บทที่22 ซีอิ๊วขาวและน้ำมันคาโนลา
เมื่อมาถึงโรงหมอของท่านปู่เกา พวกนางจึงได้ฝากคนเจ็บ คนป่วย และทิ้งเด็กทั้งสามคนไว้ให้ช่วยดูแลบ่าวชายหญิง ลู่ชิงได้มอบซาลาเปาที่เหลือทั้งหมดให้หยางติงนำไปแบ่งปันกันกิน พร้อมทั้งมอบเงินไว้ให้หยางติงและจ่ายให้โรงหมออีกส่วนหนึ่งสำหรับเป็ค่ารักษาพยาบาล ส่วนเ้าของสถานที่อย่างท่านปู่เกาตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไปหมกตัวประชันฝีมือเดินหมากอยู่กับท่านปู่ของนางไม่ยอมกลับร้านมาหลายวันแล้ว
……………………………
เมื่อถึงบ้านจัดเก็บข้าวของกลับเข้าที่จนเสร็จเรียบร้อย ลู่ชิงเดินเข้าไปดูแปลงร่องสวนผลไม้ แปลงดอกไม้ที่นางคิดจะปลูกไว้สำหรับผลิตสินค้าในอนาคตและแปลงผักที่ได้หว่านเมล็ดผักหลากชนิดลงไป เริ่มมีต้นอ่อนที่ตั้งยอดสูงขึ้นแล้ว บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่นางให้คนงานขุดเอาไว้ก็เรียบร้อยหมดแล้ว นางจึงได้ย้ายเล้าเป็ดมาเลี้ยงไว้ริมบ่อน้ำ
‘พวกพืชผักที่ปลูกไว้คงโตทันหนาวนี้ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ พรุ่งนี้ก็ถึงวันนัดส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆจากร้านฟู่เทียนแล้ว กิจการผลิตน้ำมันจากคาโนลาคงเริ่มต้นได้เสียที รวยๆ เฮงๆ’
ลู่ชิงยืนอมยิ้มคิดอยู่ในใจเพียงลำพัง แต่ในขณะเดียวกันนางก็นึกขึ้นได้มาว่า เมื่อคืนนางแช่ถั่วเหลืองเอาไว้นี่น่า เนื่องจากว่าตอนนี้นางมีวัตถุดิบสำหรับทำซีอิ๊วหมักจากธรรมชาติครบแล้ว นางจึงรีบหันหลังเดินกลับไปยังเรือนครัวทันที พบท่านป้ากำลังทำขนมเซาปิ่งไส้พุทราจีนอยู่พอดี นางจึงเข้าไปช่วยท่านป้าทำด้วยเช่นกัน ท่านป้าบอกว่าจะทำขนมไว้ให้2ท่านปู่กินคู่กับชาใน่บ่าย นางจึงเสนอแนะไปว่าบ่ายนี้ให้ลองเปลี่ยนมาชงชามะลิที่นางลองทำขึ้นมาใหม่ดู นางคิดว่าพวกท่านปู่ถูกใจเป็แน่
หลังจากช่วยท่านป้าทำขนมเสร็จแล้ว นางก็เริ่มมาทำซอสถั่วเหลืองหมักจากธรรมชาติหรือซีอิ๊วขาว โดยนำถั่วเหลืองที่นางแช่น้ำทิ้งไว้เมื่อคืนมานึ่งจนสุก พักไว้ให้เย็น
ลู่ชิงนำไหขนาดใหญ่มา2ใบล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วผึ่งลมให้แห้ง วันนี้นาง้าทำซีอิ๊ว2ชนิดคือ ซีอิ๊วขาวธรรมดาและซีอิ๊วขาวเห็ดหอม เริ่มต้นด้วยการน้ำถั่วเหลืองที่ต้มจนสุกทิ้งไว้จนเย็นเทลงไห ในอัตราส่วนสองส่วนสี่ของไห ตามด้วยเห็ดหอมหั่นโรยลงไปไม่มากนัก ให้กะดูตาม้าของตนเอง ส่วนอีกไหนางไม่ใส่เห็ดหอม ต่อมาใส่ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทีแรกคิดจะไปเก็บมะหลอด มะยมหรือมะเฟืองในป่า แต่ท่านปู่เกานำสับปะรดมาฝากอยู่หลายหัว นางจึงใช้เนื้อสับปะรดหั่นใส่ลงไปหนึ่งในสี่ของไห ส่วนเปลือกสับปะรดนางแยกไปทำน้ำหมักเพื่อจะไปต่อยอดทำน้ำยาล้างจานต่อไป จากนั้นฉีกใบหม่อนใส่ตามลงไปหนึ่งอีกหนึ่งในสี่ของไห หากเป็โลกก่อนนางมักใช้ใบคะน้าเม็กซิโกหรือเรียกว่าใบชายา หรือบางทีนางก็ใช้ตำลึง เพราะใบพวกนี้จะช่วยเพิ่มรสชาติความอูมามิหรือรสนัวนั่นเอง สุดท้ายใส่น้ำตาลอ้อยและตามด้วยดอกเกลือปิดชั้นบนสุดในสัดส่วนเท่าๆ กันจนปริ่มไห ปิดฝาไหนำไปวางตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่แห้ง อุณหภูมิห้องปกติ รอเวลาไป3เดือนจึงจะเปิดไหนำซอสถั่วเหลืองหรือซีอิ๊วมาใช้ได้ ตัวซีอิ๊วที่หมัก3เดือนแรกจะมีรสเค็มมากสีอ่อนกลิ่นอ่อน แต่หากหมักต่อไปจนถึง6เดือนสีซีอิ๊วจะดำขึ้นกลิ่นหอมขึ้นความเค็มลดลง แต่ถ้าหมักให้ได้1ปีขึ้นไปถือว่าดีที่สุด แค่นี้ก็เป็อันเสร็จสิ้นกระบวนการทำซีอิ๊วขาวหมักจากธรรมชาติแล้ว
“พี่สาว พี่สาวนางฟ้า ขอรับ”
เสียงะโเรียกหาลู่ชิงดังมาแต่ไกลจากน้องเล็กลู่จิว
“เสี่ยวจิวเ้าแสบน้อยของพี่สาว พักนี้เ้าช่างพูดจาปากหวานเสียจริง ว่าแต่เ้าเรียกหาพี่สาวมีอะไรหรือ?”
“มีคนจากร้านฟู่เทียนมาหาพี่สาวขอรับ พวกเขาบอกว่าเครื่องมือที่พี่สาวสั่งทำเอาไว้เสร็จแล้ว จึงรีบนำมาส่งให้วันนี้” น้องเล็กรีบตอบลู่ชิงในทันที
“พวกเขาอยู่ไหนน้องเล็ก พวกเราไปดูกันเถอะ”
ลู่ชิงเอ่ยถามออกไปขณะที่ก้มลงมาจูงมือลู่จิวแล้วเดินแก้มวิ่งออกไป
“อยู่หน้าบ้านขอรับ ท่านแม่ให้ข้ามาเรียกพี่สาวออกไปดูว่าจะนำมันไปวางไว้ตรงไหน”
น้องเล็กเอ่ยตอบนางอีกครั้ง
เมื่อลู่ชิงออกมาถึงยังหน้าบ้านนางตื่นเต้นดีใจเป็อย่างมาก ในที่สุดวันนี้นางจะได้สกัดน้ำมันจากผักกาดก้านขาวหรือคาโนลาเสียที
