ในขณะเดียวกันภายในสนามรบนั้นคริสหลังจากที่ได้ฟังข่าวก็รู้สึกราวกับว่าตนเองนั้นสูญเสียความหวังไปเล็กน้อย โชคยังดีที่เขายังมีศาสตราวิญญาณอยู่ในมือ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้
“แม้ว่าการทำลายพวกเจ้ามันอาจจะไม่ง่าย แต่แล้วพวกเจ้าจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าพวกเจ้านี้อย่างไร?”
คริสกล่าวขึ้นในขณะที่โครงกระดูกจำนวนมากต่างลุกขึ้นและพากันเดินตรงไปยังกำแพงเมืองของนัวร์ ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ ในขณะที่เขากำลังจะบดขยี้ความหวังของฝ่ายตรงข้าม
ในเวลานั้นเองชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์ขุดเหมืองที่พาดไว้บนบ่าของเขา ชายหนุ่มคนนี้มีสภาพที่มอมแมมและดูไม่ได้อย่างมาก ผมของเขาฟูและตามตัวและใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นมากมายเลอะเต็มไปหมด
ชายหนุ่มนักขุดเหมืองคนนั้นเดินตรงมาที่สนามรบผ่านกองทัพโครงกระดูกมากมายอย่างไม่เกรงกลัว ในขณะเดียวกันเมื่อโครงกระดูกเหล่านั้นสังเกตเห็นเขา มันก็ได้เข้าจู่โจม กองกระดูกรวมตัวหนาแน่นมากกว่าพันกำลังเข้าพัวพันกับชายหนุ่มที่ดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวของชายหนุ่มนักขุดเหมืองคนนั้นมันกลับถูกบดขยี้ลงกลายเป็นเศษผงเหมือนกับขี้เถ้า ทุกคนที่สังเกตสนามรบอยู่ต่างประหลาดใจเมื่ออยู่ๆ เห็นกระดูกพวกนั้นกลายเป็นผง ไม่เว้นแม้แต่คริสและแม่ทัพและรองแม่ทัพของนัวร์ ชายคนที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเซนนั่นเอง
ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นกำลังแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจอย่างมาก หากไม่ใช่หมวกสานที่ปิดบังใบหน้าบางส่วนของเขาเอาไว้มันคงเผยให้ทุกคนได้เห็น
ทั้งสนามรบกลายเป็นเงียบสนิท ในขณะเดียวกันคริสนั้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป เป็นเพราะศาสตราวิญญาณของเขานั้นกำลังสั่นด้วยความหวาดกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่ศาสตราวิญญาณที่เขาได้รับมานั้นแสดงออกเช่นนี้ ก่อนที่มันจะกล่าวคำพูดขึ้นในหัวของคริสทำให้เขาต้องประหลาดใจ
“รีบหนีออกจากที่นี่ซะ! เป็นมัน! เป็นมัน! ที่จัดการเจ้านายคนเก่าของข้า…”
เสียงโบราณที่เป็นเสียงของศาสตราวิญญาณนั้นไม่สามารถรักษาความบ้าคลั่งได้อีกต่อไป ตอนนี้น้ำเสียงของมันฟังดูอนาถและหวาดกลัวอย่างมาก
“มันเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งมิใช่หรือ เหตุใดท่านจึงได้กลัว…ข้าคิดว่าพวกเราสามารถเอาชนะมันได้!”
คริสกล่าวขึ้นในขณะที่จ้องมองมาที่เซนด้วยดวงตาที่เย้ยหยัน ในขณะเดียวกันเซนที่พบกับคริสอีกครั้งนั้นเขาก็จำอีกฝ่ายได้ทันที แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากเพราะว่าสภาพของเขานั้นมอมแมมอย่างมาก
ท่ามกลางสนามรบนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศสีเทาและกลิ่นคาวเลือด อย่างไรก็ตามมันกลับไม่สามารถสั่นคลอนหัวใจของเซนได้เลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปช้าๆ ในระยะห่างระหว่างเขากับคริสอดีตหัวหน้าห้องแสนดีของเขากำลังลดลงเรื่อยๆ คริสจากตอนแรกที่มีท่าทีเย้ยหยันแต่เมื่อเห็นฝ่ายเซนเดินเข้ามาเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดัน มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทับอยู่ที่ร่างกายของเขา
“หากเจ้าไม่หนีพวกเราจะตายกันหมด ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่เจ้าจะสามารถเอาชนะได้ บัดซบ!”
