หลิวหว่านถอยหลังจากกำแพงเพียงสองก้าว ขาอ่อนแรงราวกับถูกตัดเอ็น ร่างกายทรุดลงคุกเข่าบนพื้นหญ้าเปียกชื้นของสวนหลังบ้านจางเหา มือทั้งสองยังคงยกขึ้นปิดปากแน่น น้ำตาไหลรินไม่หยุดโดยไม่มีเสียงร้องไห้ดังออกมา มีเพียงเสียงหายใจสะอึกสะอื้นแ่เบาที่ดังขึ้นเป็ระยะ
ภาพในหัวของนางยังคงชัดเจนราวกับถูกสลักไว้ด้วยมีด — ร่างกายเปลือยเปล่าของสามีและลูกสาวพันกันแแ่ เสียงครางหวานหยาดเยิ้มของหลิวเหมย คำพูดที่บอกว่าทำกันมานานแล้ว... ทุกอย่างหมุนวนซ้ำไปซ้ำมา จนโลกทั้งใบของนางมืดสนิท
จางเหายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองร่างที่ทรุดลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่ลึกๆ แล้วมีแววตาเ้าเล่ห์แฝงอยู่ เขาค่อยๆ ก้มตัวลงข้างนาง ไม่แตะต้องโดยพลการ แต่ยื่นมือออกมาช้าๆ วางเบาๆ ที่ไหล่ของนาง นิ้วแตะผ่านเนื้อผ้าไหมบางๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นของิัใต้ผ้า
"น้องสะใภ้หลิว..." เสียงของเขานุ่มนวล ต่ำลงจนแทบเป็กระซิบ "ข้าขอโทษ... ข้าไม่น่าจะพาเ้ามาที่นี่เลย แต่ข้าคิดว่าเ้าควรรู้ความจริง... แม้มันจะเ็ปแค่ไหนก็ตาม"
หลิวหว่านตัวสั่น ไม่ตอบอะไร นางเพียงก้มหน้าลงต่ำ น้ำตาหยดลงพื้นหญ้าเป็จุดๆ ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นตอนเห็นภาพเร่าร้อนยังคงแผ่ซ่านอยู่ในร่างกาย ทำให้นางรู้สึกสับสนและอับอายกับตัวเอง
จางเหาค่อยๆ โอบไหล่นางไว้เบาๆ ด้วยท่าทางระมัดระวัง ราวกับกลัวว่านางจะแตกสลายถ้าเขากดแรงเกินไป แต่มือของเขาเลื่อนไปตามโค้งของไหล่อย่างช้าๆ รู้สึกถึงความนุ่มนวลของิัผ่านเนื้อผ้า เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ผลักไส เขาจึงดึงร่างนางให้เอนพิงอกของเขาช้าๆ อย่างอ่อนโยน
"เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นก็ได้" เขากระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านผมยาวสลวยของนาง "ข้าเข้าใจ... ข้าเข้าใจดีว่าตอนนี้เ้ารู้สึกอย่างไร มันเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทุกสิ่งที่เ้าเชื่อมาตลอดชีวิต... มันถูกฉีกออกเป็เสี่ยงๆ"
หลิวหว่านสะอึกในอก เสียงสะอื้นแ่เบาดังขึ้นเป็ครั้งแรก ร่างกายของนางยังคงสั่นเทิ้มจากทั้งความเศร้าโศกและความรู้สึกแปลกๆ ที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่
จางเหาลูบหลังนางเป็วงกลมช้าๆ ราวกับปลอบเด็กน้อย แต่มือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปตามโค้งของหลัง บางครั้งแตะที่เอวเล็กน้อย ทำให้หลิวหว่านสั่นเทิ้มแต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะจิตใจกำลังอ่อนแอและ้าความอบอุ่น
"ข้าเคยสังเกตเห็นว่าเ้าเหงา เศร้า และ้าใครสักคนที่เข้าใจ" เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าเคยเห็นเหตุการณ์นี้มาก่อนแล้วขอรับ... ไม่ใช่แค่ได้ยินมา แต่ข้าเห็นด้วยตาตัวเอง เห็นน้องหลิวกับเหมยเอ๋อร์... ใกล้ชิดกันในห้องนอนใหญ่แบบนั้น เหมือนที่เ้าเพิ่งเห็นเมื่อครู่"
หลิวหว่านตัวแข็งทื่อขึ้นทันที ดวงตาแดงก่ำเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำเสียงสั่นเครือ
"ท่าน... ท่านเห็นมาแล้ว? ั้แ่เมื่อไหร่?"
