วฝานคว้าแขนของเธอไว้ “คุณแค่ต้องอธิบายให้นักลงทุนและทีมผู้กำกับฟังว่าคุณเป็คนสร้างเื่ทุกอย่างขึ้นเพื่อการกลับมาของคุณ แล้วปัญหาทั้งหมดนี้ก็จะถูกแก้ ง่ายจะตาย!"
"...จริงเหรอ?" เหยียนซียิ้มอย่างฉุนเฉียว เธอรู้ดีว่าเมื่อใดที่เธอก้าวไปข้างหน้า หอกปลายแหลมจะพุ่งมาที่เธอและชื่อเสียงของเจียงอวี้เิจะถูกชำระล้างจนสะอาด
ไป๋ลั่วฝานกลัวว่าเธอจะจับจุดอะไรได้ เขาจึงยืนอยู่ตรงหน้าเธอและเอ่ยสาบาน
"เหยียนซี ทั้งหมดนี้คืออนาคตของเรา หากบริษัทไม่พัฒนาให้ดีขึ้น ผมจะมีหน้าไปบ้านตระกูลเหยียนได้ยังไง? ไม่ต้องห่วงนะ รอให้เื่นี้ผ่านพ้นไปก่อน ผมจะแต่งงานกับคุณทันที!”
มันเป็ภาพที่ไร้สาระมาก ทำไมก่อนหน้านั้นเธอถึงโง่พอที่จะตาบอดด้วยคำพูดแบบนี้นะ
เหยียนซีพยักหน้าช้า ๆ "ก็ได้ค่ะ แต่นี่เป็ครั้งสุดท้ายนะ"
“ตกลง ผมจะส่งคนไปเตรียมการทันที คุณแค่พักอยู่ที่นี่และอย่าไปไหนนะ” ไป๋ลั่วฝานสั่งสองสามคำ แล้วรีบออกไปพร้อมกับผู้ช่วยของเขาทันที
ในห้องสำนักงานที่กว้างขวาง เหยียนซีหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาอย่างสง่างาม หลังจากเช็ดน้ำตาออกไป คนขับรถก็ผลักประตูเข้ามา "คุณเหยียนซีครับ คุณฝานขอให้ผมพาคุณไปพักผ่อนที่โรงแรม แล้วเขาจะไปหาคุณหลังจากที่เขาทำธุระเสร็จครับ”
"งั้นเหรอ?"
เขาต้องรีบบอกเจียงอวี้เิถึงแผนการล่าสุดอยู่แน่
“ไม่เป็ไรค่ะ เขาคงยุ่งอยู่ เดี๋ยวฉันไปเอง...”
เหยียนซียังไม่ทันพูดจบประโยค คนขับก็ขัดจังหวะเธอ "คุณฝานหมายความว่าผมจะต้องพาคุณไปที่โรงแรมครับ"
เมื่อได้ยินแบบนี้ เหยียนซีก็เข้าใจทันที ไป๋ลั่วฝานกำลังมองหาใครสักคนที่จะคอยเฝ้าดูเธอ
แต่เธอได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่สำคัญหรอกว่าไป๋ลั่วฝานจะส่งคนมาดูหรือไม่ เพราะเธอจะไม่มีวันยอมประนีประนอมกับพวกเขาอีกต่อไป นับประสาอะไรกับการโทษคนพวกนี้!
“โอเคค่ะ ฉันจะไปรอที่โรงแรม”
เพื่อระงับอารมณ์ในดวงตาของเธอ เหยียนซีกำกระเป๋าแน่น แสร้งทำเป็ว่าเชื่อฟัง และเดินตามคนขับออกจากฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์
ที่ท้ายรถของพวกเขา คนของเจียงโม่เฉินขับรถตามหลังอยู่ ประธานหนุ่มแห่งต้าฮวาสามารถปล่อยให้เหยียนซีจัดการเองได้ แต่ก็ต้องมั่นใจในความปลอดภัยของเธอ
เหยียนซีมองไปที่กระจกหลังของคนขับหลายครั้ง ทั้งยังเปิดหน้าต่างและมองย้อนกลับไป
เธอรู้จักป้ายทะเบียนรถนั่นว่ามันเป็ของใคร ริมฝีปากของเธอกระตุกเล็กน้อย การเลือกของเธอทำให้เธอรู้สึกสบายใจจริง ๆ
เหยียนซีเดินเข้าไปในโรงแรม จากนั้นก็เดินเข้าไปในลิฟต์ภายใต้การจับตามองของคนขับ แต่แล้วพี่เซี่ยก็เดินเข้ามาพร้อมหมวกและรีบปิดประตูลิฟต์ เธอถอดหมวกออก แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ไป๋ลั่วฝานควรหาคนมาดูเธอเพิ่มอีกสักสองสามคนนะ"
“พี่เซี่ย!” เมื่อเห็นว่าเป็ใคร เหยียนซีก็ทั้งซาบซึ้งและเอ่ยขอโทษ “พี่ต้องมาทนทุกข์กับฉันแล้ว”
“อย่าเว่อร์น่า แล้วเราจะทำยังไงต่อ? ดูเหมือนว่าไป๋ลั่วฝานจะไม่ยอมให้เธอเคลื่อนไหวอย่างอิสระเลยนะ” พี่เซี่ยวิเคราะห์
“ไม่เป็ไร ฉันมีพี่เซี่ยไงที่ช่วยฉัน และฉันจะให้พวกเขาต้องชดใช้อย่างงามแน่นอน”
เมื่อเหยียนซีนึกถึงเจียงโม่เฉิน เธอก็มีรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว
เห็นสีหน้าของเธอเป็เช่นนี้ พี่เซี่ยก็เอียงศีรษะและถามว่า “รอยยิ้มของเธอแปลกมาก มีคนอื่นคอยช่วยเธออีกหรือเปล่าเนี่ย?!”