บทที่ 5:ฟื้นภายในสามเข็ม
หลี่เยว่ิสะดุ้งก่อนจะมองกลับไปดวงตาทอประกายวาบก่อนที่เขาจะตวาดใส่หลินเซียว “แกเป็ใคร? ใครปล่อยให้แกเข้ามา?”
หลี่เยว่เหยาที่เดินตามมาติดๆเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว: “พี่! เขาคือหมอเทวดาที่ฉันเชิญมารักษาพ่อ!”
“หืม? นี่ไม่ใช่น้องสาวของฉันหรอกเหรอ?ก่อนหน้านี้เธอไปที่หมู่บ้านเพื่อที่จะขอให้ไอ้แท่งไม้วิเศษนี่กลับมา? นี่ใช่… ชาวนารึเปล่า?” หลี่เยว่ิเค้นเสียงหัวเราะและจงใจเอ่ยเรียกหมอเทวดา(神医) เป็แท่งไม้วิเศษ (神棍)
ในตอนนี้หัวใจของหลี่เยว่ิได้ร่วงลงไปในท้องเมื่อคิดว่าน้องสาวของตนเองสามารถพาหมอเทวดากลับมารักษาอาการป่วยของผู้เป็พ่อได้จริงๆตำแหน่งของเขาในตระกูลย่อมถูกคุกคาม
ทว่ากลายเป็ว่าเ้าเด็กตรงหน้านี่หากไม่ใช่พวกต้มตุ๋นก็คงเป็พวกนักเลงข้างถนนเขาไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็หมอเทวดาเลยแม้แต่น้อย
“พี่!” หลี่เยว่เหยามีสีหน้าเรียบเฉย “หมอหลินมีประสบการณ์ในการรักษาโรคร้ายที่ยากจะรักษามามากเขาสัญญา……”
“เขาสัญญา?” หลี่เยว่ิพลันเค้นเสียงเย้ย เอ่ยขัดเธอขึ้น“เขาเป็ตัวอะไรกัน? อาการป่วยของพ่อ หมาแมวที่ไหนก็รักษาได้เหรอ?”
“ไม่ใช่ เขา……” หลี่เยว่เหยากัดริมฝีปากรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เอาเถอะ! ฉันเชิญศาสตราจารย์ตู้จงเทียนที่โด่งดังมา หากมีเขาต้องรักษาพ่อได้แน่” หลี่เยว่ิโบกมืออย่างรำคาญ เอ่ยขัดน้องสาวของตนเอง
หลินเซียวเดินไปที่เตียงช้าๆอย่างไร้เสียงไม่สนใจคำพูดเสียดสีเหยียดหยามของหลี่เยว่ิก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ:“อย่าขยับเขา ไม่อย่างนั้นการไหลเวียนของเืจะเร็วขึ้นและพิษจะเข้าสู่หัวใจในทันทีคนคนนี้จะตายแน่นอน”
“ไร้สาระ! พิษอะไรกัน?”ตู้จงเทียนมองไปยังหลินเซียวอย่างงุนงงความตื่นตระหนกบางอย่างแล่นวูบผ่านดวงตาของเขา เขาเอ่ยถามหลี่เยว่ิ “คุณชายหลี่เขาคือใครกัน? อย่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา มันจะส่งผลต่อการรักษาของผม…”
หลินเซียวพลันแย้มยิ้มและเอ่ยเสียงเรียบ:“จิ้จิ้จิ้ ศาสตราจารย์ตู้จงเทียนใช่ไหม?นายเป็ท่อนไม้รึไง? แค่วินิจฉัยอาการยังทำไม่ได้ยังกล้าคิดจะรักษานี่ฝันอยู่รึไง?”
“ฉันวินิจฉัยอาการไม่ได้?”ตู้จงเทียนแย้มยิ้มด้วยความโกรธ“นายเป็ใคร? นายมีคุณสมบัติอะไรมาพูดเกี่ยวกับอาการของคนไข้?”
“นายพูดอะไรของนาย?นายไม่รู้เหรอว่าคนคนนี้คือใคร?” ผู้ช่วยของตู้จงเทียนเบิกตากว้าง“ศาสตราจารย์ตู้เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเืและสมองที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติทั้งยังเป็ยอดฝีมือด้านการแพทย์จีนดั้งเดิม นายเป็ใครมาจากไหน? กล้าดียังไงมาตัดสินความสามารถของศาสตรจารย์ตู้?”
ตู้จงเทียนแสดงสีหน้าเย่อหยิ่งเค้นเสียงเย็น: “คุณชายหลี่ ช่วยไล่คนไม่เกี่ยวข้องออกไปด้วยเขารบกวนการรักษาของผมใครจะรับผิดชอบผลที่ตามมา?”
“ครับ ครับ ครับ!” หลี่เยว่ิขมวดคิ้ว “หลี่จ้ง มัวเหม่ออะไรอยู่? ไล่ไอ้ท่อนไม้วิเศษนี่ออกไปได้แล้วกล้าดียังไงเข้ามาหลอกลวงถึงบ้านฉัน”
หลี่จ้งกำลังจะขยับตัว
“ลุงจ้ง! ลุงออกไปก่อน”สีหน้าของหลี่เยว่เหยากลับกลายเป็เ็า เธอส่งสายตาไปยังหลี่จ้ง
“ผม…”
พ่อบ้านหลี่จ้งอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกฝั่งหนึ่งคือคุณชาย อีกฝั่งหนึ่งคือคุณหนูไม่ว่าฝั่งไหนเขาก็ไม่อาจขัดใจได้ทั้งสิ้น
“ถ้ายังเอาแต่เถียงกัน พ่อเธอจะช่วยไม่ได้แล้วจริงๆ นะ”หลินเซียวเค้นเสียงหัวเราะ ก่อนจะเดินไปที่ข้างเตียงอย่างช้าๆ
ลมหายใจของหลี่จ้งซานแ่เบาใบหน้าซูบตอบ ผิวกายหม่นหมอง และมีริมฝีปากแห้งผาก เขาดูราวกับคนที่ตายไปแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นหลินเซียวเดินไปตู้จงเทียนก็คว้าเขาไว้แล้วเอ่ยเสียงเย้ยหยัน: “เ้าคนลึกลับ (1) นายบอกว่าฉันไม่รู้สาเหตุของอาการป่วยแล้วนายรู้รึไง? น่าขำจริงๆ”
หลินเซียวสะบัดมือของตู้จงเทียนออกก่อนจะเอ่ยอย่างเยือกเย็น:“แน่นอน แต่… ฉันไม่บอกนายหรอก!”
“น่าขำ!” ตู้เจียงเทียนกลอกตาอย่างทื่อๆ
“นายรู้ว่าเืของคนไข้ไหลเวียนช้าและหัวใจบีบรัดแน่นแต่ยังจะให้เขานอนหันข้าง นายอยากจะให้ผู้าุโท่านนี้ตายเร็วขึ้นรึไง?”
“นาย…” สีหน้าของตู้จงเทียนแข็งค้างเขาเอ่ยขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว “นายจะไปรู้อะไร?ผู้ป่วยอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ขยับก็ตายไม่ขยับก็ตาย ฉันจะลองเสี่ยงแล้วมันผิดตรงไหน?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็นิ่งอึ้งสีหน้าของตู้จงเทียนพลันแข็งทื่อ
“ศาสตราจารย์ตู้ คุณหมายความว่ายังไง?” หลี่เยว่ิพุ่งไปหาอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงย่ำแย่ “คุณกำลังบอกว่าพ่อผมไม่มีทางหาย? ไม่มีทางรักษา?”
ตู้จงเทียนหัวเราะแห้งเขาฝืนยิ้มพร้อมเอ่ย: “อาการป่วยของผู้าุโเลวร้ายมากจริงๆ ผม… ไม่แน่ใจ!”
ในวินาทีต่อมาสีหน้าของหลี่เยว่ิพลันกลับกลายเป็ไม่น่ามอง ร่างของหลี่เยว่เหยาเซวูบแทบจะเป็ลมไป
“พ่อ!” ดวงตาของหลี่เยว่เหยาแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดเธอเดินไปที่ข้างเตียงอย่างช้าๆ สองมือปิดปากอย่างพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“ไม่แน่ใจแล้วยังกล้าทำตัวรู้ดีอีกเหรอ? นายจงใจทำให้ผู้าุโตายรึไง?” หลินเซียวเค้นเสียง
“หึ! อย่างน้อยฉันก็ยังทำให้เขามีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหลายวันยิ่งมีเวลาก็ยิ่งมีโอกาส นายรีบถอยไปซะ!” ตู้จงเทียนเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยวสถานการณ์ของหลี่จ้งซานไม่สู้ดี เขาต้องรีบฝังเข็มที่หัวใจ ระบายเืที่คั่งอยู่ที่บริเวณนั้นออก
“อยู่ได้อีกหลายวัน?”หลินเซียวยกมุมปาก “งั้นนายก็ควรจะถอยไปฉันใช้แค่สามเข็มก็สามารถทำให้ผู้าุโหายได้ทันทีให้มีความฮึกเหิมประดุจัและเสือที่ผาดโผนเลย (2)”
“อะไรนะ?”
หลี่เยว่ิและหลี่เยว่เหยาอุทานออกมาพร้อมกันอย่างตื่นตระหนกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเอ่ย
ริมฝีปากของหลินเซียวสั่นสะท้านตู้จงเทียนหัวเราะออกมาอย่างโกรธๆ : “นายนี่มันปากดีจริงๆนายคิดว่านายเป็ฮัวโต๋กลับมาเกิดใหม่ หรือคิดว่าตัวเองเป็เทพเซียนรึไง? ชีวิตคนไข้ใช่อะไรที่เอามาล้อเล่นได้เหรอ?”
“ไม่ได้ล้อเล่น เดี๋ยวนายก็รู้!”
หลินเซียวหยิบเอากระเป๋าหนังเล็กๆที่แขวนอยู่ข้างเอวออกมา จากนั้นจึงหยิบเอาเข็มสีดำที่ดูไม่โดดเด่นออกมาจำนวนหนึ่ง
“หยุดนะ!” หลี่จ้งรีบพุ่งเข้าไป ไม่้าให้หลินเซียวลงมือเข็มนั่นดูสกปรกยิ่งนัก ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายใช้มันทิ่มนายท่าน นายท่านจะมีชีวิตรอดได้หรือ?
ไม่รู้ว่าด้วยความคิดแบบไหนหลี่เยว่ิพลันะโออกมา: “หลี่จ้ง ให้เขารักษา!ฉันอยากจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรได้!”
“เอ๋?”
ทุกคนตกตะลึง
หลี่เยว่เหยากำมือของผู้เป็พ่อแน่นรับรู้ได้ถึงชีวิตที่ค่อยๆ จางหายไปของอีกฝ่ายหัวใจของเธอรู้สึกราวกับโดนใบมีดกรีด หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ“ให้เขารักษา!”
‘ให้เขารักษา’คำสามคำที่ถูกเอ่ยขึ้นเหมือนกันดังเข้าใบหูของหลินเซียวทว่าความหมายของมันแตกต่างกัน
เขาเหลือบมองไปยังหลี่เยว่ิด้วยรอยยิ้มที่ไม่คล้ายเป็รอยยิ้มมองเห็นถึงความเ็าที่หลบซ่อนอยู่ลึกในตัวของอีกฝ่าย
“ดีดีดี ฉันขอดูหน่อยว่าเด็กนี่จะแสร้งทำเป็ลึกลับไปได้แค่ไหน”ตู้จงเทียนถึงกับเอ่ยคำว่าดีออกมาสามครั้งจะอย่างไรหากคนตายในมือของอีกฝ่ายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาทั้งหมดเป็ฝีมือของอีกฝ่าย
หลินเซียวไม่สนใจหยิบเข็มสีดำสามเล่มขึ้นมาด้วยปลายนิ้วมือ ขยับมันสองสามครั้งจากนั้นจึงแยกมันออกมาเล่มหนึ่งและเสียบลงไปโดยไร้ซึ่งความลังเล
ปลายเข็มเสียบลงที่ตำแหน่งหัวใจ
เขาไม่แม้แต่จะถอดเสื้อผ้าของคนไข้ออกเสียบเข็มลงไปด้วยท่าทีสุ่มๆ เสี้ยววินาทีหลังจากนั้น เปลือกตาของคนจึงขยับ
พรึ่บ!
ทันทีที่เข็มถูกเสียบลงไป ร่างของหลี่จ้งซานก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงดวงตาทั้งสองของเขาพลันเบิกโพลงและค่อยๆ ปิดลงอีกครั้งอย่างช้าๆ
หัวใจของหลี่เยว่ิบีบรัดแน่น
เข็มที่สองถูกแทงลงบนศีรษะ
ฉึก!
เข็มสีดำที่บางราวกับขนวัวจมลงที่จุดกลางศีรษะจนมิด
พรวด!
หลี่จ้งซานพลันเปิดปากกระอักเอาเืสีดำออกมาอย่างกะทันหัน
หลินเซียวที่เตรียมตัวอยู่ก่อนนานแล้วพลันหยิบมุมผ้าห่มในมือและเช็ดเืออกไปอย่างแ่เบา
“พ่อ!” หลี่เยว่เหยาใบหน้าขาวซีดลงด้วยความหวาดกลัวพยายามจะดันหลินเซียวออกไป
“อย่าขยับ!” หลินเซียวตวาดเสียงเย็น ท่าทีดุดันจับหลี่เยว่เหยาที่หวาดกลัวนั่งกลับลงไปที่เตียง
ในเวลาเดียวกันเข็มที่สามก็ถูกเสียบลงไปในทันที และมันคือจุดตันเถียน
หลังจากที่ฝังเข็มสามเข็มติดต่อกันทั้งทั้งหมดยังเป็จุดสำคัญบนร่างกายของมนุษย์ที่สามารถตายได้อย่างง่ายดายหากผิดพลาดทว่าหลินเซียวกลับไม่แม้แต่น้อยจะกะพริบตายามลงมือ
หลังจากฝังเข็มทั้งสามดวงตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังหลี่จ้งซาน
“อึก…”
หลังจากผ่านไปสามวินาทีมือและเท้าของหลี่จ้งซานก็กระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างราวกับหลอดไฟจากนั้นดวงตาของเขาจึงหันมองอย่างช้าๆ และหยุดลงที่ร่างของหลินเซียว
“ขอบคุณ!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าถูกเอ่ยออกมาจากปากของหลี่จ้งซาน
หลี่จ้งซานที่อยู่ในอาการโคม่ามากว่าหนึ่งเดือนได้สติกลับมาแล้วจริงๆ
.
.
.