จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 รักษาอาการบาดเจ็บ

                ขณะที่มู่หว่านชิงและหยิวชิงเฟิงกำลังสนทนาถึงไป๋หยุนเฟยศิษย์ผู้หนึ่งพลันเข้ามารายงานว่าผู้ที่มาแจ้งข่าวเรื่องไป๋หยุนเฟยเมื่อยามบ่ายมาที่สำนักเพื่อขอเข้าพบ

                “คนผู้นั้นหรือ?” มู่หว่านชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับยุ่งยากใจ

                หยิวชิงเฟิงกล่าวอย่างงุนงงว่า“มันมาที่นี่ทำอะไร? หรือมาเพราะไป๋หยุนเฟย? แต่จากการวิเคราะห์ของข้าแล้วทั้งคู่กลับไม่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกันเท่าใด...”

                มู่หว่านชิงมองไปยังทิศทางประตูสำนักพลางกล่าวว่า“ไม่ว่าเป็นเรื่องอันใด คนเมื่อมาแล้ว ข้าย่อมสมควรออกไปต้อนรับข้ารู้สึกว่าคนผู้นี้...”

                “โอข้าทราบว่าท่านต้องการกล่าวอันใด ข้าก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันตราบใดที่มันไม่มีเจตนาร้ายพวกเราจะรับรองมันอย่างดีเรื่องนี้ไม่อาจให้มีข้อผิดพลาดได้” หยิวชิงเฟิงกล่าวพลางพยักหน้า

                ทั้งคู่จึงหันกายเดินกลับไปยังประตูใหญ่อีกครั้ง

                หงยินยืนอยู่หน้าประตูสำนักด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อเห็นมู่หว่านชิงทั้งคู่เดินเข้ามาจึงรีบประสานมือกล่าวขออภัย“เจ้าสำนักมู่ได้โปรดอภัยที่เยือนมาโดยกะทันหันข้าหวังจะขอพักในสำนักท่านสักหลายวัน หวังว่าเจ้าสำนักจะเมตตา”

                คำพูดตรงไปตรงมาของหงยินสร้างความประหลาดใจแก่มู่หว่านชิงไม่น้อยนางกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ท่านจอมยุทธ์อย่าได้เกรงใจเมื่อท่านมาเยือนสำนักข้าย่อมยินดีต้อนรับ จริงสิ ไม่ทราบว่าท่านจอมยุทธ์มีนามใด?”

                “หงยิน”

                “โอจอมยุทธ์หงยิน ยามนี้ก็สนธยาแล้วเชิญท่านเข้ามาพักผ่อนก่อน ให้ข้าสั่งคนนำท่านไปยังห้องรับรองแขกติดกับห้องไป๋หยุนเฟยดีหรือไม่?” มู่หว่านชิงเอ่ยปากถาม

                หงยินประสานมือคารวะแก่มู่หว่านชิงอีกครั้งพลางกล่าวว่า“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณท่านเจ้าสำนักมู่แล้ว”

                หลังจากมองดูหงยินติดตามศิษย์ที่นำทางไปมู่หว่านชิงจึงหันไปหาหยิวชิงเฟิงและพบว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วราวกับครุ่นคิดบางอย่างอยู่

                “ชิงเฟิงท่านเป็นไรหรือ?”

                หยิวชิงเฟิงมองตามทิศทางที่หงยินเดินลับตาไปและกล่าวอย่างสงสัย“หงยิน... คล้ายกับว่าเคยได้ยินนามนี้มาก่อนแต่ยามกะทันหันกลับจดจำไม่ออกว่าได้ยินจากที่ใด...”

