The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 42 สวรรค์เข้าข้างชัดๆ

    อู๊ดๆๆๆๆๆๆๆ
    ก๊าปๆๆๆๆๆๆ
    เสียงตะโกนโวกเวกโวยวายดังขึ้นจนฟังไม่ได้สรรพนอกจากเสียงหมูเสียงเป็ดร้องไปมาดังระงม สภาพการณ์ตอนนี้ เขาพบว่าพวกมันทั้ง 2 เผ่าพันธุ์กำลังยืนเผชิญหน้ากันที่บริเวณสถานที่จัดเก็บสินค้า

    ต่างฝ่ายต่างสาดประกายสายตาสังหารออกมา แต่ละตัวเสมือนพร้อมกระโจนเข้าใส่อีกฝ่ายหมายมั่นจะฉีกกระชากร่างเป้าหมายให้แหลกคามือ
    เขาไม่รู้สาเหตุจริงๆว่าทำไมพวกมันถึงยืนคุมเชิงกันเช่นนี้ แต่ความจริงแล้วเพราะสิ่งที่เขาทำลงไปทำให้สถานการณ์ทุกอย่างมันลงเอ่ยดังที่เห็น
    ช่วงเวลาที่เขาไล่สังหารเกรมเบิลพิกอยู่นั้น เหล่ากลายพันธุ์ขั้น 3 และ 4 ที่เฝ้ามองอยู่กำลังหาโอกาสเข้ามาจัดการเขา ทว่าพอเขาตัดสินใจตัดระยะหลบหนีออกมา ทำให้พวกมันพลาดท่าและเสียโอกาสลอบโจมตีกลับคืนไป
    จนกระทั่งไล่ตามมาถึงที่แห่งนี้ในที่สุด ทว่าหลังจากที่เขาสังหารพวกเกรมเบิลพิกและหลบหนีออกมาได้สำเร็จนั้น เขาใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ
    ทำให้หลังจากหลบออกมาเขาจึงมีเวลาเหลือเฟือเข้าไปจัดการพวกแบ๊บเบิลดั๊กที่อยู่อีกฝั่ง แต่ด้วยการสังหารอยู่ฝ่ายเดียวอีกทั้ง สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อความสามารถที่เขามี ทำให้การสังหารพวกแบ๊บเบิลดั๊ก นั้นรวดเร็วกว่าตอนสังหารพวกเกรมเบิลพิกอยู่เยอะมาก
    ทำให้เขามีโอกาสไล่สังหารพวกมันได้เป็นจำนวนมากกว่าอีกฝั่งหลายเท่าตัว จากนั้นเขาจึงหลบหนีออกมา โดยเส้นทางที่หลบหนีก็คือทางผ่านที่เขาจะต้องตัดระยะมาสู่สถานที่เก็บสินค้าแห่งนี้
    ดังนั้นเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายที่ไล่ตามมา ด้วยความเร็วของฝั่งแบ๊บเบิลดั๊กที่มากกว่าเกรมเบิลพิก จึงทำให้พวกมันทั้ง 2 เผ่าพันธุ์มาเจอะเจอกันอย่างพอดิบพอดีหลังจากที่เขาหลบหนีออกไปได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
    เหตุการณ์เช่นนี้คงพูดได้เต็มปากว่าสวรรค์เข้าข้างชัดๆ แม้ความจริงตัวเขาที่ยืนดูพวกมันประจันหน้าเข้าหากันอยู่นั้นจะไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆที่ทำให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นนั้นมันมาจากตัวเขาเอง ทว่าหากพวกมันปะทะกันเองย่อมถือเป็นผลดีต่อเขาที่จะลอบฉกฉวยโอกาสอันยอดเยี่ยมเช่นนี้
    ความร้อนระอุทางสายตาของแต่ละฝ่ายเขาสามารถสัมผัสมันได้ถึงประกายสายฟ้าที่วิ่งใส่กันดังชิ้งๆ แม้สถานการณ์ที่เห็นจะแลดูล่อแหลมและไม่พ้นต้องปะทะกันในที่สุด
    ทว่าเขาที่ยืนมองอยู่กับรู้สึกขัดใจและอดไม่ได้ที่จะต้องช่วยสนับสนุนอีกแรง
    "งั้นพ่อจะช่วยเสริมไฟให้ละกัน"
    ฟิ้วๆๆ
    เขาตัดสินใจบีบบังคับให้สถานการณ์มันเข้าจุดพีกทันที โดยโยนเศษเหล็กขนาดพอดีมือ จำนวนหลายชิ้นโยนเข้าใส่กลางวงของพวกมันด้วยความแรงเต็มสิบส่วน
    ระยะทางที่ดูห่างไกลกับหดสั้นลงทันตาเห็นเมื่อแรงส่งที่ขว้างออกมากลับมีวัตถุเหล่านั้นพุ่งทะยานเข้าหาตำแหน่งของพวกมันภายใน 2 วินาที
    เคร้งๆๆๆ
    หลังเสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นพวกมันพลันหันมามอง บางส่วนที่ยืนอยู่ใกล้พลันก้มมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
    "บิงโก"
    "ตูม"
    ทว่าสิ่งสุดท้ายที่พวกมันได้เห็นกลับกลายเป็นประกายแสงเจิดจร้าสาดกระจายไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแรงระเบิดที่อัดกระแทกทุกสิ่งที่ใกล้เคียงให้แหลกกระจายและกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง
    แวบบบบบบ
    ตูมตูมตูมตูม
    แรงระเบิดเกิดการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ต่อสายใยเป็นลูกโซ่ที่ร้อยเรียงกันอย่างสวยงาม เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นส่งผลให้พวกเกรมเบิลพิกและแบ๊บเบิลดั๊กที่อยู่ใกล้เคียงต่างร่างกายแหลกละเอียดและแตกกระจายอย่างสยดสยอง

    เศษชิ้นเนื้อน้อยใหญ่ต่างปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วพื้นบริเวณ เลือดสดต่างสาดกระเซ็นย้อมพื้นที่แถวนั้น ด้วยแรงระเบิลที่ทบทวีเกื้อหนุนกันส่งผลให้แม้แต่ขั้น 3 ก็ไม่อาจหลบรอดพ้นนอกจากยอมทิ้งร่างกายให้แหลกสลายคาแรงระเบิดเท่านั้น

    เสียงระเบิดดังสะนั่นสะท้านสะเทือนไปทั่วบริเวณ ขนาดเขาที่ยืนอยู่ยังอดตกใจกับผลลัพธ์ที่มันเกินคาดไปไกลเช่นนี้ไม่ได้

    แม้จะคาดการไว้ก่อนแล้วว่าแรงระเบิดจะช่วยเกื้อหนุนและเสริมแรงให้มากยิ่งขึ้น ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันกลับเกินกว่าที่คาดไปหลายเท่าตัว เพราะไม่เพียงแค่พื้นที่แถวนั้นจะแหลกละเอียด กระทั่งอาหารแห้งบางส่วนยังถูกระเบิดจนเผาไหม้กลายเป็นจุล

    เพียงเวลา 5 นาที ทุกอย่างก็พลันสงบลง สภาพที่เกิดเหตุเกิดหลุมขนาดย่อมๆหลายสิบหลุม ข้าวของหรือเรือนไม้ต่างๆถูกทำลายเผาไหม้เป็นจุลจนแทบจำเค้าโครงเดิมไม่ได้

    สภาพพวกกลายพันธุ์ในตอนนี้ ต่างไหม้เกรียมจนหอมกรุ่นไม่ต่างจากหมูย่างและเป็ดย่างในอดีตที่เขาเคยลิ้มลอง

    ความหายนะที่เกิดขึ้น มันสุดสะเทือนใจเขาจริงๆ ทว่าทุกสิ่งก็ยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับเขา เมื่อเวลานี้กระทั่งขั้น 4 ของทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีสภาพไม่สมประกอบบ้างแขนและขาขาดหวิ่น บ้างปีกขาดขนไหม่้เกรียม

    เอาจริงๆสภาพพวกมันนั้นไม่ต่างจากรอเขามาเชือดทิ้ง ยิ่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขายิ่งงุนงงหนักเข้าไปใหญ่ จำนวนลูกระเบิดโลหะที่เขาปล่อยลงไป แม้มันจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 ลูก ทว่าแรงระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นมันกลับรุนแรงชนิดที่ว่าเขาปาระเบิดลงไปเป็นร้อยลูก
    เพียงความคิดยุแหย่นิดหน่อยกลับกลายเป็นการลงมือสังหารหมู่อย่างเลือดเย็น เขาอดรู้สึกขนลุกสู่กลับความรุนแรงที่เขากระทำลงไปไม่ได้ แม้จะไม่รู้จริงๆว่าเหตุใดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันถึงรุนแรงได้ขนาดนี้ก็ตาม
    "ช่างเถอะ"
    "ถึงเวลาเก็บเกี่ยวละ"
    ฟุบฟุบตุบ
    เขากระโดลงมาจากตึกแล้วตัดระยะไปยืนบริเวณที่ขั้น 4 มันนอนหมดสภาพ สภาพพวกมันดูน่าสมเพศเวทนาเป็นอย่างมาก
    อสูรกลายพันธุ์ขั้น 4 ระดับวิวัฒนาการขั้นต้น เกรมเบิลลอร์ดพิกความแข็งแกร่งที่บัญญัติไว้ ด้วยกำลังและสติปัญญาผลักดันให้ความเป็นผู้นำเปล่งประกาย ลุกกระโจนทะยานขึ้นมาปกครองเผ่าพันธุ์ที่เหลือรอด พละกำ 150 เท่าสติปัญญา 95 เท่าสติปัญญา 80 เท่า ***จุดเด่นคือพละกำลังและมีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำความสามารถธาตุน้ำมัน


    อสูรกลายพันธุ์ขั้น 4 ระดับวิวัฒนาการขั้นต้น แบ๊บเบิลลอร์ดดั๊กความแข็งแกร่งที่บัญญัติไว้ ด้วยความว่องไวและสติปัญญาผลักดันให้ความเป็นผู้นำเปล่งประกาย ลุกกระโจนทะยานขึ้นมาปกครองเผ่าพันธุ์ที่เหลือรอดพละกำ 90 เท่าสติปัญญา 165 เท่าสติปัญญา 80 เท่า ***จุดเด่นคือความเร็วและมีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำความสามารถธาตุน้ำ



    ???
    ธาตุน้ำมัน!!!
    "มันมีด้วยหรือวะ"
    "หรือเป็นเพราะมัน ที่ทำให้แรงระเบิดนั้นรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว"
    สายตาของเขาพลันก้มมองพวกมันที่มีสภาพยับเยิน แล้วกวาดสายตามองโดยรอบอีกครั้ง จากการสังเกตพบว่าพื้นที่บริเวณฝั่งของพวกเกรมเบิลพิกนั้นมีน้ำมันเจิงนองอยู่เนืองๆ ซึ่งคาดว่าน้ำมันเหล่านี้น่าจะเป็นความสา��ารถที่มาจากลอร์ดพิกแน่นอน
    ทว่าความสามารถที่เกื้อหนุนพวกพ้องกลับกลายเป็นดาบสองคมเมื่อมันเป็นสะพานเชื่อมความหายนะไปสู่พวกตนเองแทน
    แรงระเบิดและการเผาไหม้ส่งผลให้การปะทุที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงในระดับหนึ่ง แต่พอมีตัวช่วยอย่างน้ำมันที่ไหลเจิงนองตามพื้นทำให้มีความเป็นไปได้ที่แรงระเบิดที่ทวีความรุนแรงขึ้นจะมีมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
    ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เวลานี้เขามีโอกาสอันดีที่จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลที่มากองอยู่เบื้องหน้า เพื่อไม่ให้เสียเวลาเขาเริ่มออกเดินไล่ฆ่าทุกตัวที่ยังไม่ตาย ซึ่งต้องใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงในที่สุดเขาก็ฆ่าพวกมันได้จนหมด
    ยกเว้นขั้น 4 เท่านั้นที่เขายังปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งพวกมันเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญอย่างมากสำหรับการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ของเขา
    ตึงๆ
    "ลองหน่อยละกัน"
    เขาที่เดินไปหยุดยืนเบื้องหน้าของลอร์ดพิกและลอร์ดดั๊กที่มองมาทางเขาด้วยแววตาเกรี้ยวกราดที่เห็นเขาไล่สังหารพวกพ้องของมันอย่างเลือดเย็น
    มือขวายื่นออกไปทาบทับที่กลางหน้าอกของลอร์ดพิก พร้อมกับความสามารถที่ถูกเรียกใช้ ซึ่งมาพร้อมกับความคาดหวัง
    ช่วงชิง!!



    หลังการใช้ทักษะอย่างบ้าระห่ำจนครบ 5 ครั้ง เขาจึงได้รับสิ่งที่หวังมาจากพวกมันทั้ง 2 นั่นคือ ความสามารถธาตุน้ำมันและธาตุน้ำ ซึ่งเวลานี้เขาได้มันมาครอบครองแล้ว

    ยังไม่หมดแค่ไหน ค่าสถานะทางพละกำลังของลอร์ดพิกเขาก็สามารถช่วงชิงมันมาได้ ถึง 1 ใน 5 ซึ่งหักลบกลบหนี้ที่เสียค่าพละกำลัง 25 เท่าอย่างถาวรไปเขาก็ยังถือว่าได้กำไรมา 5 เท่าอยู่ดี

    หากเปรียบเทียบผลได้ผลเสียแล้วถือว่าเขาได้กำไรอย่างเห็นๆ โดยเฉพาะกับทั้ง 2 ทักษะนี้ที่ไ่ด้รับมา และเนื่องจากเขาวิวัฒนาการไปแล้ว ช่องทักษะที่เขาสามารถเรียนรู้เพิ่มได้นั้น จึงเพิ่มจากเดิมอีก 5 ช่อง คือ เขาสามารถเรียนรู้ทักษะทั้งแบบเรียนกช้และติดตัวได้อีกอย่างละ 5 ทักษะ

    เมื่อกวาดสินทรัพย์และผลตอบแทนต่างๆไปจนพอใจแล้ว เขาที่เตรียมตัวจะเข้าไปยังสถานที่เก็บสินค้าเพื่อดูว่ามันหลงเหลืออะไรอยู่บ้างก็พลันเอ่ะใจ
    เมื่อสายตาที่มองผ่านศพพวกหมูและเป็ดกลายพันธุ์ทั้งหลายปรากฏเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาในสมอง ซึ่งเป็นการใช้ทักษะเชิงวิเคราะห์แสดงผลออกมา

    เนื้อหมูกินได้!

    เนื้อเป็ดกินได้!

    "เชี่ย!!"


    End










    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน