หลี่ชงมองชายตรงหน้า ในใจพลางไว้อาลัยให้กับครอบครัวของหลี่ต้าชวน ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของหมอฟู่ แต่เขานั้นพอจะรู้คร่าว ๆ อยู่บ้างว่าหมอฟู่ผู้นี้เป็ครอบครัวเดียวกันกับท่านเ้าเมือง เพราะในตอนแรกที่หมอฟู่มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสกุลหลี่ ผู้ว่าการเคยมาทักทายเขาและบอกว่า “หัวหน้าหลี่ ท่านนี้เป็พี่น้องกับท่านเ้าเมือง จะมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของพวกเ้า พวกเ้าเองก็อย่าได้เพิกเฉยเล่า”
ในตอนที่รู้เื่นี้เขาก็แอบดีใจ ในหมู่บ้านจะมีคนใหญ่คนโตมาอาศัยอยู่ หากเขาไปทำธุระที่ศาลาว่าการก็คงจะง่ายขึ้นไม่น้อย แต่ตอนนี้คนตระกูลหลี่กลับมีเื่ผิดใจกับคนใหญ่คนโตผู้นี้ไปเสียแล้ว จะหวังให้อนาคตข้างหน้าต่อจากนี้ราบรื่น สดใส ก็คงเป็ไปได้ยากแล้ว
ฟู่เหวินชิงเองก็ดูเหมือนจะรู้ว่าหลี่ชงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่เขากลับไม่สนใจเื่เส้นสาย เมื่อเห็นว่าตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาผู้นำตระกูลคนนี้ทำหน้าที่ได้ดี จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าจะชี้ทางสว่างให้ หากเ้าอยากให้บ้านสกุลหลี่รุ่งเรืองขึ้นมา ต่อไปก็ต้องดีต่อครอบครัวของแม่หนูิเยว่มากขึ้นกว่านี้ แม่หนูนั่นมีความสามารถในการปลูกสมุนไพรที่ไม่ธรรมดา หากวันข้างหน้านางสามารถปลูกสมุนไพรได้หลากหลายมากขึ้นล่ะก็ มันจะเป็เื่ดีต่อหมู่บ้านอย่างยิ่ง”
ที่ฟู่เหวินชิงกล่าวออกไปเช่นนั้นก็เพราะว่าเขาเห็นแปลงเพาะปลูกที่หลังบ้านของหลี่ิเยว่ แปลงนั้นปลูกสมุนไพรเอาไว้หลากหลายชนิด แต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณที่ยอดเยี่ยม เขาเคยถามแผนการของลูกศิษย์ตัวน้อยแล้ว นางบอกว่า “ในอนาคตข้าอยากเป็เ้าของที่ที่กว้างใหญ่ที่สุดในเสวียนเทียน ข้าจะปลูกสมุนไพรให้ทั่วอาณาจักร และเปิดร้านขายยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
เมื่อนึกถึงท่าทางมั่นใจของหลี่ิเยว่ในตอนนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นยิ้ม ลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาช่างไม่เหมือนใครจริง ๆ!
หลี่ชงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อครู่หมอฟู่พูดถึงสมุนไพรของเสี่ยวิเยว่หรือ? แปลงสมุนไพรที่หลังบ้านหลี่หงแปลงนั้นเขาเองก็เคยเห็น ต้นสมุนไพรเ่าั้เติบโตได้ดีจริง ๆ แม้แต่ชาวไร่โต ๆ อย่างเขาก็อดชื่นชมไม่ได้ แล้วยังมีที่รกร้างห้าแปลงที่ปลูกถั่วเหลืองไว้นั่นอีก ต้นถั่วเหลืองในแปลงล้วนเติบโตอย่างแข็งแรง ได้ยินเด็ก ๆ บอกว่าพวกเขาให้ปุ๋ย พรวนดินกับที่ดินรกร้างนี้เป็ประจำ
เมื่อนึกถึงที่ดินรกร้าง ั์ตาของผู้นำตระกูลหลี่ก็มีแววสั่นไหว และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพร้อมให้สัญญากับตัวเองเป็มั่นเป็เหมาะว่าจะให้ความสนใจกับเด็กบ้านหลี่หงพวกนี้ต่อไป “ขอบคุณหมอฟู่ที่ชี้แนะ”
.
.
หลี่ิเยว่เข้าห้องมาเห็นใบหน้าซีดขาวของมารดาจึงรินน้ำใส่ถ้วยแล้วใช้โอกาสตอนที่ไม่มีใครเห็นเติมน้ำพุิญญาลงไปหนึ่งหยด ก่อนจะยกไปให้นางซูพร้อมเอ่ยเสียงนุ่ม “ท่านแม่ ดื่มน้ำก่อนนะเ้าคะ วันนี้พวกข้าได้ไก่ป่ามาตัวหนึ่ง อีกเดี๋ยวจะเอาไปตุ๋นให้ท่านกิน”
เห็นชัดว่านางซูอ่อนแอลงมากจริง ๆ เป็เพราะเมื่อครู่นางถูกผลักจนล้มอย่างแรง ตอนนี้จึงรู้สึกเจ็บท้องอยู่เล็กน้อย นางดื่มน้ำในถ้วยจนหมด ก่อนจะค่อย ๆ ผล็อยหลับไป
เหล่าพี่น้อง เมื่อเห็นว่ามารดาหลับไปแล้ว จึงให้น้องสาวสองคนคอยเฝ้าดู ส่วนพวกนางเดินออกจากเรือนปีกตะวันออกไปยังเรือนปีกตะวันตกที่เป็ที่อยู่ของพวกหลี่อวิ๋นห้าว ตลอดทางพวกนางไม่ได้พูดคุยอะไรกันแม้แต่น้อย
“พี่ใหญ่ พี่หญิงใหญ่ พี่สาม น้องห้า ห้องหก ข้าตัดสินใจว่าปีหน้า ข้าจะส่งพี่น้องผู้ชายของเราทั้งสี่คนเข้าโรงเรียนประจำ พวกเ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเล่า” เมื่อเห็นบรรดาพี่ชายน้องชายเปิดปากจะพูดอะไร นางก็รีบโบกมือห้ามไว้
“ที่ให้พวกเ้าเข้าโรงเรียนประจำ มีเหตุผลอยู่สองข้อ หนึ่งคืออยากให้ทุกคนรู้หนังสือ ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไรล้วนจำเป็ต้องอ่านออกเขียนได้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงสามารถนำพาครอบครัวให้ก้าวไปได้ไกลขึ้น สองคือครอบครัวของพวกเราต้องมีบัณฑิต ต้องมีคนที่ที่มีชื่อเสียงอยู่ ไม่เช่นนั้นต่อให้ข้ามีวิธีรับมือกับเื่ต่าง ๆ มากน้อยเพียงใดก็ไม่อาจใช้ได้เพราะพวกเราไร้ผู้สนับสนุน หรือต่อให้หาเงินมาได้มากมายเท่าไรก็ไม่กล้าใช้ และหากไม่มีคนคอยสนับสนุนส่งเสริมพวกเราก็จะเป็เพียงปลาบนเขียงเท่านั้น” คำพูดเหล่านี้ทำให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในห้องพูดอะไรไม่ออก
ใช่แล้ว! เพราะครอบครัวเขาไม่มีคนสนับสนุนถึงได้ถูกคนรังแกเช่นนี้ หากสอบราชการได้ อย่าว่าแต่จู่เหรินเลย แม้จะสอบซิ่วไฉ่ได้ก็สามารถทำให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นได้บ้างแล้ว ไม่ใช่ว่าหลี่ต้าชวนหวังพึ่งเด็กในตระกูลสองคนนั่นที่มีผลการเรียนไม่เลวหรอกหรือ ผู้นำตระกูลหลี่ถึงได้คาดหวังกับพวกเขาและอดทนกับคนในบ้านสามครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กชายบ้านหลี่หงทั้งสี่คนจึงสาบานอยู่ในใจว่าตนเองจะต้องสอบเข้ารับราชการและเอาตำแหน่งกลับมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นตัวพวกเขาก็คงไม่คู่ควรกับความพยายามและเสียสละของิเยว่เป็แน่
หลี่อวิ๋นห้าวมองน้องสาวด้วยความลังเล “หากพวกข้าพี่น้องผู้ชาย ออกจากบ้านไปเรียนหนังสือกันหมด แล้วงานที่บ้านจะทำเช่นไรเล่า?”
หลี่อวิ๋นซู่และน้องชายทั้งสามต่างพยักหน้า “หากพวกข้าไปเรียนกันหมด แล้วใครจะหาเงิน พวกข้าสี่คนไปเรียนคงต้องใช้เงินไม่น้อย ข้าได้ข่าวว่า บัณฑิตคนหนึ่งต้องใช้เงินจ่ายค่าเรียนถึงสิบตำลึงต่อหนึ่งปี แล้วยังต้องจ่ายค่าพู่กัน หมึก กับกระดาษอีกจำนวนไม่น้อยเลย”
หลี่ิเยว่ยิ้มบาง ๆ พลางมองเหล่าพี่น้อง ก่อนจะจับมือพี่สาวแล้วเอ่ยถาม “พี่หญิงใหญ่ พี่บอกพวกพี่ใหญ่ไปสิว่าพวกเราได้เงินมากเท่าไรตอนที่ไปส่งงานปักครั้งล่าสุด”
หลี่ิหัวเหมือนจะรู้ว่าน้องสาว้าพูดอะไร จึงยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “พวกเราตกลงกับป้าชวีไว้แล้ว หากปักลายหงส์ชุดนี้เสร็จ นางจะจ่ายเงินให้พวกเราสี่สิบตำลึง ในเวลาครึ่งเดือนพวกเราปักเสร็จไปหกสิบลายแล้ว น้องสี่บอกว่าพรุ่งนี้จะนำผ้าเช็ดหน้าเหล่านี้ไปส่งที่ตลาดผ้า”
เมื่อบรรดาพี่ชายน้องชายได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง พวกเขาคิดแค่ว่าลายผ้าเช็ดหน้าเหล่านี้สวยงามยิ่งนัก และคิดว่าที่ร้านคงให้ลายใหม่มาปัก หากมีสี่สิบตำลึงนี้ และเงินที่จะหาได้อีกหลังจากนี้แล้วล่ะก็ คงเพียงพอที่จะส่งให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ
หลี่ิเยว่เห็นเหล่าพี่ชายน้องชายเริ่มคล้อยตามจึงรีบเติมเชื้อไฟ “ในมือข้ายังมีลายปักเช่นนี้อยู่อย่างน้อยสิบแบบ อย่าว่าแต่พวกนี้เลย พวกเรายังสามารถเก็บสมุนไพรไปขายแลกเงินได้ด้วย ในหัวข้าตอนนี้มีวิธีหาเงินอยู่ไม่น้อย ความฝันในหลายปีมานี้ไม่ไร้ประโยชน์เลยจริง ๆ อย่างไรเราก็มีเงินพอให้พวกพี่ไปเรียนแน่”
พูดจบนางก็มองพี่สาวและดึงมือนางมาจับไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับบรรดาพี่ชายน้องชาย “พี่ใหญ่ พี่สาม น้องห้า น้องหก ถือว่าพวกเราตกลงกันแล้วนะว่าพวกเ้าต้องตั้งใจเรียนและเป็ที่พึ่งของบ้าน ส่วนพวกข้าสองคนจะรับหน้าที่หาเงินเอง พวกเราต้องร่วมมือกันปกป้องครอบครัวเอาไว้”
หลี่อวิ๋นห้าวและน้องชายคนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างแรง ความจริงแล้วพวกเขานั้นอยากเรียนหนังสือมาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อได้รู้ว่าไม่ต้องเป็กังวลเื่ค่าใช้จ่ายแล้ว พวกเขาจึงยอมรับเื่การเรียนนี้ได้อย่างสบายใจ เด็ก ๆ บ้านหลี่หงพยักหน้าอย่างหนักแน่นและพูดเป็เสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงว่า “พวกเรามาปกป้องครอบครัวกันเถอะ!”
“ถูกต้อง พวกเรามาปกป้องครอบครัวกันเถอะ!” เสียงอีกสามเสียงดังขึ้นพร้อมกันที่หน้าประตู เมื่อเด็ก ๆ ทั้งหกคนหันหน้ากลับไปมองก็เห็นว่าเป็นางซูที่ถูกิจูและิเสียประคองเดินเข้าประตูมา หลี่ิหัวและหลี่ิเยว่จึงรีบเข้าไปช่วยประคองมารดา
“ท่านแม่ เหตุใดถึงลุกขึ้นมาเ้าคะ เมื่อครู่ท่านหมอฟู่บอกว่าท่านาเ็ค่อนข้างมาก ต้องนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ไม่เช่นนั้นจะเป็อันตรายต่อน้อง ๆ ในท้องได้” หลี่ิหัวกล่าวเสียงนุ่มข้างหูมารดา
“แม่ไม่เป็อะไร อีกเดี๋ยวจะกลับไปพักแล้ว แค่ได้ยินคำพูดของพวกเ้า แม่ก็ดีใจมากแล้ว ิเยว่พูดถูก พวกเ้าต้องทำงานหนัก พยายามเรียนหนังสือและสอบเอาตำแหน่งราชการกลับมาให้ได้ แม่จะพาพี่สาวน้องสาวของพวกเ้าไปหาเงินเอง พวกเราต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้ให้ได้ ให้คนที่เคยรังแกเราได้รู้สำนึก” ในตอนนี้นางซูนึกออกแล้ว วันนี้ตอนที่ถูกนางหลี่หวังผลัก ภายในหัวของนางไม่ได้กำลังหวาดกลัว แต่กลับคิดว่าตนกำลังถูกทดสอบและจะต้องฝ่าฟันบททดสอบนี้ไปได้ นางซูจึงสาบานอยู่ในใจตอนนั้นว่า ‘นับแต่นี้เป็ต้นไป ความอ่อนโยนและคุณธรรมอันดีที่นางเคยมีมาตลอด นางไม่้าอีกต่อไปแล้ว… ที่นางคอยแต่ก้มหน้ายอมและปฏิบัติดีต่อผู้คนทั้งหมดเสมอมา ไม่ใช่สิ่งที่นางจะทำอีกต่อไป… ต่อไปนี้นางจะเป็มารดาที่เข้มแข็ง เป็คนที่ยืนหยัดปกป้องเด็ก ๆ เอาไว้ให้ได้!’
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
