01.02 น.
พอลสันนั่งพิงหัวเตียงในห้องนอนของตัวเองพลางครุ่นคิดถึงคำพูดของแฟนสาว
"มีอะไรบอกฉันได้นะคะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ"
"ไม่มีอะไร" หญิงสาวลูบหลังพอลสันช้าๆ เพื่อปลอบโยนสิ่งที่สีหน้าและแววตาของเขาแสดงออกมา "ผมไม่เป็นไร"
"พรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมคุณลุงกับพ่อ คุณจะไปด้วยกันไหมคะ"
"..." เขาไม่รู้ว่าทำไมมีความรู้สึกอะไรบางอย่าง ที่อยากจะไป แต่ก็มีบางสิ่งรั้งความรู้สึกของเขาไว้...เขากับผู้ชายคนนั้น เราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก ไม่แม้แต่นิดเดียว
"ถ้าคุณไม่ไป ฉันจะบอกพี่คณินเองค่ะว่าคุณไม่ว่าง"
"..."
"งั้นพรุ่งนี้ คุณไปทำงานก่อนก็แล้วกันนะคะ ฉันจะไปเอง"
"ผมจะให้เชนไปรับ"
"ได้ค่ะ"
พรุ่งนี้ เธอจะไปเยี่ยมคจรที่โรงพยาบาล และเขาก็คิดว่าจะไม่ไปอยู่แล้ว แต่...
"แม่ครับ..." นิ้วมือลูบไล้ใบหน้าของแม่ที่อยู่ในกรอบรูปอย่างแผ่วเบา "ผมทำดีแล้วใช่ไหม" ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจมันทำให้เขาได้แต่พึมพำกับตัวเองไปมาไม่จบไม่สิ้น
____________________
08.01 น.
โรงพยาบาล
"พี่เป็นยังไงบ้าง" ริวเดินเข้าไปจับมือของคจรไว้แน่น เมื่อเห็นชายวัยกลางคนนอนให้น้ำเกลืออยู่ในห้องพิเศษ "ผมรู้จากเรียว ว่าพี่เข้าโรงพยาบาล ตอนนี้ดีขึ้นบ้างหรือยัง"
"ปีเตอร์เขามีปัญหาเรื่องการพูด ตอนนี้เลยต้องรักษาตัวที่นี่ให้หมอกายภาพก่อน" ภรรยาของคจรตอบคำถามริว "และยังต้องกังวลเรื่องเส้นเลือดหัวใจที่ตีบด้วยค่ะ"
"มีเพิ่มอีกแล้วเหรอ"
"ค่ะ แต่รอบนี้ หมอจะให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วจะฉายสีเพื่อดูว่าตีบมากน้อยยังไง"
"เห้อ...พี่ควรดูแลตัวเองบ้างนะ"
"เขาเป็นคนดื้อมาแต่ไหนแต่ไร คุณริวก็น่าจะทราบ"
"เดี๋ยวฉันไปปอกผลไม้ให้นะคะ"
"คุณจีน่าไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
ขณะนั้นเอง คณินเดินมายืนข้างเรียวก่อนจะกระซิบเบาๆ
"เรียว พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ" จากนั้นก็เดินออกไปจากห้อง เรียวมองพ่อกับคุณป้าคุยกันอยู่จึงค่อยๆ ถอยหลังเดินออกมาจากห้อง
แกร๊ก
หลังจากเรียวปิดประตู คณินก็เอ่ยปากถามทันที
"เขาไม่ยอมมาเหรอ"
"พอดีเขามีประชุมตอนเช้า ไม่ว่างค่ะ ไว้ครั้งหน้า เรียวจะพาเขามานะคะ"
"ครั้งหน้า? " คณินพึมพำ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"พี่คณิน...มีอะไรจะบอกเรียวไหมคะ"
"เรียวอยากรู้อะไรล่ะ"
"อยากรู้ว่าทำไมพี่ถึงอยากให้คุณพอลสันมาเยี่ยมคุณลุง"
"..."
"มีเรื่องอะไรที่เรียวยังไม่รู้หรือเปล่าคะ"
"แล้วทำไมเรียวไม่ถามเขาล่ะ"
"..."
"หรือว่าเขาก็ไม่ยอมบอก"
"..."
