Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 12 กำเนิดจอมเวทปืนกล

    ในตอนนี้ผมมีแต้มสกิลทั้งหมดที่สามารถใช้ได้สิบแปดแต้ม โดยสิบแต้มแรกถูกใช้ไปกับทักษะเฉพาะของคลาสจอมเวทฝึกหัด ที่ทำให้การร่ายครั้งเดียวสามารถใช้ทักษะได้สูงสุดถึงหกครั้งเลยทีเดียว
    ทักษะ: มัลติแคสต์(Multicast) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: จากการฝึกฝนการใช้ทักษะที่หลากหลาย ทำให้ค้นพบวิธีลัดในการร่ายเวทมนตร์ต่อเนื่อง เพิ่มโอกาส 1% ในการแสดงผลซ้ำซ้อนของทักษะที่ถูกเรียกใช้งาน(หากผู้ร่ายไม่ได้ถือครองทักษะหรือมีระดับขั้นของทักษะนั้นเป็นศูนย์ โอกาสในการเกิดมัลติแคสต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 5% แทน)*ทุกการเรียกใช้ทักษะใดๆ สามารถให้ผลซ้ำซ้อนสูงสุด 1 ครั้ง
    ทักษะ: มัลติแคสต์(Multicast) ขั้น 10ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: จากการฝึกฝนการใช้ทักษะที่หลากหลาย ทำให้ค้นพบวิธีลัดในการร่ายเวทมนตร์ต่อเนื่อง เพิ่มโอกาส 10% ในการแสดงผลซ้ำซ้อนของทักษะที่ถูกเรียกใช้งาน(หากผู้ร่ายไม่ได้ถือครองทักษะหรือมีระดับขั้นของทักษะนั้นเป็นศูนย์ โอกาสในการเกิดมัลติแคสต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% แทน)*ทุกการเรียกใช้ทักษะใดๆ หนึ่งครั้ง สามารถให้ผลซ้ำซ้อนสูงสุด 5 ครั้ง โดยทุกครั้งที่เกิดผลซ้ำซ้อนจะทำให้โอกาสในการเกิดซ้ำซ้อนครั้งต่อๆ ไปลดลงครั้งละ 2% (จะลดลงครั้งละ 10% แทน หากผู้ร่ายไม่ได้เป็นเจ้าของทักษะหรือมีระดับขั้นของทักษะนั้นเป็นศูนย์)
    ห้าแต้มถัดมาก็หมดไปกับทักษะที่ช่วยเพิ่มความรุนแรงทักษะที่ผมไม่ได้ถือครอง ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะของคลาสจอมเวทฝึกหัดเช่นกัน ถึงแม้จะอัพได้สูงสุดแค่ห้าขั้น แต่ด้วยความสามารถของมันแล้วแค่ขั้นเดียวก็ถือว่าโหดแล้ว
    ทักษะ: อินเวอร์สเลิร์นนิงเคิร์ฟ(Inverse Learning Curve) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เวทมนตร์บทใหม่มักน่าสนใจกว่าเวทมนตร์ที่เคยเรียนรู้แล้วเสมอ เพิ่มความรุนแรงของทักษะประเภทสร้างความเสียหายที่ผู้ร่ายไม่ได้ถือครองหรือมีระดับขั้นของทักษะเป็นศูนย์ขึ้น 20% และลดความรุนแรงของทักษะประเภทสร้างความเสียหายที่ผู้ร่ายถือครองหรือมีระดับขั้นของทักษะตั้งแต่ขั้นหนึ่งขึ้นไปลง 10%
    ทักษะ: อินเวอร์สเลิร์นนิงเคิร์ฟ(Inverse Learning Curve) ขั้น 5ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เวทมนตร์บทใหม่มักน่าสนใจกว่าเวทมนตร์ที่เคยเรียนรู้แล้วเสมอ เพิ่มความรุนแรงของทักษะประเภทสร้างความเสียหายที่ผู้ร่ายไม่ได้ถือครองหรือมีระดับขั้นของทักษะเป็นศูนย์ขึ้น 100% และลดความรุนแรงของทักษะประเภทสร้างความเสียหายที่ผู้ร่ายถือครองหรือมีระดับขั้นของทักษะตั้งแต่ขั้นหนึ่งขึ้นไปลง 50%
    เนื่องจากกลั้นหายใจในน้ำมาเป็นเวลาพอสมควร จึงทำให้ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังไงเสียการอัพสกิลในครั้งนี้ จะช่วยให้การต่อสู้นั้นง่ายขึ้นกว่าที่เคย... ว่าแล้วก็ลุยต่อแต้มสกิลอีกสามแต้มที่ผมเก็บไว้ก็ถึงคราวที่ต้องเอาออกมาใช้งานแล้ว เนื่องจากทักษะใหม่ๆ ที่เพิ่งปลดล็อคมานั้นมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยแต้มแรกถูกใช้ไปกับทักษะสนับสนุนการต่อสู้...
    ทักษะ: วินด์ฟิวรี่(Windfury) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ด้วยผลจากพลังแห่งสายลมที่คอยช่วยเหลือในการต่อสู้ เพิ่มความเร็วในการโจมตีปกติขึ้น 50% แต่ลดค่าความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีปกติลงของผู้ใช้ลง 50% ทำให้การโจมตีปกติในแต่ละครั้งมีโอกาส 15% ที่จะเกิดดับเบิ้ลแอทแทค*ดับเบิ้ลแอทแทค(Double Attack) : ทำให้การโจมตีปกติหนึ่งครั้งสามารถส่งกระสุนเวทมนตร์ออกไปได้ถึง 2 นัดในคราวเดียว
    ส่วนอีกสองแต้มที่เหลือก็ถูกใช้ไปกับทักษะที่เอาไว้หลบหลีกเป็นหลักคือ ทักษะอควาเฟด(Aqua Fade)ที่ช่วยให้ผมเปลี่ยนร่างกายของตัวเองเป็นน้ำได้ในระยะเวลาสั้นๆ และทักษะไลท์นิงแดช(Lightning Dash)ที่จะทำให้ผมยืมพลังของเดอะแฟลชมาใช้ได้ครั้งหนึ่งน่าเสียดายที่ทักษะอย่าง เทเลพอร์ต ไอซ์สเต็ป อควาเฟดและไลท์นิงแดชนั้นสามารถอัพได้เพียงขั้นเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นผมคงอัพจนเต็มเป็นแน่ เพราะทักษะพวกนี้น่าจะช่วยให้ผมมีโอกาสรอดในการต่อสู้มากขึ้นตอนนี้ผมเริ่มมีอาการของคนขาดอากาศหายใจแล้ว อากาศในปอดคงกำลังจะหมด รู้งี้ผมน่าจะเอาแต้มไปลงกับทักษะที่ช่วยให้หายใจใต้น้ำได้ดีกว่า แต่อะไรที่ผ่านไปแล้วก็แล้วไปเมื่อจัดการธุระการอัพสกิลเสร็จสิ้น ผมจึงรีบพุ่งตัวขึ้นไปเพื่อให้ตัวเองพ้นจากบ่อน้ำนี่เสียที ยิ่งผมว่ายไปจนใกล้ถึงพื้นผิวมากเท่าไร อุณหภูมิที่ผิวหนังรับรู้ได้ก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเท่านั้น จนเมื่อผมว่ายไปชนกับเกล็ดน้ำแข็งเข้าเท่านั้นแหละ จึงได้รู้ว่าไอ้เจ้านากะเมจิคเชี่ยนมันพยายามจะแช่แข็งผมให้ติดอยู่ใต้แอ่งนี้ไปจนขาดอากาศหายตาย‘มันเป็นอะไรที่ผิดวิสัยของพวกมันมาก’ถ้าเป็นภาวะปกตินากะทวินเบลดควรจะตามผมลงมาเหมือนคราวก่อนที่ผมตกน้ำ ถ้าให้คิดนะ… ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ(AI: Artificial Intelligence)ของมอนสเตอร์ไม่ควรจะทำอะไรแบบนี้ได้ ยกเว้นว่าตัวเกมได้ใส่กลไกการเรียนรู้ให้มอนสเตอร์พวกนี้ ซึ่งถ้าเป็นตามที่ผมสันนิษฐานจริงๆ แล้วละก็...‘น่ากลัว’กระสุนเวทถูกยิงออกไปทำลายแผ่นน้ำแข็งตรงหน้า สิ่งที่ผมต้องการทำเป็นเพียงการยิงเปิดทางเพื่อให้มีช่องทางที่ผมจะสามารถว่ายออกไปเท่านั้น ทักษะออโต้แคสต์วินด์คัตเตอร์และวอเตอร์บอลถูกร่ายออกมาเข้ากระทบกับของแข็งเบื้องหน้า แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สร้างความแตกต่างสักเท่าไร ดูเหมือนว่าแผ่นน้ำแข็งตรงหน้าจะมีความหนามากเกินไป ทักษะที่ผมต้องการตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นทักษะออโต้แคสต์ไฟร์บอลหรือออโต้แคสต์เอิร์ธฟิสต์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ขอแค่สามารถสร้างแรงระเบิดหรือแรงกระแทกให้ได้มากพอก็จะสามารถสร้างรอยแยกรอยแตกให้กำแพงน้ำแข็งพวกนี้ได้จนในที่สุดทักษะออโต้แคสต์ที่ผมรอคอยออกถูกร่ายออกมา กำปั้นพสุธา… ไม่ใช่สิ เพราะพื้นผิวของมันต่างออกไปจากครั้งก่อนหน้า มันคือ… กำปั้นลาวากำปั้นลาวาพุ่งเข้าชนกับแผ่นน้ำแข็งก่อนที่จะระเบิดกระจายกลายเป็นลาวา สร้างรอยร้าวให้กับกำแพงน้ำแข็งเป็นทางยาว ก่อนที่มันจะแตกแยกเป็นสอง เหมือนแผ่นดินที่กำลังแยกออกจากกันเนื่องจากความหนาของกำแพงน้ำแข็งที่ขวางกั้นและรอยแยกที่เล็กมากจนไม่สามารถว่ายฝ่าออกไปได้ กับร่างกายที่เริ่มจะไร้เรี่ยวแรงใกล้จะหมดสติเข้าไปทุกที ทำให้ผมไม่มีทางเลือกมากนัก จำต้องยอมเสียสละทักษะสองทักษะที่ควรจะเก็บเอาไว้หลบตีนของพวกมอนสเตอร์... และหวังเอาไว้ว่ามันจะเวิร์คสองทักษะถูกเรียกใช้งานติดกัน“อความเฟด(Aqua Fade)”“ไลท์นิงแดช(Lightning Dash)”
    ทักษะ: อควาเฟด(Aqua Fade) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 45 วินาทีเวลาแสดงผล: 1 วินาทีรายละเอียด: เปลี่ยนร่างของผู้ใช้ให้กลายเป็นน้ำชั่วคราว ช่วยให้สามารถหลบหลีกการโจมตีบางประเภทได้
    ทักษะ: ไลท์นิงแดช(Lightning Dash) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 45 วินาทีรายละเอียด: เรียกพลังแห่งสายฟ้ามาสถิตในตัวผู้ใช้ชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งไปข้างหน้า 6 เมตรด้วยความเร็วแสง
    ร่างกายของผมถูกเปลี่ยนเป็นน้ำที่ยังคงรูปร่างของมนุษย์เอาไว้ในตอนแรก ก่อนที่จะปรากฏประกายสายฟ้าสีเหลืองรอบตัว แล้วส่งร่างมวลน้ำแทรกไปตามรอยแตกของแผ่นน้ำแข็งด้วยความเร็วสูง และคงเป็นโชคดีของผมที่กำแพงน้ำแข็งของนากะเมจิคเชี่ยนนั้นมีความหนาน้อยกว่าหกเมตรซึ่งเป็นระยะแสดงผลของทักษะไลท์นิงแดชมวลน้ำที่ไร้รูปร่างเริ่มรวมกันเป็นรูปลักษณ์เดิม ก่อนที่ร่างกายผมจะกลับมาเป็นกายหยาบที่ยืนด้วยลำแข้งบนพื้นน้ำแข็งอีกครั้งบัดนี้ผมและนากะซอมบี้เลเวลสิบแปดอีกสองตัวก็ได้เผชิญหน้ากันโดยที่ไม่มีอะไรกั้นแค่เพียงสบตากัน กระสุนเวทก็ถูกยิงออกไปหาเป้าหมายทันที โดยมีเป้าหมายแรกเป็นนากะทวินเบลดดาบคู่ในมือของมันก็ถูกขว้างออกมาในจังหวะไล่เลี่ยกัน ก้อนพลังเวทที่กระทบกับดาบได้ระเบิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีการหมุนของดาบที่พุ่งมาแต่อย่างใด‘ทีแบบนี้แล้วไม่ยอมร่ายออโต้แคสต์’ผมชักจะเริ่มไม่โอเคกับสกิลที่ตัวเองเลือกมาเต็มทนแล้ว มันจะเป็นยังไงนะถ้าผมเลือกอัพสายสกิลที่แตกต่างออกไป แต่จะมาอาลัยอาวรณ์กับความผิดพลาดของตัวเองในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว‘ใจหนึ่งก็อยากลองรับดาเมจของดาบควงสว่านที่พุ่งมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจนึงก็ยังรักตัวกลัวตาย’เนื่องจากทักษะในที่ช่วยในการหลบหลีกทั้งทักษะอควาเฟดและไลท์นิงแดชเพิ่งถูกใช้ไปเมื่อครู่ ทักษะเทเลพอร์ตจึงเป็นความหวังสุดท้ายของหมู่บ้านคนเป็น“เทเลพอร์ต(Teleport)”เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้ ร่างกายผมก็บิดเบี้ยว พลันหายวับไป แล้วปรากฏกายขึ้นอีกครั้งบริเวณด้านหลังของนากะเมจิคเชี่ยนแทบจะทันทีก้อนพลังเวทถูกเสกขึ้นเพื่อโจมตีเป้าหมายตรงหน้าทันทีโดยไม่ปล่อยให้มันร่ายเวทจบ และด้วยผลของทักษะวินด์ฟิวรี่ทำให้การยิงลูกพลังเวทของผมเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัว นอกจากนี้ยังได้รับผลของดับเบิ้ลแอทแทคที่มีโอกาสจะส่งก้อนพลังเวทออกไปเพิ่มอีกหนึ่งนัด ส่งผลให้การยิงลูกพลังเวททำได้ต่อเนื่องขึ้นอย่างมากจากเดิมที่การยิงกระสุนเวทออกไปหนึ่งนัดใช้เวลาประมาณหนึ่งวินาที แต่ในตอนนี้นั้น ผมสามารถปล่อยกระสุนเวทมนตร์ออกไปได้สองถึงสี่นัดภายในหนึ่งวินาทีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นความเร็วในการโจมตีที่ถูกแลกมาด้วยพลังโจมตีของกระสุนเวทธรรมดาที่ถูกลดดาเมจลงถึงครึ่งหนึ่งแต่ยังไงเสียผมก็ไม่คิดจะหวังพึ่งค่าความเสียหายที่เกิดจากกระสุนเวทมนตร์ธรรมดาสามัญตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่นานนักทักษะออโต้แคสต์ก็ถูกร่ายขึ้น ลักษณะของใบมีดวายุที่ก่อตัวขึ้นที่ปลายไม้กายสิทธิ์น่าจะเป็นทักษะวินด์คัตเตอร์ไม่ผิดแน่ ซึ่งสีปกติของมันควรจะเป็นแสงเลื่อมเขียวอ่อน แต่ครั้งนี้สีของมันกลับเป็นแสงสีครามระเรื่อและด้วยผลจากทักษะมัลติแคสต์ ซึ่งเป็นทักษะที่ทำให้มีโอกาสร่ายทักษะซ้ำซ้อนเป็นจำนวนครั้งสูงสุดถึงหกครั้งติดกันโดยการร่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งจะยิ่งมีโอกาสติดมากขึ้น หากเป็นทักษะที่ผู้ร่ายไม่ได้อัพไว้ ส่งผลให้ใบมีดวายุสีครามเมื่อครู่ถูกยิงออกไปถึงสามนัดในการร่ายทักษะออโต้แคสต์เพียงครั้งเดียว จนผมถึงกับต้องอุทานออกมาว่า...“โอ้... ว้าว...”ทันทีเหล่าใบมีดวายุสีครามพุ่งถึงตัวเป้าหมาย คมมีดแรกเฉือนเข้าที่ไหล่ของนากะเมจิกเชี่ยนซอมบี้ ก่อนจะระเบิดแตกตัวออกเป็นเสี้ยวเล็กๆ จำนวนมากราวกับกระสุนปราย ทำให้แผลที่เกิดจากคมมีดนั้นเหวอะหวะกว่าที่เคยคมมีดถัดมาปะทะเข้ากับลำแสงสีฟ้าที่ถูกยิงออกมาจากปลายคทาเวทของนากะเมจิกเชี่ยน ทำให้ใบมีดวายุถูกแช่แข็งกลางอากาศ ก่อนจะร่วงสู่พื้นแล้วแตกสลายไปคมมีดสุดท้ายพุ่งตรงไปที่ศีรษะของมอนสเตอร์งูกึ่งมนุษย์ตรงหน้า แม้ว่ามันจะสามารถเอาคทาปัดป้องเอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถป้องกันการระเบิดระลอกถัดมาของใบมีดวายุได้ เสี้ยวใบมีดวายุขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนเจาะเข้าไปที่ตัวของมันจนเป็นแผลพรุน ทำให้ลักษณะกายภาพของมันดูเป็นงูซอมบี้ขึ้นมาบ้างแล้วนอกจากนี้ยังมีก้อนพลังเวทธรรมดาจำนวนมากที่พุ่งตามไปติดๆ ส่งผลให้เกิดการร่ายทักษะออโต้แคสต์อีกมากมายหลายอย่างที่ผมมองแทบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นฟ้าผ่า ศรน้ำแข็ง เถาวัลย์ ไฟลุกหรือแม้แต่การระเบิดที่เกิดจากสกิลอิกไนท์ซึ่งในท้ายที่สุดนากะเมจิกเชี่ยนก็ได้พ่นควันสีม่วงออกมา แม้ว่าจะแปลกใจที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งๆ ที่โดนทั้งเถาวัลย์และฟ้าผ่าไปขนาดนั้น แต่ก็ต้องปล่อยผ่านไป เพราะผมยังมีเรื่องอื่นที่ให้คิดมากกว่า... นั่นคือการเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ยังไงละด้วยหมอกพิษที่ปกคลุมหนาตากว่าคราวก่อนและน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ทำให้ผมต้องหยุดยิงไปชั่วขณะ จนผมเริ่มมีอาการเบลอ มองเห็นภาพตรงหน้าเป็นภาพซ้อนกันไม่นานนักนากะทวินเบลดก็พ่นลูกไฟออกมาอีกครั้ง ด้วยแสงวิบวับและเสียงไฟร์บอลที่กำลังพุ่งฝ่าอากาศเข้ามา ผมจึงตัดสินใจยิงก้อนพลังเวทสวนไปในทิศทางนั้นอย่างทันควัน ซึ่งแม้ว่ากระสุนเวทธรรมดาจะไม่สามารถทำให้ไฟร์บอลเหล่านั้นระเบิดได้ แต่ทักษะออโต้แคสต์อย่างไลท์นิงโบลต์ ไอซ์โบลต์ เอนแทงเกิลหรือแม้แต่อิกไนท์ที่เกิดขึ้นนั้นทำได้ลูกไฟส่วนใหญ่ระเบิดไปในอากาศ ส่งเสียงดังกังวาน แต่ก็ยังมีลูกไฟลูกหนึ่งหลุดมาได้ ซึ่งนับว่ายังโชคดีที่มีอสนีบาตผ่าลงมาพอดีทำให้ลูกไฟระเบิดก่อนที่จะโดนตัวผมเปลวไฟและแรงระเบิดที่เกิดขึ้นในระยะที่แทบประชิดตัวสร้างรอยแผลไหม้เป็นจุดๆ ก่อเกิดเป็นแรงลมกระโชกพัดหมอกม่วงมรณะให้ค่อยๆ จางลงไปไม่นานนักผลที่อยู่ในหมอกพิษเป็นระยะเวลานานก็ได้สำแดงฤทธิ์ความเจ็บปวดเริ่มจู่โจมแปลบขึ้นในช่วงอก ก่อนที่ผมจะไออย่างรุนแรง เผยให้ละอองของเหลวสีม่วงที่ปลิวออกมา โดยในระหว่างที่กำลังไอ ผมไม่สามารถบังคับตัวละครให้เคลื่อนไหวได้เลย จนกระทั่งอาการไอนั้นสิ้นสุดลง ผมจึงสามารถกลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้งรู้ตัวอีกทีนากะทวินเบลดก็ได้เข้าประชิดตัวผมเสียแล้ว ไอคอนทักษะอควาเฟดและไลท์นิงแดชแสดงเวลาที่จะพร้อมใช้งานในอีกหนึ่งวินาที ก่อนที่มันจะง้างดาบในมือทั้งสองข้าง แล้วพร้อมจะจ้วงแทงเข้ามาตรงๆ โดยที่ผมไม่สามารถใช้การเสียสละแขนข้างหนึ่งหรือใช้กลยุทธ์ ‘โอ๋กันนะ’ ของเทเลทับบี้ได้เช่นคราวก่อนในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายทักษะอควาเฟดก็ถูกรีเซตให้กลับมาใช้ได้ทันเวลา เสียงผมเรียกใช้ทักษะอควาเฟดดังขึ้น ร่างกายถูกแปรเปลี่ยนเป็นของน้ำที่มีสีแดงจางๆ ทำให้รอดจากคมดาบทั้งสองเล่มที่แทงผ่านตัวผมไปได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับกระโดดถอยหลังไปหนึ่งช่วงตัวเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมแล้วร่างกายก็พลันเปลี่ยนเป็นดังเดิม ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่ความเจ็บปวดบริเวณช่องท้องจะแล่นเข้าสู่โสตประสาท ทำให้รู้ว่าได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วครับ ดาบของนากะได้ทิ้งรอยแผลของดาบเอาไว้ แต่ยังดีที่มันเป็นเพียงแค่รอยแทงตื้นๆเมื่อได้โอกาสผมจึงกระชับอาวุธภายในมือแล้วส่งลูกพลังเวทออกไปจำนวนมาก ทักษะออโต้แคสต์นับสิบถูกร่ายขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ไม่ว่าจะเป็นไฟร์บอล กำปั้นพสุธา ใบมีดวายุ กำปั้นลาวา วอเตอร์บอล‘โดนสกิลเข้าไปขนาดนี้เนี่ย ถ้าไม่ตายคงเลี้ยงไม่โต’ความอุ่นใจเกิดขึ้นได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่จะถูกความเป็นจริงตรงหน้าตอกกลับเข้าอย่างจัง...