บทที่ 11 บุกทะลวงสวนสัตว์ (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนไม่คิดว่าคนในโกดังจะตามออกมาในเวลานี้ เธอไม่อยากให้เื่ยุ่งยากไปกว่านี้ จึงะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านด้านหลัง หยิบลูกธนูสามดอกออกมาอย่างรวดเร็ว หมุนตัวกลับแล้วยิงไปข้างหลัง ลูกธนูสามดอกพุ่งแหวกอากาศตรงไปยังลูกน้องของตี้เจียงที่กำลังไล่ตามมา
“กระจายตัวหลบ!” ตี้เจียงไม่ได้คาดคิดว่าเด็กตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างหน้าจะชักธนูยิงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาะโเสียงดัง ลูกน้องของเขารีบกระจายตัวออกไปทันที ลูกธนูสามดอกพุ่งเฉียดไปนิดเดียว ยิ่งทำให้ตี้เจียง้าตามหาลั่วฉิงเทียน แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ
“เธอไปไกลไม่ได้หรอก เธอต้องรู้อะไรบางอย่างแยกย้ายกันตามหา!” ตี้เจียงพูดจบก็ปีนขึ้นไปบนหลังคาโกดังตรงหน้าด้วยมือเปล่า จากนั้นก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนหลังคาเพื่อตามหาร่องรอยของลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนะโลงจากหลังคาในขณะที่ตี้เจียงกำลังหลบลูกธนูของเธอ เธอรีบวิ่งฝ่าซอยแคบ ๆ อันซับซ้อน พอเห็นถนนใหญ่ เธอก็รีบนำรถออกมาจากพื้นที่มิติ ขับออกไปทันที
ตอนนั้นทักษะที่สามจิตััของเธอก็ทำงานพอดี เธอเห็นทหารกลุ่มนั้นยังคงตามหาตนอยู่ ลั่วฉิงเทียนจึงเร่งความเร็ว พุ่งขึ้นไปบนถนนฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่รถของลั่วฉิงเทียนแล่นไปบนถนนใหญ่ก็มีฝูงซอมบี้วิ่งกรูกันเข้ามา ลั่วฉิงเทียนไม่กล้าหยุดรถ พุ่งชนซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาจนกระเด็นไปคนแล้วคนเล่า
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ข้างหน้ามีรถบัสพลิกคว่ำอยู่คันหนึ่ง รอบ ๆ รถบัสมีฝูงซอมบี้ล้อมเต็มไปหมด
ลั่วฉิงเทียนเหลียวมองซอมบี้ที่ยังไล่ตามมาข้างหลัง แล้วมองซอมบี้ที่กำลังวิ่งมาทางรถของเธอข้างหน้าอย่างชั่งใจ เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะหักพวงมาลัยพุ่งเข้าไปในพื้นที่สีเขียวฝั่งตรงข้าม
รถพุ่งเข้าไปในพื้นที่สีเขียว ลั่วฉิงเทียนรีบลงจากรถ เก็บรถเข้าไปในช่องว่างมิติ แล้วะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังหนึ่งอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวอันว่องไวของลั่วฉิงเทียนทำให้ฝูงซอมบี้ที่กรูกันเข้ามา ไล่ตามเธอติด ๆ
ลั่วฉิงเทียนวิ่งอยู่บนหลังคาบ้านพักหนึ่ง พบว่าอีกฝั่งหนึ่งเป็สวนสาธารณะ และสกิลที่สามของเธอก็ไม่พบซอมบี้ในบริเวณนั้น ลั่วฉิงเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะะโลงไป
เธอเดินอยู่ในสวน มองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง เมื่อครู่วิ่งหนีตายแทบไม่ได้ดูทางเลย ไม่รู้ว่าตัวเองะโลงมาที่ไหน แถมในสวนแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะไม่มีผู้คน แม้แต่ซอมบี้สักตัวเดียวก็ไม่มี ความเงียบสงัดทำให้รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