"พี่ว่าฟังจากปากเขาเองดีกว่านะ"
"มีเรื่องอะไรกันแน่ เรียวสังเกตเห็นเมื่อหลายวันก่อน เรียวบังเอิญเจอคุณลุงที่บริษัทของคุณพอลสัน"
"...เจอพ่อ? "
"แต่วันนั้นคุณลุงบอกว่ามาทำธุระอะไรสักอย่าง...เรียวจำไม่ได้แล้ว"
"แล้วคุณพอลสันรู้หรือเปล่า"
"เรียวไม่แน่ใจว่าเขารู้หรือเปล่า แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์น่าจะบอกอยู่แล้ว...ตกลง คุณพอลสันกับ..."
"คุณพอลสัน เขาเป็นพี่ชายของพี่"
"พี่ชาย? เขาอายุมากกว่า ก็ต้อง..."
"ไม่ใช่"
"คะ"
"เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ที่มีพ่อคนเดียวกัน"
"..."
"พี่บอกเรา เพราะอยากให้เราช่วยพูดให้เขามาเยี่ยมพ่อ เขาจะโกรธหรือไม่โกรธพี่จะยอมรับทุกอย่างเอง แต่แค่ให้เขามาเยี่ยมพ่อบ้าง สักครั้งก็ยังดี..."
"..."
_________________________
09.21 น.
ขณะที่ชายวัยกลางคนนอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง เพราะภรรยากับคณินออกไปส่งริวกับเรียวที่รถ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่หน้าห้อง สายตามองผ่านกระจกใสช่องแคบๆ ที่หน้าประตู
"นายครับ"
"อืม"
"จะเข้าไปมั้ยครับ" เควินเอื้อมมือไปแตะที่บิดประตูแต่พอลสันจับแขนห้ามไว้
"ไม่...ไม่ต้อง"
"แต่..."
"กลับ"
พอลสันหันหลังเดินไปลงที่ทางบันไดหนีไฟทันทีที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยกำลังเดินมาทางนี้
คณินหันไปมองแม่ของตัวเอง ที่ช่วงนี้ทรุดโทรมเพราะคอยกังวลอาการของพ่อ นอนไม่หลับเพราะหวาดระแวงกับอาการของพ่อ
"แม่ครับ"
"ว่าไง"
"ผมเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อใช่ไหมครับ" เขาถามขึ้นมาทำให้แม่ของเขาหยุดฝีเท้าก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้
"...ลูกถามอะไร"
"ผมแค่อยากรู้"
"ลูกเป็นลูกของเราสองคน ลูกแท้ๆ สิ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พ่อรักลูกมากนะ"
"ผมแค่ถามเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากนะครับ"
"อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าพ่อนะ พ่อจะเสียใจเอา"
"ทราบแล้วครับ"
___________________________
09.32 น.
ทันทีที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้อง แม่ของเธอก็ทักขึ้น
"วันนี้ไม่ไปทำงานอีกแล้วเหรอ"
"ค่ะ...แม่ทานอะไรหรือยังคะ"
"แม่กินแล้ว หนูกินเลย แม่ทำโจ๊กไว้อยู่ในครัว" จีนเดินเข้าไปในครัว ก่อนจะหยิบชามไปตักโจ๊กที่อยู่ในหม้อ "จีน..."
"คะ"
"แล้วเมื่อไหร่จะได้ไปทำงานล่ะ คุณนาเดียร์ยังไม่ให้งานอีกเหรอ"
"ค่ะ"
"ให้แม่ไปคุยให้ไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูไม่เป็นไร"
"จีน..."
"แม่ไม่ต้องกังวลค่ะ หนูไม่เป็นไร เรื่องงานเดี๋ยวหนูจัดการเอง"
"แล้วเรื่องคุณพอลสันล่ะ หนูได้ลองเข้าไปคุยกับเขาหรือยัง เมื่อวานแม่ติดต่อคุณพอรช์ไป แต่เขาไม่ยอมรับสาย"
"แม่...แม่ติดต่อคุณพอร์ชไปงั้นเหรอคะ"
"ใช่สิ แม่อยากรู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงได้ทิ้งขว้างเราแบบนี้ มันเกินไป ลูกช่วยเขาไว้ เรามีบุญคุณกับเขามากนะ"
"แม่ค่ะ"
"ถ้าไม่ติดว่าหนูเป็นนางแบบที่กำลังมีชื่อเสียง แม่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าว ว่าเขาไม่รู้จักบุญคุณคน คิดว่าจะดีสุดท้า้ยก็เหมือนพี่ชายเขานั่นแหละ"
"แม่...อย่าคิดแบบนั้นสิคะ"
"ไม่ให้คิดแบบนี้ได้ยังไง ก่อนไปเขาบอกว่าจะดูแลพวกเราอย่างดีที่สุด ฝากฝังเรากับคุณพอลสันอย่างดี สุดท้ายคุณพอลสันก็แทบจะเอาปืนจ่อหัวเราอยู่แล้ว"
"นั่นเพราะเราผิดเอง"
"แต่เขาบอกดีๆ ก็ได้นี่นา ไม่เห็นต้องรุนแรงสักนิด" แม่จีนก้มหน้าลงก่อนจะบ่นพึมพำ "ตอนนั้นแม่น่าจะไปบอกนักข่าวหลายๆ คนว่าเขาทำผู้หญิงท้อง..."
