วันนี้วันหยุดไม่มีใครอยู่บ้าน แต่ยามาส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกั้แ่เมื่อคืนแล้วว่าหล่อนจะมาเที่ยวที่บ้าน พริมาตื่นแต่เช้าอยู่แล้วตอนที่เพื่อนมาถึงจึงไม่ต้องกดกริ่งเรียกเพราะตอนที่ยามามาถึงหน้าประตูบ้านนั้นหล่อนกำลังรดน้ำต้นแก้วอยู่หน้าบ้านพอดี
“มาตรงเวลาเลยนะปลาทู” พริมาทักทายเพื่อนของหล่อนเมื่อหันไปเห็นยามายืนยิ้มแฉ่งอยู่ที่รั้วประตูบ้าน พริมาวางสายยางแล้วเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา
“กำลังหิวเลย...ยังไม่ได้กินข้าว”ยามาเข้าผ่านประตูรั้วมาแล้วมุ่งตรงเข้าบ้านทันที ทิ้งเ้าของบ้านให้จัดการปิดประตูบ้านให้เรียบร้อย...แล้วค่อยเดินตามแขกเข้าบ้านมาแล้วกัน พริมามองตามเพื่อนที่รู้จักบ้านนี้ดีพอ ๆ กับหล่อนเลยทีเดียว พริมาอยู่รดน้ำต้นไม้จนเสร็จก่อน ยังไม่ได้เดินตามเพื่อนเข้าบ้านไป ยามาหิวหล่อนก็หากินเองในครัวได้ เพื่อนหล่อนคนนี้มาบ้านนี้ประจำจนของบางอย่างในบ้านยามารู้ดีซะยิ่งกว่าคนในบ้านนี้เสียอีกว่าอะไรวางอยู่ตรงไหน
“ข้าวต้มอร่อยมากเลย กินไป 2 ถ้วยแล้ว” ยามาบอกเมื่อเห็นพริมาเดินตามเข้ามาในครัว หล่อนยิ้มให้เพื่อนแล้วไปหยิบชามของตัวเองมาบ้าง
“ลูกแก้วอุตส่าห์รอจะกินข้าวพร้อมปลาทู กลายเป็ว่าปลาทูกินเสร็จก่อนซะแล้ว”
“เห้ย ๆ ยัง! ปลาทูยังไม่ได้เริ่มเลยนะ นี่ก็ยั้ง ๆ รอลูกแก้วนั่นแหละ แต่เมื่อกี้น่ะมันหิวมากกก” ยามาลากเสียงยาวให้เพื่อนรู้ว่าหล่อนหิวมากจริง ๆ พอเริ่มอิ่มก็เริ่มรู้สึกผิดว่าหล่อนถือวิสาสะกินอิ่มก่อนเ้าของบ้านเสียอีก
“วันนี้ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ?” แม้จะรู้จากที่คุยกันเมื่อคืนแล้ว แต่ก็อดถามอีกรอบไม่ได้
“อืม...แม่กับคุณลุงไปตลาด ส่วนคุณชายใหญ่ไม่รู้ไปไหนเหมือนกัน”
“เสียดาย ตอนแรกพี่พิมพ์บอกว่าจะมาวาดรูปด้วยกัน”
“พอดีมีเื่ด่วนน่ะ วันนี้เลยต้องรีบไปดูที่ตลาด” จนมาถึงตอนนี้ยามาก็ยังไม่รู้ว่าภารดีทำหน้าที่อะไรกันแน่ พริมาเคยบอกว่าเป็ผู้จัดการ หล่อนก็เดาเอาว่าผู้จัดการตลาดก็คงจะจัดการปัญหาทุกอย่างที่ตลาดกระมัง วันหยุดแบบนี้ก็เลยต้องออกจากบ้านไปทำงาน ...แต่อย่างว่าดูแล้วงานนี้เงินน่าจะดีไม่ใช้น้อย เป็หล่อนถ้าเงินดีขนาดนั้นเรียกเวลาไหนหล่อนก็คงจะไป