จางเหาถอนหายใจยาว สายตาหลุบลงเล็กน้อยราวกับนึกถึงภาพที่ไม่อยากนึกถึง แต่ในใจกลับยิ้มเ้าเล่ห์ที่แผนกำลังดำเนินไปตามที่คิดไว้
"ั้แ่่ที่เ้าเดินทางไปเมืองเฉินหยางครั้งแรก ข้าไม่ได้ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็น แต่กำแพงเก่าที่ติดกันระหว่างสองบ้านมีรอยแตกตามธรรมชาติ ข้าเคยได้ยินเสียงแปลกๆ บ่อยครั้ง เลยเผลอมอง... แล้วก็เห็น ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแบบนั้น ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายครั้ง"
เขาหยุดชั่วครู่ มือยังคงลูบหลังนางอย่างปลอบโยน แต่เลื่อนลงไปที่เอวมากขึ้น นิ้วแตะผ่านเนื้อผ้าเบาๆ ทำให้หลิวหว่านรู้สึกสั่นเทิ้ม
"ข้าเห็นน้องหลิวกอดเหมยเอ๋อร์แน่น จูบกัน ทำรักกันอย่างเร่าร้อน... เหมือนคู่สามีภรรยาที่รักกันมานาน ข้าเห็นแล้วก็ใ แต่ข้าเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี และข้าก็... เห็นใจเ้า"
"ข้าคิดว่าถ้าข้าบอกเ้าั้แ่แรก เ้าอาจไม่เชื่อ หรืออาจเ็ปยิ่งกว่านี้ ข้าจึงรอ... รอให้เ้าเห็นด้วยตาตัวเอง เพราะบางอย่าง ถ้าไม่เห็นเอง เ้าจะสงสัยไปตลอดชีวิต และความสงสัยนั้นมันจะกัดกินใจเ้าหนักกว่าความจริงเสียอีก"
หลิวหว่านยกมือขึ้นจับชายเสื้อของเขาแน่น น้ำตาไหลยิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดทำให้นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเขา กลิ่นผู้ชายที่หอมอ่อนๆ และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"แล้ว... ท่านทำไมถึงไม่บอกใครเลย? ทำไมถึงปล่อยให้มันดำเนินต่อไป?"
จางเหายิ้มเศร้า มองตรงเข้าไปในดวงตาของนาง มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบแก้มที่เปียกน้ำตา นิ้โป้งเช็ดน้ำตาเบาๆ แล้วเลื่อนลงไปแตะที่คางเล็กน้อย
"เพราะข้าเห็นใจทั้งสองฝ่าย น้องหลิวดูเหงามานาน เ้าต้องเดินทางไปต่างเมือง อยู่บ้านน้อยลง เหมยเอ๋อร์ก็... เธอรักบิดาของเธอมากเกินกว่าที่ควรจะเป็ ข้าไม่ใช่คนดีพอที่จะไปตัดสินใคร แต่ข้ารู้ว่าถ้าความลับนี้แตกออกมา ครอบครัวนี้จะพังยับเยิน"
เขาหยุดชั่วครู่ มือเลื่อนลงไปลูบที่ต้นคอของนางเบาๆ ทำให้หลิวหว่านสั่นเทิ้มและหายใจไม่สม่ำเสมอ
"ข้าเลยเลือกที่จะเฝ้ามองเงียบๆ และคอยช่วยเหลือในแบบที่ข้าทำได้... โดยเฉพาะเ้า น้องสะใภ้หลิว ข้าเคยสังเกตเห็นว่าเ้าเหงา เศร้า และ้าใครสักคนที่เข้าใจ"
เขาดึงนางให้เอนพิงแน่นขึ้นอีกนิด ปล่อยให้นางร้องไห้เงียบๆ บนอกเขา มือใหญ่ลูบไปตามแผ่นหลังอย่างช้าๆ บางครั้งเลื่อนลงไปที่เอวเล็กน้อย ทำให้หลิวหว่านรู้สึกสั่นเทิ้มแต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะจิตใจกำลังอ่อนแอและ้าความอบอุ่น
"ตอนนี้เ้าอาจรู้สึกว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว แต่จริงๆ แล้ว... มันเพิ่งเริ่มต้น เ้ายังมีทางเลือก เ้ายังมีพลังที่จะตัดสินใจได้ว่าจะก้าวต่อไปอย่างไร"
จางเหาค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปลูบผมยาวสลวยของนาง นิ้วสอดผ่านเส้นผมนุ่มนวล ทำให้หลิวหว่านรู้สึกสบายและผ่อนคลายเล็กน้อย ความเศร้าโศกผสมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่ในร่างกายทำให้นางไม่สามารถคิดใสได้
"ข้าจะอยู่ตรงนี้... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เ้า้าใครสักคนที่ฟัง เ้า้าใครสักคนที่ไม่ตัดสิน เ้า้าใครสักคนที่เชื่อว่าเ้ายังสมควรได้รับความรักและความอบอุ่น... ข้าพร้อมเป็คนนั้นให้เ้า"
มือของเขาเลื่อนลงมาลูบไหล่ของนางเบาๆ นิ้วแตะิัที่เปิดออกจากคอเสื้อเล็กน้อย ความอบอุ่นจากการััทำให้หลิวหว่านสั่นเทิ้ม แต่ไม่ใช่เพราะกลัวหรือไม่สบาย แต่เป็ความรู้สึกแปลกๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น