"แม่พูดว่าอะไรนะคะ"
"เปล่าๆ เอ่อ...เรื่องที่ดินที่ต่างจังหวัด แม่เอาไปขายแล้วนะ"
"ขายให้ใครคะ"
"ก็มีนายหน้าติดต่อมานานแล้วแหละ แต่แม่ยังไม่ได้ตัดสินใจ จนเมื่อคืนนายหน้าติดต่อมาว่า ฝ่ายผู้ซื้อจะเพิ่มเงินให้ แม่เลยตกลง"
"แล้วนัดเซ็นเอกสารวันไหนคะ"
"วันนี้ตอนหกโมงเย็น"
"ให้หนูไปด้วยไหม"
"ได้สิ จะได้ไปหาอะไรกินกันข้างนอกด้วย"
"โอเคค่ะ"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เดี๋ยวหนูไปเปิดเองค่ะ" จีนเดินไปเปิดประตูห้อง ก็เห็นผู้ชายสามคนยืนอยู่ในชุดธรรมดาปกติ แต่ก็ไม่เหมือนคนทั่วไป "มาหาใครคะ"
"ผมมาหาคุณจีนครับ"
"ฉันเองค่ะ"
"คุณจีนครับ ผมมาจากสถานีตำรวจ" ชายหนุ่มยืนอยู่กึ่งกลาง โชว์บัตรขึ้นมาให้เห็น "ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ อยากจะสอบปากคำคุณนิดหน่อย รบกวนไปสถานีตำรวจกับเราด้วยครับ"
"..."
__________________________
ต่างประเทศ
"พอลสัน!!!! " เสียงคำรามทำให้ชายหญิงในห้องต่างห่อไหล่ด้วยความตกใจ "ไอ้บ้าเอ้ย!!!! "
แกร๊ก
ไลม์เปิดประตูเข้ามาเห็นเอกสารเกลื่อนกลาดไปหมดก็ส่งเสียงถามเลขาที่อยู่ในห้อง
"เกิดอะไรขึ้น"
"คือว่า..." เลขาหนุ่มกำลังจะอ้าปากแต่...
"ไอ้พอลสัน!!! มันเอาข้อมูลของบริษัทส่งไปให้ตำรวจหมดแล้ว!!! "
"..."
"มันทำให้หุ้นตกลงจนดิ่ง นักลงทุนเริ่มขายหุ้นไปหลายคนแล้ว ไอ้ชั่ว!!!! "
"ผมว่าพ่อลองไปคุยกับเขาดูดีกว่า"
"ไม่คุย!!! "
"ไม่อย่างนั้น พ่อก็ต้องหาเงินเพื่อปิดคดีให้กลายเป็นข่าวปลอม"
"ถ้าฉันทำได้ ฉันทำไปแล้ว!! แต่พวกตำรวจหน้าโง่มันไม่ยอมรับเงินจากฉันสักบาท!! พอลสันมันต้องใช้เงินปิดปากไปก่อนแล้วแน่ๆ "
"..."
"ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง"
"ผมจะไปคุยกับเขา"
"ไม่ต้อง!!! ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะไม่มีวันก้มหัวให้มันแน่!!! "
"..."
________________________
11.00 น.
"ตอนนี้ดูเหมือนเรื่องจะร้ายแรงกว่าที่คิดครับ"
"หมายความว่าไง"
"คาร์เตอร์โดนหลายอย่างครับ เพราะมีคนส่งข้อมูลเพิ่มเติมอีกเยอะมาก"
"แล้วแก้ปัญหายังไง"
"ผมยังไม่เห็นเขาทำอะไรนอกจากให้ลูกชายคนโตไปคุยกับตำรวจครับ"
"แล้วคิดว่าจะได้ผลหรือเปล่า"
"ก็ก้ำกึ่งครับ เพราะเงินที่จ่ายใต้โต๊ะน่าจะเยอะพอสมควรอยู่ครับ"
"ก็ถ้าใช้เงินซื้อไม่ได้ ฉันก็อยากรู้ว่าหมอนั่นจะทำยังไง"
"ครับคุณมิลเลอร์...แล้วเรื่องคุณพอลสัน...จะให้ทำยังไงครับ"
"ถ้าเขาข้ามเส้นของฉันเมื่อไหร่ ฉันจะเล่นงานมันให้ตาย..."
"ครับ"
มิลเลอร์มองลูกแก้วในมือที่ตัวเองกำลังกำเล่นอยู่ สายตาของเขามีแต่ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย แสยะยิ้มอย่างนึกสนุกว่าอนาคตจะเป็นยังไง ถ้าเขาเกิดทำอะไรขึ้นมาจริงๆ พอลสันจะจัดกันยังไงนะ ขนาดเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ของตัวเอง หมอนั่นยังทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ฮ่าๆๆๆๆ "
"..."
_____________________
(ต่อ) 11.00 น.
"คุณรู้จักคุณพอลสันกับพอร์ชหรือเปล่าครับ"
"รู้จักค่ะ เขาเป็นเจ้าของบริษัท LB ที่ฉันเซ็นสัญญาอยู่"
"แล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับผู้ชายคนนี้ไหมครับ" ตำรวจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลื่อนรูปใบหนึ่งมาตรงหน้า ทำให้เห็นว่าคือรูปมือปืนที่เธอเคยจ้างนั่นเอง
ไม่นะ! อย่าบอกว่าเขาไปสารภาพกับตำรวจแล้วพูดชื่อเธอ
"เขา...เป็นใครคะ...ฉัน...ฉันไม่รู้จัก"
"คุณลองดูดีๆครับ ว่ารู้จักเขาหรือเปล่า"
"..." เธอรู้จักอยู่แล้ว แต่จะให้บอกไปมันก็ไม่ใช่อยู่ดี จะบอกว่าอะไรที่จะไม่ทำให้เขาสงสัยก็ไม่รู้ "ฉัน...ไม่รู้จักจริงๆค่ะ"
"อืม...งั้นวันก่อนที่คุณกับเขานัดเจอกันที่ร้านกาแฟ คุณพอจะบอกได้ไหมครับ ว่าถ้าไม่รู้จักจะนัดเจอกันได้ยังไง"
"..." เธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหลบสายตาของนายตำรวจข้างหน้า
"บอกผมได้ไหมครับ ว่าพวกคุณนัดเจอกันทำไม"
"..."
_____________________
11.30 น.
"นายครับ ทางสถานีตำรวจโทรมาบอกว่า คุณจีนเธอไม่ยอมรับว่าว่าจ้างผู้ชายคนนั้น เธออ้างว่าที่นัดเจอกันเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่คุณไพลินเคยจ้างแล้วเขาต้องการเงินถึงได้ติดต่อเธอครับ"
"ไพลิน...ไพลินคือใคร"
"ไพลิน...คือคุณสวย คนที่เสียชีวิตไปวันที่นายอยู่ฮ่องกงครับ"
"ไพลิน...ไพลิน..." พอลสันลากเสียงยาว ยกแขนขึ้นเท้าคางขอบเก้าอี้ "คนที่เคยขึ้นโรงพักกับเรียวนะเหรอ"
"ใช่ครับ"
"แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นยังไง"
"ผมไปหาข้อมูลมาแล้วครับ ดูเหมือนผู้ชายคนนั้นจะเคยเป็นลูกน้องเก่าของคุณพรชัย พ่อของคุณไพลินครับ"
"งั้นก็อาจจะเป็นไปได้ที่เธอไปขอให้เพื่อนหานักฆ่ามาให้"
"ใช่ครับ"
"แล้วตำรวจว่าไง"
"ก็ต้องหาหลักฐานเพิ่มครับ ตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรเธอได้ครับ เพราะการว่าจ้างมันเป็นแค่ปากเปล่า"
"เหอะ...หลุดไปได้ก็ไม่สามารถพ้นสายตาฉันไปได้อยู่ดี"
________________________
14.21 น.
แกร๊ก
"จีน!!" หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งมาหาลูกสาวที่เดินเข้าห้องมา "เป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นบอกแม่สิ"
"..."
"ทำไมตำรวจถึงมาพาตัวหนูไปที่สถานีตำรวจ"
"ไม่มีอะไรค่ะแม่"
"ไม่มีอะไรได้ยังไง...หนูรู้ไหมแม่แทบจะเป็นลมอยู่แล้ว"
"ไม่มีอะไรจริงๆค่ะแม่" เธอจับมือแม่มาบีบไว้แน่นก่อนจะส่งรอยยิ้มจริงใจที่สุด "ตำรวจแค่อยากสอบปากคำนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องเข้าใจผิดกัน"
"เข้าใจผิด?...เข้าใจผิดเรื่องอะไร"
"เรื่องไร้สาระนะคะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ"
"หนูพูดแบบนี้ทุกครั้ง บอกแม่ว่าไม่ต้องห่วงแต่แม่อดห่วงไม่ได้อยู่ดี"
"มันจะไม่มีอะไรแล้วค่ะ..." เธอเข้าไปกอดแม่ของตัวเองไว้แน่น "...ที่หนูพูดมันคือเรื่องจริง แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ"
_______________________
17.09 น.
บนรถ
พอลสันมารับเรียวที่โรงแรมเพื่อพาเธอกลับบ้านเหมือนอย่างปกติที่เคยทำ แต่วันนี้แปลกไปนิดหน่อยที่เธอหันหน้ามามองเขาตลอดเวลาด้วยแววตาสงสาร ซึ่งเขาไม่ชอบเลยสักนิด
"คุณมีอะไรอยากคุยกับผมหรือเปล่า"
"..." เรียวกะพริบตาถี่เพื่อไล่หยดน้ำที่เกาะอยู่ก่อนจะเบนหน้าหนี แต่ไม่ทันฝ่ามือหนาที่จับคางเธอไว้ทัน
"เป็นอะไร..."
"เปล่าค่ะ"
"คุณร้องไห้ทำไม"
"ฉันเปล่าสักหน่อย"
"ที่ระ..." เรียวใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากของเขา แล้วขยับเข้าไปซบอกแกร่งช้าๆ
"คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร"
"แล้วคุณร้องไห้ทำไม"
"ฉันแค่คิดอะไรนิดหน่อย"
"คิดอะไร"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" เธอหลับตาเพื่อให้น้ำตาไหลออกมาให้หมด จะได้ไม่ให้เขาเห็นว่าเธอกำลังเสียใจและเห็นใจเขามากแค่ไหน กับการที่เขาต้องทุกข์ทรมานในเรื่องของแม่และเรื่องของพ่อ
"ผมเป็นห่วงนะที่รัก"
"ฉันรักคุณนะคะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็รักคุณ"
"ผมก็รักคุณ" ชายหนุ่มจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมนก่อนจะโอบกอดเธอแน่นกว่าเดิม
_______________________
21.21 น.
"ไปสืบมาว่าอิงกาญจน์ไปเจอใครมาบ้าง"
"ไม่มีนะครับ"
"แล้วทำไมเธอร้องไห้"
"มีแค่ช่วงเช้าที่ไปโรงพยาบาลเท่านั้นครับ ที่ไปเจอคุณคณิน"
"..."
"นายจะให้ไปสืบกับคุณคณินไหมครับ"
"ไม่ต้อง...เดี๋ยวฉันจัดการเอง" เขากำลังกลัว...กลัวว่าเธอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น รู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วจากปากคนอื่น
_______________________
1 อาทิตย์ต่อมา
10.01 น.
"นายครับ"
"อืม"
"ฝั่งคาร์เตอร์มีคนรวมกลุ่มแฉภายในบริษัทแล้ว เรื่องเริ่มบานปลายใหญ่ จนนักลงทุนหลายคนถอนหุ้นกันเกือบหมดแล้วครับ"
"แล้วบริษัทจะอยู่ได้อีกเหรอ"
"ไม่แน่ใจครับ แต่ดูเหมือนเขาพยายามยื้อทุกทาง"
"ก็รอดูว่าจะยื้อได้ไหม ให้เวลามาตั้ง 1 อาทิตย์ มันนานพอแล้ว"
"ส่วนทางมิลเลอร์ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวครับ แต่ก็ยังส่งคนคอยตามคุณอิงกาญจน์อยู่"
"อืม...วันนี้ฉันจะพาเรียวไปที่บ้านพักตากอากาศ...บอกให้พ่อบ้านเตรียมจัดการอาหารด้วย"
"ครับนาย"
________________________
รักรีทนะคะ ใส่แมส ล้างมือให้สะอาดด้วยนะคะ ป้องกันโรค เป็นห่วงค่ะ