เสียงในหัวของคริสดังขึ้นอย่างเดือดดาล ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คริสคิดบางอย่างได้
“ข้าจะทำตามความต้องการของท่าน”
คริสกล่าวขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะชูดาบขึ้นไปบนทิศทางหนึ่งบนท้องฟ้าทิศตรงกันข้ามกับที่เซนกำลังเดินมา ก่อนที่ดาบจะพาร่างของคริสพุ่งขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเสียงหนึ่งที่ฟังดูสยดสยองก็ดังขึ้นข้างหูเขา
“คิดจะหนี?”
คริสที่กำลังลอยตัวอยู่ในอากาศรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เขาหันไปด้านซ้ายมือของเขาซึ่งเป็นทิศที่มาของเสียง และพบกับชายหนุ่มที่มีสภาพมอมแมมคนเดิม อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นกำลังอยู่ในระดับสายตาของเขา
“ปัง!”
ราวกับเสียงระฆังสวรรค์ได้ดังขึ้น อากาศบนท้องฟ้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงเพียงการวาดฝ่ามือเบาๆ ของชายหนุ่มมอมแมมหรือเซน คริสนั้นดูเหมือนจะเข้าใจบางอย่างแล้วสีหน้าของเขาเห็นได้ชัดว่าปรากฏให้เห็นถึงความหวาดกลัวต่อหน้าพลังของชายหนุ่มเบื้องหน้าที่ราวกับตัวตนของพระเจ้าเขาก็ไม่ต่างกับมดตัวหนึ่ง ก่อนที่โล่สีแดงที่เกิดจากดาบจะแตกสลายเหมือนกับกระจกที่แตกอย่างง่ายดายเมื่อรับแรงกระแทก
“อ้ากกกกกกกก!”
คริสกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดร่างกายของเขาถูกกระแทกลอยไปหลายร้อยเมตร
“บัดซบ! ข้าคงต้องใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติเพื่อให้เจ้าหนีรอด จำเอาไว้หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้อย่าได้เมินคำเตือนของข้าอีก และจดจำชายเบื้องหน้าเจ้าไว้ดีๆ เขาคือคนที่เจ้าไม่มีวันเอาชนะได้ เจ้าจะต้องหนีให้ไกลหากเขาต้องการกำจัดเจ้า!”
เสียงของศาสตราวิญญาณได้ดังขึ้น น้ำเสียงของมันฟังดูอ่อนแรงเล็กน้อย ก่อนที่รอบตัวของคริสที่ลอยอยู่กลางอากาศจะถูกห้อมล้อมด้วยแสงสว่างจากเวทมนตร์ซึ่งเซนนั้นเคยเห็นรูปแบบเวทมนตร์นี้มาก่อน ซึ่งเป็นตอนอยู่ในโลกใต้พิภพชั้นแรก
“ความหวาดกลัวแค่นี้ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของข้าที่ได้รับจากเจ้า…”
เซนกล่าวขึ้นในขณะเดียวกันคริสนั้นเหมือนจะได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม อย่างไรก็ตามเขากลับไม่สามารถตีความและทำความเข้าใจมันได้ และแน่นอนว่าเขาไม่มีวันที่จะเชื่อมโยงเซนคนปัจจุบันกับเซนในอดีตได้ เพราะมันดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มนึกถึงวันเวลาที่เขาต้องหวาดกลัวอยู่ใต้ทะเลลึก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขากลับได้รับความเจ็บปวด จากการเยียวยาและการกดทับของน้ำทะเล ไม่ใช่แค่นั้นเมื่อเขาสามารถรอดชีวิตมาได้เขายังต้องเสี่ยงตาย หลบหนีจากสัตว์ทะเลอันร้ายกาจและน่าหวาดกลัว จนสุดท้ายแล้วความหวาดกลัวได้กลายเป็นความชินชาและเขากลับกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักความหวาดกลัวอีกเลยตลอดชีวิต
เขาเริ่มที่จะต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่และไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ทะเลลึกขนาดมหึมานั้นถูกเขาฆ่าไปมากมายแค่ไหน เซนยังจำความรู้สึกตอนแรกที่เขาถูกกินเข้าไปในกระเพาะของมอนสเตอร์ทะเลที่แข็งแกร่งและถูกกรดในกระเพาะของมันกัดกินจนเหลือแต่กระดูก และนั่นเป็นครั้งที่สองที่ร่างกายของเขาได้พัฒนาไปเหนือกว่าเก่า หลังจากครั้งแรกที่ปรับตัวกับแรงดันใต้ทะเลได้
เซนนั้นยืนมองคริสจากไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน ร่างของคริสค่อยๆ ถูกกลืนหายเข้าไปในหลุมดำเขาสามารถหนีรอดจากชายหนุ่มไปได้อย่างสำเร็จ แท้จริงแล้วชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีความแค้นใดๆ กับคริสอีกแล้ว เขาอาจจะต้องขอบคุณอีกฝ่ายที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มสงคราม…
….
ในทางตอนใต้ก่อนที่สงครามระหว่างประเทศเซนทอร์และประเทศนัวร์จะได้เปิดม่านขึ้นอย่างเป็นทางการนั้น เซนในตอนนี้กำลังฝึกใช้เวทมนตร์บอลธาตุต่างๆ อยู่อย่างสงบและเพลิดเพลิน ในบางครั้งชายหนุ่มก็จะไปขุดหินและใช้ความสามารถในการเปลี่ยนรูปร่างวัตถุสร้างรูปปั้นรูปแบบต่างๆ ขึ้นมา อย่างไรก็ตามฝีมือด้านศิลปะของเซนนั้นห่วยแตกอย่างมาก และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างวัตถุนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันจะง่ายอย่างมากหากเพียงทำมันให้มันรูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยมแต่หากทำให้กลายเป็นงานศิลปะระดับสูงนับว่ายากเกินไปจริงๆ
“ดูเหมือนจะมีคนอยู่ที่นี่ ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นในขณะเดียวกันเซนก็ได้ตื่นขึ้นมาจากสมาธิที่จดจ่ออยู่กับการทำรูปสลัก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเบื้องหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยกองกำลังทหารมากมายซึ่งมีสัญลักษณ์ประเทศสังกัดเป็นรูปเซนทอร์
ทหารกลุ่มหนึ่งซึ่งดูจะแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่น้อยเดินมาเบื้องหน้าของเซนพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างดูถูกออกมาเมื่อจ้องมองมาที่ชายหนุ่ม เซนในตอนนี้มีสภาพเหมือนคนเหมืองรอบกายของชายหนุ่มนั้นล้อมรอบไปด้วยหินจำนวนมากและพวกมันส่วนใหญ่ล้วนถูกแปรรูปเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่ดูไม่สมส่วนมากนัก
กลุ่มทหารที่แข็งแกร่งที่สุดจำนวนสามคนเดินเข้ามาพวกมันแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเซนนั้นอยู่ในท่าทางสงบได้แม้ว่าจะถูกพวกมันล้อมเอาไว้ เซนที่อยู่แถวนี้แน่นอนว่าต้องเป็นคนของประเทศนัวร์แน่นอน และตลอดเส้นทางนั้นชาวเมืองที่ถูกพบตามเส้นทางจะถูกพวกมันจับเป็นเชลยทั้งหมด หากเป็นผู้ชายก็ให้ใช้แรงงาน หากเป็นผู้หญิงก็นำไปให้พวกทหารได้สนุกกัน มันเป็นเรื่องปกติในสงคราม
สายตาของเซนนั้นเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงคนนี้ค่อนข้างงดงามและเธอสวมชุดเกราะเต็มตัวปิดบังรูปร่างอันสมบูรณ์แบบของเธอเอาไว้ เซนนั้นจำเธอได้ทันที เพราะเขากับเธอนั้นรู้จักกันมาก่อน
“ยูริ”