บทที่120
แผนการกดดัน
ในช่วงยามเช้าของวันวันนี้เองก็เป็นเช่นทุกวันแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวงอย่างไป๋เฟิ่งทำเอกสารกองทัพอยู่ภายในห้องทำงานของตนเอง
แต่ในขณะที่นางกำลังนั่งทำเอกสารของนางอยู่นั้นร่างของทหารผู้นึงที่กำลังร้อนรนวิ่งเข้ามาจากบริเวณด้านนอกอย่างรวดเร็วตัวที่ทหารผู้นั้นวิ่งตรงผ่านประตูเข้ามาแล้วมันเองก็มาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของท่านแม่ทัพของมัน
ไป๋เฟิ่งพี่นั่งอยู่เต็มไปด้วยความสงสัยนางมองคนผู้นั้นเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาด้านหน้าของคนผู้นั้น“ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น? ”
“ แย่แล้วขอรับท่านแม่ทัพตอนนี้ภายในตลาดและภายในเมืองหลวงมีเรื่องราวเล่าลือบางอย่างที่มีผลกระทบกับกองทัพของเรา” ทหารผู้นั้นทำการเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรน
ไป๋เฟิ่งแม้จะเห็นทหารผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนออกมาตัวของเราเองก็แสดงใบหน้าเรียบเฉยตอบรับกลับไปก่อนที่จะทำการเอ่ยถาม“ มีเรื่องอันใด? ”
“ ในตอนนี้พวกชาวบ้านเริ่มทำการพูดถึงว่าท่านแม่ทัพจะจับตัวพวกที่ทำการลักพาตัวเด็กภายในเมืองไปเลยทำให้ในตอนนี้พวกชาวเมืองเองก็เริ่มคาดหวังกับทางกองทัพของเราให้จับตัวคนพวกนั้น” ทหารผู้นั้นทำการเอ่ยรายงานออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้
มันทำการพูดออกมาแม่ทัพใหญ่ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าแสดงใบหน้าจริงจังคิ้วทั้งสองข้างของนางขมวดเข้าหากัน“ ผู้ใดที่เป็นคนบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้? ”
นางเอยถามออกมาด้วยความจริงใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะว่าตอนนี้นางนั้นยังไม่ได้ทำการเอ่ยหรือว่าบอกมาเลยว่านางจะจัดการเกี่ยวกับเรื่องคดีหรือว่าจับตัวคนที่ทำการลักพาตัวเด็กๆภายในเมืองไป
“ ทางเราเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับตอนนี้พยายามเริ่มสื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แต่มองดูจากเจตนาแล้วคนที่ทำการพูดเรื่องนี้ออกไปคงมีหวังจะทำให้อำนาจของกองทัพนั้นสั่นคลอนอย่างแน่นอน” ทหารผู้นั้นเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
ผู้ที่กระทำเกี่ยวกับเรื่องนี้จะนานของมันนั้นมีอย่างชัดเจนแน่นอนแล้วว่าตัวของมันต้องการที่จะทำให้และความเชื่อมั่นของกองทัพนั้นลดน้อยลง
อันที่จริงแล้วภายในเมืองหลวงแห่งนี้ผู้คนมากมายเชื่อมั่นในกองทัพเป็นอย่างมากโดยคนมากมายที่เชื่อมั่นภายในกองทัพมันเองก็เป็นเพราะว่าคนเหล่านั้นเชื่อมั่นในแม่ทัพใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรสตรีของแผ่นดิน
และความเชื่อมั่นของผู้คนที่เชื่อมั่นกับท่านแม่ทัพใหญ่มันเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนภายในเมืองหลวงและไม่ได้หวาดกลัวต่ออำนาจของผู้ใด
ในตอนนี้เมื่อมีข่าวประกาศออกไปเช่นนี้มันเองก็ทำให้เราผู้คนนั้นเริ่มมีความหวังและเริ่มเชื่อมั่นภายในกองทัพ
แล้วถ้าในวันนึงกองทัพนั้นทำการออกไปและก็ประกาศให้ล่วงรู้ว่าพวกเขานั้นยังไม่ได้ความคืบหน้าเกี่ยวกับคนที่ลงมือกระทำเรื่องนี้สิ่งใดจะเกิดขึ้น
ดูผลมากมายคงจะโวยวายขึ้นมาและผู้คนมากมายเหล่านั้นเองก็คงจะลดความเชื่อมั่นที่มีต่อภายในกองทัพของตนเองลงทำให้ความเชื่อมั่นภายในกองทัพที่ผ่านมานั้นหายไปด้วยเช่นเดียวกัน
