ตอนที่ 9 เกิดเื่
“กรี๊ด!...” ฉันวิ่งผ่าฝนออกมาไม่อยากคุยกับใครบางคน เพื่อที่จะวิ่งให้พ้นจากตรงที่ไม่มีหลังคาปิดเพราะเม็ดฝนที่กำลังโหมกระหน่ำลงมาอย่างนัก ทำให้รถที่วิ่งอยู่ไม่ทันเห็นฉันแล้วฉันก็ไม่ทันมองด้วยเพราะกำลังเดินหนีใครบางคนที่กำลังเดินตามฉันจากทางด้านหลัง
ไฟหน้ารถส่องมาระยะกระชั้นชิดฉันหันไปมองรู้สึกใมาก ที่เหมือนกับว่าฉันกำลังจะถูกรถชนจากนั้นฉันก็หมดสติไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาอย่างหนัก
“คุณฟ้า...คุณฟ้าครับ” ผมเดินตามคุณฟ้าออกมาก็เห็นว่าเธอกำลังจะโดนรถยนต์คันหนึ่งวิ่งเข้ามาชนแต่รถคันนั้นเบรคทันซะก่อน แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือเธอหมดสติลงตรงหน้ารถยนต์คันนั้นผมรีบเข้าไปดูเธอทันทีที่ผมเห็นเธอหมดสติไปและคนที่ขับรถยนต์คันนั้นก็ะโด่ามาว่า...
“วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือทีหลังหัดดูแลแฟนตัวเองหน่อยนะคุณ วิ่งแบบนี้ระวังจะตายไม่รู้ตัว” เสียงเกี้ยวกราดะโออกมาอย่างไม่พอใจผมไม่รู้จะต่อปากต่อคำไปทำไม รีบช่วยคุณฟ้าก่อนดีกว่าก่อนที่ผู้ชายในรถคันนั้นจะหัวเสียไปมากกว่านี้
“ครับ ครับ” ผมรีบอุ้มคุณฟ้าที่หมดสติไปทีรถของผมทันทีผมรู้ว่าคุณฟ้าหมดสติไป เพราะแค่ใเท่านั้น เพราะเธอไม่ได้โดนรถชนผมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเพราะเดินตามเธอมาติดๆ แล้วเวลานี้ฝนก็ตก ตัวก็เปียกแบบนี้ถ้าผมจะรอจนกว่าคุณฟ้าจะตื่นขึ้นมา ปอดจะบวมก่อนไหมเนี่ย
“คุณฟ้า...คุณฟ้าครับ” ผมเรียกเธออยู่หลายครั้งแต่เธอก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักทีสงสัยจะใมาก
“เอาวะ” ผมหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาพี่ภีร์ทันที
“ว่าไงนัส” เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้นพี่ภีร์ก็รับสายของผมทันที
“พี่ภีร์ครับผมขอยืมคอนโดพี่หน่อยได้ไหมครับ” จะพากลับไปที่บ้านก็เกรงว่าจะไม่เหมาะยืมคอนโดพี่ภีร์นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว อีกไม่นานเธอก็น่าจะตื่น
“แกจะเอาคอนโดพี่ไปทำอะไรอย่าบอกนะว่าจะพาสาวไปนอนน่ะ” ดูถามเข้า ถึงจะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงแต่มันไม่ใช่อย่างที่พี่ภีร์คิดแน่นอน
“ไม่ใช่...(หรอกครับ)”ผมกำลังจะอธิบายว่านิสัยของผมไม่เหมือนพี่ภีร์สักหน่อย แต่ผมก็ยังพูดไม่จบพี่ภีร์ก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อนที่ผมจะอธิบาย
“อ่ะๆไม่ต้องปฏิเสธหรอกน่าลูกผู้ชายได้เดี๋ยวพี่จะโทรไปบอกทางคอนโดให้ แกก็ไปเอาคีย์การ์ดที่เคาน์เตอร์ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากครับพี่” จากนั้นผมก็พาคุณฟ้ามาที่คอนโดของพี่ภีร์จนสำเร็จโดนอุ้มเธอขึ้นมาและตอนนี้คุณฟ้าก็ยังไม่ฟื้น
“เสื้อผ้าก็เปียกหมด ขอโทษนะคุณ” ผมไม่รู้จะทำยังไงดีถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังเธอคงจะต้องไม่สบายแน่ๆ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นผมก็เลยไปหาเสื้อผ้าของพี่ภีร์ ในตู้มาเปลี่ยนก่อน ส่วนเธอตัวเล็กมาก ไม่มีไซร์เลยผมก็เลยหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ในตู้ว่าจะเอามาให้เธอห่มแก้ขัดไปก่อน
“ยืมก่อนละกันนะครับพี่”
ชุดที่เธอใส่ เป็ชุดกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาวกับเสื้อกระดุมหน้าแขนยาวสีขาวซึ่งตอนนี้เสื้อสีขาวแขนยาวที่ถูกน้ำฝน มันมองทะลุปุโปร่งไปถึงไหนต่อไหนหมดแล้วผมกำลังช่างใจว่าจะทำยังไงกับเธอดี เพราะเรียกแล้วแต่เธอก็ไม่ยอมตื่นสักที
“เสื้อในสีชมพูซะด้วย” ผมไม่ได้แอบมองเลยสักนิดสาบานได้เพราะแค่มองธรรมดามันก็เห็นหมดแล้ว ในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้
ผมค่อยๆถอดเสื้อของเธอออกเริ่มจากปลดกระดุมทีละเม็ด ไอ้มือบ้านี่มันก็เริ่มสั่น ผมแอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอในขณะที่ผมกำลังจะปลดกระดุมเม็ดที่สองออก
ตอนนี้ผมเริ่มเบนหน้าหนี เพราะไม่อยากเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอแต่ถึงผมจะไม่ได้มองก็จริง แต่มือของผมมันก็ถูกบ้างแหละผมถอนหายใจอีกครั้งแล้วก็ปลดเม็ดที่สาม ตอนนี้มันลงมาลึกเกินไปผมก็เลยดึงผ้าห่มมาปิดที่ตัวของเธอไว้ก่อน แล้วผมก็เริ่มปลดกระดุมเม็ดที่สี่ออก
เฮ้ย! แล้วถ้าเธอตื่นขึ้นมาเธอจะอาละวาดหรือเปล่านะ ผมกำลังถามตัวเองในใจ แต่ยังไงก็ต้องเปลี่ยนชุดออกอยู่ดีถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้เธอคงไม่สบายแน่ๆ เอาไว้ผมจะอธิบายให้เธอฟังก็แล้วกัน
ตอนนี้ผมปลดกระดุมเสื้อของเธอออกหมดแล้วผมค่อยๆถอดเสื้อออกให้เธอ โดยใช้ผ้าห่มคลุมตัวเธอเอาไว้ด้วยถึงมือของผมจะโดนอะไรต่อมิอะไรของเธอไปบ้าง แต่ผมไม่เห็นก็แล้วกัน
“เสื้อในก็เปียก” ผมคงต้องถอดออกหมดนี่แหละจะได้เอาไปซักอบแห้งทีเดียว ท่อนบนถอดออกหมดเรียบร้อย ที่เหลือก็เป็ท่อนล่าง เฮ้อ...ให้ตายเถอะผมเป็ผู้ชายแล้วก็มีความรู้สึกนะครับแต่ผู้ชายอย่างผมไม่เคยทำอะไรผู้หญิงที่ไม่รู้สึกตัวแบบนี้แน่แล้วผมก็ไม่เคยขืนใจใครด้วย
ผมใช้เวลาพักใหญ่ๆจนสุดท้ายก็ถอดชุดที่เธอใส่ออกจนหมดแต่ระหว่างที่ผมถอด ผมไม่เห็นอะไรของเธอเลยนะเพราะผมเอาผ้าห่มคลุมร่างกายของเธอเอาไว้
“ห่มผ้าไว้แบบนี้แล้วกันไม่ต้องใส่” เพราะตอนถอดก็ว่ายากแล้วตอนใส่ผมว่ายากกว่า ผมก็เลยตัดสินใจ ใช้ผ้าห่มคลุมร่างกายเธอไว้แบบนี้ดีกว่ารอให้เธอตื่นขึ้นมาใส่เอาเองก็แล้วกัน ถอดให้แล้ว แล้วถ้าจะต้องให้ใส่ให้อีกผมคงต้องคิดค่าดูแลด้วยแล้วมั้ง
ผมจัดการส่งเสื้อผ้าของเราสองคนซักเพราะว่าจะได้แห้งแล้วเอามาใส่ได้เลยถ้าเธอตื่นขึ้นมา
หลังจากที่ผมออกจากห้องเอาเสื้อผ้าไปจ้างซักผมก็กลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับเสื้อผ้าที่แห้งพร้อมใส่ได้เลยผมล้มตัวนอนลงที่โซฟา ส่วนคุณฟ้าเธอนอนอยู่บนเตียง
ด้านนอกฝนยังตกไม่ยอมหยุดเพราะว่าเป็ฤดูของมันถึงมันจะเบาลงแล้วก็ตามแต่อากาศภายในห้องก็ยังคงเย็นมากอยู่ดี
คุณฟ้ายังไม่ยอมตื่นขึ้นมาผมก็เลยหลับตาลงที่โซฟาภายในห้อง แล้วก็คิดถึงเื่วันนี้เื่ลินลี่และเื่ของคุณฟ้า แล้วผมก็เผลอหลับไป
เวลาต่อมา
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียคิดว่าตัวเองนั้นกำลังนอนหลับฝันดีอยู่บนที่นอนนุ่มๆที่บ้าน แต่พอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาฉันก็รู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องมันไม่ได้เหมือนกับห้องนอนของฉันเลยสักนิดแต่ฉันก็คิดไปอีกว่า ตอนนี้ฉันน่าจะอยู่ที่โรงแรม ฉันก็เลยหลับตาลงอีกครั้งแต่ฉันก็คิดได้ว่า โรงแรมที่ฉันไปพักนั้น ชุดเครื่องนอนเป็สีขาวทั้งชุดแต่ทำไมเครื่องนอนที่ฉันใช้ห่มอยู่นี้มันเป็สีเทา ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งสีภายในห้องนี้ก็เป็โทนสีเทาฉันค่อยๆ สำรวจตัวเองแล้วก็พบว่า...
“กรี๊ด!!!”