“งั้นเราวาดกันสองคนก็ได้ ปลาทูคัดแบบมาหมดแล้ว เดี๋ยวเรามาช่วยกัน พรุ่งนี้ก็น่าจะเสร็จ ต้องเอาให้เสร็จแหละ หลังจากนี้วันหยุดปลาทูคงจะมาไม่ได้อีกนาน” พริมาพยักหน้า ยามาบอกหล่อนว่าั้แ่อาทิตย์หน้าเป็ต้นไปหล่อนคงไม่ได้มาเที่ยวที่บ้านวันเสาร์ – อาทิตย์อีกหลายเดือน เพราะยามาไปลงเรียนเย็บผ้ากับศูนย์ฝึกอาชีพไว้ สำหรับผู้เริ่มต้นจะเรียนทั้งเสาร์และอาทิตย์ แต่มีบางศูนย์ที่สอนเฉพาะวันเสาร์แต่ก็อยู่ไกลบ้านเกินไป หล่อนจึงเลือกเรียนที่ศูนย์ฯ สาขานี้เพราะใกล้บ้านที่สุดแล้ว ค่าเรียนก็ฟรี เสียแต่ค่ารถอย่างเดียว เลือกเรียนใกล้บ้านจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป
“ก็ไปเรียนพื้นฐานก่อน พอเรารู้จักและเป็แล้ว ที่เหลือเรามาต่อยอดเองได้ แรก ๆ ก็อาจจะลำบากหน่อย แต่ปลาทูว่าไหวนะ ได้ทำอะไรที่ชอบมันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน” ยามาบอกเพื่อนตอนที่หล่อนเล่าให้ฟังว่าไปลงทะเบียนเรียนตัดผ้าไว้
“แล้วปลาทูจะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอ เรียนทุกวันเลยนะไม่ได้หยุดเลย” พริมาก็ยังอดเป็ห่วงเพื่อนไม่ได้ วันจันทร์ – ศุกร์ก็เรียน นี่เสาร์ – อาทิตย์ก็ยังจะเรียนอีก
“โอ้ย! หยุดแล้วทำอะไร กิน ๆ นอน ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ สู้เอาเวลาไปหาความรู้อย่างอื่นดีกว่า อีกอย่างเื่เรียนปลาทูฉลาด เรียนในห้องปลาทูก็จำได้หมดแล้ว ไม่ต้องมาอ่านเพิ่มหรอก เรียนพิเศษก็ไม่ต้อง...เสียดายตังค์” เห็นเพื่อนยืนยันหนักแน่นพริมาก็เบาใจ อย่างยามาแล้วเื่นี้ไม่คุยแน่นอนถ้าเป็เื่เรียนขนาดว่าเอาพริมาไปเรียนพิเศษแล้วมาสอบแข่งกับยามายังไม่รู้เลยว่าหล่อนจะทำคะแนนสู้ยามาได้หรือเปล่า
“และไม่ต้องห่วงนะ เื่ติวน่ะปลาทูวางแผนไว้หมดแล้ว เราติววันธรรมดาได้สบายมาก” พริมา ทำหน้าปั้นยาก หล่อนอุตส่าห์หวังลึก ๆ ในใจว่า “รอด” แล้วเชียว
วันนี้สองสาวตกลงกันว่าจะมาวาดรูปเล่นที่กำแพงบ้านฝั่งมุมเลี้ยงไก่ของพริมา พวกหล่อนขออนุญาตคุณนพรักษ์แล้วและเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ภารดีเองตอนแรกก็บอกว่าจะมาวาดด้วยกัน แต่พอถึงวันจริงกลับติดธุระด่วน สุดท้ายเหลือสมาชิกอยู่สองคน พริมาเห็นเพื่อนขนกระเป๋าใบใหญ่ั้แ่เปิดประตูบ้านให้แล้ว แต่ยังไม่ได้ถามว่าเพื่อนหล่อนขนอะไรมานักหนาถึงได้แบกของมามากมายขนาดนี้
“แบบ แล้วก็นี่! สี” ยามาเปิดกระเป๋าหยิบอุปกรณ์ออกมา ของพวกนี้ไม่ต้องซื้อเพราะยามาชอบวาดรูปหล่อนมีสีทุกอย่าง...สีน้ำทากำแพงนี้หล่อนก็เอามาจากบ้าน เพราะผนังห้องที่บ้านหล่อนก็วาดเล่นทุก ๆ สามเดือน เอาอุปกรณ์ออกจากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ยามาก็หันไปชวนเพื่อน
