หนึ่งชั่วยามต่อมาณ ูเาแห่งหนึ่ง
“หมัดพยัคฆ์ทลายฟ้า!!!’’ประหนึ่งเทพพยัคฆ์พิโรธ เสียงของเด็กหนุ่มธรรมดาสามัญชนดังก้องตัดสินความเป็ความตายของคนผู้หนึ่ง
อั๊ก!
พริบตา ภายใต้ความมืดร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็กระเด็นออกไปไกลก่อนกระอักเืคําโตออกมาในที่สุด
ทันทีที่แสงจันทร์สาดส่องมายังบริเวณนี้ใบหน้าในเงามืดของชายวัยกลางคนพลันแจ่มชัดขึ้น
หลินฉีป้า!
มันคือ ผู้นําตระกูลหลิน!
ยามนี้นอกจากหลินฉีป้าจะใบหน้าซีดเผือดแล้วมันยังาเ็สาหัสจนลมหายใจอิดโรยเป็อย่างมากทว่าดวงตาทั้งสองของมันยังคงจับจ้องไปยังความมืดตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
ซูม!
เพียงแสงจันทร์ส่องกวาดผ่านร่างของเด็กหนุ่มธรรมดาสามัญชนพลันปรากฏ!
หลินเจาเดินออกมาจากความมืดใบหน้าเ็าถึงที่สุด เขาไม่สนใจความเป็ความตายของผู้นําตระกูลหลินแม้แต่น้อย
“เป็ไปได้อย่างไรเหตุใดขยะเช่นเ้าถึงได้แข็งแกร่งขึ้นมาถึงเพียงนี้?’’มองไปยังผู้ที่ทําให้มันถึงฆาต หลินฉีป้าที่ใกล้สูญสิ้นชีวิตเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากเชื่อมันไม่อยากเชื่อจริงๆว่าขยะจากตระกูลสาขาในเมืองห่างไกลจะเติบโตและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้
กระทั่งวิชาพื้นฐานที่ทรงพลังอันน่าสะพรึง!
แท้จริงแล้วตลอดหลายปีมานี้มันเกิดอันใดขึ้นกับอีกฝ่าย?
หนึ่งชั่วยามก่อนหน้าหลังจากที่มีรายงานว่าหลินเจาออกจากเมืองหลวงแล้วทั้งยังปราศจากความคุ้มครองใดๆทั้งสิ้น แม้หลินฉีป้าจะสงสัย แต่มันก็มิกล้ารอช้าจึงพาผู้นําทั้งสามตระกูลติดตามมันมาด้วย และออกล่าเด็กหนุ่มในที่สุด
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปมันก็ต้องตื่นตะหนก เพราะนอกจากเด็กหนุ่มจะไม่ได้หนีตายสุดชีวิตอย่างที่คิดแล้วอีกฝ่ายยังเล่นงานพวกมันทีละคนอีกด้วยจนในที่สุดผู้นําทั้งสามตระกูลก็หนีไม่พ้นความตาย และหลงเหลือไว้เพียงแค่มัน!
ท้ายที่สุดเมื่อมันกําลังจะตายมันจึงใคร่รู้เป็อย่างมากว่าเหตุใดขยะถึงได้พลิกผันสู่อัจฉริยะ?
กระทั่งแข็งแกร่งกว่ามัน!
ต่อหน้าคําถามของคนที่กําลังจะตายแล้วหลินเจาเพียงส่ายหัว
“เ้ามิคู่ควร’’
“...’’ หลินฉีป้านิ่งเงียบยิ้มคล้ายไม่ยิ้มดูเหมือนว่าแม้มันกําลังจะตาย อีกฝ่ายก็ไม่คิดที่จะเผยความลับออกมาจริงๆด้วย
“อย่างไรก็ตามเ้าควรรู้ไว้เสียว่าที่ตระกูลของเ้ายังรอดได้อยู่นั้นเป็เพราะองค์ชายเปาหากมิใช่ว่ามันยื่นมือเข้ามาแล้ว...คงมิได้มีเพียงเ้าและผู้นําทั้งสามที่จะตกตาย!’’หลินเจาครุ่นคิดก่อนเอ่ยออกมาในที่สุดเพราะเดิมทีคืนนี้เขาก็ตั้งใจที่จะเก็บกวาดพวกหน้าโง่ที่ตั้งใจจะสังหารเขาอยู่แล้วแต่เมื่อเปาเฟิงยื่นมือเข้ามา เขาจึงต้องหยุดเื่เอาไว้ก่อน
มิเช่นนั้นพวกมันจะได้อยู่รอดจนถึงตอนนี้อย่างนั้นหรือ?