หลิวหว่านสะอึกในอกอีกครั้ง นางยกมือขึ้นกอดเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ราวกับกลัวว่าจะล้มลงหากปล่อยมือ ความใกล้ชิดทำให้นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเขา กลิ่นผู้ชายที่หอมอ่อนๆ และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"ข้า... ข้าไม่รู้เลย... ข้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป... ทำไมร่างกายข้าถึงได้..." นางหยุดพูดกลางคัน เพราะอายที่จะบอกว่าร่างกายยังคงมีความรู้สึกตกค้างจากภาพเร่าร้อนที่เห็น
จางเหารู้ดีว่านางกำลังคิดอะไร เขายิ้มเล็กน้อยโดยที่นางไม่เห็น แล้วลูบหลังนางอย่างปลอบโยนมากขึ้น มือเลื่อนไปตามโค้งของเอว ทำให้หลิวหว่านสั่นเทิ้มและหายใจไม่สม่ำเสมอ
"ไม่เป็ไร... เ้าไม่ต้องรู้สึกผิดกับปฏิกิริยาของร่างกายตัวเอง มันเป็เื่ธรรมชาติของผู้หญิง เมื่อได้เห็นภาพแบบนั้น ร่างกายก็จะมีปฏิกิริยา ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม เ้าไม่ได้ทำผิดอะไร"
เขากอดนางตอบเบาๆ แต่ยังคงสุภาพและไม่เกินเลย มือข้างหนึ่งลูบหลัง อีกมือลูบผมอย่างอ่อนโยน แต่บางครั้งก็เลื่อนลงไปแตะที่ต้นคอและไหล่เล็กน้อย ทำให้หลิวหว่านรู้สึกสั่นเทิ้มและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
"เ้าสวยมาก... แม้จะร้องไห้ก็ยังสวย ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมน้องหลิวถึงไปหาความสุขที่อื่น ในเมื่อมีเ้าที่งดงามแบบนี้อยู่ข้างๆ"
คำชมเชยนั้นทำให้หลิวหว่านรู้สึกอบอุ่นใจ นางไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้มานาน สามีไม่เคยชมนางอีกแล้ว และลูกสาวก็ไม่เคยสนใจความรู้สึกของนาง
"ข้า... ข้าอายุมากแล้ว คงไม่สวยเหมือนตอนสาวๆ ... ไม่งั้นทำไมจะ..." นางพูดด้วยเสียงสั่น
"ไม่ใช่เลย" จางเหาขัดจังหวะ มือลูบแก้มของนางอย่างอ่อนโยน "เ้าสวยที่สุดในสายตาข้า สวยกว่าผู้หญิงคนไหนที่ข้าเคยเห็น ข้าเคยมองเ้ามานานแล้ว... และข้าคิดเสมอว่าเ้าสมควรได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้"
หลิวหว่านมองเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นความจริงใจและความอบอุ่น ความเหงาและความ้าที่สะสมมานานทำให้นางรู้สึกหวั่นไหว ร่างกายที่ยังคงมีความรู้สึกตกค้างจากภาพเร่าร้อนที่เห็นทำให้นาง้าความััมากขึ้น
จางเหาเห็นการเปลี่ยนแปลงในสายตาของนาง เขาค่อยๆ โน้มหน้าเข้าใกล้ มือข้างหนึ่งลูบผมนาง อีกมือลูบไปตามแผ่นหลังช้าๆ ลงไปที่เอวเล็กน้อย
"ข้าอยากดูแลเ้า... อยากให้เ้ารู้สึกดี รู้สึกมีค่า รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ เ้าไม่ควรต้องเ็ปแบบนี้ ไม่ควรต้องเหงา ไม่ควรต้องอยู่คนเดียว"
เขากระซิบข้างหูนาง ลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านเปลือกหูบางๆ ทำให้หลิวหว่านสั่นเทิ้มและรู้สึกแปลกๆ ในท้องน้อย ความรู้สึกที่เคยมีตอนเห็นภาพเร่าร้อนเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็เพราะการััของเขา
ทั้งสองนั่งอยู่อย่างนั้น บนพื้นหญ้าในสวนหลังบ้านที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ และเสียงสะอื้นแ่เบาของหลิวหว่านที่ค่อยๆ เบาลง จางเหายังคงลูบไล้ร่างกายของนางอย่างอ่อนโยน มือเลื่อนไปตามโค้งต่างๆ ของร่างกาย ทำให้นางรู้สึกสั่นเทิ้มและอบอุ่นไปพร้อมกัน
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมา อบอุ่นแต่ไม่อาจละลายความหนาวเย็นในใจของนางได้
ในความเงียบนั้น จางเหายิ้มเล็กน้อยโดยที่นางไม่เห็น เขารู้ว่าแผนของเขากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี หลิวหว่านกำลังอ่อนแอและ้าความอบอุ่น และเขาก็พร้อมที่จะให้สิ่งที่นาง้า... แต่ในแบบของเขาเอง