บทที่ 7 ดาบดำและหน้าไม้
"เอ๊ะ?"
เวิงชิวฉานขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่เข้าใจความหมายของเขา
"ข้าบอกว่าฟันข้า ถ้าเป็พี่น้องกันก็เข้ามาฟันข้าเสีย"
เนี่ยเฉินพูดด้วยความไม่เต็มใจ
"ดี นี่เ้าพูดเองนะ!"
สีหน้าของเวิงชิวฉานเ็าลง แต่ดวงตากลับส่องประกายด้วยความคึกคะนอง
แม้นางจะเพิ่งเคยพบการร้องขอแบบนี้เป็ครั้งแรกในชีวิต และไม่รู้ว่าเ้าหมอนี่เป็บ้าอะไร แต่หากสามารถฟันเขาได้ นั่นย่อมเป็เื่ที่น่ายินดีและมีความสุขอย่างมาก
เวิงชิวฉานชักดาบประจำตัวของนางออกมา ฟันลงไปที่เนี่ยเฉินทันที
นางมิได้ปรานีเลยแม้แต่น้อย มุ่งตรงหมายเอาชีวิต
ดาบพุ่งมาพร้อมกับเสียงลมหวีดหวิว แทบจะในพริบตา เนี่ยเฉินยกดาบขึ้นรับ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดัง "เคร้ง!" เสียงโลหะกระทบกันจนแสบแก้วหูดังขึ้น พร้อมกันนั้นดาบในมือของเวิงชิวฉานก็หักออกเป็สองส่วน
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่เวิงชิวฉานที่มักจะเ็าอยู่เสมอก็ยังอ้าปากค้าง มองไปที่เนี่ยเฉินด้วยความเหลือเชื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ้องมองไปที่ดาบในมือของเนี่ยเฉินเขม็ง
"นี่มันดาบวิเศษอะไรกัน? เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้?"
เวิงชิวฉานคว้าดาบจากมือเนี่ยเฉินมาไว้ในมือตนเอง พลิกหน้าพลิกหลังดูอย่างชื่นชอบ
เนี่ยเฉินสะบัดมือ ดาบที่เพิ่งตีเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่ได้ติดด้าม และเพราะจับที่ใบมีดเหล็กเฉย ๆ จึงทำให้มือของเขาสั่นเพราะแรงสะท้อน
“หากเ้าชอบ ข้าจะมอบให้”
เนี่ยเฉินหันหลังเตรียมจะออกไป
“มอบให้ข้า”
เวิงชิวฉานเพิ่งจะได้สติ นางเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ และอยากจะกล่าวคำขอบคุณ แต่ก็ไม่อาจลดทิฐิลงได้ จึงได้แต่ส่งเสียงฮึ่มทีหนึ่งแล้วเดินตามออกไป
จากนั้นพวกโจรที่ส่งออกไปก่อนหน้านี้ก็พากันแบกเครื่องมือกลับมา
เนี่ยเฉินรับเอาเครื่องมือเ่าั้มา ค้นหาไม้เนื้อแข็ง ก่อนจะหยิบม้านั่งตัวเล็กแล้วเริ่มลงมือทำ
หนึ่งก้านธูปต่อมา ร่างต้นแบบของหน้าไม้ก็ปรากฏอยู่ในมือของเขา
เนี่ยเฉินหยิบแส้ของเวิงชิวฉานที่แย่งมาก่อนหน้าออกมา จากนั้นก็ดึงเส้นเอ็นวัวเส้นหนึ่งออกมาใช้เป็สายธนู พันไว้บนหน้าไม้ยิงต่อเนื่อง จากนั้นก็ผ่าไม้คานออกเป็สองซีก ทำเป็ตัวธนู ก่อนจะประกอบหน้าไม้ขึ้นมา จากนั้นก็เสร็จเรียบร้อย
เวิงชิวฉานมองดูสิ่งของในมือของเนี่ยเฉิน พร้อมความรู้สึกอยากถามเป็อย่างมากว่านี่คืออะไร แต่ก็รู้สึกว่าหากถามออกไปจะทำให้ตัวนางดูโง่เขลา ตนไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าเนี่ยเฉินเลย
“ไปหยิบลูกธนูสิบอันมาให้ข้าสิ”
เนี่ยเฉินสั่งให้เวิงชิวฉานไปหยิบลูกธนูมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง
“อ้อ”
“เอาตรง ๆ นะ แบบที่ทำจากกิ่งไม้งอ ๆ ใช้ไม่ได้”
“รู้แล้ว จะจู้จี้ไปถึงไหน”
เวิงชิวฉานหันหลังเดินออกไปอย่างโมโห
หลังเดินไปได้สองก้าวก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ทำไมตนกลายเป็ลูกน้องของเ้าหมอนี่ได้ แล้วทำไมต้องเชื่อฟังเขาทุกอย่างด้วย
ตามสัญชาตญาณแล้ว นางอยากจะหันกลับไปตบหน้าเนี่ยเฉินสักสองสามที แต่พอนึกถึงเงินสามหมื่นตำลึงก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไป
หึ! ตอนนี้ข้าจะตามใจเ้าก่อน พอเ้าหาเงินได้สามหมื่นตำลึงแล้ว ข้าจะฆ่าเ้าซะ
หญิงสาวทำท่าเ็า หันหลังเดินออกไปเลือกธนูลูกศรพร้อมส่ายสะโพกไปด้วย
ไม่นานนักนางก็หอบลูกธนูมาให้ เนี่ยเฉินตรวจดูแล้วพบว่าเป็ธนูที่ทำจากไม้เนื้อดี เหลาขึ้นรูปอย่างประณีต ไม่ใช่กิ่งไม้งอ ๆ จึงพยักหน้าพอใจ ก่อนจะนำลูกธนูขึ้นมาติดตั้งไว้บนหน้าไม้ทีละดอก
ทำเสร็จแล้ว เนี่ยเฉินก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรจนทำให้ผู้คนงงงัน ก่อนจะเดินตามเขาไปจนถึงด้านหน้าโถงจวี้อี้ของโจร เนี่ยเฉินเห็นหัวหน้าใหญ่กับต้าจ้วงกำลังคุยกันอยู่
เมื่อทั้งสองคนเห็นเนี่ยเฉินกับเวิงชิวฉานเดินมาก็หยุดพูดคุย
หัวหน้าใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“รองหัวหน้า ข้ากำลังตามหาเ้าอยู่พอดี”
“คารวะหัวหน้าใหญ่ ข้าเพิ่งไปทำงานมา ก่อนหน้านี้ข้าละเลยหน้าที่ ขอท่านโปรดอภัยด้วย”
“ไม่เป็ไร แล้วเ้าถืออะไรอยู่ในมือ”
หัวหน้าใหญ่และต้าจ้วงต่างมองหน้าไม้ในมือเนี่ยเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนนี้เหล่าโจรต่างเข้ามามุงดูด้วยความสนุกสนาน
เนี่ยเฉินยิ้มอย่างมั่นใจและกล่าวว่า
“หัวหน้าใหญ่ นี่เป็ของวิเศษอันยอดเยี่ยม ที่จะทำให้เราทั้งมั่งคั่งและทรงอิทธิพล”
“ของวิเศษ?”
หัวหน้าใหญ่เดินเข้ามาดูสิ่งของในมือเนี่ยเฉินอย่างละเอียด แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
เนี่ยเฉินยิ้มน้อย ๆ แล้วหันไปหาเวิงชิวฉาน
“ตอนนี้เ้าไม่เยาะเย้ยข้าสักหน่อยหรือ”
"หึ ปากสุนัขย่อมไม่อาจคายงาช้างออกมาได้*[1] คนอย่างเ้าจะสร้างของวิเศษอะไรได้กัน ข้าคิดว่าจะละเว้นให้เ้าสักครั้งเพราะคิดจะมอบดาบให้ แต่เ้าก็ยังมาหาเื่ให้ด่าเองอีก ถ้าของชิ้นนี้เป็ของวิเศษอย่างที่เ้าว่า ข้าก็จะ..."
“ก็จะอะไร? ลองพนันกันหรือไม่ ครั้งก่อนเ้าบอกว่าจะล้างเท้าให้ข้า แต่เ้าก็ยังไม่ได้ทำเลย”
“ข้า…”
ใบหน้าของเวิงชิวฉานแดงก่ำ นางจ้องอีกฝ่ายเขม็งด้วยสายตาดุร้าย
พวกโจรที่อยู่รอบ ๆ มองเนี่ยเฉินด้วยสายตาไม่เป็มิตร ไอ้หมาชั่ว! ไอ้ของไร้ค่า! ไร้ประโยชน์! กล้ามาล้อเลียนคุณหนูของพวกเราหรือ นับว่าไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว!
เพียงแค่หัวหน้าใหญ่ออกคำสั่ง พวกเขาก็จะกรูกันเข้ามาสับเนี่ยเฉินให้เป็ชิ้น ๆ จากนั้นก็เอาไปคลุกแป้ง แล้วทำเกี๊ยวมากินเสียวันนี้เลย!
คุณหนูผู้งดงามนี้คือเทพธิดาในใจของพวกเขา
เนี่ยเฉินหัวเราะเสียงดังแล้วเลิกเล่นกับเวิงชิวฉาน เขายกหน้าไม้ในมือขึ้นมา เล็งไปที่เสาธง ‘ธำรงคุณธรรม’ แล้วปล่อยลูกธนูไปซ้ำ ๆ
ไม่นาน ลูกธนูสิบดอกก็ถูกยิงออกไปเรียงกันอย่างเป็ระเบียบบนเสาธง
เขาอยู่ห่างจากเสาธงอย่างน้อยยี่สิบก้าว แต่ลูกธนูเหล่านี้ยังสามารถทะลุเสาธงได้อย่างง่ายดาย และเรียงเป็แถวขึ้นลงอย่างเป็ระเบียบ
พลังและความเร็วที่น่ากลัวนี้ทำให้โจรทุกคนตกตะลึง
พวกเขาไม่คิดว่าคุณชายเ้าสำราญจะสร้างสิ่งดี ๆ เช่นนี้ได้
หัวหน้าใหญ่ตาเป็ประกายและรีบเดินเข้ามาถาม
"เนี่ยเฉิน นี่คือสิ่งใดกัน?"
“หัวหน้าใหญ่ สิ่งนี้เรียกว่าหน้าไม้ยิงต่อเนื่อง มันสามารถบรรจุและยิงลูกธนูสิบดอกได้ในคราวเดียว ยิงได้เร็ว ลูกธนูลอยได้ไว และพลังในการเจาะทะลุก็แข็งแกร่งมาก”
เนี่ยเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ
หน้าไม้ยิงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับหน้าไม้แบบเดิมก็เหมือนกับปืนไรเฟิลจู่โจมแบบอัตโนมัติ หากเทียบกับปืนคาบศิลาจุดประกายในยุคแรก มันก็เป็ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำยุคอย่างแท้จริง
สายตาของหัวหน้าใหญ่เป็ประกาย จ้องมองไปที่หน้าไม้ยิงต่อเนื่องในมือของเนี่ยเฉินพลางพึมพำว่า
“ถ้าสิ่งนี้สามารถใช้งานได้ในวงกว้าง ไม่ว่าศัตรูจะมาเท่าใดก็คงจะกลายเป็เม่นไปหมด”
ใช้งาน? ศัตรู?
เนี่ยเฉินจับจุดสองคำนี้ได้อย่างแม่นยำ
“หัวหน้าใหญ่ พวกเราไปพูดคุยกันในโถงจวี้อี้ได้หรือไม่?”
เนี่ยเฉินผายมือเชิญ
"ได้ ไปสิ"
เมื่อเห็นว่าหัวหน้าใหญ่ยังจ้องมองไปที่หน้าไม้ยิงต่อเนื่องในมือของตน เนี่ยเฉินก็หัวเราะอย่างร่าเริง และส่งหน้าไม้ยิงต่อเนื่องไปที่มือของหัวหน้าใหญ่โดยตรง
ทุกคนเดินมาที่โถงจวี้อี้ เหล่าโจรตัวเล็กตัวน้อยต่างพากันไปมุงดูเสาธง
เนี่ยเฉินและคนอื่น ๆ นั่งลง แล้วกล่าวกับเวิงชิวฉานว่า
“หลานสาว ให้หัวหน้าใหญ่ดูดาบในมือของเ้าสิ”
“เ้าเป็ใครกันถึงเรียกข้าว่าหลานสาว!”
เวิงชิวฉานลุกขึ้น นางรู้สึกว่า่เวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา ตนต้องอับอายขายหน้ามากกว่าที่ต้องอับอายขายหน้าในครึ่งชีวิตก่อนหน้า แต่กลับทำอะไรเ้าคนน่ารำคาญนี้ไม่ได้สักอย่าง
หัวหน้าใหญ่หยิบดาบในมือเวิงชิวฉานไป จากนั้นก็ดูอย่างละเอียดยิบแล้วพยักหน้า
“เป็ดาบดี แข็งแกร่งไม่น้อยเลย”
“ท่านพ่อ ดาบเล่มนี้เนี่ยเฉินเป็คนหลอมขึ้น ข้าเอาดาบที่ท่านให้มาประลองกับดาบเล่มนี้ ทว่าดาบเล่มนั้นกลับหักไปเลย แต่ดาบเล่มนี้ไม่ได้บิ่นแม้แต่น้อย”
“โอ้ ช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ แล้วหลอมขึ้นมาได้อย่างไร?”
หัวหน้าใหญ่เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ และมองไปทางเนี่ยเฉิน
[1] ปากสุนัขย่อมไม่อาจคายงาช้างออกมาได้ เปรียบเทียบคนที่มีพฤติกรรมหรือคำพูดหยาบคาย ว่าไม่สามารถคาดหวังคำพูดหรือการกระทำที่ดีงามจากคนเ่าั้ได้