เธอเปิดใช้ทักษะจิตััแล้วค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง กระทั่งมองเห็นป้ายบอกทางที่อยู่ไม่ไกล เธอก็อดสบถในใจไม่ได้
“ซวยชะมัด ทำไมถึงมาโผล่ที่สวนสัตว์ได้เนี่ย!” มิน่าที่นี่ถึงไม่มีใคร หลังฝนกรด สิ่งมีชีวิตทั่วโลกกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต่างก็กลายพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตที่เป็อันตรายที่สุดในตอนนั้นก็คือเหล่าสัตว์ทั้งหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ร้าย พวกมันไม่เพียงแต่กินคน ยังกินซอมบี้ หรือแม้กระทั่งกินกันเอง โดยเฉพาะ่หลัง ๆ โลกใบนี้กว่าครึ่งถูกยึดครองโดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
ส่วนมนุษย์อย่างเรามีที่อยู่เพียงหยิบมือเดียว เมื่อนึกถึงเื่นี้ เธอก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ในชีวิตก่อนว่ากันว่าในเมืองนี้มีสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ปรากฏตัวอยู่ตัวหนึ่ง เป็เสือที่ไม่รู้ว่ากินซอมบี้และพวกเดียวกันไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
เสือตัวนั้นดุร้ายมาก ิัก็แข็งแกร่งอย่างยิ่งแทบจะฆ่ามนุษย์แถวนั้นตายไปจนหมดไม่ว่าหน่วยกำจัดเสือั์ทีมไหนที่ถูกส่งมา สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงในปากเสือ
ตอนนี้ลั่วฉิงเทียนคิดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือรีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด! โชคดีที่เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับสวนสัตว์แห่งนี้ เธอจึงรีบวิ่งผ่านไปตามทางลัด เพื่อที่จะหนีออกไปจากสวนสัตว์แห่งนี้โดยเร็วที่สุด
ทว่าขณะที่เดินผ่านบริเวณสวนเสือ ลั่วฉิงเทียนก็ต้องหยุดชะงัก กระจกนิรภัยในสวนเสือแตกละเอียด ไร้ร่องรอยของเสือขาวสองตัวที่เคยอยู่บนูเาจำลอง
แต่เมื่อลั่วฉิงเทียนเดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอรู้สึกขนลุกซู่ราวกับมีลางสังหรณ์ถึงอันตราย ทันใดนั้นลั่วฉิงเทียนก็ะโขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงโดยไม่ลังเล เมื่อหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งยืนอยู่
ก็พบกับเสือโคร่งขาวตัวมหึมาตัวหนึ่งะโลงมาตรงนั้น ทันทีที่เห็นเสือขาวตัวนั้น หัวใจของลั่วฉิงเทียนก็พลันเย็นเฉียบ เสือขาวตัวนี้ดูใหญ่กว่าเสือขาวทั่วไปมากอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งมันยังมีเขี้ยวงอกยาวออกมาภายนอกอย่างผิดปกติอีกด้วย
เมื่อเห็นว่าลั่วฉิงเทียนหลบหนีได้ มันจึงหันมาคำรามใส่เธอที่อยู่บนต้นไม้ ลั่วฉิงเทียนกำกิ่งไม้แน่นจนมือเริ่มมีเหงื่อ เธอไม่อาจต้านทานพลังของเสือตัวนี้ได้เลย ในหัวของลั่วฉิงเทียนก็มีเพียงความคิดเดียวคือหนี!