“เริ่มกันเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา” ยามาเอาแบบไก่แจ้ออกมาแล้วเริ่มร่างรูปบนผนังบ้านทันที พริมาช่วยอะไรไม่ได้มาก หล่อนจึงนั่งดูอยู่ข้าง ๆ ส่วนไก่แจ้ของหล่อนตอนนี้เดินไปมาอยู่รอบ ๆ บางครั้งมันก็ไปหยุดยืนเอียงคอมองยามาอยู่นาน เหมือนสงสัยว่าเพื่อนสาวของพริมากำลังทำอะไร
“เดี๋ยวให้ฉันวาดเสร็จก่อนเถอะไอ้นพคุณ แกอย่าวิ่งไปชนผนังเพราะเห็นไก่แจ้หล่อกว่าก็แล้วกัน” ยามาหันมาพูดกับไก่แจ้แสนสวยของเพื่อน หล่อนไม่แน่ใจว่าไก่แจ้ตัวผู้มันจะชนกันจนตายเหมือนไก่ชน ที่หล่อนเคยเห็นจากคลิปในอินเตอร์เน็ตรึเปล่า
พริมานั่งมองเพื่อนที่วาดรูปอย่างคล่องแคล่ว ความจริงหล่อนก็พอจะวาดรูปได้บ้าง แต่ถ้าให้วาดเองรับรองเวลาสองวันคงไม่เสร็จแน่นอน อีกอย่างหล่อนอยากให้ลายเส้นเป็ลายเส้นของคนคนเดียววาดน่าจะดูดีกว่า...งานที่พอจะช่วยได้บ้างก็คงจะเป็การลงสีและช่วยเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วแต่เพื่อนจะบอก ยามาหาแบบมาจากบ้านหมดแล้วหล่อนแค่วาดทั้งหมดลงบนกำแพงแค่นั้น ในรูปไม่มีอะไรมากมีแค่ไก่และคอนจึงใช้เวลาในการร่างไม่ถึงชั่วโมงก็ได้ภาพไก่แจ้ตัวน้อยยืนอยู่บนคอนอย่างสวยงาม
“โอ้ย! ปลาทูวาดเร็วจัง แต่ร่างแบบนี้ลูกแก้วก็ลงสีไม่ถูกอยู่ดีแหละ...ลายเส้นมันน้อยจัง” พริมายืนพินิจรูปของเพื่อนอยู่นาน ยามาคงจะวาดรูปบนกำแพงบ่อยจริง ๆ อย่างที่หล่อนบอกว่ากำแพงห้องนอนของหล่อนนั้นจะลงภาพใหม่ ๆ ทุก 3 เดือน
“ก็ร่างเป็แนวเฉย ๆ เดี๋ยวเอาจริงตอนลงสี อืม... เดี๋ยวลูกแก้วค่อยช่วยลงสีหญ้า แล้วก็ทำ ข้าวกลางวันให้กินก็พอ” ยามาหันมายิ้ม...พริมานั้นทำอะไรช้า หล่อนต้องหาอะไรให้เพื่อนทำแต่ถ้าให้ช่วยวาดภาพวันนี้คงไม่เสร็จ...ให้ช่วยเก็บรายละเอียดก็แล้วกัน
สองสาวกำลังเพลิดเพลินกับการวาดรูปจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนไขประตูบ้านเข้ามา...นพคุณกลับมาแล้ว เขาได้ยินเสียงคุยกันเสียงดังไปถึงหน้าบ้าน เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเสียงนี้เขาไม่คุ้น...ใครกันนะ? ระหว่างเดินเข้าบ้านนั่นเอง พริมาก็เดินสวนออกมาจากในครัว
“อ้าวคุณนพคุณกลับมาแล้ว...” สาวน้อยชะงักเล็กน้อย เหมือนหล่อนแปลกใจที่เห็นเขากลับเข้าบ้านมา นพคุณหรี่ตามอง...เด็กนี่จะชะงักทำไม? ก็นี่บ้านของเขา เขาจะกลับมาตอนไหนหรือไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ หรือหล่อนกำลังทำอะไรไม่ดีอยู่รึเปล่าถึงใที่เห็นเขากลับเข้าบ้านมาตอนนี้
