Chapter 09 : เพราะผมน่ะป๊อป…เหมือนข้าวโพด
มินนั่งอยู่บนโซฟาสีขาวหน้าเคาน์เตอร์ในร้านของเขา บัดนี้ทั้งร้านชั้นหนึ่งเหลือเพียงแค่เขากับมายแล้ว พวกเด็กๆ และพี่สาวอยู่บนห้องพยาบาลชั้นสอง ส่วนพวกชายวัยกลางคนและชายชราต่างพากันกลับออกไปหลังจากเห็นพวกเด็กๆ พ่ายแพ้ให้กับเซเบอร์ทูธ แม้คนที่ชื่อเมศจะเถียงกับคนที่ชื่อทศอยู่สักพักเื่เงินพนันก็ตามแต่สุดท้ายพวกเขาก็กลับออกไปหลังจากที่มินไล่อย่างสุภาพ
“สรุปแล้วเธอหมายความว่าไง ที่บอกว่ามอนสเตอร์เป็ของจริง” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นถามหญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวที่นั่งข้างๆ เขา
“ก็ตามนั่นแหละ” มายตอบอย่างไม่ใส่ใจ
แต่อีกคนที่ได้ยินคำยืนยันก็คงอยู่นิ่งเฉยกับคำตอบของอีกฝ่ายไม่ได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างพลางอ้าปากค้าง หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงขำในลำคอก่อนจะยกมือขึ้นดันคางของมินขึ้นเพื่อหุบปากเขา
“แมลงวันจะบินเข้าไปล่ะ” เธอกล่าว
“ก็คนมันในี่หว่า อธิบายเพิ่มมาได้ไหม” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัยพลางคิดว่าไอ้ซิสเตมนี่คงไม่ธรรมดามากกว่าที่เขาคิด
“มันคือความสามารถของซิสเตมน่ะ เราจะสร้างภาพลวงตาผสมเอไอทำไมในเมื่อเรามีพลังที่สามารถจะใช้มอนสเตอร์จริงๆ และสามารถทำให้มันพัฒนาตามประสบการณ์ได้” มายตอบ ก่อนจะหยุดมองหาชายหนุ่มแล้วกล่าวต่อ “ส่วนมอนสเตอร์ที่นายเห็นช็อปนายคงพอจะรู้แล้ว มอนสเตอร์พวกนั้นก็เป็ตัวจริงเหมือนกันแต่ระดับของพวกมันอย่างมากก็แค่เทียร์หนึ่งแรงค์เอเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ซิสเตมสามารถให้นายได้มากสุดในตอนนี้”
“ในตอนนี้? เธอหมายความว่า” มินพูดขึ้นพลางหรี่ตา
“อย่างที่นายคิดนั่นแหละ ช็อปของนายจะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านี้ในอนาคต ไม่ได้เพียงมอนสเตอร์หรอกนะแต่ตอนนี้ฉันยังบอกนายไม่ได้” เธอกล่าวพร้อมจบประโยคให้อีกฝ่ายสงสัยเล่นๆ
“คิดผิดคิดถูกเนี่ยที่ตามน้ำ” มินบ่นอุบ
ความคิดของชายหนุ่มในตอนนี้คือ สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ มันดีรึเปล่า ไอ้ซิสเตมที่อยู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ในตอนนี้ที่เขายอมรับได้ง่ายๆ เพราะคิดว่าโลกใบนี้มันแฟนตาซีอยู่แล้ว จะมีอะไรที่แฟนตาซีแบบนี้ก็คงไม่แปลก แต่ผ่านไปเพียงสองวันเท่านั้น สิ่งที่เขาเจอกลับทำให้เขาคิดว่าสิ่งเหนือธรรมชาติดังกล่าวมีอำนาจมากเกินไป ถึงขนาดกล้าพูดว่ามีพลังมากกว่าพระเ้า เป็คุณถ้าได้ยินแบบนี้จะไม่กังวลหรือ
ที่มินตามน้ำเพราะเขาไม่ใช่คนคิดมากอะไร ไม่แน่ใจเพราะว่าบุคลิกของมินทั้งสองคนที่มีบุคลิกที่ไม่คิดมากมารวมกันรึเปล่า ทำให้ชายหนุ่มไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่หรือประหลาดใจนักเมื่อมีเสียงของซิสเตมดังขึ้นในหัว พอเขามาคิดๆ ดูแล้วก็ต้องแปลกใจกับตัวเองเหมือนกัน
“คิดมาก ฉันขอรับประกันว่าซิสเตมไม่ได้มีเจตนาร้าย”
เสียงใสขอหญิงสาวดังขึ้นข้างๆ เขา มินหันไปมองก็ต้องพบกับรอยยิ้มหวานของอีกฝ่าย เขาไม่แน่ใจว่าสามารถเชื่อถือคำพูดของอีกฝ่ายได้ไหมเพราะหญิงสาวถูกซิสเตมสร้างมาและเขาก็ไม่แน่ใจด้วยว่าหากเขาถอนตัวตอนนี้จะทันไหม จะเป็อะไรรึเปล่า
และในตอนนั้นเอง พลันก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเขา
ติ๊ง!
