หลิงอวี้รีบคว้าปิ่นปักผมออกจากมือน้องสาว"น้องฉู่หรัน เ้าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ก่อนหน้านี้พี่เพิ่งปล่อยพิราบสื่อสารออกไป ตอนนี้ทหารของท่านพ่อน่าจะใกล้มาถึงเต็มที"นางปลอบประโลม ให้ความหวังแก่น้องสาวของตน
ฉู่หรันจึงคลายกังวลลงบ้าง "พี่ใหญ่หากแม้นเข้าตาจน ข้าคงไม่คิดอยู่สืบไปให้คนทั้งแผ่นดินประฌามว่าเป็เมียโจร"นางตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ดวงตาแข็งกร้าว
หลิวอวี้ย่อมเข้าใจความคิดของฉู่หรัน ถึงแม้ว่านางจะออกเรือนแล้ว หากถูกข่มเหงจากชายอื่นแม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม นางคงไม่สามารถกลับบ้านสามีได้อีกต่อไป ความตายเท่านั้นจึงเป็ทางออก สตรีสูงศักดิ์อย่างพวกนางไม่มีทางเดินให้เลือกเองั้แ่เกิดแล้ว
สายตาของนางเศร้าสร้อยไม่คิดมาก่อนเลยว่า การกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดครั้งนี้ของเรา จะโชคร้ายถูกโจรดักปล้นกลางทางได้
"เอาเถิด! ถ้าถึงตอนนั้นพวกเราพี่น้อง มาตายพร้อมกันเถิด"
หลี่ิเห็นเหตุการณ์ภายในรถม้าโดยตลอด 'คิดไม่ถึงว่าแม่สาวน้อยคนสวยนั่น จะใจเด็ดคิดจะฆ่าตัวตายซะแล้ว' เขาพ่นกระดูกนกพิราบย่างสมุนไพรในปากออกไปอย่างแรง แล้วใช้ชายแขนเสื้อเช็ดริมฝีปากมันแผลบ ตัดสินใจเฉียบพลันขอเป็วีรบุรุษช่วยสาวงาม แล้วรีบผละจากก้อนหินที่ซ่อนตัวพุ่งทะยานดั่งสายลมหวังสังหารหัวหน้าโจร
ฟูไคขบคิดอยู่ชั่วครู่แล้วประสานมือเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ข้าน้อยฟูไค พวกข้าเป็คนของท่านเ้าเมือง ต้องขออภัยที่ทำให้คุณหนูใ ขอรับ"คำพูดชัดเจนเสียงดังฟังชัดของมัน ถึงกับทำให้ผู้คนที่ได้รับฟังใตะลึงงัน
โดยเฉพาะหลี่ิเขาถึงกับสมองลั่นความคิดดับวูบสะดุดขาตัวเองหกล้ม กลิ้งหลุนๆไปกระแทกกับโขดหินจนเห็นดาววิบวิ๊ง "นี่มันเื่บ้าอะไร งงไปหมดแล้ว"
ขณะที่ทุกคนกำลังงงงันกันอยู่นั้น หัวหน้าองครักษ์พลันได้สติก่อนเป็คนแรก พลางถามหัวหน้าโจรด้วยความสงสัย "ที่เ้าพูดมาหมายความว่าอย่างไร พวกเ้าเป็คนของท่านเ้าเมืองอย่างนั้นเหรอ"
ฟูไคตอบอย่างไม่ลังเล "ถูกต้องแล้วขอรับ พวกข้าคือหน่วยลับที่ท่านเ้าเมืองเลือกสรรมาด้วยตนเอง ข้าเสียใจที่ทำร้ายคุณหนูและพวกท่าน สำหรับเื่เข้าใจผิดนี้ ข้าจะรายงานนายท่านเอง"มันพูดจบหันหน้ามาสบตาลูกน้องด้วยแววตาเ้าเล่ห์ แล้วะโสั่งการให้คนของมันคารวะคุณหนูและกล่าวคำขอโทษ
เหล่าลูกสมุนเมื่อรู้ความนัยต่างส่งสัญญาณถึงกัน แล้วะโอย่างพร้อมเพรียง"คุณหนูพวกข้าขออภัยที่ล่วงเกิน ขอรับ" สิ้นเสียง พวกมันต่างยกยิ้มเหยียดเนื่องจากรู้ดีอยู่แก่ใจ เพราะนี่คือแผนการใส่ร้ายเ้าเมืองซุยเป่ยขององค์ชายแปด เ้านายของตนนั่นเอง
ฟูไคเห็นทุกอย่างเป็ไปตามแผนการที่ตนคิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน มันยิ้มแย้มด้วยยินดีแล้วยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยทัพกลับค่าย ก่อนที่พวกทหารจากในเมืองจะมาถึง เสียงฝีเท้าม้าค่อยๆกลับตัวจะเดินทางจากไป
