ตอนที่ 1 มูนี่ย์ (1)
มูนี่ย์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือแวบหนึ่ง นักเรียนสมัยนี้นับวันยิ่งี้เี แค่มาสายก็ปาไปอย่างต่ำสิบกว่าคนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อำนวยการย้ำนักย้ำหนาว่า นักเรียนพวกนี้ล้วนเป็ผู้มีพระคุณยิ่งของสถาบันพวกเขา แถมยังเค้นเสียงลอดไรฟันไว้อีกว่า ‘โดยเฉพาะนักเรียนแบบนายที่กว่าจะรับเข้ามาได้ในแต่ละปีก็สุดแสนจะยากเย็น’ พูดไปพูดมา สรุปแล้วก็เป็เพราะเดิมทีสถาบันชีววิทยาศาสตร์ของพวกเขานั้นมีนักเรียนสมัครเข้ามาน้อยมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะสาขาวิจัยเพศและพันธุกรรม...สาขาที่โอเมก้าผู้ต้อยต่ำอย่างมูนี่ย์ทำงานอยู่ยิ่งแล้วใหญ่
หาเงินไม่ได้ก็อย่าไปขัดใจนักเรียน ถ้ารั้งไว้ได้สักคนก็ต้องเอาไว้ ต่อให้สันดานจะย่ำแย่แค่ไหนก็เถอะ
มูนี่ย์นวดหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าที่แม้จะเป็ของโอเมก้าแต่กลับธรรมดาเสียจนไม่มีอะไรโดดเด่น เมื่ออยู่ใต้แสงแดดที่สาดส่องผ่านระเบียงทางเดิน ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นพลันขับเน้นให้ทั้งดวงหน้าดูงดงามขึ้นทันใด
เขาผลักประตูออฟฟิศเข้าไป พอทุกคนเห็นเขาก็ค่อยๆ เงียบเสียงที่กำลังครึกครื้นกันอยู่ คล้ายว่าการปรากฏตัวของมูนี่ย์ทำให้เสียบรรยากาศเป็อย่างยิ่ง อืม...ไม่ใช่แค่คล้ายหรอก แต่ทำให้เสียบรรยากาศจริงๆ เลยละ
“ดูสิว่าใครมา ลาหยุดไปแต่งงานซะนานเลยนะ” หนึ่งในเบต้าค่อนแคะด้วยความหมั่นไส้พลางสะบัดหนังสือพิมพ์ในมือไปมาอย่างไม่ปิดบัง บนนั้นมีรูปของมูนี่ย์ที่กำลังยืนเคียงข้างชายหนุ่มหน้าตาดีตัวสูงใหญ่อยู่ริมทะเลสาบ พูดตามตรงนะ แม้แต่ตัวมูนี่ย์เอง แค่ได้มองก็ยังรู้สึกประดักประเดิกเลย ยืนคู่กันแล้วดูไม่เข้ากันสักนิด ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าบอกว่าเป็คู่สมรส
แต่ความจริงก็คือ ทั้งสองคนเป็คู่สมรสกันจริงๆ ชายหนุ่มเป็วีรบุรุษของทั่วทั้งจักรวรรดิ เป็คู่ครองเนื้อทองในอุดมคติของทุกคน เป็อัลฟ่าที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด แต่ดันมาลงเอยกับเขา โอเมก้าคนนี้ที่ไม่เพียงอยู่แค่ระดับ B แถมยังไม่มีอะไรสะดุดตาเลยด้วย
“ก็อย่างที่ฉันเคยบอกไง ชนชั้นสูงก็งี้ ทำอะไรก็ต้องมีหน้ามีตา คนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดน่ะไม่เหมือนพวกเราหรอก ชื่อเสียงของเบลีซมันใช้ดีอย่างนี้นี่เอง” เบต้าคนนั้นพูดต่อ คนอื่นๆ พากันปิดปากหัวเราะ รอดูเื่สนุก
โดยทั่วไปแล้วเมื่อยกชื่อเบลีซขึ้นมา ต่อให้ความริษยาจะอัดแน่นอยู่เต็มท้องก็ไม่มีใครกล้าเอาหัวพุ่งไปรนหาที่ตาย แต่พอเป้าหมายคือมูนี่ย์กลับต่างออกไป ดั่งคำที่ว่าลูกพลับต้องเลือกกินลูกที่นิ่ม[1] การที่โอเมก้าจากตระกูลชนชั้นสูงออกมาเปิดเผยหน้าตาข้างนอกนั้นเป็เื่ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อมูนี่ย์ก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง ก็ต้องรับกับสายตาจาบจ้วงที่พุ่งเข้ามาราวกับคมศร
แรกเริ่มก็ไม่มีใครกล้าวิจารณ์อะไรหรอก แต่มันเริ่มแย่หลังจากมีครั้งแรก พอทุกคนพบว่าไม่เห็นจะมีเื่อะไรตามมาก็พากันวางใจ ด้วยเหตุนี้มูนี่ย์จึงกลายเป็ตัวแทนของความเหลื่อมล้ำในสังคมประจำออฟฟิศแห่งนี้ เขาก็คือชนชั้นสูงที่ทุกคนต่างเคียดแค้น ส่วนคนอื่นรู้สึกว่าตนเองเป็มหาชนที่ถูกกดขี่ ความโกรธแค้นนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอามาลงที่มูนี่ย์ให้จงได้
มูนี่ย์ไม่เคยตอบโต้หรือแก้ตัวเลยสักครั้ง เขามักแสดงท่าทีเ็าต่อเื่พวกนี้เสมอ คำพูดค่อนแคะของอีกฝ่ายไม่เคยกระตุ้นความโกรธของเขาได้เลย ทว่าตอนกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง เขาเห็นว่าบนโต๊ะมีแบบคำร้องที่เคยยื่นไปเมื่อหลายปีก่อนแต่ไม่เคยถูกอนุมัติเสียที มาวันนี้กลับได้รับการอนุมัติแล้วเหรอเนี่ย ดังนั้นเขาจึงเอ่ยตอบกลับไปเรียบๆ “ใช้ชื่อเบลีซก็ไม่ได้ดีเท่าไรหรอก ผมว่าฐานะคู่สมรสของพลเอกซิงห์ยังดีกว่าอีก ดูสิ งบประมาณห้องทดลองของผมได้รับการอนุมัติไวปานฟ้าแลบเชียว”
นี่เป็หลังจากที่เขาเพิ่งเปลี่ยนเป็มูนี่ย์ ซิงห์ได้หนึ่งเดือน
...
มูนี่ย์คนนี้น่ะ แค่ได้มองเแวบแรกก็ชวนให้อดรังเกียจออร่าชนชั้นสูงเหม็นหึ่งที่อบอวลไปทั่วตัวไม่ได้แล้ว แต่ว่าเื่นี้จะโทษเ้าตัวก็ไม่ถูก ในเมื่อบนแผ่นดินของจักรวรรดินั้น ฐานะของชนชั้นสูงน่ะสูงศักดิ์อย่างเห็นได้ชัด รองลงมาคือการแบ่งแยกตามเพศ ไม่ต้องพูดถึงอัลฟ่าเลย เพราะพวกนั้นเป็ชนชั้นหัวกะทิแทบจะทั้งหมด ต่อให้ไม่ใช่ชนชั้นสูง ต่อให้ไม่มีความสามารถ ก็ยังประสบความสำเร็จได้ อย่างน้อยก็ได้งานที่ไม่หนักแต่ค่าตอบแทนสูง เบต้าเป็เพศส่วนใหญ่ของประชากรทั้งหมด มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็งานประเภทไหนๆ ก็จะเห็นเงาของเบต้าอยู่ด้วยเสมอ ส่วนโอเมก้าย่อมเป็ระดับที่ต่ำที่สุด มูนี่ย์โชคดีหน่อยที่เกิดในตระกูลชนชั้นสูง ยังพอหาคู่สมรสมีหน้ามีตาได้ แต่ถ้าเป็โอเมก้าที่ไม่ใช่ชนชั้นสูง ถ้าไม่ตกต่ำกลายเป็เครื่องมือผลิตลูก ก็จะเป็ผู้ถูกกดขี่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง
มูนี่ย์คือสินค้าชั้นยอดตรงตามมาตรฐานที่ตระกูลชนชั้นสูงเพาะเลี้ยงออกมา ทุกกิริยาท่าทางล้วนมีราศีของคนมีศักดิ์ฐานะ
ฮอร์วิทซ์ส่งสายตาเ็ามองโอเมก้าตรงหน้าหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่ราคาเทียบเท่ากับรายรับทั้งเดือนของครอบครัวทั่วไปออกมา ค่อยๆ คลี่ออกแล้วบรรจงเช็ดจานชามช้อนส้อมตรงหน้า เขาพลันรู้สึกรำคาญใจขึ้นมา
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ การแต่งงานกับมูนี่ย์ เบลีซคือดาบที่จักรพรรดิเหวี่ยงลงมาพาดลงบนคอของเขา หากใช้สมองหน่อยย่อมรู้ว่าต่อให้รังเกียจแค่ไหน จะด้วยความรู้สึกก็ดีหรือเหตุผลก็ช่าง ไม่ว่าอย่างไรฮอร์วิทซ์ก็ต้องแสดงความเอาใจใส่และรักใคร่ต่อคู่สมรสป้ายแดงคนนี้ของเขา แม้ว่าใจจริงจะรู้สึกพะอืดพะอมเต็มทีก็ตาม
เชิงอรรถ
^ มาจากสำนวน ลูกพลับนิ่มมักถูกบีบ หมายถึงคนมักเลือกรังแกผู้อ่อนแอ