[ซิสเตมมอบของขวัญให้แกยูสเซอร์เพื่อเป็การยืนยันว่าซิสเตมไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายหรือเจตนาไม่ดีต่อตัวยูสเซอร์เองและต่อมนุษยชาติ]
[ปลดล็อกโหมดเนื้อเื่]
[กรุณาเข้า Otteria เพื่อดูรายละเอียด]
คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหุ่นยนต์ในหัวของเขา ของขวัญ? ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ของเขาพร้อมกับเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาทันทีแล้วกดเข้าไปที่กล่องข้อความก่อนจะอ่านรายละเอียด
[ระบบเนื้อเื่]
รายละเอียด: ดันเจี้ยนไม่ได้เป็เพียงแค่มิติลวงตาที่สร้างมอนสเตอร์ขึ้นมาเพื่อใช้ต่อสู้ มันคงจะน่าเบื่อน่าดูหากใครเข้ามาโดยจุดประสงค์ในการต่อสู้อย่างเดียว แต่ถ้าหากการต่อสู้ดังกล่าวสนุกล่ะ ซิสเตมขอเสนอ ระบบเนื้อเื่ ฟังก์ชันที่จะสามารถทำให้เพลเยอร์สนุกไปกับการเข้าดันเจี้ยนที่ยูสเซอร์ออกแบบ ท่านสามารถใส่เนื้อหา ตัวละครและอีเว้นท์ได้ตาม้าตราบใดที่ยังอยู่ในลีมิตของระดับดันเจี้ยนนั้นๆ
ปล. ขอให้ยูสเซอร์สนุกกับของขวัญที่ซิสเตมมอบให้
“นี่มัน” ชายหนุ่มพูดออกมาเมื่ออ่านคำอธิบายเสร็จ เขาหยุดคิดชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่ออย่างขำๆ กับมาย “ใช้ความสนุกล่อให้ฉันไม่คิดมากเหรอ”
“ขนาดฉันยังสามารถรู้ความทรงจำของนายทั้งร่างเก่าร่างนี้ได้ แล้วอย่างซิสเตมจะไม่รู้เลยเหรอว่านาย้าอะไร” เธอกล่าว
มินไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจอยู่บ้างที่อีกฝ่ายรู้ทุกอย่างของเขาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะได้รับมา ชายหนุ่มไม่ใช่คนคิดมากเท่าไหร่นักถ้าไม่จำเป็ ในโลกก่อนเขาต้องตั้งใจทำงานเพราะที่บ้านของเขาไม่ได้มีฐานะเท่าไหร่นัก แม้่วัยรุ่นจะได้เล่นเกมอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ก็เป็เกมออนไลน์ที่เปิดให้เล่นฟรี ส่วนเกมระดับAAAดังๆ น่ะเหรอ คนอย่างเขาทำได้แค่ฝันและเปิดยูทูปดูเท่านั้นแหละ
เมื่อเขาได้ความทรงจำของร่างนี้ ่เวลาที่เ้าของร่างกายที่วันๆ เอาแต่เล่นเกมและเที่ยว มันทำให้เขาอิจฉาอยู่ไม่น้อยแต่เ้านั่นดันเที่ยวเล่นเกินไปจนโดนไล่ออกจากบ้านนี่สิ เขาอยากมีโอกาส โอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่สนุกโดยไม่ต้องห่วงเื่อื่นเท่าไหร่นัก การเรียนได้ทำงานโดยไม่ต้องเก็บเงินไว้เกือบทั้งหมดเพราะกลัวที่บ้านมีไม่มีเงิน นั่นเป็เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจตามน้ำสร้างดันเจี้ยนสตูดิโอนี้ขึ้นมา
“ไหนดูสิทำอะไรได้บ้าง” มินกดเข้าฟังก์ชันเนื้อเื่ดูว่าเขาสามารถทำอะไรกับมันได้
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงของประตูกระจกใสหน้าร้านของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหันหลังไปเมื่อมองลูกค้าของเขา เผยให้เห็นถึงชายหนุ่มหัวทองในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คขายาวสีดำเขายิ้มพร้อมถอดแว่นดำด้วยท่าทางเท่ๆ ข้างหลังของเขามีกลุ่มชายใส่ชุดสูทเดินตามมาห้าคน
“หื้ม รสนิยมการตกแต่งร้านใช่ได้”
เขาพูดออกมาพลางมองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่มายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ มิน ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเดินอ้อมโซฟาก่อนจะคุกเข่าลงแล้วเอ่ยด้วยเสียงหล่อๆ ว่า “ไม่ทราบว่าพี่สาวคนสวยชื่ออะไรครับ”
“มาย” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ
“พี่มายคนสวยครับ ไม่ทราบว่าพี่พอจะให้เกียรติกระผม จอห์น ได้มีไอดีไลน์พี่รึเปล่าครับ” กล่าวจบก็ส่งสายตาหวานๆ ไปให้หญิงสาว
เธอเห็นดังนั้นจึงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะถามขึ้น “น้องมาใช้บริการสตูเหรอ”
“ใช่ครับ ผมนัดกับแฟนสาวสุดสวยเอาไว้” จอห์นตอบเสียงหล่อ
“น้องมีแฟนแล้วแล้วทำไมมาขอไลน์พี่ล่ะ” มายถามขึ้นอย่างสงสัย ชายหนุ่มผมทองยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของเธอ ก่อนจะใช้มือเสยผมขึ้นเบาๆ แล้วพูดว่า “พอดีผมมีงานอดิเรกสะสมไลน์คนสวยน่ะครับ คนสวยคนไหนต่างก็อยากรู้จักอยากมีไลน์ผมกันทั้งนั้น ผมเลยคิดว่าผมจะเป็คนเริ่มขอไลน์พวกเธอก่อนเอง เพราะกุลสตรีของจะดูไม่ดีหากพวกเธอเป็คนรุก แหม ช่วยไม่ได้เลยนะครับผมเนี่ย แต่ก็นะเพราะผมน่ะป๊อป…เหมือนข้าวโพด”
กา กา กา
มินหันมองซ้ายมองขวาเนื่องจากเหมือนหูแว่วได้ยินเสียงนกอีการ้องในร้านของเขา เขาหันไปมองหน้าเด็กสาวสลับไปมากับชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่มีชายสวมสูทยืนอยู่หลังจากห้าคนพลางคิดในใจ มุกเสี่ยวฉิบหาย!
“จอห์น” เสียงหวานดังขึ้นขัดจังหวะในขณะที่มินกำลังจะอ้วกแตกเพราะมุกเสี่ยวที่เพิ่งจำได้ยินเมื่อสักครู่
ทั้งสามคนหันไปยังต้นเสียง ปรากฏร่างทั้งห้าที่เพิ่งจะเดินลงมาจากห้องพยาบาลชั้นสอง หญิงสาวในชุดนักศึกษาเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา จอห์นยืนขึ้นพร้อมด้วยน้ำเสียงสดใส
“ว่ายังไงครับแฟนผม”
“หือ เรายังไม่เคยไปตกลงเป็แฟนกันเลยนะ” น้ำหนึ่งปฏิเสธเสียงแข็ง
“หลังจากนี้ไงครับ หลังจากที่ผมผ่านดันเจี้ยนร้านนี้ไง” เขาตอบกลับว่าที่แฟนของเขา
“เราสัญญาว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยเฉยๆ นะไม่ใช่จะตกลงเป็แฟน”
คำพูดของน้ำหนึ่งเรียกเสียงขำให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเธอ บอยและนนส่ายหัวไปมาเพราะเอือมกับเพื่อนสนิทของตัวเองแล้วจึงเดินแยกออกไปนั่งลงบนโซฟาที่ไม่ห่างจากมินและมายมากนัก
“พี่จอห์นครับ พี่สาวผมบอกว่าให้พี่ผ่านดันเจี้ยนคนเดียวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่พาบอดี้การ์ดมาด้วยล่ะ” สองที่ยืนอยู่ข้างหลังน้ำหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะ ต่างจากตอนที่อยู่ในห้องพยาบาลเป็อย่างมาก
“นั้นสิพี่จอห์น ถ้าพี่ไม่ลงแบบโซโล่ผมไม่ยอมให้ไปกินข้าวกับน้ำหรอกนะ” สามสมทบ
แฝดทั้งสองยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางมองไปยังชายหนุ่มผมทองเบื้องหน้า
“คนอย่างพี่ต้องลงคนเดียวอยู่แล้วน้องสองน้องสาม ดันเจี้ยนมอนสเตอร์ระดับเอฟแค่นี้เอง สบายๆ ส่วนพวกบอดี้การ์ดพวกนี้คุณพ่อพี่ให้ตามมาเพราะกลัวพี่มีอันตรายน่ะ” เขาเสียผมขึ้นอีกครั้งหลังตอบกลับแฝดหนุ่มทั้งสอง
มินและมายที่ได้ยินประโยคดังกล่าวหันมามองหน้ากันพร้อมคิดในใจ เอ็งมั่นใจมาจากไหนว่าจะผ่าน!
จอห์นมั่นใจอย่างสุดซึ้งโดยไม่รู้ความคิดของชายหญิงทั้งสอง เขาถามถึงพนักงานของร้าน ก่อนที่น้ำหนึ่งจะชี้ไปทางมินและมายแล้วบอกว่าชายหนุ่มคือเ้าของร้าน เขารีบปรี่เข้ามาหามายและควักเงินในกระเป๋ากางเกงยืนให้กับเธอ เพราะว่าน้ำหนึ่งได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งนี้ให้กับเขาแล้ว เมื่อมายเดินไปหยิบด็อกแท็กจากเคาน์เตอร์ให้กับจอห์น เ้าตัวก็รีบเดินเข้าไปยังสตูดิโอสองทันที
ไม่นานภาพของชายหนุ่มอายุสิบเก้าปี ผมสีทอง รูปร่างสูงในชุดเกราะเหล็กก็ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอโทรทัศน์เครื่องใหญ่ น้ำหนึ่งสองและสามรีบหาที่นั่งทันทีเพื่อรอดูโชว์ที่พี่สาวตัวเองจัดหามาให้
“เธอว่าไง” มินถามหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เขา
“โดนยำเละแน่ๆ” เสียงใสตอบก่อนจะขำในลำคอ
“โห! ทำได้เหมือนจริงมาก” เสียงหล่อของจอห์นเอ่ย พร้อมสายตาก็ไล่กวาดมองไปรอบๆ ชายหนุ่มพยักหน้ากับตัวเองก่อนจะพูดขึ้น “อะไรที่น้ำหนึ่งแนะนำยังไงก็คงไม่ใช่ของธรรมดาหรอก แค่แสงสีและกลิ่นก็ทำให้คุณภาพดันเจี้ยนแห่งนี้เทียบกับร้านที่สยามวันได้เลยนะเนี่ย”
จอห์นเดินไปเรื่อยๆ พลางมองธรรมชาติรอบตัวของเขาอย่างประหลาดใจเนื่องจากไม่เคยเข้าดันเจี้ยนสตูดิโอที่ไหนที่สร้างมิติลวงตาให้ได้เหมือนจริงขนาดนี้มาก่อน เพราะที่บ้านของเขามีฐานะ เขาจึงไปใช้บริการดันเจี้ยนสตูดิโอดังๆ หลายแห่งั้แ่ยังเด็กๆ แต่ไม่มีที่ใดเลยที่ทำให้เหมือนจริงขนาดนี้
ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบและสบายอารมณ์ เพราะดันเจี้ยนแห่งนี้มีระดับอยู่ที่แค่เทียร์หนึ่งแรงค์เอฟ เขาจึงไม่ได้สนถึงความอันตรายมากนัก แม้จะพอคิดมาแล้วว่าข้อแม้ของน้ำหนึ่ง หญิงสาวที่ตนชอบจะไม่มีทางสร้างเงื่อนไขที่ง่ายๆ ให้กับเขาแน่ๆ
และทันใดนั้นเอง!
ฟิ้ว
ลูกธนูก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้เบื้องหน้าเขา ชายหนุ่มรีบชักดาบเรเปียร์ที่เหน็บเอาไว้ที่เอวออกมาปัดสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขาทันที เขาเสยผมพร้อมสะบัดหัวเมื่อทำการปัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามเรียบร้อย
“ลอบกัดเรอะ! สมเป็มอนสเตอร์ชั้นต่ำ” เสียงหล่อเอ่ย
เนื่องจากเขาเป็นักรบผู้ใช้ดาบตะวันตก ไม่ใช่จอมเวทย์ ทำให้เขาไม่สามารถใช้การร่ายเวทมนตร์เพื่อค้นหาศัตรูเหมือนกับสามได้ นักรบตะวันตกนั้นมีความคล้ายคลึงกับจอมยุทธเป็อย่างมากเพราะทั้งสองเป็สายที่ใช้มานา/ฉีเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของทั้งสองสายก็คือ จอมยุทธส่วนใหญ่นั้นจะมีท่วงท่าการโจมตีที่พลิ้วไหวกว่า ส่วนนักรบตะวันตกนั้นจะมีพลังทำร้ายล้างของการโจมตีที่มากกว่า
แต่ถึงจะกล่าวไปอย่างนั้น ในกรณีของจอห์นสามารถเรียกได้ว่าเป็กรณีหายาก เพราะเขาเป็นักรบตะวันตกสายว่องไว เนื่องจากอาวุธที่เขาใช้คือเรเปียร์ ดาบที่มีลักษณะเรียวยาวปลายแหลม ไม่เหมาะต่อการฟันเท่าไหร่นัก เป็อาวุธที่เหมาะสำหรับการทิ่มแทงโดยเฉพาะ ผู้ใช้จะต้องฝึกให้มือ แขน ขาและเท้าของตนเพื่อทำให้สามารถใช้ท่วงท่าที่คล่องแคล่วว่องไวต่อการโจมตี
จอห์นเพิ่มประสาทััทั้งห้าของเขาหวังจะค้นหาศัตรูที่เพิ่งจะลอบโจมตีตนเมื่อสักครู่ เขาตั้งท่าพร้อมเข้าปะทะทันทีเผื่อในกรณีที่มอนสเตอร์ชั้นต่ำโจมตีมากอีกครั้ง และเป็ได้ดั่งที่เขาคาดการณ์ไว้
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกศรสองดอกพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ มันลอยแหวกอากาศพุ่งตรงที่หาเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มเตรียมตัวที่จะปัดการโจมตีตรงหน้า แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ััถึงอันตรายข้างหลังของเขา จอห์นรีบม้วนตัวหลบทันที และเมื่อเขาหันไปก็ต้องประหลาดใจเมื่อจุดที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้ มีมอนสเตอร์ตัวเขียวที่กำลังถือมีดสั้นอยู่ในมือของมัน
ฟิ้ว!
ลูกธนูถูกยิงมาหาเข้าอีกครั้ง ชายหนุ่มรีบปัดการโจมตีทันทีและะโถอยไปตั้งหลัก มองซ้ายมองขวาเพื่อหาก็อบลินตัวซึ่งอยู่ข้างหลังเขาเมื่อสักครู่นี้
“หายไปไหนวะ” จอห์นเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย
ฟิ้ว ฟิ้ว
ชายหนุ่มเริ่มหมดความอดทนกับการลอบโจมตีและต้องคอยระวังหลัง เขารีบวิ่งออกไปยังจุดที่ลูกศรพุ่งออกมาทันที เพื่อที่จะหาตัวการ มานารอบๆ ตัวถูกบังคับให้ไปรวมกันอยู่ที่ขาและฝ่าเท้า ความเร็วในการวิ่งของชายหนุ่มเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เขาะโขึ้นบนกิ่งไม้จากต้นสู่ต้น เนื่องจากเกราะของเขาหนักหลายสิบกิโลกรัมรวมไปถึงน้ำหนักของตัวของเขาเองด้วย ทำให้กิ่งไม้ทุกกิ่งที่ชายหนุ่มะโไปหักลงมาทันทีหลังจากเขาออกแรงะโไปยังกิ่งถัดไป
ฟิ้ว!
ลูกศรพุ่งมาหาเขาอีกครั้งเขาไม่ได้รู้สึกหัวเสียเหมือนไม่กี่วินาทีก่อนแล้ว มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงหล่อๆ ว่า “โจมตีมาเพื่อให้ศัตรูรู้ที่ซ่อนเหรอ โง่สมกับเป็มอนสเตอร์ชั้นต่ำ”
ชายหนุ่มะโลงไปที่พุ่มไม้ที่เขาคาดไว้ว่าเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียวอยู่ ปลายแหลมคมของดาบเรเปียร์ทิ่มเข้าไปที่กลางพุ่มไม้ก่อนจะที่จะมีเสียงฉึกจะดังขึ้น จอห์นหัวเราะออกมาทันทีพร้อมกับรัวดาบของเขาทิ่มแทงเข้าไปในพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว
“กระจอก!” ชายหนุ่มสบถออกมา
ฟิ้ว! เคร้ง!
ทันใดนั้นเอง ใบมีดก็พลันบินมาหาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่โชคยังดีที่ชายหนุ่มสามารถใช้เรเปียร์ปัดมันเอาไว้ได้
“วิชามีดบินเรอะ! ไม่คิดว่ามอนสเตอร์ชั้นต่ำแบบนี้จะมีวิชานักฆ่าได้ เอไอของมอนสเตอร์เทียร์หนึ่งแรงค์เอฟของสตูนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ” เอ่ยขึ้นพร้อมกับวิ่งไปทิศทางที่มีดถูกปาออกมาทันที
แต่แล้วจอห์นก็ต้องแปลกใจ เมื่อสิ่งที่เขาเจอกลับไม่ใช่ก็อบลินที่มีมีดอยู่มือแต่กลับมันกลับถือดาบสั้นอยู่
“ตัวที่สามโผล่ออกมาแล้วสินะ” เขากล่าวอย่างมีความสุข
ชายหนุ่มรวบรวมมานาในอากาศให้มารวมกันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทันทีก่อนจะออกตัวพุ่งไปหาก็อบลินตรงหน้า เขาใช้ดาบเรเปียร์แทงเข้าไปที่ตัวของมอนสเตอร์ตัวเขียวอย่างรวดเร็ว แม้อีกฝ่ายจะกันได้ในครั้งแรกแต่เมื่อจอห์นเพิ่มความเร็วในการโจมตี ปลายแหลมคมของเรเปียร์ก็ทิ่มเข้าไปที่กลางอกของมันอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ทันใดนั้นเอง เงาดำก็ปรากฏตัวที่เื้ัของชายหนุ่มผมทองพร้อมกับคมมีดจะพุ่งไปยังคอของเขา จอห์นะโหลบได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็ไม่วายที่เืสีแดงสดของไหลออกมาจากรอยแผลที่ถูกคมมีดของศัตรูบาดไปเล็กน้อย
เขาใช้นิ้วััไปที่าแ แตะลงไปเบาๆ เพื่อดูว่าาแลึกหรือไหม เมื่อรู้ว่าาแไม่ได้ลึกอะไร เป็แค่รอยบาดบางๆ ชายหนุ่มจึงกระโจนเข้าหาศัตรูเบื้องหน้าอีกครั้งแต่เพิ่มความระวังรอบด้าน เกรงว่าเ้าก็อบลินที่ลอบโจมตีเขาด้วยมีดเมื่อสักครู่จะโผล่ออกมาเมื่อเห็นว่าเขาเผยช่องโหว่
ดาบเรเปียร์ของจอห์นปัดใบดาบของเ้าก็อบลินเบื้องหน้า เนื่องจากเรเปียร์นั้นบางและเปราะ ทำให้เขาไม่สามารถใช้มันรับคมดาบของศัตรูตรงหน้าของเขาได้
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
เสียงของโลหะกระทบกันไปมา การโจมตีของชายหนุ่มในตอนนี้นั้นไม่หนักหน่วงเหมือนกับก่อนหน้านี้แล้วเนื่องจากเขาเกรงว่าถ้าหากเผด็จศึกเร็วเกินไปจะทำให้เ้าก็อบลินที่ซ่อนตัวอยู่กลัวจะไม่กล้าออกมาลอบโจมตีเขา แต่สิ่งที่จอห์นไม่รู้ก็คือเ้ามอนสเตอร์ตัวดังกล่าวใช้สกิลเร้นกายต่างหาก
เมื่อผ่านไปราวห้านาทีแต่ยังไร้วี่แววของก็อบลินที่ใช้มีด จอห์นจึงเริ่มคิดว่ามันคงจะกลัวจะหัวหดไม่กล้าออกมาเพราะการโจมตีที่ล้มเหลวของมันก่อนหน้านี้ เขาจึงคิดที่จะกำจัดเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียวที่ประดาบกับตนมาสักพักแล้ว
ถึงแม้ว่าฝีมือของมันจะด้อยกว่าเขามากก็ตามแต่จอห์นก็ต้องประหลาดใจเพราะรู้สึกว่ามอนสเตอร์ลวงตาเบื้องหน้าของเขามีความสมจริงมาก ทั้งความฉลาดของเอไอและระบบการต่อสู้ที่ซับซ้อนมากกว่าดันเจี้ยนสตูดิโอไหนๆ ที่เขาคอยใช้บริการมา
และในจังหวะที่จอห์นรวบรวมมานาให้มากระจุกกันอยู่ที่แขนข้างที่ถือดาบเพื่อจะแทงเข้าไปที่ก็อบลินตรงหน้าเขานั้นเอง เงาดำก็โผล่ก็พลันปรากฏขึ้นเื้ัของชายหนุ่มขึ้นอีกครั้ง
รอยยิ้มของชายหนุ่มผมทองปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที เพราะนั่นคือความตั้งใจของเขาเอง ที่จะล่อให้ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่เผยตัวออกมา เขาตวัดดาบเรเปียร์ไปด้านหลังก่อนจะแทงเข้าไปที่กลางอกของเ้ามอนสเตอร์ตัวเขียว มันส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่ร่างไร้ชีวิตของมันจะร่วงหล่นสู้พื้นดินนอนนิ่งโดยมีกลุ่มก้อนพลังงานลอยเข้าสู่ร่างกายของเด็กหนุ่มผมทอง
“หื้มนี่มันพลังชีวิต! ก่อนหน้านี้เพราะถูกขัดจังหวะจากการโจมตีเลยไม่ได้สังเกตแต่ตอนฆ่าก็อบลินเรียบร้อยตัวเรารู้สึกมีพลังมากขึ้น ถึงจะเล็กน้อยก็ตาม”
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนเหมือนมันจะพันกันแหล่มิแหล่ ไม่ใช่เพียงประหลาดใจแต่ชายหนุ่มใเป็อย่างมาก เกิดความสงสัยขึ้นภายในหัวว่าเหตุใดการที่เข้าฆ่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนแห่งนี้แล้วถึงได้รับพลังชีวิต
ชายหนุ่มะโหลบคมดาบจากก็อบลินนี่เหลืออีกตัวพลางตวัดเรเปียร์ของเขาอย่างรวดเร็วแทงเข้าไปที่แผลที่กลางอกของมันซ้ำอีกครั้ง มันร้องเสียงหลงก่อนจะเงียบไป กลุ่มก้อนพลังชีวิตลอยไหลเข้าสู้ร่างกายเขาอีกครั้ง
“อ้ารู้สึกดีจัง” จอห์นพูดเสียงหล่อพร้อมกับยิ้มรับชัยชนะของตน
แต่ไม่ทันที่เขาจะลิ้มรสกับชัยชนะของตัวเองได้นาน ร่างกายของเขาก็ขาดออกจากกันโดยไม่ทันตั้งตัว เืสีแดงฉานกระจายไปตัวบริเวณพร้อมๆ กับที่ร่างใหญ่ั์ของเซเบอร์ทูธปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลจากจุดที่ซากศพของจอห์นอยู่
“โหดจังวะ รอบนี้มันเล่นใช้สกิลทั้งๆที่ยังไม่สู้เลย” สามเอ่ยเสียงหลงหลังจากเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่
“กูว่าเอไอคงคำนวณมาแล้วว่าเสียเวลาเปล่าอะเพราะในไอ้หรั่งโซโล่ดันเจี้ยน ยังไงก็แพ้” สองพูดสมทบ
“สอง!” น้ำหนึ่งเอ็ดน้องชายตัวเองเสียงดุที่เรียกคนอื่นแบบไม่เคารพ
“พี่จอห์นครับ สองหมายถึงพี่จอห์น” สองแก้คำเรียกชายหนุ่มผมทองในโทรทัศน์ทันที
บอยและนนมองดูสองพี่น้องเถียงกันพลางส่ายหัวอีกครั้ง เป็ภาพประจำที่พวกเขาจะได้เห็นเมื่อมีบุคคลที่ชื่อจอห์นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะว่าที่บ้านเป็ลูกคนมีฐานะบวกกับที่น้ำหนึ่งเป็ลูกผู้หญิง ทำให้ครอบครัวของเธอเคร่งต่อกฎระเบียบและมารยาทของความเป็กุลสตรีมากกว่าปกติ แม้เธอจะไม่ชอบจอห์นก็ตามแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยได้เพราะจอห์นเป็ลูกชายของเพื่อนสนิทของพ่อเธอ
“เพราะว่าดันเจี้ยนแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อความสามัคคียังไงล่ะ”
เสียงหวานเอ่ยแทรกสองพี่น้องที่เถียงกันอยู่ ทุกคนในร้านหันไปหาต้นเสียงทันที รวมถึงมินด้วยเนื่องจากไม่คาดคิดว่าหญิงสาวซึ่งนั่งข้างๆ กันจะพูดออกมา
เมื่อเห็นว่าคำพูดของเธอได้รับความสนใจ เธอจึงกล่าวต่อ “เ้าของร้านซึ่งก็คือพี่ชายของพี่ออกแบบดันเจี้ยนนี้ให้แก่เหล่าผู้ใช้พลังที่เพิ่งจะเริ่มต้นฝึกวิชาและไม่มีประสบการณ์”
เธอกล่าวพร้อมกับหันไปมองหน้ามินและยิ้มออกมา