และผลที่ตามมามันก็คืออำนาจของกองทัพจะค่อยๆลดน้อยลงตอนนี้ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะใช้วิธีการนี้ในการกดดันกองทัพ
“ และดูเหมือนว่าผลที่จะตามมามันไม่ได้มีเพียงแค่นั้นนะขอรับท่านแม่ทัพเชิญดูนี่”ทหารผู้นั้นนำกระดาษบางอย่างออกมาจากเสื้อจากนั้นมันก็ทำการยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้กับท่านแม่ทัพที่อยู่บริเวณด้านหน้าของมัน
มันทำการยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้กับท่านแม่ทัพที่อยู่ด้านหน้าของมันไป๋เฟิ่งรับของที่ถูกส่งเอามาไว้ภายในมือก่อนที่นางทำการเปิดมันและก็มองดูสิ่งที่อยู่บริเวณด้านในนั้น
เมื่อลองมองดูสิ่งที่อยู่ด้านในนั้นนางมองเห็นว่าด้านในนั้นคือจดหมายจากทางราชสำนัก“ เพราะว่าเราผู้คนเริ่มทำการคาดหวังกับการจับตัวคนร้ายให้ได้เพราะแบบนั้นทางราชสำนักเองก็เริ่มกดดันมากขึ้นดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีคนภายในราชสำนักจำนวนไม่น้อยเลยที่ผลักดัน ”
“ ใช่แล้วขอรับท่านแม่ทัพถ้าเป็นแบบนี้สถานการณ์ภายในกองทัพคงจะไม่ดีนะเพราะว่าถ้าภายในเมืองนั้นรู้ว่าเรานั้นยังไม่ได้เบาะแสเกี่ยวกับพวกที่จับเด็กภายในเมืองไปพวกชาวเมืองจะต้องโวยวายอย่างแน่นอน ”
“ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นผลกระทบในครั้งนี้มันก็อาจจะส่งผลมาถึงท่านแม่ทัพใหญ่ให้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้โดยตรงบางทีตำแหน่งของท่านอาจจะไม่มั่นคงเลยก็ได้นะขอรับ ” ทหารผู้นั้นทำการเอ่ยรายงานออกมาอย่างจริงจัง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันมีมากกว่าที่คนหลายๆคนนั้นคิดเอาไว้มาก
โดยถ้ามองถึงว่าผู้ใดจะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุดก็คงจะไม่พ้นนางอย่างแน่นอน
แม้ว่าปัญหานั้นจะย่างกายมาใกล้ถึงจมูกแต่ตอนนี้นางเองก็ยังคงสงบนิ่งดวงตาจ้องมองจดหมายภายในมือ
ก่อนที่ผ่านไปสักพักเสียงฝีเท้าอีกหนึ่งจะย่างกายเข้ามาภายในห้องแห่งนี้
ไป๋เฟิ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตามองเอกสารภายในมือเหลือบสายตาไปมองผู้ที่ก้าวเข้ามาภายในห้องแห่งนี้มองเห็นว่าคนผู้นั้นคือชิงมู่
มันทำการก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่จริงจังเพียงแค่ดวงตาที่จริงจังนั้นมองตรงมาที่แม่ทัพใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้านางผู้ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่เองก็รู้ได้ในทันทีว่าหมายความว่าอย่างไร
ไป๋เฟิ่งแปรงใบหน้าจริงจังตอบรับกลับไปก่อนที่นางจะทำการเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาได้ทันเวลาพอดี… ”
….
ภายในห้องทำงานของแม่ทัพใหญ่บัดนี้ภายในห้องแห่งนี้ทหารผู้ที่มาส่งข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ออกไปด้านนอกเรียบร้อยแล้ว
ในห้องแห่งนี้เหลือเพียงแค่สองผูัเท่านั้นที่อยู่นั่นก็คือไป๋เฟิ่งที่นั่งอยู่บริเวณด้านบนโต๊ะทำงานของตนเองและก็มีชิงมู่ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้า
ชิงมู่ก้าวเท้าของตนเองออกมาด้านหน้าแล้วก็เดินเข้าไปใกล้ๆโต๊ะของท่านแม่ทัพใหญ่ก่อนจะนำเอกสารจำนวนมากออกมาจากเสื้อและก็เมื่อวานเอาไว้ด้านหน้า
ไป๋เฟิ่งในดวงตาของตนเองต้องมองเอกสารมากมายที่ถูกตั้งงเอาไว้ด้านหน้าก่อนที่นางจะเริ่มทำการนำเอาแผ่นกระดาษพวกนั้นที่ถูกตั้งเอาไว้ขึ้นมาอ่านอย่างช้าๆ
