เื่ ผู้กลับมาจากต่างโลกกับเกมมรณะ
บทที่ 4 ผู้กลับมาจากต่างโลก
ตอนที่ 3
(่เวลาเดียวกันจากบทที่3 ตอนที่3 ก่อนเกิดการต่อสู้ที่สวนสาธารณะ)
.
" น่าจะไม่มีใครมาเพิ่มแล้ว ไม่พูดตอนนี้พวกเขาอาจจะกลับก่อน "
กลุ่มต่อต้านองค์กร Exorcist
.
" ขอบคุณที่ทุกคนมารวมตัวกันในวันนี้ พวกเราอยากจะ........... "
กลุ่มต่อต้านองค์กร Exorcist คนหนึ่งลอยตัวขึ้นไปในอากาศก่อนจะเริ่มพูด
.
การเรียกตัวในครั้งนี้ก็เพื่อขอความเห็นว่าจะทำยังไงกันต่อสำหรับกลุ่มต่อต้าน
พวกเขาเป็กลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวกัน เพราะมีความเห็นแบบเดียวกัน
คือไม่อยากอยู่ใต้อำนาจขององค์กร Exorcist ในกลุ่มนี้แบ่งคนเป็สองกลุ่มใหญ่
กลุ่มแรกที่มีความคิดหัวรุนแรงที่อยากจะใช้พลังได้อย่างอิสระ
กลุ่มที่สองอยากจะเจรจาหาข้อตกลงกับองค์กร Exorcist
การพูดคุยใน่แรกเป็ไปอย่างปกติ มีคนมาเสนอสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองคิดอยู่
จนกระทั่งการพูดคุยเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และความเห็นก็เริ่มไม่ลงรอยกัน
.
" ในเมื่อพวกเราอยากจะเป็อิสระจากพวกองค์กร Exorcist ทำไมพวกเราต้องฟังไอ้พวกนี้ด้วย"
กลุ่มหัวรุนแรงพูดขึ้นก่อนจะออกจากการประชุมไป
.
" ถ้าไอ้พวกนั้นไปก่อปัญหา พวกเราจะซวยไปด้วยนะ พวกเราเองก็ขอไม่เกี่ยวข้องกับเ้าพวกนั้น"
กลุ่มที่สองพยายามพูดคุยแต่ก็ไม่เป็ผล
.
กลุ่มหัวรุนแรงได้ออกไปตั้งกลุ่มใหม่โดยยังใช้ชื่อเดิมว่ากลุ่มต่อต้าน
ส่วนกลุ่มที่สองก็แยกตัวออกมาโดยยังไม่ได้ตั้งกลุ่มใหม่ของตัวเอง
.
(่เวลาเดียวกันจากบทที่3 ตอนที่3 หลังเกิดการต่อสู้ที่สวนสาธารณะ)
.
กลุ่มต่อต้านหัวรุนแรงได้เห็นภาพที่องค์กร Exorcist พยายามต่อสู้กับเงาสีดำบางอย่าง
ภาพที่พวกเขาเห็นคือพนักงานของ Exorcist จำนวนมากพยายามจับกุมเงาสีดำ
แต่ก็ไม่สามารถจับกุมเงาสีดำนั้นได้
.
" ไอ้พวกนี้ก็ไม่ได้เก่งขนาดที่พวกเราจะสู้ไม่ได้ "
กลุ่มหัวรุนแรงกำลังนั่งดูภาพเหตุการณ์การต่อสู้ที่พวกเขาไปขโมยมา
.
ภาพของที่เกิดเหตุถูกองค์กร Exorcist ปิดบังเอาไว้ หนึ่งในกลุ่มหัวรุนแรงได้แอบขโมยมาให้คนในกลุ่ม
เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงคนหนึ่งก่อเหตุปล้นธนาคารและการสร้างความเสียหายไปทั่ว
หลังจากเหตุการณ์ปล้นธนาคารทำให้องค์กร Exorcist เริ่มพูดคุยกับรัฐบาล
และได้ยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในการจับกุมผู้กลับมาจากต่างโลกที่ทำผิดกฎ
.
(่เวลาเดียวกันจากบทที่3 ตอนที่4-5 เหตุการณ์ที่ฮาวล์โจมตีแร็กน่าในพื้นที่สาธารณะ)
.
ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นทุกเปิดเผยเพราะตำรวจเป็คนเข้ามาดูแลใน่แรก
ก่อนที่องค์กร Exorcist จะเข้ามาดูแลต่อโดยใช้อำนาจของรัฐบาลที่สูงกว่า
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนธรรมดาและผู้กลับมาจากต่างโลกสงสัยในอำนาจขององค์กร Exorcist ที่มากเกินไป
โดยเฉพาะหลังจากรู้ว่าฮาวล์คือคนขององค์กร Exorcist ที่มาทำร้ายร่างกายคนทั่วไป
และเหตุการณ์นี้ก็เลวร้ายขึ้นไปอีกหลังจากทางรัฐบาลได้ให้อำนาจกับองค์กร Exorcist ให้ใช้ความรุนแรงได้
รวมถึงการออกกฎให้นักเดินทางจากต่างโลกต้องทำตามอย่างเข้มงวด
สร้างความไม่พอใจอย่างมากกับนักเดินทางจากต่างโลก
.
(่เวลาเดียวกันจากบทที่3 ตอนที่5 เหตุการณ์ที่อัลทาราจัดการกับคนของท่านบิชอป)
.
ภาพของอัลทารากำลังต่อสู้กับคนของท่านบิชอปก่อนจะแบกร่างของพวกนั้นไปโยนทิ้งหน้าสำนักงาน
แม้ว่ากลุ่มต่อต้านจะไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่สิ่งที่เห็นก็ยิ่งตอกย้ำว่าคนขององค์กร Exorcist ไม่ได้มีฝีมือมากขนาดนั้น
กลุ่มต่อต้านกลุ่มที่สองที่แยกตัวออกมาเพราะไม่สนับสนุนความรุนแรงก็ได้เริ่มการประท้วงในพื้นที่
โดยมีผู้กลับมาจากต่างโลกรวมถึงคนธรรมดาเข้ามาประท้วงองค์กร Exorcist ที่มีอำนาจมากเกินไป
พวกเขาได้กดดันรัฐบาลโดยปิดถนนสายหลักทำให้เมืองทั้งเมืองเป็อัมพาต
การประท้วง่แรกยังไม่แสดงผลอะไรออกมาที่ชัดเจนและรัฐบาลยังพอที่จะรับผลกระทบได้อยู่
.
(่เวลาเดียวกันจากบทที่3 ตอนที่6 เหตุการณ์วุ่นวายในการประท้วง)
.
การประท้วงเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะทางรัฐบาลไม่ยอมรับข้อเสนอของผู้ประท้วง
การประท้วงครั้งที่สองสร้างแรงกดดันอย่างมาก เพราะมีผู้คนเข้าร่วมมากขึ้นอยากเห็นได้ชัด
ทางรัฐบาลต้องยอมรับฟังข้อเสนอของผู้ประท้วงและตกลงที่จะไม่เพิ่มอำนาจให้กับองค์กร Exorcist อีกต่อไป
การประท้วงไม่ได้ราบรื่นนักเพราะมีกลุ่มต่อต้านหัวรุนแรงปะปนเข้ามาก่อความวุ่นวายในกลุ่มผู้ประท้วง
แต่คนของท่านบิชอปก็สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเข้ามาหยุดเหตุการณ์ก่อนที่เื่ร้ายแรงจะเกิดขึ้น
พวกเขาจับกลุ่มหัวรุนแรงได้หลายคนและถูกส่งไปยังสำนักงานของท่านบิชอป
ภาพความวุ่นวายทำให้รัฐบาลตอบตกลงข้อเสนอของผู้ประท้วงที่จะลดอำนาจขององค์กร Exorcist ในทันที
.
" พวกนายไม่ได้เข้าไปยุ่งที่การประท้วงใช่ไหม? "
เมอร์ลินโทรหาอาเธอร์
.
" ฉันกับเทเรซาไม่ได้ไป เพราะพวกองค์กร Exorcist เรียกพวกเราไปรายงานตัวนะสิ "
อาเธอร์ตอบกลับ
.
" ตอนแรกพวกนายจะไปเหรอ? "
เมอร์ลินถาม
.
" ไม่อยู่แล้ว "
อาเธอร์ตอบกลับ
.
อาเธอร์อยู่กับเทเรซาใน่วันหยุดก่อนที่ทั้งสองจะถูกเรียกโดยองค์กร Exorcist
ให้ไปรายงานตัวที่สำนักงานของท่านบิชอป
.
" นายอาจจะโดนเรียกต่อจากพวกเรา ระวังตัวด้วยแล้วกัน "
อาเธอร์พูดเตือนเมอร์ลินก่อนจะวางสายไป
.
" พวกเขาว่ายังบ้าง? "
นิมูถามกับเมอร์ลิน
.
" อาเธอร์เตือนว่าฉันอาจจะโดนเรียกไปรายงานตัว "
เมอร์ลินตอบกลับนิมู
.
ทั้งสองออกมาที่ห้องสมุดเพราะการเรียนของเมอร์ลินยังตามเพื่อนไม่ทันเพราะพึ่งกลับมาจากต่างโลกยังไม่ถึงเดือน
นิมูรับหน้าที่ติวหนังสือให้กับเมอร์ลิน ระหว่างเรียนก็คุยกันเื่การประท้วงของผู้กลับมาจากต่างโลก
ในตอนนั้นเองก็มีข้อความมาจากองค์กร Exorcist เข้ามาในมือถือของเมอร์ลิน
เป็คำสั่งเรียกตัวไปรายงานตามที่อาเธอร์บอกเมอร์ลินเอาไว้ก่อนหน้านี้
.
" ระวังตัวด้วยล่ะ "
นิมูพูดกับเมอร์ลินหลังจากรู้ว่าเมอร์ลินต้องไปแล้ว
.
เมอร์ลินเดินออกจากห้องสมุดและเดินทางไปยังสำนักงานของท่านบิชอป
พนักงานในสำนักงานพาเมอร์ลินเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวเพื่อนตอบคำถาม
คำถามส่วนใหญ่จะถามเกี่ยวกับความรู้สึกหลังจากกลับมาจากต่างโลกครบ 1 เดือน
เมอร์ลินก็ไม่ได้มีปัญหาที่จะตอบคำถามพวกนั้นจนกระทั่งคำถามเปลี่ยนเป็คำถามเกี่ยวกับสกิลของเขา
.
" เื่นี้สำคัญยังไงครับ? "
เมอร์ลินถามกับพนักงาน
.
" ถ้าไม่สบายใจไม่จำเป็ต้องทำก็ได้ "
พนักงานตอบกลับ
.
องค์กร Exorcist ไม่ได้บังคับให้ผู้กลับมาจากต่างโลกตอบคำถามเกี่ยวกับสกิลของพวกเขา
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้กลับมาจากต่างโลกที่จะบอกความสามารถและจำนวนของสกิล
ถ้าผู้กลับมาจากต่างโลกยอมบอกความสามารถและจำนวนของสกิล พวกเขาไม่จำเป็ต้องมารายงานตัวอีกเลย
ถ้าไม่บอก พวกเขาก็ต้องมารายงานตัวอยู่เรื่อยๆ เพื่อยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ไปสร้างปัญหาอะไร
.
" การที่ไม่ต้องมารายงานตัวอีก ก็มีเงื่อนไขอีกสินะครับ ช่วยบอกได้ไหมครับ? "
เมอร์ลินถามกับพนักงานหลังจากฟังเงื่อนไขต่างๆ
.
" ใช่แล้ว ฉลาดดีที่รู้ทัน ถ้าสกิลของเธอไม่เป็อันตรายก็ไม่ต้องมารายงานตัวอีก "
พนักงานอธิบายต่อ
.
หากผู้กลับมาจากต่างโลกมีสกิลและจำนวนที่ไม่เป็อันตรายต่อสาธารณะ พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องมารายงานตัวอีก
แต่ถ้าผู้กลับมาจากต่างโลกมีสกิลที่เป็อันตราย พวกเขาจำเป็ต้องใส่เครื่องระบุตำแหน่งและเครื่องตรวจจับพลัง
หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็ต้องมารายงานตัวอีก
.
" ถ้าผมบอกความสามารถของสกิลไป มันจะเป็ความลับใช่ไหมครับ? "
เมอร์ลินถามเกี่ยวกับความเป็ส่วนตัวและการเป็ความลับ
.
" ใช่ พวกเราจะไม่เอาความสามารถของเธอไปป่าวประกาศและมันจะเป็ความลับ "
พนักงานยืนยันในการเก็บความลับขององค์กร
.
" ....................ผมจะบอกความสามารถของผมก็ได้ "
เมอร์ลินตัดสินใจอยู่สักพักก่อนจะยอมเปิดเผยความสามารถของสกิลของเขา
.
" เขียนลงบนกระดาษอันนี้และใส่ซองเอาไว้ รอจนกว่าผู้ตรวจสอบจะมา "
พนักงานเดินไปหยิบซองเอกสารมาให้เมอร์ลินเขียนความสามารถของสกิลก่อนจะเดินออกจากห้องไป
.
" กระดาษนี้มีพลังเวทย์อยู่ "
เมอร์ลินหยิบกระดาษขึ้นมาดู
.
เมอร์ลินเป็จอมเวทย์สายรักษาใน่ที่อยู่ต่างโลก ทำให้เขาได้ศึกษาเวทย์ต่างๆ เมื่ออยู่ต่างโลก
เสริมกับสกิลที่เมอร์ลินมีทำให้เขาสามารถเรียนรู้เวทย์ต่างๆ ได้เยอะพอสมควร
เมอร์ลินเข้าใจเวทย์ที่อยู่กระดาษได้อย่างไม่ยากเย็น มันคือเวทย์ตรวจจับคำโกหก
.
" เขียนเสร็จแล้วสินะ เอามาดูสิ...................นายมีของดีเลยนะ แต่ก็ดูแล้วไม่มีอันตรายนะ "
ผู้ตรวจสอบเข้ามาในห้องหลังจากเมอร์ลินเขียนความสามารถของสกิลตัวเองเสร็จ
.
หลังจากคุยกับเมอร์ลิน ผู้ตรวจสอบก็ออกจากห้องสักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาคุยกับเมอร์ลิน
.
" เธอไปได้แล้วและนี้คือบัตรประจำตัวอันใหม่ บ่งบอกว่าเธอผ่านการประเมิน "
ผู้ตรวจสอบมาบอกกับเมอร์ลินว่าเขาไม่จำเป็ต้องมารายงานเป็ประจำอีกแล้ว
.
" ได้ผลเหรอ? เราไม่ได้โกหก แค่เขียนไม่หมดก็ได้สินะ "
เมอร์ลินถอนหายใจอย่างหนักหลังออกมาจากสำนักงาน
.
เมอร์ลินเขียนความสามารถของสกิลทั้งหมดของเขาลงไปในกระดาษ
สกิลของเมอร์ลินมีทั้งหมด 3 สกิล
.
สกิลที่ 1 Healer Mage
ผู้ถือครองสกิลสามารถรักษาสิ่งต่างๆ ได้ตาม้า
ตราบใดที่เป้าหมายยังมีชีวิตและได้รับการรักษาจากสกิลนี้
สกิลนี้จะป้องกันไม่ให้เป้าหมายตายจากสิ่งต่างๆ
.
สกิลที่ 2 Defender Mage
ผู้ถือครองสกิลสามารถสร้างบาเรียที่มีรูปร่างตาม้า
สิ่งที่ภายในสกิลนี้จะถูกป้องกันอย่างสมบูรณ์
และไม่ได้รับผลกระทบจากโลกภายนอก
.
สกิลที่ 3 Wisdom Mage
ผู้ถือครองสกิลสามารถเรียนรู้เวทย์เพิ่มเติม (ได้อย่างไม่จำกัด)
(ที่อยู่ในวงเล็บคือสิ่งที่เมอร์ลินไม่ได้เขียนลงไป)
.
เมอร์ลินเขียนความสามารถของสกิลที่ 3 ไปไม่หมด
และผู้ตรวจสอบก็ไม่ได้สงสัยเพราะไม่เคยมีรายละเอียดของสกิลนี้อยู่ในระบบขององค์กร
พวกเขาคิดว่าสกิลที่ 3 ของเมอร์ลินมีข้อจำกัด
.
___________________________จบตอน_______________________________