“ลองคิดดูสิ ถ้าในชีวิตจริงที่ผู้ใช้พลังที่มีเทียร์หนึ่งและแรงค์ต่ำๆ ต้องออกรบต่อสู้กับมอนสเตอร์ พวกเขาคงจะพึ่งต่อตัวเองไม่ได้จริงไหม”
กลุ่มของบอยและน้ำหนึ่งพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วยกับคำถามของหญิงสาว มายกล่าวต่อเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน
“ดังนั้นการตั้งปาร์ตี้และผสานงานเพื่อเพิ่มกำลังรบจึงเป็สิ่งจำเป็ยังไงล่ะ ฉะนั้นถ้าคิดจะโซโล่ดันเจี้ยนนี้ก็ต้องแกร่งพอละนะ” พูดขึ้นแล้วทำสีหน้าเอือมระอาไปทางบอดี้การ์ดของจอห์นที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลก่อนจะหันไปหาพวกบอยที่นั่งอยู่แล้วเอ่ยกับพวกเขา “ส่วนพวกน้องอะ ไปหาคนมาเพิ่มให้ครบตามจำนวนที่กำหนด ปาร์ตี้ที่ดีคือปาร์ตี้ที่ครบหกคนและหน้าที่ของแต่ละคนต้องชัดเจน”
“โหพี่ คนใช้อาวุธระยะไกลกับพวกฮีลเลอร์หายากนะ” นนบ่นอุบออกมาเมื่อได้ยินคำแนะนำของหญิงสาว
“ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่มีวันชนะเ้าเสือน้อยของพี่ชายพี่ได้หรอกนะ ยกเว้นแต่ว่าพวกน้องทั้งสี่คนจะขึ้นแรงค์ซีกันทุกคนน่ะ”
ประโยคดังกล่าวของเธอทำเอานนและบอยหน้าถอดสี การจะขั้นแต่ละแรงค์ไม่ใช่เื่ง่ายดายเลยสำหรับผู้ใช้พลังที่บ้านไม่ได้มีฐานะ แม้ครอบครัวของเขาทั้งสองคนจะไม่ได้ยากจน แต่การใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทำได้
เมื่อมายเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มทั้งสอง เธอจึงยิ้มอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง และชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ เธอเห็นรอยยิ้มของหญิงสาว เขาก็พลันยิ้มตามก่อนจะคิดในใจว่า ต้องยอมเธอจริงๆ เื่เรียกลูกค้าเนี่ย
มายเมินเสียงในใจของมินที่เธอได้ยินก่อนจะกล่าวกับเหยื่อ เอ้ย! ลูกค้าของเธอว่า “น้องจะกังวลทำไม ไม่ใช่ว่าถ้าน้องลงดันเจี้ยนของพี่ชายพี่แล้วจะอัพแรงค์ได้ง่ายๆ รึไง”
สิ้นประโยคของเธอ บอยกับนนต่างก็ยืนยันทันที สีหน้าของทั้งคู่แปลงเปลี่ยนเป็สดใสทันใด
‘ใช่ ฆ่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้ได้พลังชีวิตนี่หว่า!’
ทั้งคู่ยิ้มจนเห็นฟันพลางชูกำปั้นอย่างดีใจ ถึงแม้ค่าเข้าดันเจี้ยนที่ร้านนี้จะสูงกว่าที่อื่นแต่ถ้าหากให้เทียบกับค่ายาต่างๆแล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลยเพราะที่นี่ถูกกว่ามาก
บอยหันไปหามายและมินก่อนจะยกพนมมือ “ขอบคุณนะครับพี่”
มายยกมือรับไหว้ก่อนจะตอบกลับเสียงหวาน “ไม่เป็ไรน้องชาย แม้ว่าพี่จะพูดไปแล้วแต่ยังไงพี่ก็ขอพูดอีกครั้งแล้วกันนะ”
“ขอตอบรับสู้ ‘ออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ’ นะคะ”
_____________________
สวัสดีค่ะ ไรท์เตอร์นะคะ
สำหรับตอนนี้ ถ้าหากว่ามี คำ/ประโยค ไหนพิมพ์ตก พิมพ์ผิด ถ้าขออภัยด้วยนะคะ
รีดเดอร์สามารถคอมเม้นแจ้งได้นะคะว่าตรงไหนที่ไรท์พิมพ์ตกพิมพ์ผิด
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้นะคะ
อย่าลืมกดไลค์และคอมเม้นเพื่อเป็กำลังใจให้กับไรท์ด้วยน้า
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ
สำหรับวันนี้ ขอบคุณค่ะ
สวัสดี(: