เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โชว์รูมรถยนต์หรูของธันวา...
เสียงเครื่องจักรกลหนักคำรามกึกก้องทำลายความเงียบสงบยามเช้า ธันวาที่เพิ่งก้าวลงจากรถสปอร์ตถึงกับต้องหยุดชะงัก เมื่อพบว่าถนนหน้าโชว์รูมของเขาบัดนี้ถูกขุดกลายเป็หลุมั์เต็มไปด้วยรั้วกั้นสีส้ม
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!" ธันวาตวาดลั่นใส่หัวหน้าคนงาน "ทำไมต้องมาซ่อมถนนหน้าโชว์รูมผมตอนนี้! รู้ไหมว่าวันนี้ผมมีนัดส่งมอบรถให้ลูกค้าระดับ VVIP!"
"ขอโทษครับคุณธันวา แต่เราได้รับคำสั่งด่วนจากทางเขตให้ปรับปรุงพื้นผิวถนนและระบบท่อระบายน้ำแบบเร่งด่วนครับ... เห็นว่าแผนงานนี้ได้รับ งบสนับสนุนพิเศษ มาจากทางห้างข้างๆ เพื่อรองรับการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า" หัวหน้าคนงานตอบพลางยื่นเอกสารอนุมัติให้ดู
ธันวาหน้ามืดไปชั่วขณะ ห้างข้างๆ ก็คือ The Empower Mall... รินลดา! ยังไม่ทันที่เขาจะได้โทรศัพท์ไปวีนใส่คนสั่งการ ฝ่ายบัญชีก็โทรมาแจ้งข่าวร้าย:
"คุณธันวาคะ! แบงก์โทรมาแจ้งระงับวงเงิน O/D (วงเงินเบิกเกินบัญชี) ทั้งหมดค่ะ และซัพพลายเออร์กลุ่มสีน้ำเงินเพิ่งส่งทนายมาแจ้งขอยกเลิกสัญญา... ตอนนี้หุ้นเราถูกเทขายอย่างหนักเลยค่ะ!"
ธันวาทรุดตัวลงพิงรถอย่างคนหมดแรง เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาเพิ่งตระหนักว่า า ที่เขาคิดว่าตัวเองคุมเกมได้ ไม่ได้เป็ไปอย่างที่คิดเสียแล้ว
—————
ในเวลาเดียวกัน พรีมกำลังจิบกาแฟดำอยู่ในห้องทำงาน เธอเปิดไฟล์ที่อคินส่งมาให้ั้แ่เช้า... มันคือ รายงานผลการดำเนินงานก้าวแรก
ภายในไฟล์ไม่ได้มีแค่ตัวเลขหุ้นที่ร่วงกราว แต่ยังมี ของขวัญพิเศษ นั่นคือหลักฐานการทำธุรกรรมลับที่พ่อของธันวาเคยยักยอกเงินจากกองทุนรวม ซึ่งอคินไปขุดคุ้ยมาได้ภายในคืนเดียว
ติ่งง! ข้อความใหม่จากอคินเด้งขึ้นมา
อคิน: "ผมทำให้ถนนเข้าโชว์รูมเขากลายเป็ทางตันเรียบร้อยแล้วครับ... ส่วนเื่ ความลับ ที่คุณอยากรู้ ผมแนบไฟล์ประวัติสีเทาของครอบครัวนั้นไว้ให้พิจารณาแล้วนะ หวังว่ามันจะทำให้เช้าวันนี้ของคุณสดใสเป็พิเศษ... เจอกันตอนเย็นนะครับ VVIP ของผม"
พรีมยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แววตาคมสวยฉายแววสะใจ
"แค่เริ่มต้นยังพินาศขนาดนี้... อยากรู้จังว่าถ้าถึงวันที่คุณต้องมาอ้อนวอนขอขายที่ดินให้ฉัน คุณจะยังเหลือศักดิ์ศรีอยู่สักกี่เปอร์เซ็นต์นะ...ธันวา"
————-
ในงานอีเวนต์การกุศลงานหนึ่งที่รวบรวมเหล่าเซเลบริตี้และนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย
พรีมปรากฏตัวในชุดสูทสีขาวงาช้างที่ตัดเย็บอย่างประณีต เสริมลุคผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ที่ทั้งดูรวยและทรงอิทธิพล
ธันวาที่มาร่วมในงานนี้ด้วย ได้พบกับพรีมโดยบังเอิญเขาที่เคยชินกับการมีรินลดาเป็เพียง "ของตาย" ที่คอยวิ่งตามหลังและยอมสยบให้เขาเพียงเพื่อคำว่ารัก เมื่อเห็นเธอในเวอร์ชันที่ "สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง" และเมินเฉยต่อเขาอย่างสิ้นเชิง ธันวาก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
"ริน! ทำไมคุณทำตัวห่างเหินแบบนี้ หรือว่าทั้งหมดนี้คือแผนเรียกร้องความสนใจจากผม?" ธันวาเดินดุ่มเข้ามาขวางหน้าพรีม
เกมรุกแบบโง่ๆ ที่เขาพยายามใช้เพื่อกู้หน้าตัวเองคืนมาต่อหน้าสายตาคนในงาน "เลิกเล่นตัวได้แล้วริน แผนโชว์เหนือพวกนี้มันได้ผลนะ ผมยอมรับว่าคุณดูดีขึ้น... แต่มันก็แค่นั้นแหละ"
พรีมหยุดเดิน ปรายตามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นราวกับกำลังพิจารณา "สินค้าหมดอายุ" ก่อนจะขยับยิ้มเย็น
"เรียกร้องความสนใจ? คุณกำลังประเมินมูลค่าตัวเองสูงเกินไปหรือเปล่าคะคุณธันวา" พรีมจิบไวน์ในมือช้าๆ
"ในโลกธุรกิจ... เมื่อสินค้าตัวเก่าหมดสภาพและไม่มีมูลค่าหลงเหลือให้ทำกำไรได้อีก ฉันก็แค่ 'โละทิ้ง' ไปอย่างไม่ใยดี แล้วไปเลือก 'สินทรัพย์' ใหม่ที่คู่ควรและให้ผลตอบแทนดีกว่า... อย่างเช่นคุณอคิน"
ธันวาหน้าชาวาบเมื่อได้ยินชื่อคู่แข่งที่เหนือกว่าเขาในทุกมิติ "นี่คุณ! คุณกล้าเอาผมไปเปรียบเทียบกับขยะหรือไง!"
"เปล่าค่ะ..." พรีมเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเขาพอให้ได้ยินกันสองคน
"ขยะยังมีราคาสำหรับคนเก็บของเก่า... แต่สำหรับฉันตอนนี้ คุณคือ หนี้เสีย ที่ฉันตัดทิ้งไปจากบัญชีชีวิตเรียบร้อยแล้ว อย่าทำให้ตัวเองดูไร้ค่าไปมากกว่านี้เลยค่ะ"
พรีมละสายตาจากใบหน้าแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ของธันวา ราวกับเขากลายเป็ธาตุอากาศ เธอมองข้ามไหล่เขาไปที่ อคิน ซึ่งกำลังสาวเท้าเข้ามาหาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"คุณอคินมาพอดีเลยค่ะ... เราไปคุยเื่ แผนการลงทุน ของเราที่โซน VIP ดีกว่า อย่าเสียเวลาลดตัวลงมาเจรจาตรงนี้เลย" พรีมเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานพลางยื่นมือไปคล้องแขนอคินอย่างเป็ธรรมชาติ
อคินกระตุกยิ้มมุมปาก มือหนาวางทับลงบนมือเรียวของพรีมที่คล้องแขนเขาไว้อย่างแสดงความเป็เ้าของ สายตาคมปรายมองธันวาเพียงแวบเดียว...
ธันวายืนตัวชาหน้าเสีย หัวใจเต้นระรัวด้วยความอัปยศเขามองตามแผ่นหลังระหงของเธอที่ค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับอคิน ท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนในงานที่เริ่มมองมาที่เขาด้วยความสมเพช ธันวารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความอดทนขาดผึง
"ริน! คุณจะไปกับมันไม่ได้นะ! เรายังมีเื่ต้องเคลียร์กัน!" ธันวาะโไล่หลังด้วยความโมโหจนลืมกาลเทศะ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ
พรีมหยุดชะงักฝีเท้าเพียงครู่เดียว ทว่าเธอไม่ได้หันกลับไปมองเขาแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่เอียงหน้าเล็กน้อย ปรับองศาให้โครงหน้าดูสวยสง่าและทรงพลังที่สุดต่อหน้าเลนส์กล้องของเหล่านักข่าวที่รุมล้อม
"เื่ของเรา... มันจบสิ้นลงั้แ่วันที่ฉันตัดขาดความร่วมมือด้านธุรกิจกับคุณแล้วค่ะคุณธันวา" พรีมเอ่ยเสียงเรียบ
"สถานะของคุณในตอนนี้... ไม่มีค่าพอให้ฉันต้องเสีย เวลาในการเจรจา แม้แต่เพียงนาทีเดียว เชิญคุณกลับไปจัดการกับ วิกฤตการเงิน ที่กำลังสูบกินบริษัทของคุณอยู่เถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน"
อคินกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ แววตาคมของเขาฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด เขาจงใจวาดแขนโอบเอวบางของพรีมให้กระชับขึ้นอย่างสนิทสนม เป็การประกาศก้องถึง "สถานะใหม่" ที่เหนือกว่าต่อหน้าสาธารณชน
"ไปกันเถอะครับริน... อย่าปล่อยให้ หมาหวงก้าง บางตัวมาทำให้เราเสียเวลาอันมีค่าเลย" อคินสำทับ ก่อนจะพาเธอเดินมุ่งหน้าสู่โซน VIP
ธันวายืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปท่ามกลางเสียงรัวชัตเตอร์ที่บันทึกภาพความอัปยศของเขาไว้ทุกแง่มุม พรุ่งนี้เช้าพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งจะไม่ใช่เื่รักร้าวของเซเลบริตี้ แต่มันจะเป็เื่ความล้มเหลวของนักธุรกิจที่เดินหมากผิดพลาด
เขากัดฟันกรอด จ้องมองแผ่นหลังของพรีมที่เดินเคียงข้างอคินไปอย่างแค้นเคือง
“ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอกริน… เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน!” เขาพึมพำกับตัวเอง
หลังจบงานอีเวนต์ที่แสนยับเยิน ธันวาพยายามแก้เกม เขาใช้คอนเนกชันสื่อที่เหลืออยู่ปั่นกระแสข่าวพาดหัวในเช้าวันรุ่งขึ้นทันทีเพื่อโจมตีรินลดาว่า "สร้างภาพ" พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อปั่นหุ้นบริษัท และจงใจใช้กระแสความรักที่พังทลายมาเรียกร้องความสนใจจากเขา
—————————
วันรุ่งขึ้น พรีมอ่านข่าวพาดหัวข่าวในสมาร์ทโฟนที่ ธันวา พยายามปั่นกระแสโจมตีว่าเธอ "สร้างภาพ" พรีมกวาดสายตาอ่านข้อความเ่าั้ด้วยแววตาเรียบเฉย มุมปากขยับเป็รอยยิ้มสมเพช
สำหรับนักการตลาดมือโปรอย่างเธอ เกมสาดโคลนกระจอก ๆ แบบนี้ไม่ต่างอะไรจากการส่ง "ยอดการเข้าถึงแบบออร์แกนิก" มาให้เธอถึงที่
"ขอบคุณที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงแบบธรรมชาติให้ฉันฟรีๆ นะคะคุณธันวา" พรีมพึมพำพลางกดปิดหน้าจอข่าว แล้วหันไปสั่งการทีมบริหารจัดการภาวะวิกฤตทันที
แทนที่จะตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือการสาดโคลนกลับ พรีมเลือกใช้พลังของโซเชียลมีเดียในมือเธอให้เป็ประโยชน์ เธอตัดสินใจ "เปิดไลฟ์สด" ทันที ในลุคทำงานที่ดูภูมิฐานและทรงพลัง มือเรียวสวยยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ท่าทางสงบนิ่งของเธอสะกดคนดูนับแสนในเวลาไม่กี่นาที
"ดิฉันไม่มีเวลามานั่ง สร้างภาพ เพื่อผู้ชายคนหนึ่งหรอกค่ะ เพราะเวลาของดิฉันมีมูลค่าถึงนาทีละหนึ่งแสนบาท..." พรีมเอ่ยเสียงเรียบใส่กล้อง
"ส่วนใครที่ยอมรับไม่ได้ที่เห็นผู้หญิงเก่งขึ้นจนต้องใช้การสื่อสารเชิงลบโจมตี ก็ขอให้สังคมช่วยคัดกรองคุณภาพของคนคนนั้นเองนะคะ" พรีมวางแก้วกาแฟลงช้าๆ พลางส่งยิ้มที่ดูเป็มิตรให้กับกล้อง
"ในโลกของความเป็มืออาชีพ เราวัดกันที่ผลลัพธ์ค่ะ ไม่ใช่ข่าวลือ... ขอบคุณนะคะที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับ The Empower Mall ของดิฉัน ยอดคนเข้าชมไลฟ์พุ่งสูงขนาดนี้ ดิฉันคงต้องขอมอบส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าทุกคน แทนคำขอบคุณที่ช่วย คัดกรองขยะ ออกไปจากชีวิตดิฉันค่ะ"
พรีมขยับยิ้มพลางปัดหน้าจอไอแพดโชว์กราฟรายได้ที่พุ่งทะยานต่อหน้ากล้อง ใบหน้าสวยที่ดูเป็มืออาชีพนั้นทำให้คนดูต่างกดหัวใจรัวๆ
"ตัวเลขกำไรของ The Empower Mall ในไตรมาสนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดค่ะว่าดิฉันเอาเวลาไปทำอะไร" พรีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"และเพื่อเป็การตอกย้ำจุดยืน ดิฉันขอประกาศแคมเปญ Women Empowerment เพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่เคยถูกด้อยค่าหรือถูกทำร้ายทางจิตใจจากความสัมพันธ์ที่เป็พิษ"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะทิ้งะเิลูกใหญ่ที่ทำให้ธันวาที่นั่งดูอยู่ถึงกับกระอักเื
"ที่สำคัญ... งบประมาณก้อนแรกของโครงการนี้มาจากเงินบริจาคส่วนหนึ่งที่เราเพิ่งเรียกเก็บคืนได้จาก หนี้เสีย ของบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งค่ะ ดิฉันคิดว่าการเอาเงินจากแหล่งที่ไม่มีค่า มาสร้างอนาคตใหม่ให้ผู้หญิงไทย เป็การใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่ามากเลยค่ะ”
ผลที่ได้รับคือ Engagement ในโซเชียลพุ่งทะลุเพดานภายใน 5 นาที ชาวเน็ตต่างติดแฮชแท็ก #ทีมรินลดาตัวแม่ และรุมถล่มธันวาว่าเป็ Toxic Boyfriend ที่รับไม่ได้เมื่อเห็นแฟนเก่ามีความสามารถมากกว่าตนเอง
หุ้นของบริษัทสิริทรัพย์อนันต์ดีดตัวขึ้นทันทีที่ไลฟ์จบลง นักลงทุนรายใหญ่ต่างเทใจเชื่อมั่นในความนิ่งลึกและความเป็ผู้นำที่เด็ดขาดของเธอ พรีมไม่ได้แค่กู้ชื่อเสียง แต่เธอกำลังกู้ "ศรัทธา" ให้กับตระกูลอย่างมหาศาล
—————————
อคินที่นั่งเฝ้ามองผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวถึงกับหลุดหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ แววตาของชายหนุ่มในยามนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่ถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งนับวันเขายิ่งรู้สึกว่าความสวยที่ฉาบด้วยความอำมหิตอย่างมีชั้นเชิงของเธอนั้น คือยาเสพติดที่เร้าใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ
เขากดส่งข้อความหาเธอทันที ปลายนิ้วััหน้าจอด้วยจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายในตัวเธอ
อคิน: "คุณใช้ การตลาด ฆ่าคนได้ตายสนิทกว่าใช้ปืนเสียอีกนะริน... ตอนนี้ธันวาคงโดนสังคมคว่ำบาตรจนแทบไม่มีที่ยืนแล้ว แม้แต่ธนาคารก็คงไม่อยากเสี่ยงกับคนที่มีภาพลักษณ์ติดลบขนาดนี้ เตรียมตัวรับโอนที่ดินผืนนั้นมาเป็ ของรางวัล สำหรับชัยชนะนัดแรกได้เลยครับ"
—————————-
พรีมกวาดสายตามองข้อความนั้นแล้วพึมพำกับตัวเอง "ชัยชนะนัดแรกมันแค่จุดเริ่มต้นค่ะคุณอคิน...เพราะเป้าหมายของฉัน คือการทำให้เขาไม่เหลือแม้แต่เศษซากของอีโก้ให้หยิ่งผยองได้อีกต่อไป"
พรีมเหยียดยิ้ม เมื่อตัดสินใจจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับสื่อที่ไร้จรรยาบรรณ มือเรียวเคาะปากกา Stylus ลงบนหน้าจอไอแพดเพื่อส่งคำสั่งประกาศิตสุดท้ายของวันไปยังทีมบริหาร The Empower Mall ทันที
ในเมื่อสื่อพวกนั้นเลือกจะรับเงินจากธันวาเพื่อหันหัวหอกมาโจมตีคนอย่างพรีม ก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกที่รุนแรงกว่าเป็เท่าตัวได้เลย!
"สั่งการลงไป..." พรีมส่งข้อความเสียงลงไปในกลุ่มผู้บริหารและหัวหน้าแผนกฝ่ายต่างๆ
"สื่อสำนักไหนที่รับเงินมากเพื่อโจมตีดิฉัน ให้ทำการขึ้นบัญชีดำทันที! ห้ามเข้าทำข่าวหรือทำกิจกรรมใดๆ ในพื้นที่ของห้างโดยเด็ดขาด และให้ยกเลิกสิทธิพิเศษของผู้บริหารสื่อเ่าั้ทั้งหมด ั้แ่วินาทีนี้... เราไม่้าพันธมิตรที่ไม่มีความซื่อสัตย์ในอาณาจักรของเรา"
เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ข่าวการถูก “แบน” ของสื่อั์ใหญ่กลายเป็ประเด็นร้อนแรงยิ่ง สื่อที่เคยวางตัวเหนือชั้นต้องสั่นสะท้าน เมื่อพื้นที่สื่อที่มีมูลค่าการตลาดสูงที่สุดในเมืองอย่าง The Empower Mall ปิดประตูใส่หน้าพวกเขาอย่างไม่ใยดี
"การปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ที่มีการเข้าถึงสูงที่สุด... คือการปะาชีวิตสื่อในยุคดิจิทัล" พรีมพึมพำพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสงบ
เธอรู้ดีว่าสื่อพวกนั้นจะต้องกลับมาคุกเข่าขอขมาเธอในไม่ช้า เพื่อแลกกับการได้กลับมาทำข่าวในแลนด์มาร์กที่ร้อนแรงที่สุดในนาทีนี้