สามชั่วยามที่แล้ว
เมื่อขบวนรถม้าขององค์ชายทั้งสามเคลื่อนออกจากจวนมุ่งสู่วังหลวงได้เพียงอึดใจ จ้าวรั่วซีและลู่เจ๋อก็หลบออกทางด้านหลังของจวนเพื่อเร่งเดินทางไปที่จวนอัครมหาเสนาบดี ภายในจวนมีพ่อบ้านซึ่งเป็นคนของไป๋หลงหลานที่เป็นสายอยู่เช่นกัน พวกเขาจึงสามารถเข้าจวนไปด้วยการปะปนเข้าไปพร้อมกับกลุ่มคนทำสวนที่พ่อบ้านจ้างเข้ามาปรับทัศนียภาพของสวนหย่อมบริเวณในจวน
เมื่อผ่านการตรวจของทหารเวรยามเข้ามาในจวนได้แล้ว พ่อบ้านจึงแบ่งงานให้คนงานกระจายทำงานเป็นจุดๆ โดยที่ให้ลู่เจ๋อและจ้าวรั่วซีเดินตามเขาเพื่อไปจัดการสวนอีกด้านหนึ่งของจวน ซึ่งเป็นบริเวณด้านหลังของห้องทำงานที่เป็นเป้าหมายนั่นเอง
เมื่อปลอดคน ลู่เจ๋อจึงให้จ้าวรั่วซีเข้าไปด้านในห้องโดยช่วยส่งให้เธอปีนเข้าทางหน้าต่างด้านหลัง โดยตัวเขาเฝ้าคอยระวังให้อยู่ด้านนอก และมีพ่อบ้านที่แสร้งเดินตรวจงานไปมาอยู่ด้านหน้าอีกคน
ภายในห้องทำงานของอัครมหาเสนาบดีเว่ยซิงหยวน จ้าวรั่วซีเริ่มรื้อค้นเอกสารต่างๆ อยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังไม่เจอของที่เธอต้องการ วันนี้เธอต้องการพิสูจน์ว่าจดหมายนั้นเป็นจดหมายปลอมตามข้อสันนิษฐานหรือไม่ เธอรื้อค้นตามกล่องทุกกล่องที่มีในห้อง แม้กระทั่งกรีดดูด้านในหนังสือแทบจะทุกเล่มบนชั้นวางหนังสือในห้องนั้น หากไม่มีแม้แต่เงาของจดหมายสั่งการปลอมๆ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับคดีกบฎของไป๋หลงหลาน
ในขณะที่เธอกำลังคร่ำเคร่งตรวจสอบเอกสารทุกชิ้นบนโต๊ะหนังสือ หูได้ยินเสียงทหารยามด้านนอกถามลู่เจ๋อ ว่าหญิงสาวที่ทำงานกับเขาก่อนหน้านี้หายไปไหน ทำให้เธอตกใจเกรงว่าจะโดนจับได้ ด้วยอาการสะดุ้งแรง ทำให้มือปัดไปโดนของบนโต๊ะหล่นลงพื้น แต่รีบคว้ามันเอาไว้ก่อนที่มันจะตกลงที่พื้นแล้วทำให้เกิดเสียงดัง และด้วยความที่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองแบบฉับพลัน ทำให้เธอเสียหลักแล้วเซไปโดนภาพวาดขนาดใหญ่ด้านหลังโต๊ะค่อนข้างแรง จนเธอแอบกลัวว่ามันจะหลุดแล้วตกลงกับพื้น แล้วแกนไม้ที่ตรึงภาพด้านบนและด้านล่างจะกระทบพื้นทำเสียงที่ดังยิ่งกว่าเดิม
หากมันแค่เอียงไปด้านหนึ่ง แล้วมีเสียง ‘กริ๊ก’ ตามมา ก่อนที่ผนังด้านหลังภาพวาดนั้นจะค่อยเลื่อนออก เปิดให้เห็นช่องลับด้านใน นั่นทำให้เธอทิ้งความสนใจกับข้าวของที่สำรวจอยู่ก่อนหน้าทันที
***
เว่ยซิงหยวน อัครมหาเสนาบดี วัยหกสิบเก้าปีผู้ซึ่งกุมอำนาจขุนนางในมือไว้กลุ่มใหญ่ กลับจวนมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เพราะแม้หลายๆ สิ่งเป็นไปตามแผนการของเขากับองค์ชายใหญ่ แต่ก็ยังไม่สำเร็จดี ในใจเขายังโกรธ ...ไอ้ไป๋หลงหลานไม่รู้มันไปอ้อนพ่อมันอย่างไร ฮ่องเต้ถึงได้ประวิงเวลาให้ตรวจสอบ... หลักฐานที่มีก็ ‘ปลอมจนไร้ที่ติ’ เขาลงมือกำกับการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดเหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว
เมื่ออารมณ์หงุดหงิดเกินจะพูดจาอะไรกับใคร จึงเลี่ยงเดินมาที่ห้องทำงานที่ปลูกเป็นเรือนแยกต่างหากอยู่ด้านในสุดของจวน ต้องการความเงียบสงบเพื่อคิดแผนรับมือกับองค์ชายหนุ่ม หากเหตุการณ์มีการพลิกผัน
ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกชื่นชมในความฉลาดและความเก่งกาจ ทั้งด้านการทหารและการปกครองของไป๋หลงหลาน ถ้าบุตรชายเขาเก่งและฉลาดได้เหมือนชายหนุ่มผู้นี้ เขาคงจะดีใจมากและคงนอนตายตาหลับ แต่ก็เพราะความเก่ง ความฉลาดนั่นเอง ที่ทำให้เขาต้องกำจัดองค์ชายหนุ่มผู้นี้ทิ้งเสีย เพราะเป็นเสี้ยนหนามและเป็นอุปสรรคในการเดินขึ้นบัลลังก์ของ ‘นายใหญ่’
เขาเดินมาจนถึงบริเวณลานหน้าห้องทำงาน พ่อบ้านใหญ่ของจวนเดินเข้ามาคารวะและทักทาย
“นายท่าน กลับเร็วจังขอรับ วันนี้ข้ามัวแต่คุมคนงานที่มาทำสวนรอบจวน ยังไม่ได้เข้าไปรดน้ำต้นไม้ในห้องให้นายท่านเลยขอรับ” พูดเสร็จเขาก็ไอแรงๆ สามครั้งด้วยกัน
“เจ้าเป็นอะไร จะตะโกนทำไม พูดเบาๆ ก็ได้ยืนกันอยู่สองคนแค่นี้ แล้วไม่สบายก็ไปพักเสีย ต้นไม้พวกนั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง แล้วไม่ต้องให้ใครมากวน ข้าต้องการอยู่เงียบๆ” เว่ยซิงหยวนยิ่งหงุดหงิดเป็นทุนเดิม มาเจอพ่อบ้านพูดเสียงดังใส่อีก ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
พ่อบ้านหัวเราะเก้อๆ “สงสัยข้าจะไม่สบายจนหูอื้อขอรับ เลยพูดเสียงดัง นายท่านโปรดให้อภัย นายท่านจะให้เด็กเอาอาหารเย็นมาให้ที่นี่ หรือจะไปทานพร้อมท่านฮูหยินขอรับ”
“ให้เด็กเอามาที่นี่ก็แล้วกัน วันนี้อยากอยู่เงียบๆ”
“ขอรับนายท่าน เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” พ่อบ้านโค้งคารวะ แล้วหันหลังกลับไป พร้อมกับไอดังๆ อีกสามครั้ง
เมื่อเข้ามาในห้องทำงานตนเอง สิ่งแรกที่เว่ยซิงหยวนทำก็คือคว้าเหยือกน้ำเล็กที่มีน้ำเติมเต็มเอาไว้เสมอ เดินรดน้ำต้นไม้บอนไซต้นเล็กสามต้น แต่ละต้นได้รับการดัดและตัดแต่งให้เป็นรูปทรงสวยงาม เห็นได้ถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของ
เมื่อรดน้ำและตัดแต่งกิ่งเล็กใบน้อยของต้นไม้สามต้นจนพอใจ ความหงุดหงิดจึงเริ่มผ่อนคลาย ชายชราจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานในห้อง เพื่ออ่านหนังสือที่หยิบติดมือเข้ามา หากเพียงเริ่มเปิดหนังสือ หางตาเขาเหลือบเห็นรอยหมึกหยดบนโต๊ะ มันเป็นหยดหมึกที่ได้แรงสะเทือนเบาๆ ก็สั่นคลอนได้ แสดงว่ามันยังคงรูปของเหลวที่ยังไม่แห้ง ด้วยวุ่นวายกับการกำกับการเรื่องการโค่นล้มอำนาจของไป๋หลงหลาน เขาจึงไม่ได้เข้ามาใช้ห้องนี้หลายวันแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่รอยน้ำหมึกบนโต๊ะจะยังไม่แห้งไป
เพียงเท่านี้ เขาก็มั่นใจว่าต้องมีคนแอบเข้ามาในห้องนี้แน่นอน ชายชรารีบเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ห้อง ก็ไม่มีสิ่งใดผิดที่ผิดทาง เขาจึงรีบหันตัวกลับไปด้านหลังโต๊ะ ขยับภาพวาดขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่ผนังให้เอียงในองศาที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ เพื่อเปิดช่องลับด้านหลังภาพวาดนั้น หากเมื่อตรวจสอบดู ของสำคัญภายในยังอยู่ครบและอยู่ในสภาพเดิม แต่ด้วยนิสัยขี้ระแวง เขาจึงสั่งให้ปิดทุกประตูห้ามคนเข้าออกเด็ดขาด แล้วให้ตรวจตาทุกซอกทุกมุมภายในจวน เพราะคิดว่ามีคนลักลอบเข้ามาแน่ๆ
***
------------------------------
อ่านมาถึงตรงนี้ เป็นไงกันบ้างคะ? ส่งเสียงเชียร์กันได้น้า แล้วก็ถ้าขี้เกียจรอ อย่าลืมนะจ๊ะ มี e-book พร้อมตอนพิเศษ 3 ตอนนะคร้า ~ เลิฟๆ จ้า