“เป็ไปไม่ได้!อย่าบอกนะว่ามันล่วงรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเ้า?’’ ตรงกันข้ามหลินฉีป้าที่ได้ยินพลันใ ใบหน้าซีดเผือดของมันกลับซีดยิ่งขึ้นไปอีก
อั๊ก!
เืคําโตถูกพ่นออกมาอีกครั้ง
“ล่วงรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้า?หึๆ มิได้เพียงแค่รู้เท่านั้น แต่มันยังสามารถประมือกับข้าได้อีกด้วย!’’ ได้ยินหลินเจาก็หัวเราะออกมา ใบหน้าเ็าของเขาเผยให้เห็นถึงความตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนแสยะยิ้มออกมาในที่สุด
“ดังนั้นแล้วจงรู้ไว้เถิดว่าหากตระกูลหลินของเ้ายั่วยุมันเข้า...ความตายย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม!’’
โดยที่ไม่รอให้ผู้นําตระกูลหลินได้หวาดกลัวหรือตอบสนองหลินเจาลงมือครั้งสุดท้ายปลิดชีพมันในทันที
ฉวัะ!
บัดนี้ผู้นําตระกูลหลินได้ตกตายแล้ว!
หลายลมหายใจต่อมา…
หลินเจาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิดด้วยรอยยิ้มซับซ้อน
“ครั้งหน้าที่เราเจอกัน...หากโชคชะตายังไม่ทอดทิ้งเ้าก็อาจจะสามารถประมือกับข้าได้’’
“เช่นนั้น...ลาก่อน!’’
อาณาจักรนภาคราม!
สิ้นเสียงเด็กหนุ่มธรรมดาสามัญชนพลันหมุนกายจากไปในทันที
…
ณตําหนักจักรพรรดิ ชั้นใต้ดิน
“ก่อนที่จะออกเดินทางกับองค์ชายสองไปจักรวรรดิประกายอรุณข้าหวังว่าข้าจะสามารถสําเร็จนทีแห่งความละเอียดอ่อนแล้วทําแบบท่านพ่อได้…’’เปาเฟิงพึมพําสายตาจับจ้องแท่นศิลาโปเทียนตรงหน้าด้วยความมุ่งมั่นอย่างน้อยก่อนที่เขาจะจากสถานที่แห่งนี้ไปเขาก็ควรที่จะทําให้ผู้เป็บิดาได้รู้สึกยินดีกับเขา
พริบตาเด็กหนุ่มแซ่เปาพลันเข้าสู่สภาวะเรียนรู้อย่างรวดเร็ว
ดั่งเวลาพัดผ่าน…ยามรุ่งสางก็ได้มาถึง!
เวลานี้ทั่วทั้งเมืองได้เต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งหมดนี้เนื่องมาจากนักเดินทางคนหนึ่งได้พบเข้ากับศพผู้นําทั้งสี่ตระกูลใหญ่เข้าดังนั้นพอทางตระกูลใหญ่ได้ตรวจสอบและพบความจริงว่าพวกมันสูญเสียผู้นําตระกูลไปแล้ว พวกมันก็ทั้งตื่นตะหนกและใเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าทั้งหมดก็ไม่กล้าทําอันใดเพราะขนาดผู้นําทั้งสี่ยังถูกสังหารอย่างง่ายดาย แล้วพวกมันที่ยังไม่แม้แต่จะบรรลุระดับสามขั้นสูงสุดจะไปตามล่าหาตัวผู้ลงมืออย่างหลินเจาได้อย่างไร?
รนหาที่ตายน่ะสิไม่ว่า!
อย่างไรก็ตามบรรดาสี่อัจฉริยะไม่ได้นิ่งเฉยพวกมันรู้ดีว่าต้นเหตุที่ทําให้ผู้เป็บิดาต้องตกตาย เป็เพราะเปาเฟิงไม่อย่างนั้นแล้วโอกาสที่หลินเจาจะสังหารบิดาของพวกมันภายในงานชุมนุมที่มีคนของสี่ตระกูลใหญ่อยู่มากมายย่อมเป็ไปไม่ได้ดังนั้นในเวลานี้พวกมันจึงนัดหมายก่อนมุ่งหน้าสู่วังหลวงทันที
คนอื่นๆที่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่กําลังจะเกิดขึ้นก็มิได้รอช้าทั้งหมดติดตามอัจฉริยะทั้งสี่ไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งก้านธูปต่อมา….
เบื้องหน้าวังหลวงบรรดาสี่อัจฉริยะยืนมั่นอย่างหยิ่งยโส โดยมีฝูงชนมากมายอยู่ที่ด้านหลัง
จวิ้นเหล่ยและบรรดาทหารต่างใกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็อย่างมากแต่พอทราบถึงเหตุผลที่พวกมันมา พวกเขาก็โกรธ
“บัดซบ!บิดาของพวกเ้านั้นโง่เขลาเองมิเช่นนั้นจะถูกรุ่นเยาว์เพียงแค่คนหนึ่งไล่ฆ่าจนต้องตกตายถึงเพียงนี้รึ?’’จวิ้นเหล่ยก้าวเดินออกไปหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว กระทั่งมีสีหน้าดูถูกเผยให้เห็น
เื่นี้องค์ชายของพวกเขาผิดอันใด?
พวกมันทําอะไรไม่ได้เองทั้งนั้นเลยหาที่ลงชัดๆ!
แน่นอนว่าระหว่างที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกู่ฉิงเฟิงก็มิได้นิ่งนอนใจ เขารีบตรงไปยังตําหนักจักรพรรดิอย่างรวดเร็ว
“โง่เขลาอันใด?หากมิใช่ว่าองค์ชายของพวกเ้ายื่นมือเข้ามา บิดาของพวกข้าแม้จะสู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องตกตายเช่นนี้หรอก!’’เสียงดังออกมาจากภายในเกี้ยวก่อนปรากฏศรีษะของหลินเหล่ยที่ชะโงกออกมาดูเหตุการณ์ภายนอกแววตามองไปยังข้างในวังหลวงและบรรดาทหารด้วยความแค้นเคืองในความคิดของมันหากไม่ใช่เพราะเปาเฟิง บิดาของพวกมันย่อมมิต้องจากไป
แน่นอนว่าสภาพของหลินเหล่ยในยามนี้ดูไม่ได้เป็อย่างมากลู่เทียนหนานอัจฉริยะอันดับหนึ่งผู้ได้ชัยชนะในงานชุมนุมเมื่อคืนจึงก้าวเดินออกมาแทน
“เื่นี้มิได้เกี่ยวกับพวกเ้าแต่มันเป็เื่ระหว่างพวกข้าสี่ตระกูลใหญ่และเปาเฟิง!’’
“ถูกต้อง!หากองค์ชายของพวกเ้ามิใช่คนขี้ขลาด ก็จงให้มันออกมาอธิบายเหตุผลเสีย!’’เฟิงิเย่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนหัวเราะเสียงเย็นมันรู้สึกเสียใจกับการตายของบิดามันเป็อย่างมากเกรงว่าหากไม่ได้รับเหตุผลที่คู่ควรแล้ว มันคงไม่ยอมจากไปไหนเป็แน่
ตู่เซียหลงก็มิได้อยู่เฉยมันก้าวเดินออกมาสมทบกับทั้งสองคน แล้วหัวเราะเยาะออกมาในที่สุด
“เหตุผลอันใดมิสําคัญกับข้าแม้แต่น้อยแค่มันมาประลองกับข้าและให้โชคชะตาตัดสินเป็พอ!’’
ตาย!
เห็นได้ชัดว่าตู่เซียหลงผู้นี้้าชีวิตองค์ชายแห่งนภาคราม!
“โอหังนัก!’’จวิ้นเหล่ยและบรรดาทหารหน้าตาแดงกํ่าเกรงว่าถ้าพวกเขาไม่ได้รับคําสั่งมาว่าห้ามทําร้ายพลเรือนแล้วพวกมันจะต้องตายอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันฝูงชนที่มารวมตัวก็เริ่มสนทนา
“ดูท่าแล้วสี่อัจฉริยะพวกนี้จงใจหาเื่องค์ชายเปาอย่างแน่นอน!’’
“เหอะๆพวกมันก็แค่หาที่ระบายก็เท่านั้นเองแต่อย่างไรซะข้าก็มิเชื่อหรอกว่าจะมีผู้ใดกล้าเอาชีวิตองค์ชาย!’’
“ของมันแน่นอนอยู่แล้ว!ใครกันเล่าจะกล้าเอาชีวิตบุตรแห่งจักรพรรดินภาคราม? คงมีเพียงคนเขลาเท่านั้นแหละ!’’
“...’’
ในสายตาของพวกเขาองค์ชายเปาย่อมยากที่จะหาเหตุผลมาทําให้สี่อัจฉริยะพึงพอใจเช่นนั้นจึงมีโอกาสอย่างมากที่อีกฝ่ายจะทําการประลองกับพวกมันแต่จะชนะหรือไม่นั้นย่อมมิมีผู้ใดล่วงรู้
เหตุผลที่ผู้คนคิดเช่นนั้นเนื่องมาจากระดับฝึกตนของสองฝ่ายที่เท่ากันพวกเขาจึงมองว่าการประลองเป็ทางออกที่ดีที่สุดในครั้งนี้
ลมหายใจต่อมานํ้าเสียงแห่งองค์ชายที่พวกเขาคุ้นเคยก็ได้ดังขึ้น
“จวิ้นเหล่ย!ส่งดาบของเ้ามาให้ข้า!’’
เด็กหนุ่มหน้าตาคมคายสาวท้าวมาถึงก่อนเอื้อนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
ดาบ?
องค์ชายจะเอาดาบไปทําอันใด?
จวิ้นเหล่ยมองไปยังเด็กหนุ่มที่เดินทางมาถึงด้วยความสงสัยแต่ก็มิกล้ารอช้าจึงได้นําดาบที่เหน็บเอวเอาไว้ส่งให้อีกฝ่าย
ฝูงชนและบรรดาสี่อัจฉริยะก็สับสนไปสีหน้าเผยความสงสัยออกมา
เด็กหนุ่มผู้นี้้าดาบไปทําไม?
ทว่าวินาทีต่อมาเพียงเด็กหนุ่มแซ่เปาเคลื่อนกาย...เขาก็ได้ปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของสามอัจฉริยะที่นําโดยลู่เทียนหนานอย่างรวดเร็ว
ระ...เร็วมาก!
นี่มันความเร็วอันใดกัน?
บรรดาสี่อัจฉริยะและฝูงชนต่างตกตะลึงมิคาดคิดว่าเด็กหนุ่มแซ่เปาที่มีการฝึกตนอยู่ในระดับสามขั้นต้น จะสามารถรวดเร็วได้ถึงเพียงนี้!
อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะได้ถามไถ่อันใดเสียงสะบั้นศรีษะพลันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ฉวัะ!ฉวัะ! ฉวัะ!
พริบตาเพียงลงดาบหนึ่งครั้ง….ศรีษะของบรรดาอัจฉริยะทั้งสามก็ได้กระเด็นหลุดออกจากบ่าแล้วเืสาดกระเซ็นออกมา!
เฮือก!
ทุกๆคนที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าต่างสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่พวกเขาใเป็อย่างมากที่เด็กหนุ่มผู้นี้ลงมือโดยมิกล่าวคําเตือนอันใดกระทั่งสามารถทํามันได้อย่างง่ายดาย
นี่ใช่ความแข็งแกร่งของระดับสามขั้นต้นแน่หรือ?
ทางด้านหลินเหล่ยที่อยู่ในเกี้ยวก็แข้งขาอ่อนไร้เรี่ยวแรงไปมันรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันนี้เป็อย่างมาก
ตะ...ตายแล้ว!
สามคนที่มาพร้อมกับมันถูกฆ่าตายแล้ว!
“อะ...องค์ชาย!ข้ามีตาหามีแววไม่! ได้โปรดเมตตาละเว้นชีวิตข้าผู้น้อยเถิด…’’ตะหนักได้ว่าอาจเป็รายต่อไปมันก็ล้มลุกคลุกคลานนําสภาพน่าอดสูของตัวเองออกจากเกี้ยวอย่างรวดเร็ว
แต่เด็กหนุ่มแซ่เปาจะเมตตามันหรือ?
พริบตาท่ามกลางสายตาจับจ้องนับไม่ถ้วน สีหน้าเฉยเมยของเปาเฟิงแสยะยิ้มออกมาอย่างเ็า
“ละเว้นชีวิตของเ้า?การปะานักโทษมิมีการละเว้น!’’
ฉวัะ!
ก่อนที่หลินเหล่ยจะรู้สึกตัวศรีษะของมันก็ได้กระเด็นหลุดออกจากร่างทั้งๆที่ยังคงเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ฉูด!
เืสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณโดยรอบทันที
เฮือก!
ทุกคนสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่อีกครั้งกระทั่งอดตัวสั่นด้วยความกลัวมิได้
การปะาครั้งนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!