ตอนที่ 16 ดวงแก้วของเยติ
อากาศหนาวยามเช้าโถมเข้าใส่สมาชิกทีมทั้งหกคน ฟราสันใช้ตนเองยืนกันลมให้คู่หมั้นตัวเอง ในขณะที่สองพี่น้องรีบจ้ำอ้าวขึ้นรถม้าไปอย่างรวดเร็วในพวกเขามีเพียงมิเนอร์วาก้าวเท้าอย่างมั่นคงด้วยความเร็วปกติราวกับไม่สนใจอากาศหนาวที่พัดใส่ตัวเธอด้านหลังไม่ไกลมีเด็กหนุ่มร่างเล็กปั้นหน้าเจ็บปวดเป็นระยะพร้อมใช้มือประคองใบหน้าตลอดเวลา‘นี่มันกะฆ่ากันชัดๆ ถ้าโดนเต็มๆคอคงหักไปแล้ว’มือข้างที่เคยสัมผัสความนุ่มถูกยกขึ้นมองไม่รู้ทำไมเขาเผลอขัยบนิ้วทั้ง5ไปมาคล้ายว่ากำลังบีบบางสิ่ง“ไม่ได้แบนอย่างที่คิดแฮะ”“จะเพ้ออีกนานไหม”น้ำเสียงอำมหิตดังจากภายในรถม้า สาวผมดำไม่คิดแม้แต่จะมองหน้าเชส ทำเหมือนเขาเป็นสิ่งปฏิกูล เป็นของเสียที่ไม่ควรค่าแก่การใช้สายตามอง“มาแล้ว...อ๊อก”พูดไม่ทันจะเสร็จดีความเจ็บปวดพลันแล่นเข้าเล่นงานอีกครั้ง‘ขนาดใช้เวทเร่งการรักษาแล้วนะ’ ใช้เวลาเพียงแค่สองชัวโมงกว่าเท่านั้นพวกเขาก็เข้าสู่อาณาเขตภูเขาหิมะอย่างที่ต้องการ ตามทางมองเห็นผู้คนมากหน้าหลายตากำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน เดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาคือเหล่านักผจญภัยที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะได้รับโชคจากดันเจี้ยนแห่งนี้ แม้จะไม่ได้สมบัติแต่ชิ้นส่วนร่างกายของเยติก็มีค่ามากเกินกว่าจะมองข้ามยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆก็ยิ่งพบว่ามีร้านรวงต่างๆตั้งเรียงรายขายของให้กับนักเดินทางโดยไม่เกรงกลัวอากาศหนาวกันเลย“ลงที่นี่แหละ เราจะเดินกันต่อเอง”มิเนอร์วาแจ้งคนขับรถม้าส่วนตัวที่เรียกมาจากพระราชวัง อีกฝ่ายตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะบังคับให้ม้าหยุด ทั้งหกลงจากรถม้าและเริ่มเดินเท้าเข้าใกล้สถานที่ ระหว่างนั้นไม่มีทีท่าว่าพาร์ทเนอร์สาวจะหันมองหน้าเขาแม้แต่น้อยภูเขาสูงเกือบ3400เมตรปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนทั้งหมด อุณหภูมิ-12องศาแตกต่างจากเมืองก่อนหน้านี้ลิบลับราวกับเป็นคนละโลก เชสกวาดมองพ่อค้าแม้ขายที่กำลังตะเบ็งเสียงเชิญชวนลูกค้าเข้าร้านตั้งแต่เช้า“เร่เข้ามา อัญมณีทำจากดวงแก้วของเยติระดับสูง ของดีหาไม่ได้อีกแล้ว”ประจวบเหมาะกับที่เดินผ่านร้านอัญมณี สาวตัวเล็กอย่างเอริก้าอดไม่ได้ที่จะปรี่เข้าไปดูสินค้าที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศ“ว้าว สวยจัง”รุ่นพี่สาวจ้องอัญมณีสีฟ้าที่ถูกนำไปทำเป็นสร้อยคอด้วยตาเปร่งประกาย สมาชิกคนอื่นไม่มีทางเลือกจึงต้องตามเจ้าสมทบ“ริก้าอยากได้หรอ”ฟราสันใช้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม รอยยิ้มกว้างยังประดับบนหน้าเช่นเคย เจอคำถามตรงประเด็นเธอก็ไม่คิดอ้อมค้อมพนักหน้ารัวๆเป็นการตอบรับ“พ่อค้าว่าราคามา”ฟราสันเงยหน้าจ้องพ่อค้ากลางคนที่อายุราว30ปลายๆ ผมสีเงินดูกระเซิงและมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้าบริเวณคอห้อยจี้บางอย่างเอาไว้ด้วยเชือกเก่าๆ“ฮ่าฮ่า คุณหนูท่านนี้ตาถึงจริงๆ นี่คือสร้อยเลอค่าที่ทำจากดวงแก้วของมอนสเตอร์เยติระดับสูง พิสูจน์ได้จากระดับความใสของมัน ยิ่งปีศาจเจ้าของดวงแก้วมีระดับสูงมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งสวยและแพงขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นสร้อยเส้นนี้มีคุณสมบัติทำให้กลายเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ได้ด้วย”พ่อค้าเอ่ยยกยอสรรพคุณของสินค้าตัวเอง อุปกรณ์เวทมนตร์คือสิ่งของที่มีแกนมานาในตัวสามารถบรรจุพลังเข้าไปและใช้เวทมนตร์ผ่านมันได้ ยกตัวอย่างเช่นคทาของเชสเป็นต้น เมื่อได้ยินว่ามันสามารถทำอะไรได้ก็อดไม่ได้ที่เชสจะเริ่มรู้สึกสนใจ“ดวงแก้วของเยติหรอ”“ใช่แล้ว ดวงแก้วหรือภาษาชาวบ้านคือดวงตาเยติ อัญมณีขึ้นชื่อของแถบนี้”“ไม่ต้องพูดมาก บอกราคามา”ฟราสันเริ่มทำตัวเหมือนคุณชายตระกูลมาควิสอย่างขึ้น ทั้งที่ตอนอยู่บนรถม้าคุยกันเขาไม่ได้ออกอาการหรือน้ำเสียงหยิ่งยโสแม้แต่น้อย ออกจะเป็นพี่เบิ้มอารมณ์ดีเสียด้วยซ้ำ“ฮ่าฮ่าฮ๋า คุณชายไม่ต้องรีบร้อน ของชิ้นนี้ราคาไม่แพงแค่520000ริส จิ๊บๆเอง”พ่อค้าฉีกยิ้มร่า เชสแทบอยากจะเข้าไปบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือ520000 จิ๊บบ้าแกสิ นั่นมันมากกว่า5เท่าของราคาคทาของเขาด้วยซ้ำ และประโยคต่อมาแทบจะทำให้เขาหันไปจนคอหัก“แค่นี้เอง ซื้อ”‘ไอ้ยักษ์บ้าเอ้ย แพงขนาดนั้นยังจะซื้ออีกหรอ’ในใจสาปแช่งพวกลูกหลานตระกูลใหญ่พวกนี้ที่ใช้เงินไม่ดูตาม้าตาเรือ เด็กหนุ่มมองไปยังพาร์ทเนอร์สาวพร้อมปล่อยสายตาเว้าวอนขอให้เธอเปย์เขาบ้างทว่าสบตากันได้ไม่ถึงวินาทีสายผมดำก็สบัดหน้าหนีไปอีกทาง ฟราสันหยิบกระเป๋าเงินออกมานับธนาคารก่อนจะเบ๊ะปาก“รับเช็คไหม”เห็นได้ชัดว่าฟราสันไม่ได้พกเงินสดมามากขนาดนั้น พ่อค้าทำหน้าลำบากใจแต่ไม่ทันจะเอ่ยปฏิเสธเช็คใบหนึ่งพลันยื่นมาข้างหน้า“ฟราสัน แม็กนุส คุณชายเป็นคนจากตระกูลมาควิสแม็กนุสรึขอรับเนี่ย”ได้เห็นชื่อและตราประทับบนเช็คหน้าหมองกลายเป็นสดใสในทันที เขาเชื่อว่าเช็คใบนี้ไม่ช่ของปลอม ใครกันจะกล้าอ้างชื่อขุนนางใหญ่ผู้ร่ำรวยระดับต้นๆของอาณาจักร“รู้ดีนี่ถูกต้อง ฮิกสัน แม็กนุส เป็นพ่อของฉันจะรับไหม”พ่อค้ารีบรับเช็คเข้าเสื้อคลุมอย่างเร็วก่อนจะประเค็นสร้อยคอสีฟ้าใสมอบให้ชายร่างโต ฟราสันไม่รอช้าคว้าสร้อยมาและสวมให้คู่หมั้นสาวและรับการหอมแก้มจากเอริก้าเป็นรางวัล“เสียมากเวลามากแล้ว ไปเถอะ”“จ้า ขอโทษนะทุกโคน~”เอริก้าร้องตอบด้วยความร่าเริงพลางเข้าไปเกาะแขนมิเนอร์วาที่กำลังเดินนำทุกคนเข้าสู่ดันเจี้ยนภูเขาหิมะ ภายใต้สายตาของพ่อค้าที่ยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อเข้ามาด้านได้ไม่นานพวกเขาเป็นต้องตะลึง โถงถ้ำกว้างจนสามารถยัดหมู่บ้านขนาดกลางข้ามาได้สบายๆ กลุ่มนักผจญภัยประมาณ4-5กลุ่มยืนพูดคุยกัน สุดโถงด้านหนึ่งคือวงเวทใหญ่สลักไว้ที่พื้น“นั่นคือวงเวทเคลื่อนย้ายที่จะพาเราเข้าดันเจี้ยน ตอนอยู๋ในวงเวทให้จับมือกันไว้มันจะไม่แยกเราจากกัน อีกอย่างคือรูที่เราถูกวาปเข้าไปสามารถเชื่อมกับรูอื่นได้ด้วยต้องระวังการลอบโจมตีให้ดี เคลื่อนที่ตามแผนที่วางกันไว้”ทุกคนพยักหน้ารับ ไม่จำเป็นต้องรีรออีกต่อไปทั้งหกเข้าไปยืนในวงเวท ทันทีที่เท้าของ1ใน6แตะเส้นของวงเวท พลันเกิดเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้งภูเขา เสียงอันเต็มไปด้วยความแค้นและเกลียดชังสร้างแผ่นดินไหวรุนแรงจนบางคนล้มลงกับพื้น“อะไรกันเนี่ย”ยีจีนร้องออกมาขณะจะพยุงน้องสาว แผ่นดินไหวยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครสังเกตเลยว่าสร้อยคอเส้นใหม่ของเอริก้ากำลังเรืองแสง“อันตราย”หินงอกก้อนหนึ่งหลุกลงมาจากเพดานถ้ำตรงเข้าเตรียมบดหัวของมิเนอร์วาให้กลายเป็นเศษเนี้อ ร่างกายขยับไปเองอีกครั้งเชสกระชากหญิงสาวให้พ้นระยะเป็นเวลาเดียวกับที่วงเวทเริ่มทำงาน สมาชิกสอคนอยู่ห่างเกินกว่าจะกลับเข้ารวมกลุ่มทัน ทั้งหกหายไปจากวงเวททิ้งความว่างเปล่าไว้ อั๊กร่างเล็กร่วงกระแทกพื้นจนเสียงก้องกังวาล เขาสัมผัสได้ว่ามาบางสิ่งทับร่างเขาอยู่ ไม่ใช่ใครจะไหน เป็นมิเนอร์วาที่กำลังยันตัวเชสลุกขึ้นเธอจัดแว่นให้เขาที่ก่อนจะรู้ว่าเธอนั่งคร่อมอยู่เบาตัวเขา“ว๊าย”มีน่าถอยกรูดลงจากตัวเชสอย่างรวดเร็วจนจังหวะหนึ่งทำให้เธอเผลอลงน้ำหนังไปจรงส่วนนั้น เด็กหนุ่มได้แต่ตัวงอสองมือเข้ากุมระหว่างหน้าขาวซีด“เป็นอะไรน่ะ อย่ามาทำท่าแปลกๆแถวนี้ได้ไหม”เหมือนจะไม่รู้ตัว องค์หญิงกล่าวเสียงเย็นชาแล้วลุกขึ้นจัดชัดให้เรียกร้อย“ในที่สุดก็ยอมเปิดปากกับฉันสักทีนะ คุณองค์หญิง”เชสเอ่ยประชดเขายันผนังถ้ำขึ้นมายืนอย่างยากลำบากจ้างแผ่นหลังพาร์ทเนอ์คนใหม่ด้วยแววตาเคืองๆเล็กน้อย แน่นอนว่าเธอไม่ตอบประโยคนั้น ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดลง“นี่!!!หันมาคุยกันดีๆได้ไหม เรื่องเมื่อววานกันเป็นอุบัติเหตุ จะอะไรนักหนา—”“ชู่”ยังพูดไม่ทันจบมีน่าพลันส่งเสียงพร้อมยกมือขึ้นสั่งให้เขาหยุดพูด มือเลื่อนลงจับเรเปียร์เตรียมพร้อมต่อสู้ เห็นแบบนั้นเชสเองก็ไม่มีอารมณ์จะบ่นต่อควักคทายาวฟุตครึ่งด้ามเดิมจากใต้ชุดคลุมไหล่เสียงร้องยานครางพร้อมฝีเท้าขณะเดินหนักๆจนพื้นสะเทือนเข้าใกล้ขึ้นมา เงาสองเงาทอดผ่านผนังถ้ำที่เป็นโค้ง ปรากฏร่างขนาดใหญ่เกือบ4เมตรของลิงยักษ์ขนสีเงินเดินด้วยสองขา ลำตัวท่อนบนเต็มไปด้วยมัดกล้ามและแขน4ข้าง ตามของมันคือมีฟ้าขุ่นมัวเมื่อมันพบแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสอง พวกมันพลันทุกกำปั้นเข้ากับลำตัวพร้อมส่งเสียงร้องสนั่นถ้ำ“Enhance Strength / Enchance Agility”“Sword Skill : Thousand Blade”