แพรววนิตลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้าจากเสียงของนาฬิกาปลุก หันไปมองคนข้างตัวที่ยังหลับสนิท ร่างบางเข้าไปอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จก่อนจะออกมาปลุกสามี
“พี่วิน ตื่นได้แล้วค่ะ” ริมฝีปากบางโน้มลงไปจูบเบา ๆ เพราะรู้ว่าทำแบบนี้เขาถึงจะยอมตื่น
“อืม ขอห้านาที” แขนแกร่งโอบเธอให้โน้มลงไปหาอีกรอบ
ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอีกครั้ง ััที่อ่อนโยนทำให้เธอเผลอเปิดปากให้ลิ้นสากสอดแทรกเข้ามาชิมความหวาน มือหนาเลื่อนมาััที่หน้าอกอวบทำให้เ้าของร่างพยายามจะผละหนี แต่มืออีกข้างก็รั้งท้ายทอยเล็กเอาไว้และกดริมฝีปากบางให้แแ่จนเธอหมดแรงจะปฏิเสธ ปากหนาดูดกลืนกลีบปากบางอย่างดูดดื่ม
“อื้อ พอแล้วค่ะ ห้านาทีแล้ว เดี๋ยวแพรวไปทำงานสายั้แ่วันแรกพอดี” หญิงสาวผละริมฝีปากออกก่อนจะงับปากหนาเบา ๆ
“ก็ได้ งั้นรอแป๊บนะ เดี๋ยวออกไปทำงานพร้อมกัน” ร่างสูงตัดใจลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ
เมื่อธนากร ธาวิน และแพรววนิตมาถึงออฟฟิศก็แยกย้ายกันไปทำงาน
วันนี้คอร์สที่แพรววนิตสอนมีแค่่เช้าทำให้หลังจากสอนเสร็จเธอจึงเก็บของลงกระเป๋า แล้วเดินออกไปรอลิฟต์เตรียมตัวกลับบ้าน
“สวัสดีครับพี่แพรว” เสียงทักจากด้านหลังทำให้ร่างบางหันกลับไปมอง
“อ้าว อชิ วันนี้มีเรียนเหรอ”
“มีเรียนยาว ๆ สิบชั่วโมงเลยครับ ตอนนี้พักเที่ยงเลยว่าจะลงไปกินข้าวที่ชั้นสอง” เขาทำหน้าเศร้า
“ตอนนี้พี่เลิกงานแล้ว งั้นเดี๋ยวเลี้ยงข้าวปลอบใจนะ”
“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่มีที่นั่ง” อชิระเปลี่ยนสีหน้าในทันควันแล้วดันหลังเธอให้เดินเข้าลิฟต์ไป
ธาวินที่มองดูทั้งคู่อยู่ไกล ๆ จึงเดินกลับขึ้นห้องทำงาน ทีแรกเขาจะชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันแต่คงไม่ทันเพราะเธอไปกับคนอื่นก่อนแล้ว เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องหงุดหงิดที่เห็นเธอดูสนิทสนมกับนักเรียนด้วย คงเป็เพราะเธอวางตัวไม่เหมาะสม ครูอะไรชวนนักเรียนไปกินข้าวั้แ่วันแรกที่มาสอน
ธาวินจึงโทรบอกเลขาให้ซื้อข้าวมาฝากเหมือนปกติเพราะเขาไม่ชอบลงไปตอนคนเยอะ ๆ
หลังจากแยกย้ายกับอชิระ แพรววนิตก็กลับมาบ้านเพื่อเตรียมการสอนของวันถัดไป ก่อนจะชะงักเมื่อเดินผ่านห้องรับแขก
“ฉันไม่มีแล้วนะ เมื่อไหร่คุณจะเลิกโทรมาสักที” พราวลดาขึ้นเสียงใส่ปลายสายก่อนจะรีบวางเมื่อเหลือบมาเห็นลูกสาว
“เอ่อ มีอะไรรึเปล่าคะ”
“แก๊งคอลเซ็นเตอร์น่ะ ่นี้กำลังระบาดอยู่เลย แพรวก็อย่าไปเสียเวลาคุยนะลูก”
“ค่ะ งั้นแพรวขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”
“จ้ะ”
แพรววนิตรู้ว่าแม่เธอโกหกแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ ถ้าท่านมีปัญหาอะไรก็คงอยากเล่าให้คุณพ่อมากกว่าเด็กอย่างเธอฟัง เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเธอรู้สึกได้ว่าแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่พอชวนออกไปข้างนอกก็มักจะบ่ายเบี่ยงก่อนจะไปเจอแม่เดินห้างกับผู้ชายคนหนึ่งเมื่ออาทิตย์ก่อน หรือบางทีคนที่โทรมาอาจจะเป็ผู้ชายคนนั้น ถ้าเป็แบบนั้นจริงเธอควรทำยังไงดีล่ะ
แพรววนิตสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปเพราะไม่อยากโยงเื่เข้าด้วยกันมั่วซั่ว ตั้งใจทำงานของตัวเองดีกว่าเพราะยังอยู่ใน่ทดลองงาน เธอไม่อยากให้พ่อผิดหวังและไม่อยากให้ใครมองว่าเป็เด็กเส้นด้วย
หญิงสาวใช้เวลาทำงานอยู่ในห้องนอนตลอดทั้งบ่ายจนถึงเวลาอาหารเย็นจึงเดินลงไปข้างล่าง ก่อนที่พ่อกับแม่จะทยอยตามมาสมทบ
“พ่อคะ พี่วินยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ” เธอพยายามมองไปที่ประตูหน้าบ้าน
“เห็นบอกว่าวันนี้จะอยู่ทำโอทีน่ะ เขาไม่ได้บอกหนูไว้เหรอ”
“สงสัยแพรวยังไม่ได้อ่านไลน์ค่ะ”
“ใช้ไม่ได้จริง ๆ ลูกชายคนนี้ ขนาดแต่งงานแล้วยังบ้างานอยู่เลย สงสัยพ่อคงต้องเพิ่มเงินเดือนให้หนูรุ้งซะแล้ว”
“คุณพ่อรู้จักคุณรุ้งด้วยเหรอคะ แต่ก็คงไม่แปลกเพราะเขาเป็ถึงเลขาพี่วิน”
“อ้อ พวกเรารู้จักรุ้งมานานแล้วน่ะ เขาเป็เพื่อนที่โรงเรียนของวินตอนเด็ก ๆ ก่อนที่วินจะไปเรียนต่อเมืองนอก บ้านรุ้งก็อยู่ถัดออกไปไม่ไกล บางทีถ้าต้องเลิกงานดึกพ่อก็ให้วินไปส่งรุ้งก่อน เดี๋ยวพ่อแม่เขามาบ่นว่าเราใช้งานลูกสาวเขาหนักเกินไป”
“แบบนี้นี่เอง” เธอแปลกใจที่ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน บางทีอาจจะสนิทกันมากกว่าที่เธอเห็นเสียอีก
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากนะ ยังไงก็เป็แค่เพื่อนสมัยเด็กกัน พอโตแล้ววินก็ไม่ค่อยได้ติดต่อใครเลย” ธนากรปลอบใจลูกสะใภ้เมื่อเห็นเธอเริ่มหน้าเสีย
“ค่ะ” เธอยิ้มตอบกลับให้คนตรงหน้าสบายใจ
ทั้งหมดนั่งกินข้าวเย็นกันจนถึงสามทุ่มก่อนที่พ่อกับแม่ของเธอจะขึ้นห้องไปก่อน แพรววนิตจึงขึ้นไปอาบน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมทับชุดนอนให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบหนังสือลงมาอ่านที่ห้องนั่งเล่น
นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน หญิงสาวค่อย ๆ เอนตัวนอนบนโซฟาก่อนจะเคลิ้มหลับไปด้วยความง่วง ไม่นานธาวินที่เดินเข้ามาในบ้านก็สังเกตเห็นแสงไฟในห้องนั่งเล่นเลยจะเดินไปปิด ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างใครบางคนนอนขดตัวอยู่บนโซฟา
“ถ้าง่วงขนาดนี้ก็ขึ้นไปนอนดี ๆ สิ”
“อ้าว พี่วินกลับมาแล้วเหรอคะ” แพรววนิตสะลึมสะลือตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนที่เธอกำลังรอ
“ทำไมมานอนตรงนี้” เขาเดินมายืนข้างหน้าเธอ
“แพรวรอพี่วินกลับบ้านค่ะ”
“เฮ้อ ทีหลังไม่ต้อง พี่จะกลับกี่โมงก็เื่ของพี่” ร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีก
แพรววนิตงุนงง ไม่รู้ว่าทำไมเขาดูเปลี่ยนไป ไม่อยากคิดว่าเป็เพราะได้ใช้เวลาอยู่กับรุ้งลาวัณย์หรือเปล่า หรือเป็เพราะเธอเผลอทำอะไรให้เขาหงุดหงิดทั้งที่เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลย
หญิงสาวเดินตามขึ้นไปบนห้องก่อนจะนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง เมื่ออีกฝ่ายอาบน้ำเสร็จแล้วเดินมานอนข้างๆ ร่างบางจึงพลิกตัวเข้าไปกอด
“พี่อึดอัด ขอนอนสบาย ๆ หน่อย” ธาวินดึงแขนเธอออก
“ขอโทษค่ะ” แพรววนิตพลิกตัวตะแคงหันหลังให้เขาแล้วพยายามข่มตาหลับทั้งคืน