"ยาย ข้าทำข้าวโจ๊กหมูป่ามาให้ท่านได้กิน คราวก่อนเห็นยายบอกว่าอร่อย วันนี้ข้าขุดหลุมดักมันมาได้อีกตัวหนึ่งแล้ว"หลี่ิยิ้มอย่างอารมณ์ดี เข้ามาหายายเฉินที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงไม้ที่เขาทำขึ้นมากับมือ ยายไอเสียงแหบแห้งอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนแรง
"อาิ เ้าไม่ต้องเป็ห่วงยายนักหรอก สองปีมานี้ยายทำให้เ้าต้องลำบากไม่น้อย ขัดขวางการฝึกยุทธ์ของเ้า แค่ก.แค่ก.เจ็บป่วยครั้งนี้ยายเห็นทีจะไม่รอด เมื่อคืนยายฝันเห็นตาของเ้าขี่ม้าสีขาวมารับไปอยู่ด้วย"นางปลงตกกับชีวิตแล้ว สามารถมีอายุมาอย่างยาวนานถึง 76 ปี มีสามีที่แสนดีกับบุตรชายอีกสองคนนับว่าคุ้มค่าแล้วจริงๆ ส่วนหลานชายของนางเป็ผู้ทรงภูมิฝึกวิชาเซียนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาแค่ 2 ปีก็เจนจบในวิชาปราณโลหะและปราณกระดูกหินขั้นสูงแล้ว
อาิหน้าสลดลงเขารู้ดีว่าเจ็บป่วยคราวนี้ ทำให้ร่างกายของยายเฉินซูบผอมจนน่าใจหาย ต่อให้กินอาหารบำรุงอย่างดีมีทั้งสมุนไพรและเนื้อไก่,เนื้อหมูก็ไม่สามารถสร้างพลังชีวิตให้กลับมาเป็เหมือนเดิมได้ นอกจากจะผอมแห้งิัยังดำคล้ำดูเหมือนไฟชีวิตกำลังจะมอดดับ เนื่องจากเขาเห็นคนตายมานับไม่ถ้วน ยิ่งได้ฝึกวิชาลมปราณจึงเข้าใจสภาพร่างกายของมนุษย์ได้อย่างแจ่มแจ้งลึกซึ้ง
จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็ปกติ"ยาย กินข้าวซักหน่อยเถิด สักคำสองคำก็ยังดี"แล้วตักโจ๊กใส่ปากแก ยายเฉินไม่อยากขัดหลานชายแกฝืนกินอยู่สองคำจึงหยุด แล้วเอามือมาลูบแขนลูบหน้าหลานชายด้วยความรัก
ด้วยรู้ดีว่าเวลาของแกเหลือน้อยเต็มที ซึ่งทั้งแกและอาิต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แล้วจึงกล่าวตักเตือนหลานชายราวกับจะสั่งเสีย"อาิ เมื่อยายตายแล้วก็ให้เผายายซะ เถ้ากระดูกก็เอาไปโปรยลงน้ำอย่าได้ฝังร่างของยาย ให้เป็เศษซากให้สัตว์ป่าแทะกินเป็ที่สังเวชเลย"หลี่ิก้มหน้านิ่งผงกศีรษะรับปากนาง
ยายเฉินอมยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อด้วยเสียงแ่เบา"เ้าจงฝึกฝนอยู่ในป่าอีกสัก 2 ปีแล้วจึงเข้าไปศึกษาที่สำนักพฤกษา์ ที่เมืองเฟ่ยฉางอาณาจักรจิ้นเหลียงอีก 3 ปี จากนั้นเ้าจงท่องเที่ยวหาประสบการณ์อีก 1 ปี เมื่ออายุครบ 18 ปีเต็มจึงค่อยไปฝึกวิชาเซียนที่สำนักเทียนหลง"หลี่ิรับคำแล้วจึงเช็ดตัวให้ยายเฉิน เพราะนี่คงเป็คำพูดสุดท้ายที่ชัดเจนและมีสติสัมปชัญญะที่สุดของนาง หลังจากนั้นอีกสองวันยายเฉินก็จากไปอย่างสงบ หลี่ิจัดการทุกอย่างตามคำสั่งเสียของท่านทุกประการด้วยความอาลัย ตอนนี้เขารู้สึกโดดเดี่ยวไม่เหลือใครอีกแล้ว
∆∆∆∆∆
หลี่ิจัดการฝังลังสมบัติของตระกูลเฉินเอาไว้ในถ้ำ ตำราทุกเล่มเขาอ่านท่องจำจนขึ้นใจรวมถึงจุดชีพจรต่างๆของร่างกายที่ถูกสลักอยู่บนรูปแกะสลักหิน ส่วนตราสำนักเทียนหลงถูกหลี่ิเก็บไว้ที่ตัว เมื่อปิดปากถ้ำเรียบร้อยจึงเดินเข้าไปยังส่วนลึกของป่าต้าหลุน
2 ปีมานี้เขาไม่เคยไปไหนไกลต้องคอยเก็บสมุนไพรริมชายป่ามารักษายายเฉินที่นอนเจ็บป่วยอยู่บนเตียง คอยหุงหาอาหารสร้างกับดักเพื่อดักหมูป่าถือธนูยิงไก่ป่าอยู่แถวหน้าปากถ้ำ ซึ่งมีสัตว์ป่าเหล่านี้อยู่อย่างชุกชุม "ป่าต้าหลุนอุดมสมบูรณ์เป็อย่างมาก ถ้าเข้าไปยังป่าลึกน่าจะเจอสัตว์ิญญาอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น"