“ลูกแก้ว! ได้รึยัง” เสียงยามาเรียกมาจากหลังบ้าน
“ใครมา?” นพคุณถามพริมา เพราะปกติบ้านนี้มีผู้หญิงอยู่สองคน และเสียงนี้ไม่น่าจะใช่ภารดี
“เอ่อ...” พริมากำลังนึกว่าตอนที่หล่อนบอกคุณนพรักษ์ว่ายามาจะมาวาดรูปเล่นนั้น นพคุณอยู่ด้วยรึเปล่า เพราะหล่อนเองก็จำไม่ได้...แต่ดูจากคำถามของเขาแล้วสงสัยเ้าตัวจะยังไม่รู้ นพคุณไม่รอคำตอบเขาเดินตามเสียงไปดูให้เห็นเองกับตา เพราะดูจากท่าทางของพริมาแล้วไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรแผลง ๆ กันอยู่รึเปล่า
“ทำอะไรกันเนี้ย!” นพคุณถามเสียงดัง เขากะแล้วว่าพวกนี้ต้องเล่นอะไรแผลง ๆ กันแน่นอน ยามาที่กำลังผสมสีอยู่หันมามองอย่างแปลกใจ หล่อนไม่เคยคุยกับนพคุณแต่เคยเจอแบบไกล ๆ ที่โรงเรียน และเคยเห็นใกล้ ๆ ก็แค่ครั้งเดียว แต่สาว ๆ ที่โรงเรียนก็พูดถึงเขาให้เข้าหูอยู่เป็ประจำ พอเห็นตัวจริงใกล้ ๆ วันนี้...เออเหอะ! หมอนี่หล่อเหมือนคุณลุงเลยแฮะ
“กำลังวาดรูปนพคุณเอ๊ย! ไก่ค่ะ คุณนพคุณมาวาดด้วยกันไหมคะ?” พริมารีบเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะตอนนี้สีหน้าเด็กหนุ่มดูหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ยามาแปลกใจกับคำว่า “คุณ” ที่พริมาเรียกนพคุณ...นี่ขนาดต้องเรียกคำนำหน้าว่าคุณกันเลยหรือ ดูท่าว่าคุณชายใหญ่ของเพื่อนหล่อนนี่จะร้ายไม่เบา
“ใครใช้ให้พวกเธอมาขีดเขียนผนังบ้านคนอื่นเล่นแบบนี้ นี่มันผนังบ้านนะไม่ใช่กระดาษวาดเขียนเล่นอะไรไม่เข้าเื่” นพคุณเอ็ดเสียงดัง...พริมาชักจะเอาใหญ่หล่อนพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านไม่พอ นี่ยังจะมาขีดเขียนบ้า ๆ บอ ๆ ที่ผนังบ้านเขาอีก ทำไมไม่ไปเล่นที่บ้านตัวเองแบบนี้เขาไม่ชอบใจเลย
“เอ่อ...” พริมาหน้าเสีย ยามาที่ตอนนี้ยืนฟังอยู่พอจะจับใจความได้แล้ว หล่อนพอจะรู้กิตติศัพท์ของนพคุณมาบ้าง แต่ไม่นึกว่าจะ “เหวี่ยง” ขนาดนี้
“ก็ถ้าเ้าของบ้านไม่อนุญาต ผู้อาศัยเขาจะกล้ามาขีดเล่นไหมล่ะ” ยามาเท้าสะเอว พริมาเหงื่อตกยามเพื่อนเท้าสะเอวแสดงว่า “ของขึ้น” เข้าแล้ว งานนี้ “เหวี่ยง” กับ “ของขึ้น” มาเจอกัน หล่อนไม่แน่ใจ ว่าจะห้ามอันไหนก่อนดี
“ใครอนุญาตไม่ทราบ” คนเหวี่ยงถามเสียงเย็น เขาหันไปมองหน้าเพื่อนพริมา...เด็กนี่ตัดผมแปลก...ผมรองทรงเนี้ยนะ?
