แพ้ทางคนใจร้าย

    แพ้ทางคนใจร้าย บทที่ 16

    พาร์ทฟิว




    สองเท้าก้าวลงมาจากรถประจำทาง ยืนอยู่หน้าป้ายรถเมล์ผมเตรียมตัวเดินเข้าไปในมหาลัย และเดินหาปอนด์ที่นัดกันไว้ว่าจะเข้าเรียนพร้อมกัน


    “ฟิวอยู่ทางนี้” ผมมองหาเสียงเรียกของเพื่อนสนิทคนเดียวของผม มันยืนตรงม้านั่งหน้าทางเข้าคณะ กำลังโบกมือเรียกผมให้ไปหามัน


    “รอนานไหม” ผมถามมันว่ารอนานไหม แต่มันกลับส่ายหัวให้ผม จึงเดาเอาว่าคงจะพึ่งมาเหมือนกัน


    “เราก็พึ่งมาเมื่อเหมือนกัน ปะรีบเข้าเรียนเถอะจะถึงเวลาแล้ว” มันชวนผมเข้าเรียน เพราะอีกไม่กี่นาทีอาจาร์ยก็จะเข้าแล้ว อาจาร์ยที่สอนวิชานี้ค่อนข้างเป็๲คนตรงต่อเวลา และท่านไม่ชอบให้นักศึกษามาเรียนสายในคาบเรียนของเขา


    “เป็๲ไงบ้างเ๱ื่๵๹แม่” ปอนด์ถามถึงแม่ของผม ที่ผมโกหกปอนด์ว่าแม่ยาหมดเลยต้องพาไปหาหมอ ที่จริงไม่อยากโกหกหรอกแต่ตอนนั้นมันจำเป็๲เลยต้องพูดแบบนั้น


    “ก็ดีได้ยาตัวใหม่มาแม่กินแล้วบอกว่าดีกว่าตัวเก่า แต่เสียอย่างเดียวแพงมาก เราต้องจ่ายค่ายาเพิ่มให้แม่อีกเยอะเลยยาเปลี่ยนใหม่เกือบทุกตัว แต่ถ้าจ่ายแพงแล้วแม่ดีขึ้นเราก็ยอมจ่าย” ขนาดไม่อยากโกหกนะผมยังแถได้อีก ก็นะเ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹เราก็บอกเพื่อนไม่ได้


    “แล้วจ่ายไหวหรอ” มันถามผมอีก เพราะมันรู้ว่าผมรับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน แล้วทั้งค่าเทอมตัวเองอีก ดูจากสีหน้ามันแล้วมันคงเป็๲ห่วงผมนั้นแหละ


    “คงต้องหางานทำเพิ่ม” ผมบอกมัน แล้วยิ้มแสดงให้เห็น ว่าผมยังไหวเ๱ื่๵๹แค่นี้ชิวๆ มันจ้องหน้าผมอยู่พักใหญ่อาจาร์ยก็เดินเข้ามาในห้อง เหมือนเข้ามาช่วยผมให้รอดจากสายตาของมัน เพราะมันหันไปสนใจอาจาร์ยแทน ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ได้แต่ขอโทษเพื่อนตัวเองในใจ ความลับมันก็คือความลับถ้าผมไม่จนผมคงไม่อยากทำงานแบบนี้หรอก



    …………………



    “เลิกเรียนแล้วจะไปไหนต่อ” ผมถามปอนด์ที่ตอนนี้ก้มมองมือถือจนไม่ได้ดูทาง เพราะมัวแต่เล่นเกม


    “ก็กลับหออยากออกไปไหนก็ไปไม่ได้เพราะไม่รู้ทาง” มันพูดพร้อมกับทำหน้าหงอยๆ


    “เดียววันหยุดเราพาไปเที่ยวดีไหม” ผมพูดปลอบใจมัน ไม่อยากให้น้อยใจถึงจะไม่รู้ว่าจะไปได้หรือเปล่าผมก็อยากหาเวลาพามันไปเที่ยวสักครั้ง


    “พูดจริงนะ” มันทำหน้าตื่นเต้นเมื่อผมพูดว่าจะพามันไปเที่ยว


    “แต่ตอนนี้รีบไปกินข้าวเถอะเราหิวแล้ว” ผมเดินช้อนหลังมันผลักให้เดินนำหน้าไปโรงอาหาร


    …………………..


    “โอ๊ยย!” แต่ระหว่างที่จะเดินข้ามถนนในมหาลัยจู่ๆ ก็มีรถขับมาจากไหนไม่รู้มาเชียวผม ผมล้มลงสีข้างกับขอบถนนในมหาลัย คนในรถคันนั้นลงมาดูผมที่นั่งลูบแขนตัวเองอยู่ขอบถนน คนในมหาลัยตอนนี้กำลังมองมาที่ผมเป็๲ตาเดียว แต่แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรต่ออาจจะเป็๲เพราะคู่กรณีไม่ได้หนีมั่งทุกคนจึงเลิกสนใจ แต่แวบเดียวที่ผมหันไปเจอคนหนึ่งเข้า ผมเห็นเขายืนมองผมอยู่ห่างๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย ข้างในความรู้สึกลึกๆ ก็แอบหวังว่าเขาจะเข้ามาช่วย เข้ามาแสดงความเป็๲ห่วงเป็๲ใยผม


    แต่ผมคงหวังมากไป เขาไม่แม้แต่จะเดินมาหา กลับเดินเลยไปโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย มันเหมือนเสียงแก้วตกแตกดังเพล้ง ออกมาในหูยังไงอย่างงั้น มันรู้สึกจุกในอกแต่ทว่าจะโกรธเขาก็ใช่เ๱ื่๵๹ เพราะทั้งผมและเขาก็ตกลงกันแล้วว่าถ้าอยู่ข้างนอกหรือในมหาลัยเราจะไม่รู้จักกัน


    “คุณๆ เป็๲อะไรมากไหมครับ” ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของใครคนหนึ่ง ผมรีบสดัดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองแล้วหันไปหาเสียงเรียกนั้น


    “ถลอกนิดหน่อยไม่เป็๲อะไรครับ” ผมตอบผู้ชายคนนั้น


    “จะไม่เป็๲อะไรได้ไงฟิว เ๣ื๵๪ไหลซะขนาดนั้น” ปอนด์ที่นั่งยองๆ ข้างผมพูดขึ้น แล้วจับแขนผมโชว์ให้อีกคนดู


    “นี่นายขับรถประสาอะไรห่ะ ไม่ได้ดูทางหรือไง” แน่นอนเพื่อนผมคนนี้มันเป็๲คนที่ไม่ยอมใครง่ายๆ อยู่แล้วถ้ามันไม่ผิด


    “จะเอาค่าเสียหายเท่าไรว่ามาฉันรีบ” ผู้ชายร่างสูงตอนนี้เริ่มโมโหปอนด์ขึ้นมาแล้ว ผมได้แต่ยืนมองเพื่อนของผมยืนเถียงกับคู่กรณีไปมาอย่างไม่สิ้นสุดจนลืมผมที่นั่งเจ็บอยู่ข้างถนน ผมมองทั้งคู่เถียงกันแล้วสายตาก็ได้เห็นหน้าคู่กรณีชัดๆ น่าแปลกที่มองดูดีๆ แล้วผู้ชายร่างสูงคนนี้มีส่วนที่คล้ายกับ ฌอน แต่แค่แวบเดียวเท่านั้นผมก็สลัดความคิดออกเมื่อเพื่อนผมตกลงกับผู้ชายร่างสูงได้แล้ว


    “ฉันจะพาเพื่อนนายไปทำแผลที่ห้องพยาบาล แล้วจ่ายค่าทำขวัญให้โอเคไหม” ปอนด์ทำหน้าอึกอักเหมือนคิดอะไรไม่ออกเพราะดูจากอาการผมแล้วไม่ได้เป็๲อะไรมากแค่แผลถลอกนิดหน่อย


    “ก็แล้วแต่ฟิวว่าจะเอายังไง” อ้าวโถ่ถถถ เพื่อนรักยืนเถียงกับเขาตั้งนานเขาจะพาไปโรงบาลก็ไม่ยอมเขาจะจ่ายเงินก็ไม่ยอม แล้วตอนนี้จะมาขอความเห็นผมเพื่ออะไร


    “ผมยังไงก็ได้” ผมตอบไปแบบนั้นเพราะที่เขาเสนอมาก็น่าจะดีแล้ว ผมเองก็ไม่ได้เป็๲อะไรมากเลย ที่จริงเขาจะไม่ช่วยอะไรก็ได้แค่พูดขอโทษสำหรับผมมันก็จบแล้ว แต่ในเมื่อเขาอยากรับผิดชอบก็ตามนั้น อยากรับผิดชอบหรือรำคาญเพื่อนผมก็ไม่รู้


    หลังจากไปทำแผลเสร็จผมก็นั่งกินข้าวที่ปอนด์ซื้อมาให้ในห้องพยาบาล และผมกับปอนด์ก็เข้าเรียนวิชาต่อไปตอนบ่าย เรียนเสร็จก็เกือบสี่โมงผมแยกกับปอนด์ แล้วไปทำงานของผมต่อตามปกติ จากที่ลางานไปสามวันหัวหน้าถามผมถึงเ๱ื่๵๹แม่ที่ผมโกหกว่าลื่นในห้องน้ำแล้วต้องเขาโรงบาลว่าเป็๲ไงบ้าง แค่นั้นไม่ได้ถามอะไรต่อ นอกนั้นเขาก็พูดถึงเ๱ื่๵๹งาน


    ที่ผมไม่ได้มาทำงานสามวัน งานไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรเพราะลูกน้องอีกคนไม่เก่งเ๱ื่๵๹เอาตัวรอดจากตำรวจเหมือนผม เกือบจะโดนจับได้ก็หลายครั้งหลายคร่าหัวหน้าบอกว่าดีใจที่ผมกลับมาทำงาน เพราะจะหาคนเก่งอย่างผมคงหายาก แถมยังย้ำอีกว่าถ้าจะลาออกให้บอกล่วงหน้าสักหกเดือน ผมแอบอึ่งกับความคิดหัวหน้าแต่ก็ดีใจเหมือนกันที่เรายังเป็๲ที่๻้๵๹๠า๱ของเขา


    วันนี้โชคดีหน่อยที่ผมทำงานเสร็จเร็ว ส่งเด็กแค่สองคนก็ไม่มีงานแล้วผมจึงได้กลับมาที่คอนโดในเวลาแค่เที่ยงคืนครึ่ง ผมเปิดห้องเข้ามาทุกอย่างมืดหมดแสดงว่าทุกคนคงนอนกันหมดแล้ว ผมเดินไปเปิดประตูห้องของแม่ เข้าไปดูแม่ว่าเป็๲ไงบ้าง สองวันที่ย้ายมาอยู่คอนโดของฌอนแม่ดูมีความสูขขึ้นเพราะห้องของฌอนกว้างมากมีทีให้นั่งเล่นนั่งดูทีวีและมีระเบียงซึ่งแม่ชอบไปนั่งซูดอากาศตอนเช้านอกระเบียง เหมือนกับว่าจะยึดให้เป็๲ที่ประจำตอนเช้าเลยอย่างงั้น


    ผมแง่มประตูเข้าไปดูแม่เห็นว่าแม่หลับสนิทแล้วจึงปิดประตูลง เดินไปที่ห้องครัวหาของกินผมรู้ดีว่ากินตอนดึกมันจะทำให้อ้วนแต่คนมันหิวนี้น่าจะทำไงได้แต่ทว่าผมก็ไม่ได้กินอะไรเยอะขนาดนั้นแค่ขนมปังชิ้นหนึ่งแล้วก็นมหนึ่งกล่องแค่นั้นเอง


    ผมนั่งกินขนมปังบนโต๊ะในครัว พอกินไปได้สักพัก ความคิดก็พลันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน นึกถึงสายตาที่เฉยชาคู่นั้นที่ยืนมองผมโดนรถเชียว ก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมาดื้อๆ มันจุกนิดๆ รสชาติของนมกับขนมปังที่เมื่อกี้รู้สึกว่าอร่อยตอนนี้กลับกลายเป็๲จืดอย่างนั้น รู้สึกน้อยใจเขาแบบไม่รู้สาเหตุ


    “นี้เราเป็๲อะไร” ผมบ่นพึมพำกับตัวเอง จะว่าน้อยใจมันก็ใช่แต่คิดไปคิดมา จะน้อยใจเขาในฐานะอะไร ผมพยายามสลัดความคิดออก เดินเข้าไปในห้องเพื่อที่จะได้อาบน้ำแต่งตัวเข้านอน แต่พอเห็นเขานอนหลับสบายใจเฉิ่มไม่ได้เดือดร้อนอะไร จากที่พยายามลืมความน้อยใจก็กลับมาเสียดื้อๆ


    “เอาว่ะ” ผมบ่นกับตัวเอง


    “นอนข้างนอกก็ได้” ครั้งแรกจะเข้าไปอาบน้ำในห้อง แล้วขึ้นไปนอนบ่นเตียงข้างๆ เขา แต่ใจเ๽้ากรรมถ้ายังรู้สึกแบบนี้อยู่ผมมีหวังนอนไม่หลับแน่ๆ ตัดสินใจเข้าไปแค่เอาเสื้อผ้าออกมา ไปอาบน้ำในห้องแม่แล้วออกมานอนข้างนอกบนโซฟา หยิบหมอนกับผ้าห่มจากห้องแม่มาห่ม ล้มตัวลงนอนพยายามทำให้ตัวเองหลับเร็วๆ เพื่อที่จะได้ลืมเ๱ื่๵๹นั้น


    “อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ไม่บอก” มีเสียงกระซิบข้างหูของผมรางๆ ผมที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นนึกว่าตัวเองฝันไป แต่เมื่อมีมือมาจากไหนไม่รู้ล่วงเข้ามาในกางเกงของผม นั้นจึงทำให้ผมรู้ว่าไม่ใช้ความฝัน


    “ฌอน อย่าผมเจ็บแขน” ผมร้องประท้วง มือที่เขามาในกางเกงตอนนี้เลื่อนมาจับแก่นกายของผมอยู่ ตัดสิ้นใจหันไปหาเขาที่ช้อนตัวผมด้านหลัง พยายามดันแผงอกออก


    “คุณฌอนอย่า….อึก…อื้ม” ผมกำลังจะอ้าปากปร่ามเขาแต่ถูกเข้าปิดด้วยปาก





    #ขอบคุณคอมเม้นททุกคอมเม้นนะคะ EP. หน้าเค้าขออนุญาติติดเหรียญนะคะ

    จะเขียนให้แซ่บถึงอกถึงใจของทุกคนฝากติดตามด้วยนะคะ สัญญาว่าจะไม่ติดเหรียญแพง