เมื่อออกมาถึงหน้าบ้านนางเดินเข้าไปคารวะพูดคุยทักทายผู้ดูแลร้านฟู่เทียนที่ครั้งก่อนนางหลงคารมของเขาจนได้หมอนขนเป็ดกลับบ้านมาถึง7ใบ แต่มันก็ใช้งานได้ดีอย่างที่เขาว่าไว้ ในทุกวันนางนอนหลับสบายมากไม่รู้เพราะหมอนหรือเพราะนางเหนื่อยกับงานในแต่ละวันกันแน่
“นำไปวางทางด้านข้างบ้านได้เลยเ้าคะ ตรงโรงเรือนที่มีหลังคาสูงหลังแรกเ้าคะ ทีแรกข้านึกว่าจะมาพรุ่งนี้ตามกำหนดการรับสินค้าเสียอีก”
ลู่ชิงจัดแจงอธิบายเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เครื่องสีฝัดหรืออีกชื่อคือสีโบกข้าว โม่หินขนาดใหญ่ และเครื่องมือแบบอื่นที่นางวาดแบบเอาไว้ ให้เหล่าบรรดาคนงานของร้านติดตั้งและจัดวางตามตำแหน่งที่นางบอก เมื่อเครื่องไม้เครื่องมือทุกชนิดติดตั้งและจัดวางเสร็จเรียบร้อย ผู้ดูแลร้านก็ขอตัวกลับไปทันที
วันนี้นางคิดว่าจะผลิตน้ำมันคาโนลาให้ทุกคนในบ้านได้เห็นกับตา นางจึงขอให้ ใหญ่พี่รองช่วยตามทุกคนมาที่โรงเรือนหลังแรกในระหว่างที่นางจัดเตรียมข้าวของรอเอาไว้ เมื่อทุกคนมายืนร่วมกันครบหมดแล้วรวมทั้งท่านปู่เกาที่ตอนนี้เปรียบเสมือนสมาชิกคนที่8ของไปไปแล้วก็ตามมาด้วย นางยังสังเกตเห็นว่ามีจำนวนคนเกินมาอีก3 คนแรกเขาคือบุรุษที่ช่วยนางเมื่อเช้าแต่อีกสองคนนางไม่รู้จัก นางจึงหันไปมองหน้าท่านปู่และท่านลุง เหมือนว่าพวกท่านจะรู้ใจนางในทันที ท่านปู่ลู่เสียนของนาง จึงรีบชิงเอ่ยขึ้นมาว่า
“3บุรุษหนุ่มด้านหลังนั้นเป็แขกของเ้า”
“แขกของข้ารึเ้าคะ?”
ลู่ชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกใจนางไม่รู้จักพวกเขาเลยสักคน ถึงจะมีแค่คนเดียวที่พึ่งเจอกันเมื่อเช้าเพราะเหตุการณ์ช่วยเหลือแต่ก็ไม่ได้รู้จักกันเป็การส่วนตัวถึงกับจะต้องไปมาหาสู่ที่บ้านเสียหน่อย
ท่านปู่เกาเห็นนางลังเลจึงเอ่ยเสริมว่า
“เ้าลงมือทำเถอะรับรองพวกเขาไว้ใจได้ข้ารับประกัน”
“เ้าคะ ท่านปู่เกา”
ลู่ชิงเอ่ยตอบกลับท่านปู่เกาออกไป จากนั้นนางจึงขอให้พี่ใหญ่ช่วยยกตะกร้าเมล็ดผักกาดก้านข้าวหรือคาโนลาที่นางได้ฟาดเมล็ดออกมาจากต้น และนำไปตากแห้งเก็บเอาไว้ เทลงไปในเครื่องสีฝัดหรืออีกชื่อคือสีโบกข้าว สีฝัดเป็เครื่องเป่าลมที่มีชุดใบพัดหลายใบอยู่ในตัว ทำด้วยไม้ผสมเครื่องเหล็ก รูปทรงมีลักษณะเป็กล่อง มีขา4ขา ด้านหลังกลมมน อีกด้านหนึ่งโปร่ง ้ามีที่สำหรับใส่ข้าวเปลือกหรือเมล็ดพันธุ์ให้ไหลลงสู้ตะแกรงเหล็ก ที่มีลักษณะห่างๆ ใบพัดจะพัดเศษผงเศษข้าวลีบหรือเมล็ดพันธุ์ไม่สมบูรณ์ที่มีน้ำหนักเบาออกไปทางด้านหลัง ข้าวหรือเมล็ดพันธุ์พืชที่ดี ที่มีน้ำหนักมากกว่าจะตกลงมาตามรางด้านหน้าสีฝัด
เมื่อได้เมล็ดผักกาดก้านขาวหรือคาโนลาที่สะอาดปราศจากสิ่งแปลกปลอม นางขอให้พี่ชายทั้ง2ช่วยกันนำเมล็ดทยอยเทลงรูของโม่หิน จากนั้นหมุนโม่หินเพื่อทำการบดอัดเมล็ดผักกาดก้านขาวไปทิศทางเดียวกัน ทุกคนต่างพากันจ้องมองน้ำมันสีเหลืองที่เริ่มไหลออกมาตามรางร่องอย่างช้าๆ น้ำมันที่ได้จะมีลักษณะสีเหลืองเข้มคล้ายน้ำมันงา นางจำได้ว่าโลกก่อนมันมีสีเหลืองใสคงเพราะกรรมวิธีต่างกัน วิธีแบบนางคือการสกัดออกมาเป็น้ำมันดิบแบบง่าย
เมื่อได้น้ำมันจนเต็มถังไม้นางจึงหยุดการสาธิต เพราะเกรงว่าพี่ชายทั้งสองจะปวดเมื่อยแขนเอาได้ ในการผลิตจริงนางจะใช้แรงงานจากเ้าวัวน้อยทั้งสองตัวมาช่วยหมุนโม่หินแทนแรงงานคน
“น้ำมันชนิดนี้เรียกว่าอะไรหรือชิงเอ๋อร์”
ท่านป้าเอ่ยถามคนแรก ดูเหมือนท่านป้าจะดูชอบอกชอบใจกับน้ำมันที่ได้มาเป็อย่างมาก
“น้ำมันจากเมล็ดผักกาดชนิดหนึ่งเ้าคะเรียกว่าผักกาดก้านขาว แต่ว่าชื่อมันดูเรียกยาวไปสักหน่อย ข้าตั้งใจว่าจะเรียกมันว่า น้ำมันคาโนลา ข้าจะใช้ชื่อนี้ตอนที่ข้าขายมัน”
ลู่ชิงเอ่ยตอบท่านป้าออกไป
“พูดถึงขาย ข้าจะขายมันอย่างไรดีเ้าคะ ท่านปู่ท่านลุง”
“หรือว่าท่านปู่เกาสนใจเปิดกิจการใหม่ค้าขายน้ำมันพืชกับชิงเอ๋อร์บ้างไหมเ้าคะ เื่ผลิตขายเองในเมืองคงไม่มีปัญหา แต่ข้าอยากส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมปลูกต้นผักกาดพวกนี้มาขายให้กับข้า เพื่อนำมาสกัดทำน้ำมันขาย ซึ่งตอนนั้นผลผลิตที่ได้ต้องมีมากเกินกว่าจะขายแค่เพียงในเมืองนี้แน่ ข้าจึงมองหาคู่ค้าหรือหุ้นส่วนที่จะมาช่วยเป็ตัวแทนขายสินค้า ดูแลติดต่อค้าขายและจัดส่งสินค้า สนใจไหมเ้าคะท่านปู่เกา”
ลู่ชิงเดินเข้าไปกอดแขนท่านปู่เกา ใช้ท่าทางออดอ้อนเลียนแบบแมวน้อยพร้อมส่งสายตาวิบวับ
“ข้าว่าแขกของเ้าทั้งสามคนอาจเป็คู่ค้าและหุ้นส่วนที่ดีกว่าข้าเป็แน่ พวกเราเข้าไปคุยกันด้านในเถอะ ข้าจะได้แนะนำเ้าให้รู้จักพวกเขาทั้งสามคน”
ท่านปู่เกากล่าวจบก็หันไปมองพวกเขาทั้งสามแล้วพยักหน้าให้ ก่อนเดินนำกลับไปยังโถงรับแขก