“ก็คุณลุงง้ายยยย ไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามพ่อดู จะได้รู้เื่ก่อนจะมาเหวี่ยงแว้ด ๆ แบบนี้” ยามาลากเสียงยาวได้อย่างน่าหมั่นไส้ นพคุณอึ้ง...พวกกวนประสาทที่โรงเรียนเขาเจออยู่คนหนึ่ง แต่คนนั้นเป็ผู้ชายไม่คิดว่าผู้หญิงก็กวนประสาทได้เก่งเหมือนกัน แต่ดูจากทรงผมแล้วเขาไม่แน่ใจว่าหล่อนจะเป็ผู้หญิงหรือว่าเป็ทอมหน้าใสตัวสูงกันแน่นพคุณสังเกตเพื่อนพริมาคนนี้แม้จะผิวเข้มไปนิดแต่หน้าตาหล่อนถือว่าดูดีทีเดียว คิ้วเข้มได้รูปชนิดว่าไม่ต้องเขียนก็สวยได้ ผมสีดำสนิท...แววตาดูเอาเื่อยู่ไม่น้อย ไม่น่าเชื่อว่าจะมาคบกับพริมาที่ดูหงิม ๆ ติ๋ม ๆ ได้แบบนี้...มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
“ ให้ยืมไม๊โทรศัพท์น่ะ” ยามาทำท่าจะส่งโทรศัพท์ให้ นพคุณมองผนังอย่างเ็ป มุมสวนของแม่เขาโดนเด็กพวกนี้เล่นไม่เข้าเื่ เอาไว้ให้พวกนี้เล่นให้พอใจก่อนแล้วเขาจะไปซื้อสีใหม่มาทาให้เหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขาต้องโทรไปคุยกับพ่อให้รู้เื่ก่อน
“โห...นี่เหรอพี่ชายเธอ ทนได้ยังไงอ่ะลูกแก้ว? ถ้าเป็ปลาทูนะรับรองบ้านแตกวันละสามหน” ยามาหันมาพูดกับพริมาหลังจากนพคุณฮึดฮัดเดินปึงปังขึ้นห้องตัวเองไปแล้ว
“ก็...คุณนพคุณเขาหวงบ้านน่ะ มุมนี้ก็มุมสวนแม่เขา” พริมายิ้มแหย ๆ หล่อนเชื่อที่เพื่อนพูดอย่างสนิทใจว่าถ้าเป็ยามาที่เป็ ลูกเลี้ยงของคุณนพรักษ์แทนหล่อนแล้วล่ะก็ยามากับนพคุณคงได้ลับฝีปากกันทั้งวันทั้งคืนเป็แน่งานนี้คนที่น่าสงสารคงจะเป็นพคุณแน่นอน...ไม่ใช่ว่าพริมาไม่เข้าข้างเพื่อนหรอกนะ
“แล้วไอ้ที่เรียกคุณนั่นคืออะไร?” ยามาขัดใจ ไอ้หมอนั่นมันชักจะมากไปหน่อยแล้ว
“ก็...พี่ เอ่อ...คุณนพคุณเขาบอกว่าเราไม่ใช่พี่น้องกัน ไม่ต้องมาเรียกพี่ ลูกแก้วก็เลยไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนี่นา” ยามายืนอ้าปากค้าง หล่อนคิดไม่ถึง...นี่มันขนาดนี้เชียวหรือนี่ เสียแรงที่ชมว่าหล่อ
“โอ้ย! ขอถอนคำพูด เอ้ย! ไม่ใช่ ขอถอนความคิดเลยแบบนี้” ยามาะโแล้วมองขึ้นไปข้างบน หวังให้คนข้างบนได้ยิน พริมางงไม่เข้าใจว่าเพื่อนหมายถึงอะไร
คุณนพรักษ์กับภารดีส่งข้อความไลน์มาบอกว่าเย็นนี้น่าจะกลับมาไม่ทันมื้อเย็น ให้พวกเด็ก ๆ หากินกันเองได้เลยไม่ต้องรอพวกเขา พริมากับยามาเลยตกลงกันว่าจะออกไปหาอะไรกินที่หน้าปากซอย พริมาเห็นด้วยเพราะถ้ายามากับนพคุณเจอกันเดี๋ยวคงได้ “เหวี่ยง” และ “ของขึ้น” กันอีกรอบเป็แน่
“เดี๋ยวขอเก็บสีตรงนี้อีกนิดเดียวนะ แสงจะหมดแล้ว...วันนี้ได้ไก่พรุ่งนี้ก็เหลือแค่คอน ให้ลูกแก้วช่วยลงสีคอนกับหญ้าดีกว่า ไม่ยากหรอกเหลือของง่าย ๆ ไว้ให้” ยามารีบเสริมเมื่อเห็นสีหน้าไม่มั่นในของพริมา
“ไหนบอกให้ช่วยแค่หญ้าไง คอนให้ปลาทูลงสีดีแล้วจะได้เหมือนคอนจริง ๆ ดูสิ...ขนาดไก่นี่ยังเหมือนมีชีวิตเลย ปลาทูนี่สุดยอด...อยากให้แม่มาเห็นเร็ว ๆ จัง” พริมาหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป แต่มันไม่ค่อยสวยเหมือนที่เห็นจริง ๆ นัก เพราะว่าแสงเริ่มหมดแล้ว...บอกเวลาว่าหมดแล้วสำหรับวันนี้
“เรียบร้อย! เราไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวจนจะเอาไก่ในรูปมาเชือดกินได้แล้ว” พริมากับยามาช่วยกันเก็บสี พริมายืนมองรูปอย่างชื่นชม ไม่น่าเชื่อว่ารูปที่ร่างไว้อย่างรวก ๆ ในตอนแรกพอลงสีเก็บรายละเอียดแล้วจะสวยได้ถึงเพียงนี้ มันดูเหมือนนพคุณของหล่อนไม่มีผิด พริมาเหลือบมองเ้าตัวต้นแบบของยามาที่ตอนนี้มันเองก็มองรูปเขม็งอยู่เหมือนกัน
“เก็บไก่ก่อนเถอะ ...กลับมากลัวมันจะวิ่งชนผนังจนหัวแตกซะก่อน” สองสาวหัวเราะ ตอนที่พริมาเข้าไปอุ้มเ้าไก่แจ้นั้น มันเองก็ยังมองรูปบนผนังไม่วางตาอยู่เช่นกัน...ดูเหมือนซะจนไก่ยังแปลกใจ
สองสาวไปแล้ว...นพคุณลงมาข้างล่าง เขาไม่ได้โทรไปคุยกับพ่อเพราะพริมาบอกแล้วว่าพ่อเขา เป็คนอนุญาต เขาจึงก็ไม่จำเป็ต้องโทรไปถามย้ำอีก พริมาไม่น่าจะโกหกและเขาก็ไม่อยากทำนิสัยเด็ก ๆ ที่มีอะไรก็ต้องไปฟ้องพ่อทุกเื่ เสียงข้างล่างเงียบไปแล้ว พวกนั้นน่าจะออกไปข้างนอกเพราะไลน์กลุ่มบอกว่าพ่อเขากับภารดีจะไม่กลับมากินข้าวเย็น นพคุณเดินไปดูหลังบ้าน...ไม่มีคนอยู่จริงๆ
“หืม?” นพคุณแปลกใจที่ผนัง...เหมือนไอ้ไก่บ้านนั่นมันยืนลอย ๆ อยู่โดยไม่ได้ขยับปีกด้วยซ้ำเจอภาพสยองแบบนั้นเล่นเอาหนุ่มน้อยผงะถอยหลังเซไปเล็กน้อยเหมือนกัน แต่พอตั้งสติได้จึงเห็นว่าความจริงแล้วมันเป็ไอ้ไก่บ้านั่นจริง ๆ แต่เป็ในแบบฉบับภาพวาด
“ฝีมือไม่เลวนี่” นพคุณยอมรับเลยว่าฝีมือวาดรูปของเพื่อนพริมาคนนี้ไม่ใช่เล่น ๆ อย่างที่เขาดูถูกหล่อนเมื่อตอนบ่าย งานนี้เขาอาจจะไม่ต้องลงทุนลงแรงไปซื้อสีมาทาทับใหม่ก็เป็ได้
“พั่บ พั่บ พั่บ” เสียงตีปีกอย่างบ้าคลั่งดังมาจากในเล้า นพคุณเอียงคอมองส่องเข้าไปเห็นเ้าของเสียงตีปีกมองลอดซี่ลูกกรงเล้าผ่านมาเหมือนกัน สายตาแบบนี้ทำให้ผงะได้อีกเป็ครั้งที่สอง...ขนลุก!!!
“ไอ้ปีศาจ!!!” ด่าแล้วไม่หันไปมองหรอก...ไปดีกว่า นพคุณไม่เข้าใจว่าพริมารักไอ้ไก่ผีนั่นลงได้อย่างไรกันนะ มันน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าน่ารักเป็ไหน ๆ
เช้าแล้วสองสาวตื่นมาทำงานต่อั้แ่เช้า นพคุณตื่นแล้วแต่เขายังไม่ได้ลงไปข้างล่าง เขาได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงสองคนนั่นคุยกันเสียงดังั้แ่ยังไม่แปดโมงเช้า
“เฮอะ! วันนี้ไอ้ไก่ปีศาจนั่นสบายไปเลยสินะ มีคนทำหน้าที่แทน” เด็กหนุ่มบ่นเพราะเช้านี้เสียงคุยเสียงหัวเราะของเด็กผู้หญิงข้างล่างนั่นกลบเสียงขันของไก่ปีศาจเสียจนหมดสิ้น นอกจากนั้นบางครั้งเขาก็ได้ยินเสียงของภารดีและพ่อของเขาพูดคุยมาเป็ระยะ ดูเหมือนวันนี้ทุกคนจะตื่นกันั้แ่เช้าหมดทั้งบ้าน...รวมทั้งเขาด้วย
กว่านพคุณจะลงไปข้างล่างก็เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว คุณนพรักษ์กำลังง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะอาหารเขาหันมาทักลูกชายทันทีที่เห็นหน้า
“ไงตาคุณ วันนี้ตื่นสายเหรอ?” นพคุณแค่มองเฉย ๆ เขาไม่ได้ตอบคำถามพ่อว่าความจริงเขาตื่นตั้งนานแล้ว
“มันก็แน่นอนอยู่แล้วฝีมือปลาทูซะอย่าง ถ้าทำไม่ได้ปลาทูไม่คุยหรอกนะ” เสียงชมตัวเองดังเข้ามาในบ้านก่อนเ้าของเสียงจะมาถึงเสียอีกนพคุณเลิกคิ้ว...เขาหันไปมองตามเสียงคุยโวโอ้อวดนั่น จึงเห็นเด็กผู้หญิงผมรองทรงกำลังเดินควงแขนภารดีและพริมาเข้ามาในบ้าน...นพคุณสงสัย...หรือเพราะว่าหล่อนตัวสูงกว่าภารดีและพริมาที่เดินขนาบข้างมาจึงทำให้หล่อนดูโดดเด่น? หรือว่าจะเป็เพราะทรงผมประหลาดนั่น? อันนี้นพคุณก็ยังไม่เข้าใจมาจนถึงตอนนี้ว่าใคร? หรืออะไร? ดลจิตดลใจให้เพื่อนพริมาคนนี้ตัดผมทรงประหลาดแบบนี้ ดูเหมือนเ้าตัวจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ามีสายตาฉงนกำลังจ้องมองอยู่ ยามาจึงหันมาสบตากับนพคุณอย่างตั้งใจ หล่อนจ้องกลับเขาอยู่นานจนสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหลบสายตากลับเป็นพคุณเอง ยามานั่งลงตรงข้ามกับนพคุณพอดีเขาไม่แน่ใจว่าหล่อนตั้งใจหรือเปล่า? และจากหางตาดูเหมือนหล่อนจะยังจ้องเขาอยู่...เพื่อนพริมาคนนี้มีนิสัยประหลาดแบบที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