เสียงเป่าปากอย่างโล่งใจของหลิวอวี้ นางกล่าวกับน้องสาวตนอย่างแ่เบา "ฉู่หรันพวกเราปลอดภัยแล้ว พวกโจรกำลังจะไปแล้ว" แต่สาวงามกลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วย "พี่ใหญ่พวกเราไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยผ่านเื่ใหญ่โตเช่นนี้ไปอย่างง่ายดาย ข้าจะลงไปสอบถามพวกมันให้รู้แน่ชัด" พลางขยับกายไปเปิดประตูรถม้า
หลิวอวี้รีบผวาไปคว้าร่างบาง พูดละล่ำละลัก "เ้าจะบ้าหรือไง ที่คิดจะเหนี่ยวรั้งพวกโจร ให้มันหันดาบมาจ่อคอพวกเราอย่างนั้นหรือ"
ฉู่หรันจ้องหน้าพี่สาวด้วยความไม่พอใจ "พี่ใหญ่ท่านไม่ได้ยินคำพูดขั่วร้ายของมันหรอกหรือ มันจงใจแอบอ้างชื่อเสียงของท่านพ่อเพื่อใส่ร้ายท่าน ในที่นี้ไม่ได้มีแต่คนของเรา ยังมีผู้าุโต้าเหวินและพรรคคลุมนภา ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปมีหวังครอบครัวของเรา ต้องถูกถอดยศและถูกตัดศีรษะทั้งตระกูลเป็แน่"
"ถึงจะเป็เช่นนั้นจริง เ้าก็ไม่ควรออกไปเผชิญหน้าโดยตรงเช่นนี้ เมื่อพวกเราเข้าเมืองแล้วค่อยแจ้งเื่นี้ให้ท่านพ่อทราบความ เพื่อสืบสวนหาความจริงให้กระจ่างชัด ถ้าเ้าหุนหันพลันแล่นเช่นนี้.." หลิวอวี้ยังไม่ทันกล่าวจบความ สาวน้อยพลางสะบัดตัวออกห่าง นางเม้มริมฝีปากแน่นแววตาเด็ดเดี่ยวตัดสินใจเด็ดขาด
ฉู่หรันได้พุ่งพรวดลงจากรถม้าวิ่งมาขวางชายร่างั์ที่ขี่ม้าถือง้าวใหญ่ กางแขนทั้งสองข้างเผชิญหน้ากับหัวหน้าโจรฟูไค ยิงคำถามอย่างเดือดดาล "เ้าพูดจาให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยไป อย่ามาพูดจากำกวมใส่ร้ายบิดาของข้าเช่นนี้ "
หลี่ิเพ่งมองจากระยะไกลครั้นเห็นการกระทำอย่างไร้สติของหญิงงามผู้นี้ ความรู้สึกชื่นชมเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนไป
"ยังมีผู้หญิงโง่เขลาไม่รู้จักไตร่ตรองซึ่งความควรไม่ควรเช่นนี้อยู่อีกหรือ"เขาพูดพลางให้คิดถึงผู้หญิงอีกคนที่พูดจาไม่รู้เื่แถมยังลงมือโเี้นางนั้น นี่ข้าดวงตกขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ทันครบวันกลับเจอยัยงี่เง่ากับหญิงบ้าบิ่นพร้อมกันเช่นนี้
ฟูไคมองร่างสะโอดสะองหน้าตาสะคราญโฉมพลางอดคิดในทางต่ำช้ามิได้ มันแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากพยายามสะกดกลั้นอารมณ์หื่นกามอย่างฝืนทน กล่าวตะกุกตะกักว่า "ข้า.เอ่อ! ข้า เป็คนของท่านเ้าเมืองจริงๆ ท่านให้ข้ามาดักปล้นสินค้า ส่วนเพื่อการใดนั้นผู้น้อยก็สุดจะรู้ได้ ท่านลองกลับไปถามนายท่านดูเองเถิด"
หลินอวี้แทบสิ้นสติที่เห็นน้องสาวทำการอุกอาจเช่นนี้ รีบลงจากรถไปกระชากตัวน้องสาวกลับมา ท่ามกลางสายตาโล่งอกของหัวหน้าองครักษ์และสำนักคุ้มกันภัย
ฟูไคมองไปยังสองพี่น้องที่งดงามสะคราญตา ความ้าทางเพศบังเกิดอย่างรุนแรง พลันฉุกคิดจึงสะบัดหัวไปมาอย่างรวดเร็วหลายครั้ง เพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป มันอดเหลือบมองด้วยความเสียดายมิได้ แล้วควบม้าจากไปอย่างรวดเร็ว
"เ้าทำบ้าอะไรลงไปรู้หรือไม่"หลินอวี้ดุน้องสาวด้วยความไม่พอใจ
"พี่ใหญ่ ข้ายังคุยกับมันไม่รู้เื่เลย"นางยังยืนกรานความคิดตน
หลินอวี้บันดาลโทสะถึงกับเขกศีรษะน้องสาวหัวดื้ออย่างแรงไปหนึ่งที "หุบปากของเ้าซะ"ฉู่หรันซู๊ดปากคลำหัวป้อย "พี่ใหญ่ น่ะ" ท่ามกลางเสียงกลั้วหัวเราะของเหล่าชายฉกรรจ์