การทำการอ่านมันด้วยท่าทางที่สงบนิ่งดวงตากวาดมองตัวอักษรมากมายที่ถูกเขียนเอาไว้ภายในนั้นเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
หลังจากที่ได้ใช้ดวงตามองอ่านไปสักพักใหญ่ๆก็เอ่ยขึ้น“ เจ้าทำการสืบเรื่องนี้โดยที่ไม่ให้พวกมันได้ล่วงรู้ใช่หรือไม่ ”
ชิงมู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก้มศีรษะของตนเองลงเล็กน้อยก่อนที่จะทำการตอบกลับไป“ แน่นอนขอรับท่านแม่ทัพในครั้งนี้เรื่องราวที่สืบมาคนพวกนั้นไม่รู้อย่างแน่นอนถ้ามั่นใจ”
“ แล้วเกี่ยวกับเรื่องข่าวภายในตลาดและภายในเมืองที่ตอนนี้กำลังพูดออกไปไม่ใช่ฝีมือของท่านแม่ทัพใช่หรือไม่ขอรับ ”ชิงมู่เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยมันเป็นเพราะว่าตัวของเขาประหลาดใจตั้งแต่ตัวเองนั้นได้ยินแล้ว
“ ไม่ใช่ข้าดูเหมือนว่าจะเป็นทางฝั่งนั้นเป็นคนที่จัดการแต่เพียงแค่รู้ว่าเจ้านั้นไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ให้ผู้ใดรู้เพียงแค่นั้นข้าก็มั่นใจได้แล้วว่าคนพวกนั้นไม่รู้การเคลื่อนไหวของพวกเราจริงๆ”
“ ในเมื่อพวกมันไม่รู้การเคลื่อนไหวของพวกเราจริงๆถ้าเช่นนั้นมันเองก็ถึงคราวที่พวกเรานั้นจะต้องเดินหมากเพื่อตอบโต้พวกมันบ้างแล้ว” ตาทั้งสองข้างของไป๋เฟิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง
ดูเหมือนว่าตอนนี้ใบหน้าของนางที่เย็นชามันจะเริ่มมีอารมณ์และความรู้สึกขึ้นมานางค่อยๆทำการเก็บกระดาษข้อมูลทุกอย่างที่ได้รับมาจากแม่ทัพที่อยู่เบื้องหน้าเอาไว้ในกล่องสำคัญและก็เก็บเอาไว้ภายใต้โต๊ะทำงาน
หลังจากนั้นนางก็ลุกขึ้นเดินลงไปบริเวณมุมห้องดึงผ้าคลุมสีแดงมาคุมร่างกายเอาไว้จากนั้นก็หยิบกระบี่คู่กายของตนเองขึ้นมา
ชิงมู่ผู้ที่เป็นแม่ทัพใต้บังคับบัญชามองเห็นท่านแม่ทัพใหญ่หยิบกระบี่ของตนเองและนำผ้าคลุมมาคลุมร่างกายมันใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปด้วยความจริงจังก่อนที่จะทำการเอ่ยถามขึ้นมา “ท่านแม่ทัพใหญ่นี่ท่าน… ”
ไป๋เฟิ่งแดงใบหน้าเย็นชาออกมาก่อนที่นางจะทำการตอบรับกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียกเฉย“ ไปกัน!! ”
“ พวกเราจะตอบโต้พวกมันกลับไปบ้าง ”
เมื่อได้ยินท่านแม่ทัพที่อยู่ด้านหน้าเลยออกมาเช่นนั้นชิงมู่ที่ยืนอยู่แสดงใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจมุมปากทั้งสองข้างของคนผู้นี้ฉีกยิ้มออกมา
จากที่อีกฝ่ายทำการเปิดการโจมตีหมู่ส่งมาที่ตัวของนางตั้งใจจะเล่นงานกองทัพให้ราชสำนักนั้นกดดันทำให้จุดยืนของกองทัพแย่ลง
ในตอนนี้พวกมันไม่รู้เลยว่าตัวของพวกมันกำลังจะโดนตอบโต้กลับไปด้วยแผนการของแม่ทัพใหญ่อย่างไป๋เฟิ่ง
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วนางได้นำพาทหารจำนวนนึงควบอาชาออกไปจากวังหลวงมุ่งตรงไปบนถนนเส้นหลักของเมืองแล้วก็ไปที่เป้าหมายของตนเองที่อยู่บริเวณนอกเมืองไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าตอนนี้งานกำลังจะเดินทางไปที่ใด
ในขณะที่ไป๋เฟิ่งทางออกไปบริเวณนอกเมืองทางด้านของลู่หยางเขาก็ได้เดินทางมาที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้เขาหยุดทั้งสองข้างของตนเองบริเวณด้านหน้าของมันเลยใบหน้าขึ้นไปมองบริเวณป้ายด้านบนเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปภายในที่ว่าการอำเภอด้วยเจตนาบางอย่าง
บริเวณเขตนอกเมืองกระท่อมแห่งหนึ่งถูกตั้งอยู่บริเวณภายในป่าลึก
ไป๋เฟิ่งเคลื่อนที่โดยนำกำลังคนประมาณ20-30 คนมุ่งตรงมาที่สถานที่แห่งนี้
จบบท