“ปลาทูน่าจะไปเรียนต่อด้านศิลปะนะ” เสียงภารดีแหวกความเงียบที่แสนจะอึดอัดนั้นเข้ามา เป็ครั้งแรกที่นพคุณรู้สึกดีที่ได้ยินเสียงแม่เลี้ยงของเขา และจากคำถามของภารดีทำให้เด็กผู้หญิงที่ตั้งใจเอาแต่จ้องหน้าเขาหันไปสนใจอย่างอื่นได้เสียที
“ปลาทูก็ชอบค่ะ แต่แม่อยากให้เรียนหมอ...เดี๋ยวค่อยคิดอีกทีตอน ม.4” พริมาสังเกตเห็นแม้เพื่อนของหล่อนคนนี้จะพูดเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แต่แววตาก็ดูเหมือนจะคิดอะไรอยู่ไม่น้อย
“ลูกแก้วคิดว่า...ไม่ว่าปลาทูจะตัดสินใจเรียนอะไร แม่ของปลาทูก็คงเข้าใจแหละ” สาวน้อยหันไปยิ้มให้เพื่อนหลังจากหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ ยามาหันไปมองหน้าเพื่อน หล่อนเพียงแต่ยักไหล่แต่ไม่ได้ตอบอะไร
ทั้งหมดนั่งกินข้าวพร้อมกันและหัวข้อสนทนาในวันนี้แน่นอนเป็เื่ภาพวาดบนกำแพงของยามา พริมาอวดรูปที่หล่อนถ่ายไก่แจ้ของหล่อนกับไก่แจ้ที่อยู่บนกำแพงเอามาเปรียบเทียบกัน
“ดูรูปนี้สิคะแม่ แยกกันแทบไม่ออก” พริมายื่นโทรศัพท์ของหล่อนส่งไปให้ภารดี แม่ของหล่อนดูรูปแล้วหัวเราะเสียงใส...เป็เสียงหัวเราะที่เหมือนกันไม่มีผิดทั้งแม่และลูกสาว
“ถึงว่าทำไมวันนี้ไอ้...เอ่อ ไก่แจ้ของลูกมันถึงดูหงุดหงิดนัก แม่ว่าถ้าปลาทูวาดไก่ตัวเมียมันอาจจะอารมณ์ดีกว่านี้ก็ได้นะ”
“ลุงว่ามันคงไม่รู้ว่าภาพที่เห็นน่ะเป็ภาพของตัวเอง” คุณนพรักษ์ขำเมื่อนึกถึงเ้าไก่แจ้ของพริมา ที่เอาแต่เดินวนเวียนไปมาอยู่แถว ๆ กำแพง บางทีก็ไปยืนเกาะคอนของตัวเองมองนิ่งไปยังไก่อีกตัวที่ยืนอยู่บนคอนเช่นกัน
คุยกันมาถึงตรงนี้นพคุณพอจะจับใจความได้ว่าพวกเขาวาดรูปกันเสร็จแล้ว และ(น่าจะ) ออกมาดูดีเสียจนทุกคนชมเป็เสียงเดียวกัน เขาชักอยากจะเห็นแล้วว่าฝีมือเพื่อนของพริมาเก่งจริงสมราคาคุยรึเปล่า (แม้ว่าเมื่อวานจะเห็นแล้วก็เถอะ) เดี๋ยวรอให้พวกนี้ออกไปข้างนอกก่อนเขาค่อยแอบไปดู...ฮึ! ถ้ามันเหมือนจริงมากขนาดทำให้ไอ้ไก่บ้านั่นวิ่งชนกำแพงได้เขาจะดีใจมาก