                “โอ? หรือมันจะเป็นศิษย์ที่โดดเด่นจากสำนักใหญ่ไม่ก็ตระกูลดัง?”มู่หว่านชิงถามด้วยน้ำเสียงว้าวุ่น

                หยิวชิงเฟิงใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็ยังไม่อาจจดจำได้จึงสั่นศีรษะแผ่วเบาถอดใจเลิกครุ่นคิดและกล่าวว่า “ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใดแต่อย่างน้อยก็พอบอกได้ว่าคนผู้นี้ฝีมือเข้มแข็งกว่าเราทั้งคู่อย่างแน่นอนเพียงแต่มันเก็บงำอย่างมิดชิดจึงไม่อาจทราบได้ว่าฝีมือมันถึงระดับใดนี่ย่อมหมายความว่าหงยินผู้นี้ฝีมือเหนือกว่าเราทั้งคู่มากมายนัก...คนประเภทนี้ทางที่ดีสมควรผูกมิตรเอาไว้หากไม่อาจผูกมิตรก็ต้องพยายามสุดชีวิตที่จะไม่ล่วงเกินมัน ดูเหมือนหงยินผู้นี้จะให้ความสำคัญต่อไป๋หยุนเฟยอย่างยิ่งแต่ทว่าเพราะเหตุใด...?”

                “อืมเรื่องนี้ข้าก็ประหลาดใจเช่นกัน” มู่หว่านชิงพยักหน้ากล่าววาจา“ด้วยพลังฝีมือเช่นนี้ การจะช่วยจัดการปัญหาให้แก่ไป๋หยุนเฟยย่อมง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือแต่ดูเหมือนไป๋หยุนเฟยไม่ยินยอมติดค้างมันแม้แต่น้อย เมื่อไม่มีทางเลือกหงยินได้แต่ช่วยส่งข่าวแก่เราให้ไปช่วยเหลือข้ารู้สึกได้ว่าระหว่างทั้งสองคนสมควรมีความเกี่ยวพันกันไม่มากมายเท่าใด อย่างน้อยไป๋หยุนเฟยก็ไม่คุ้นเคยต่ออีกฝ่ายแต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดหงยินกลับกังวลสนใจต่อไป๋หยุนเฟยนัก...”

                หยิวชิงเฟิงสั่นศีรษะเล็กน้อยพลางกล่าวกลั้วหัวเราะ “หว่านชิงท่านอย่าได้ครุ่นคิดมากความแล้วครุ่นคิดไปก็ไม่ได้ความอันใด ยามนี้หงยินพำนักอยู่ที่นี่ย่อมเป็นประโยชน์ต่อพวกเราหากสำนักธารน้ำแข็งมาเพื่อก่อปัญหา มันย่อมไม่นิ่งดูดายเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราก็ลดเรื่องที่ต้องกังวลลงได้ไม่ใช่หรือ?”

                “อืมท่านพูดถูก ยามนี้ได้แต่รอดูท่าทีจากสำนักธารน้ำแข็งแล้วเมื่อเวลานั้นมาถึงพวกเราได้แต่ตัดสินใจตามสถานการณ์แล้ว...”

                …………

                ในห้องรับรองแขกที่เรือนรับรองทางปีกตะวันตกไป๋หยุนเฟยนั่งบนเตียงด้วยท่าทีเหม่อลอยกระนั้นมันกลับไม่มีทีท่าว่าจะรักษาอาการบาดเจ็บของตนแม้แต่น้อย ในใจไป๋หยุนเฟยกำลังครุ่นคิดเรื่องใดก็ไม่อาจทราบได้

                “ก๊อกก๊อก ก๊อก...” เสียงเคาะประตูดังขึ้น ไป๋หยุนเฟยที่สะดุ้งรู้สึกตัวรีบกล่าวว่า“เข้ามา”

                ประตูถูกผลักเปิดออกพร้อมกับชิวลู่หลิวและฉู่อวี้เหอเดินเข้าห้องมาฉู่อวี้เหอที่เดินตามหลังประคองชามยาน้ำไว้ในมือ นางเดินเข้าหาไป๋หยุนเฟยอย่างระมัดระวังก่อนจะยื่นชามใส่ยาให้พลางกล่าวด้วยท่าทีกังวลห่วงใย “พี่หยุนเฟยรีบดื่มยาเถอะยาชามนี้จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของท่านอีกสักครู่ท่านต้องโคจรพลังวิญญาณเพื่อซึมซับตัวยาจะได้หายบาดเจ็บโดยเร็ว”

                ยามที่ไป๋หยุนเฟยมองดูฉู่อวี้เหอทั้งคู่ดวงตามันก็ฉายแววซาบซึ้งต่อน้ำใจของหญิงสาวทั้งสอง ไป๋หยุนเฟยรับชามใส่ยามาดื่มเพียงไม่กี่อึกก็หมดสิ้นก่อนจะส่งชามคืนให้แก่อวี้เหอพลางกล่าวกลั้วหัวเราะ“ขอบคุณมาก พวกท่านไม่ต้องกังวลใจ ข้าไม่เป็นไรมาก เพียงไม่นานก็หายดี”

                ชิวลู่หลิวผงกศีรษะแก่ไป๋หยุนเฟย“อืม ข้าทราบว่าท่านเข้มแข็ง แต่ก็สมควรรักษาอาการบาดเจ็บให้ดีพวกเราไม่รบกวนท่านแล้วหากต้องการสิ่งใดสามารถไปหาพวกเราได้ที่เรือนใบหลิวทางด้านซ้ายของเรือนรับรอง”

                หลังจากกล่าวจบก็ฉุดดึงฉู่อวี้เหออย่างแผ่วเบา แล้วทั้งคู่จึงเดินออกจากห้องไป

                ไป๋หยุนเฟยนิ่งงันเพ่งมองประตูอยู่ชั่วขณะสุดท้ายจึงถอนหายใจอย่างแผ่วเบาจากนั้นนั่งขัดสมาธิตั้งจิตเพ่งความคิดเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตนอย่างละเอียด

                หากไม่นับอาการบาดเจ็บที่ได้รับตอนแรกขณะต่อสู่กับวีรชนวิญญาณระดับกลางทั้งคู่ไป๋หยุนเฟยถูกฝ่ามือธารน้ำแข็งของหลิวเฉิงถึงสองครั้งครั้งแรกมันเตรียมการรับมืออย่างดีแต่ครั้งที่สองมันถูกฝ่ามือฟาดใส่ที่กลางหลังขณะหลบหนีแม้ขณะนั้นหลิวเฉิงเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างกะทันหันจึงไม่อาจใช้กำลังอย่างเต็มที่แต่ฝ่ามือนี้ก็ยังฟาดไป๋หยุนเฟยจนบาดเจ็บสาหัสยิ่ง

                อวัยวะภายในมันบอบช้ำไม่น้อยกระดูกซี่โครงก็แตกร้าวมิหนำซ้ำกระแสพลังเย็นเยียบยังพลุ่งพล่านเคลื่อนไหวอยู่ในร่างไม่ว่าพลังเย็นนี้ไปถึงที่ใดก็ทำให้บริเวณนั้นขนลุกชี้ชันทั้งทำให้สัมผัสเฉื่อยชาลงไป๋หยุนเฟยพยายามชักนำพลังวิญญาณเพื่อต่อต้านพลังเย็นนี้แต่ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                ด้วยความอับจนปัญญาไป๋หยุนเฟยไม่มีทางเลือกได้แต่นำทวนเปลวอัคคีออกมาเพื่อดึงดูดพลังความร้อนเข้าสู่ร่างเมื่อทำเช่นนี้จึงค่อยสลายพลังเย็นเยียบที่พลุ่งพล่านในร่างลงได้บ้าง

                “วิธีนี้ไม่อาจใช้ได้...แม้ทำเช่นนี้ดูเหมือนจะสลายพลังเย็นลงได้ แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้วข้าเองก็เข้าใจกระจ่างครั้งก่อนหากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสเกอช่วยเหลือสถานการณ์คงเลวร้ายสุดคาดคิดครั้งนี้ก็ย่อมมีพลังธาตุน้ำแข็งที่ข้าไม่อาจตรวจพบหลงเหลืออยู่ในร่างแต่ข้าก็ไม่มีหนทางจะทราบได้... หรือข้าต้องขอให้ผู้อื่นช่วย? บางทีเจ้าสำนักมู่หรือผู้อาวุโสหยิวจะช่วยข้าขับพลังเย็นนี้ออกจากร่างได้แต่ข้าไม่ต้องการติดค้างหนี้บุญคุณพวกนางอีกแล้ว...”

                ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะตัดสินใจละความคิดเกี่ยวกับ‘อันตรายแฝง’นี้ไว้ชั่วคราวและเริ่มเยียวยาอาการบาดเจ็บที่สามารถรักษาเองได้ก่อน

                …………

                เช้าตรู่วันต่อมายามที่แสงอรุณสาดส่องเข้าห้อง ไป๋หยุนเฟยจึงลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้าก่อนจะระบายลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาสีหน้ามันดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากนัก ดูเหมือนไป๋หยุนเฟยจะฟื้นฟูร่างกายได้ไม่น้อยแล้ว

                ไป๋หยุนเฟยเก็บทวนเปลวอัคคีที่วางพาดขวางหน้าตักใส่ไว้ในแหวนช่องมิติจากนั้นบีบนวดกำปั้นพร้อมกับพยักหน้าด้วยท่าทีพึงพอใจ“ยาชามที่อวี้เหอให้ข้าดื่มนับว่ามีประสิทธิภาพเหลือเชื่อหากข้าใช้เพียงพลังวิญญาณเพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างมากก็ได้เพียงครึ่งเดียวของยามนี้ดูจากอาการตอนนี้ อย่างมากสามวันข้าก็จะหายเป็นปกติ”

                ชั่วขณะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงอันนุ่มนวลของอวี้เหอแว่วเข้ามา “พี่หยุนเฟยท่านตื่นแล้วหรือไม่?ข้านำอาหารเช้ามาให้ท่าน”

                “โอข้าตื่นแล้ว เข้ามาเถอะอวี้เหอ”

                ประตูถูกผลักเปิดอย่างแผ่วเบาพร้อมกับอวี้เหอเดินประคองชามโจ๊กเข้ามานางแย้มยิ้มให้แก่ไป๋หยุนเฟยก่อนจะวางชามลงบนโต๊ะและกล่าวว่า “พี่หยุนเฟยท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือไม่?”

                ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะยิ้มแย้มพลางกล่าวว่า“อืม ข้าดีขึ้นมากแล้ว ภายในสองวันสมควรหายเป็นปกติ อวี้เหอเจ้าไม่ต้องกังวล”

                “โอดียิ่งนัก ท่านควรรีบรับประทานโจ๊กก่อนแล้วค่อยรักษาอาการบาดเจ็บต่อหรือท่านจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศก็ได้”

                “ตกลงขอบคุณเจ้ามากอวี้เหอ หากข้าต้องการอันใดจะบอกต่อเจ้าเอง” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ากล่าววาจา

                “ถ้าเช่นนั้น...ข้าไม่รบกวนท่านแล้วพี่หยุนเฟย ยามเที่ยงข้าค่อยนำอาหารมาให้ท่านอีก”

                หลังจากมองดูฉู่อวี้เหอจากไปไป๋หยุนเฟยรับประทานโจ๊กแล้วจึงนั่งลงบนเตียงฝึกปรือพลังวิญญาณอยู่ชั่วขณะแต่ก็พบว่าฝึกปรืออย่างยากลำบากอีกทั้งไม่อาจรวบรวมสมาธิได้ ด้วยความอับจนปัญญาไป๋หยุนเฟยไม่มีทางเลือกได้แต่ตัดสินใจออกไปเดินเล่นด้านนอกเพื่อผ่อนคลายจิตใจ

                หลังออกมาจากห้องไป๋หยุนเฟยจึงมองดูรอบข้างนี่เป็นเรือนรับรองที่มีห้องพักอยู่ห้าห้อง ด้านนอกมีถนนสายเล็กที่ปูด้วยแผ่นหินสองฟากข้างถนนเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าหลากสีที่กำลังโบกไสวใต้สายลมคราแรกที่ได้พบเห็นก็ทำสร้างความแช่มชื่นทั้งดวงตาและจิตใจ

                ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยจะก้าวเท้าออกไปชมดูคนผู้หนึ่งที่ประตูด้านขวามือก็หันกายมากลับมา ทันทีที่สบตากันไป๋หยุนเฟยต้องประหลาดใจอย่างยิ่งแต่อีกฝ่ายกลับเพียงแย้มยิ้มให้

                “หงยิน!”ไป๋หยุนเฟยกล่าวอย่างประหลาดใจ “ไฉนท่านอยู่ที่นี่?”

                หงยินกล่าวกลั้วหัวเราะว่า“อะไรกัน? ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้หรือ?”

                “เอ่อไม่ ข้าหมายความว่า หรือท่านเป็นศิษย์สำนักหลิวขจี?” ไป๋หยุนเฟยเอ่ยปากถามอย่างสงสัย

                “หรือผู้ที่พำนักอยู่ในสำนักหลิวขจีต้องเป็นศิษย์ของสำนักด้วย? เจ้าก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ?ฮ่า ฮ่า ข้าเพียงมาพักที่นี่ไม่กี่คืนเท่านั้น”

                ไป๋หยุนเฟยมองอีกฝ่ายอย่างจริงจังหงยินก็ไม่หลบสายตาทั้งยังมองกลับมาอย่างยิ้มแย้ม ไป๋หยุนเฟยถึงรั้งสายตากลับมาก่อนจะเอ่ยปากขึ้นหลังจากใคร่ครวญอยู่ชั่วขณะ“ไฉนท่านจึงช่วยเหลือข้าเช่นนี้?พวกเรา... พวกเราไม่ได้มีความเกี่ยวพันอันใดต่อกันไม่ใช่หรือ?”

                “ฮ่าฮ่า มิผิด เมื่อวานซืนพวกเราไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย” หงยินพยักหน้ากล่าว“แต่เจ้าไม่ต้องระแวงไป อย่างน้อยข้าก็ไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้าไม่ใช่หรือ?”

                เห็นดวงตาไป๋หยุนเฟยยังคงฉายแววสงสัยหงยินจึงอดไม่ได้ต้องกล่าวว่า “เอาเถอะ ข้าบอกต่อเจ้าได้อีกอย่างข้าทราบว่าเจ้ามีความสัมพันธ์กับสำนักชะตาลิขิตมิหนำซ้ำผู้อาวุโสเกออี้หยุนยังไปพบเจ้าด้วยตนเองดังนั้นข้าจึงต้องการเป็นสหายกับเจ้าบางทีวันหน้าพวกเราอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือกัน...”

                “ข้าจะช่วยเหลือท่านอย่างไร? ท่านฝีมือสูงส่งกว่าข้ามากมายยังมีเรื่องใดที่ข้ายังจะช่วยเหลือท่านได้อีก?”

                “ยามนี้ย่อมเป็นเช่นนี้แต่ผู้ใดกล้าพูดว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร?”

                ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดจนคิ้วขมวดแนบแน่นไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวอย่างจริงใจว่า“ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าต้องขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับความช่วยเหลือจากท่านเมื่อวานนี้หากไม่ใช่ท่าน ข้าคงไม่อาจตัดใจได้ง่ายดายเพียงนี้”

                เมื่อวานภายในตรอกหงยินบอกต่อไป๋หยุนเฟยว่าวันที่มันอยู่ในหอเร้นลับสุขสันต์หลิวเฉิงเฝ้าจับตาดูอยู่ในเงามืดมิหนำซ้ำยังเตือนอีกว่าหลิวเฉิงและหลิวเมิ่งที่อยู่ข้างกายไป๋หยุนเฟยดูคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง

                ต้องขอบคุณคำเตือนจากหงยินที่ทำให้ไป๋หยุนเฟยเชื่อมโยงเรื่องราวที่น่าสงสัยเข้าด้วยกันได้จึงตัดสินใจ‘หงายไพ่’ก่อน มันไปหาหงยินขอให้ส่งข่าวยังสำนักหลิวขจีเพื่อขอความช่วยเหลือ

                “ฮ่าฮ่า นับว่ายังดีที่เจ้าเชื่อถือข้าน้องชายหยุนเฟยที่จริงผู้คนสมควรปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจ แม้ไม่ผิดอันใดที่จะระวังตัว แต่เจ้าก็วะแรงสงสัยทุกเรื่องราวมากไปเจ้าคงอยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างเหินจากผู้คนมาตลอดกระมัง?”

                เมื่อได้ยินคำพูดหงยินไป๋หยุนเฟยจึงตะลึงงันไปชั่วขณะ มันประสานมือคารวะพร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าละอายใจ“นี่... ขอบคุณพี่หงยินที่ชี้แนะ”

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734