หลี่ิตรงเข้าไปยังป่าลึกได้ 7 วันแล้วยังไม่เจอสัตว์ิญญาแม้แต่ตัวเดียว มีแต่สัตว์ป่าทั่วไปกับสมุนไพรธรรมดาเท่านั้น'แปลกมากไม่เจอพวกมันเลยแม้แต่ตัวเดียว สัตว์ป่าแถวนี้มีแต่หมูป่า,เก้ง,กวาง,ละมั่ง,วัวป่าและเสือเท่านั้น' สัตว์มีพิษพวกงู,ตะขาบ,ทากเื,แมงมุมพิษและยุงซึ่งเป็พาหะของไข้ป่า ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับเขาเลย เพราะวิชาคงกระพันชาตรีและเคล็ดวิชาปราณโลหะกับปราณกระดูกหิน ที่เป็วิชาประเภทเดียวกันต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทำให้กายาเหล็กของหลี่ิข้ามขั้นไปสู่ระดับสูงแล้ว สามารถป้องกันสิ่งของมีคมอาวุธชั้นดีไม่ให้แทงทะลุผ่านิัเข้ามาได้
"นี่ก็เย็นมากแล้ว ไม่มีสถานที่ไหนเหมาะสมที่จะทำเป็ที่พักหุงหาอาหารได้เลย คงต้องเคี้ยวเนื้อหมูแห้งกลั้วคอด้วยน้ำเปล่ากระมัง"หลี่ิมองไปยังพื้นที่ชื้นแฉะเต็มไปด้วยใบไม้เน่ากิ่งไม้ผุที่กองสุมอยู่บนพื้นส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
'เชอะ! ด้านล่างนี้คงเป็รังของสัตว์มีพิษ แย่จริง!มองไปที่ใดก็มีแต่สถานการณ์ที่แบบนี้ไม่รู้ว่ามันกินอาณาบริเวณกว้างขวางขนาดไหน'เขาได้แต่ถอนใจยาวอย่างอับจนปัญญา อยากจะใช้วิชาย่นย่อระยะทางให้หลุดพ้นจากสถานที่อันตรายแห่งนี้
แต่วิชานี้ต้องฝึกวาโยกสิณ(กำหนดจิตเพ่งไปที่ลมหรือธาตุลม)ขึ้นทรงญาณถึงขั้น 4 จึงจะแคล่วคล่องไปได้ทุกที่ แต่ตัวเราทรงญาณได้เพียงขั้น 2 ทำให้เดินได้ไม่ไกลนัก
"เอาเถิดพักที่นี่ก็แล้วกัน มาลองดูว่ากายาเหล็กของเราจะป้องกันสัตว์มีพิษพวกนี้ได้หรือไม่"ว่าแล้วจึงปูผ้านั่งอยู่บนพื้น กำหนดจิตตั้งสมาธิมั่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบกายภายนอก
ครั้นพอตกกลางคืนสัตว์ป่ากินเนื้อต่างพากันออกหาอาหาร รวมถึงสัตว์มีพิษสารพัดชนิด พวกมันต่างออกจากรัง ครั้นจับคลื่นความร้อนได้จึงรับรู้ว่ามีอาหารมื้อใหญ่วางอยู่บนรังของพวกมัน ต่างพากันแย่งชิงรุมทึ้งเข้ามาขบกัดแทะเล็มฉีกกระชากกายเนื้อของหลี่ิอย่างบ้าคลั่ง มีทั้งมดง่าม,ตะขาบ,แมงป่อง,แมงมุม,งูพิษเป็ต้น ต่างเกาะก่ายกอดรัดจนกลายเป็กองูเาลูกย่อม จนกระทั่งผ่านไปครึ่งคืนพวกมันต่างพากันยอมแพ้ถอยออกห่าง เหลือแต่เพียงหนอนพิษและยุงที่ยังสู้ไม่ถอยพวกมันพยายามจะเจาะเข้าทางิั,รูจมูกและทางหูแต่กลับไม่เป็ผล ซึ่งกายาเหล็กนั้นได้ปล่อยกระแสลมปราณปกคลุมทั่วร่างคอยคุ้มกันกีดกั้น จนกลายเป็กำแพงลมที่มองไม่เห็น
ทุกการกระทำที่สัตว์มีพิษทำต่อหลี่ินั้น ตกอยู่ในสายตาของอสรพิษั์ดวงตาสีดำทมิฬจ้องมองอยู่อย่างเหี้ยมเกรียม ลำตัวของมันนั้นมีขนาดใหญ่สูงยาวราวกับต้นสนโตเต็มที่ มิหนำซ้ำมันยังมีปีกสีขาวราวกับขนนกงอกออกมาจากลำตัวถึง 6 คู่ มันเป็สัตว์ิญญาชนิดสัตว์เลื้อยคลานประเภทงู พิษของมันสามารถย่อยเศษเนื้อเศษกระดูกให้กลายเป็หยดน้ำชื่อของมันคืออสรพิษเมฆา มันบินม้วนตัวไปมาเลื้อยวนอยู่กลางอากาศหลายรอบ มันแลบลิ้นสองแฉกสั่นระริกสีแดงฉานปีกนกสีขาวของมันกระพือถี่เร็วเกิดเป็เสียง "ฟิ้ว.คว้าบ.ฟิ้ว.คว้าบ."มันกำลังลอยตัวนิ่งคล้ายกำลังตัดสินใจทำบางอย่าง