“ถึงจะขายได้ไม่หมดแต่ก็ยังได้มาหลายผลึก” เย่ซีคิดในใจ
พอเขาเอาเนื้อก้อนโตออกมาชายหน้าบากถึงกับใเข่าแทบทรุดเขาขอเวลาชั่วครู่ก่อนจะไปตามเ้าของภัตตาคารพงส์เพลิงเข้ามาหลังจากเจรจากันอยู่นาน ทางภัตตาคารก็ให้บัตรทองกับเย่ซีบัตรนี้มีประโยชน์คือจะได้รับส่วนลดทุกเมนูในร้านครึ่งหนึ่งจองห้องส่วนตัวได้ในทันที สุดท้ายเพราะเนื้อที่เย่ซีมีนั้นจำนวนมันมากเกินไปเขายังมีก้อนใหญ่อีกเกือบยี่สิบก้อน ภัตตาคารซื้อในทีเดียวไม่ไหว
ที่จำนวนมากขนาดนี้ก็เพราะเ้าสิงโตั์ที่เขาจัดการไปในตอนแรกมันจำกัดขนาดตัวของมันลงเพื่อความสะดวกในการไล่ล่าเ้าปลาปากเสียแต่พอมันตายไปร่างมันก็คืนสู่ขนาดที่แท้จริงเกือบเท่ากับเนินเขาเล็กๆลูกหนึ่งได้เลย
ทางภัตตาคารจึงทำสัญญาซื้อขายเป็รายสัปดาห์แทนโดยจะรับซื้อที่สัปดาห์ละหนึ่งก้อนใหญ่แทน รวมๆแล้วชายหนุ่มได้เงินมาเจ็ดหมื่นผลึก
“รวย รวย รวย เสียดายก็แต่พวกเขี้ยว เล็บ หนัง ทางภัตตาคารไม่รับซื้อ”
“นายท่านลองไปที่ตลาดกลางไหมขอรับข้าได้ยินคนพูดกันว่าที่นั่นมีผู้คนวางขายของกันทุกประเภทเลย” ฟิชส่งเสียงมาแนะนำ
“ไปกันเลย!” ชายหนุ่มเข็นรถตรงไปตลาดกลางทันทีจะว่าตรงไปก็ไม่ถูก เขาอาศัยถามทางคนที่เดินผ่านไปมาเรื่อยๆจนไปถึงจุดหมายแทน
ตลาดกลางเต็มไปด้วยผู้ฝึกตนมากมายแต่ก็มีบางส่วนที่เป็ชาวเมืองธรรมดา บางคนก็ปูผ้าขายกับพื้นบางคนตั้งร้านขึ้นมาลวกๆ บางคนก็มีรถเข็นมาจอดขาย บางคนก็หอบตะกร้าเดินขายไปมาสินค้ามีอยู่ทุกอย่าง ของกิน ของใช้ ยา อาวุธ ของวิเศษ เคล็ดวิชา หินของที่ระบุไม่ได้ แน่นอนว่าทุกอย่างมีทั้งของจริง และ ของปลอมไม่มีใครมารับผิดชอบให้ทั้งนั้นถ้าซื้อของปลอมไป
“มาซื้อหรือขาย” ชายในชุดหนังกล่าวถามออกมาเมื่อเห็นเย่ซีกำลังจะเดินผ่านประตูซุ้มเข้าตลาดไป
“ข้ามาขายสินค้า” ชายหนุ่มกล่าวตอบ
“10เหรียญเงินต่อหนึ่งวัน ถ้าใช้รถเข็นตั้งร้านด้วยก็เพิ่มอีก5เหรียญเงิน” นี่เป็เื่ปกติในการเก็บค่าเช่าที่ของตลาดแห่งนี้เป็การเก็บเงินเพื่อเข้าราชวงศ์
ลองคิดดูว่าตลาดแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างใหญ่นักกินเนื้อที่ไปเกือบหนึ่งในสามของเขตยี่หลงผู้คนเดินซื้อขายกันไม่ต่ำกว่าหลักแสนคนต่อวันค่าเช่าที่หนึ่งวันจะได้เงินเท่าไหร่ อาณาจักรแห่งนี้มีถึงแปดเขตทุกเขตก็จะมีตลาดกลางทั้งหมด
“นี่เงิน ข้ามาทดลองขายก่อนหนึ่งวัน”ชายหนุ่มยื่นเงินให้ไปคราวนี้เขาไม่ลืมที่จะแลกเหรียญต่างๆที่จำเป็ต้องใช้มาก่อนแล้วเขาแลกไปเกือบหนึ่งพันผลึก
“เขียนชื่อร้านลงไป แล้วพกติดตัวไว้ ยามมีทหารเดินตรวจสอบก็ยื่นให้ดู” ชายในชุดหนังยื่นแผ่นไม้ให้ ชายหนุ่มก็รับไปเขียนชื่อร้านเซียนรับจ้างแล้วห้อยติดข้างรถเข็นก่อนจะเดินเข้าไป
ภายในมีพื้นที่กว้างขวางคนเดินพร้อมกันได้นับห้าคน ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยร้านรวงเต็มไปหมดทุกคนพากันขายของอย่างเต็มที่ บ้างก็จริง บ้างก็หลอก ถูกแพงปนกันไป
[ส่งมอบภารกิจ...คนช่างสังเกต]
จะเป็เซียนต้องมีสายตาที่แหลมคมสังเกตสิ่งต่างๆได้ทะลุปรุโปร่งจงหาสิ่งของล้ำค่าระดับจักรพรรดิเป็ต้นไปในตลาดแห่งนี้ให้ได้สามชิ้นไม่จำกัดประเภท
ระยะเวลา: หนึ่งวัน
รางวัล: ระบบตรวจจับสิ่งล้ำค่าในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร
“…”
“แล้วจะได้ขายของไหม?”ชายหนุ่มอดเซ็งกับภารกิจที่ระบบให้มาไม่ได้
ตลาดนี้มีร้านเกือบแสนแห่งสิ้นค้าแต่ละร้านไม่ต่ำกว่าร้อยชิ้น ให้สุ่มหาของระดับจักรพรรดิ? มันจะบ้ารึไง!
ครึ่งหลัง
“สกิลตรวจสอบของโฮสสามารถอัพเกรดได้ โปรดตรวจสอบในร้านค้า” เสียงระบบดังขึ้น
“ไหน ขอดูหน่อยสิ” เย่ซีเรียกร้านค้าขึ้นมาตรวจสอบดู
อัพเกรด
1.ระบบตรวจสอบ
ความสามารถ:สามารถตรวจสอบทุกสิ่งในรัศมีหนึ่งเมตรรอบตัวได้ตลอดเวลา สามารถเปิด-ปิดความสามารถได้ตาม้าตั้งค่าสิ่งที่้าตรวจสอบได้อย่างละเอียด
ราคา : 50,000 ผลึก
*อาจทำให้ผู้ใช้เกิดความรำคาญจากปริมาณข้อมูลของสิ่งต่างๆที่ตรวจสอบได้
“เออๆ ซื้อก็ซื้อ แพงจริง”ชายหนุ่มกัดฟันแล้วกดซื้อมาทันที
“อัพเกรดเสร็จสิ้น ระบบตรวจสอบV.2” เสียงระบบดังขึ้น
“เปิดใช้งานระบบตรวจสอบ” ชายหนุ่มเรียกใช้ทันทีเขาลืมคำเตือนที่มี*ไว้ซะสนิท
“โอ๊ย รำคาญโว้ยย” เพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่ถึงห้าวินาทีเขาก็ปิดระบบตรวจสอบทันที เพราะมีข้อความเด้งขึ้นมาจากทุกทิศทางไม่หยุดไม่ว่าจะเป็ข้อมูลของอิฐ พลังธาตุในอากาศ จุลินทรีย์ แบคทีเรีย ปริมาณปราณที่ไหลเวียนอยู่ในทุกจุดข้อมูลผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างละเอียด ข้อมูลสิ่งของที่ถูกวางเอาไว้ทุกชิ้นั้แ่ประวัติการสร้าง คุณสมบัติ มันมากจนน่ารำคาญจริงๆ
“ตั้งค่า คัดกรองเฉพาะ สมบัติ ของล้ำค่า ของมีค่า อย่างอื่นไม่ต้องแสดง!” หลังได้บทเรียนเขาจึงตั้งค่าให้ละเอียดก่อนจะเรียกใช้งานระบบตรวจสอบV.2 อีกครั้ง
ชายหนุ่มเดินเข็นรถสำรวจไปทั่วของส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับต่ำ บางชิ้นก็เป็ของปลอมที่ทำขึ้นมาบ้างก็เสียหายแล้วเอามาย้อมแมวขาย ไม่มีสักอันที่เป็ของระดับสูงแต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ
จนได้มาพบเข้ากับร้านของชายแก่ท่าทางเหมือนยาจกคนหนึ่งเป็ร้านที่อยู่มุมๆไม่ค่อยจะมีผู้คนเดินผ่านมากนักชายแก่วางสินค้าบนผ้าเก่าๆที่มีรอยปะเย็บอยู่เต็มไปหมดของที่ขายก็มีอยู่ไม่ถึงสิบชิ้น มีหนังสือสามเล่ม หินสองก้อน จานเก่าๆหนึ่งใบช้อนส้อมหนึ่งคู่ เท่านั้น ของเกือบทุกชิ้นเป็แค่ของไม่มีค่าทั่วไปถึงจะดูมีลวดลายและอายุที่มาก แต่ก็ไม่ได้มีค่าอันใดสำหรับผู้ฝึกปราณ
“เจอสักที!” ระบบแจ้งเตือนชี้ให้เห็นว่าหินสองก้อนที่ดูไม่มีค่าอะไรคือสมบัติที่มีค่าอย่างยิ่งถ้าดูภายนอกก็เหมือนหินแม่น้ำทั่วไป ดูดำด้านไม่มีค่าอันใด
ั์ตาัเก้าเคราะห์
ระดับ: เซียน
ความสามารถ: ยังไม่ปรากฏ(ถูกผนึก)
“ท่านลุง หินสองก้อนนี้ราคาเท่าใด ”เย่ซีชี้ไปยังหินสองก้อนที่วางเอาไว้แล้วกล่าวถามออกมา
“อา พ่อหนุ่มตาถึงจริงๆ หินสองก้อนนี้เป็สมบัติตกทอดมาของบ้านข้าเลยนะถ้าเ้าสนใจข้าขายให้อันละร้อยเหรียญทองก็พอ”ชายแก่ยิ้มออกมาเผยให้เห็นปากที่มีฟันเหลือไม่กี่ซี่ของเขา
“แล้วทำไมท่านถึงเอาของที่เป็สมบัติตกทอดมาขายแบบนี้ล่ะ?” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย
“ครอบครัวข้ายากจน ลูกชายกับสะใภ้ข้าก็เพิ่งตายไปเหลือแค่ตัวหลานสาวให้เลี้ยงดู ทุกวันก็ได้แต่อดๆอยากๆ บางวันก็ไร้ซึ่งข้าวกินชีวิตข้าต่อให้ตายไปข้าก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่ข้าอยากให้หลานสาวข้าได้สุขสบายนางเพิ่งจะอายุแค่สิบขวบเท่านั้นเอง”ชายแก่เล่าเื่ราวพร้อมน้ำตาที่คลอบนใบหน้า
ชายแก่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมบรรพบุรุษของเขาถึงบอกให้เก็บรักษาหินสองก้อนนี้อย่างดีหินสองก้อนนี้ตกทอดมาหลายสิบรุ่นแล้วพ่อของชายแก่เล่าว่าบรรพบุรุษของตระกูลเขาได้รับสิ่งนี้มาจากเทพเซียนองค์หนึ่งแต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ไม่อาจคำตอบได้ว่ามันคืออะไร ถึงขนาดไปหาตรวจสมบัติหรือจ้างผู้เก่งกาจมาตรวจสอบก็ไม่พบอันใดนอกจากเป็หินที่แข็งอย่างมากก้อนหนึ่งเพราะไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายมันลงได้เลยไม่ว่าจะเป็อาวุธหรือเคล็ดวิชาใดๆ
“ข้าซื้อเอง รวมถึงของทุกอย่างในร้านท่านด้วยท่านจะได้กลับบ้านไปดูแลหลานสาวของท่านแทนที่จะมานั่งลำบากขายของ” เย่ซีกล่าวออกมา
แต่ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบหินสองก้อนนั้นก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาซะก่อน
“หยุด! ถอยออกไปซะ หินสองก้อนนั้นเป็ของข้า!”