เสือขาวตนนั้นราวกับรับรู้ถึงความคิดของลั่วฉิงเทียน มันไม่เปิดโอกาสให้ลั่วฉิงเทียนได้คิดต่อ พุ่งเข้าหาต้นไม้อีกครั้ง ลั่วฉิงเทียนรีบะโลงจากต้นไม้ วิ่งหนีไปทางด้านข้าง
เสือขาวที่ตะปบพลาดไล่ตามลั่วฉิงเทียนไปอีกครั้ง แม้ว่าลั่วฉิงเทียนจะมีพลังพิเศษช่วย แต่ความเร็วก็เทียบไม่ได้กับเสือขาว เพียงพริบตาเดียว เสือขาวก็ะโมาขวางหน้าลั่วฉิงเทียนแล้ว
ลั่วฉิงเทียนใอย่างมาก พลังและความเร็วของเสือขาวพัฒนาถึงขั้นนี้แล้วหรือ เมื่อคิดถึงสัตว์ร้ายในชาติที่แล้ว ลั่วฉิงเทียนก็มั่นใจว่าต้องเป็เสือขาวตัวนี้แน่ ๆ
บัดนี้ เส้นทางหลบหนีถูกปิดกั้น ลั่วฉิงเทียนกัดฟัน เธอดึงมีดออกมาจากช่องว่าง มองเสือที่อยู่ตรงหน้าอย่างระแวดระวัง ในอดีตมีอู่ซงปราบเสือ ปัจจุบันมีลั่วฉิงเทียนต่อสู้กับเสือขาวอย่างเอาเป็เอาตาย
ใครจะเป็ผู้ชนะ ทุกอย่างยังไม่เป็ที่แน่ชัด เมื่อเสือขาวสังเกตเห็นว่าลั่วฉิงเทียนสามารถหยิบอาวุธออกมาจากอากาศได้ ดวงตาของมันก็ฉายแววประหลาดใจ
จากนั้นเสือขาวก็คำราม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลั่วฉิงเทียนอีกครั้ง ลั่วฉิงเทียนะโไปข้างหน้า คุกเข่าลงแล้วเลื่อนตัวไปข้างหน้า เธอเลื่อนตัวผ่านใต้ท้องเสือขาว หลบการจู่โจมของมันได้อีกครั้ง
ขณะที่ลั่วฉิงเทียนกำลังลื่นลงมานั้น เธอก็ได้ใช้ดาบของเธอแทงเข้าไปที่ท้องของเสือขาวอย่างแรง แต่หนังของเสือขาวนั้นหนามาก ดาบของลั่วฉิงเทียนจึงแทงเข้าไปได้ไม่ลึกนัก แต่ก็ทำให้เสือขาวได้รับาเ็
เสือขาวร้องโหยหวน ะโไปด้านข้างพร้อมกับดาบของลั่วฉิงเทียนที่ปักอยู่ที่ท้องของมัน ในตอนนี้ท้องของมันเริ่มมีเืไหลออกมา มันคำรามใส่ลั่วฉิงเทียนสองครั้ง ลั่วฉิงเทียนได้ยินความโกรธและเ็ปจากเสียงคำรามนั้น
ดูเหมือนดาบของเธอจะทำให้มันเ็ปไม่น้อย ตอนนี้เสือขาวโกรธจัด มัน้าดึงดาบที่ปักอยู่ที่ท้องของมันออก ในขณะเดียวกัน ลั่วฉิงเทียนก็หยิบธนูออกมา เธอถอยหลังพลางยิงธนูใส่เสือขาว
ลูกธนูพุ่งทะยานไปในอากาศและพุ่งตรงไปที่ร่างของเสือขาว ลูกธนูทั้งสามดอกพุ่งเข้าไปในร่างของเสือขาว เสือขาวคำรามอีกครั้ง ภาพที่เห็นทำให้ลั่วฉิงเทียนใเธอรู้อยู่แล้วว่าขนของเสือหนาแค่ไหน และเพราะเหตุนี้เธอจึงเสี่ยงโจมตีจากใต้ท้องของมัน
เพราะท้องเป็จุดที่อ่อนแอที่สุดของเสือขาว แต่เธอไม่ได้คาดคิดว่าลูกธนูทั้งสามดอกของเธอจะสามารถเจาะเข้าไปในร่างของเสือขาวได้