หลายวันผ่านไป...
หลังจากคุณหนูพลอยใสสอบเสร็จเธอก็เตรียมตัวออกเดินทางเข้าป่า แม้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาแฟนเก่าอย่างแซมจะตามมาง้อถึงคณะ แต่เหล่าเพื่อนๆก็ช่วยกันด่าทอและป้องกันไม่ให้หญิงสาวได้พบเจอกับชายเ้าชู้คนนั้น พลอยใสถามไถ่แต่ละคนว่ามีใครสะดวกไปเที่ยวกับเธอบ้าง แต่เมื่อเพื่อนๆได้เห็น ทริปเดินเขาและที่พักของหมู่บ้านท้องถิ่น ต่างคนก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธโดยทันที
ไม่มีใครอยากจะไปลำบากกับเธอ...เพราะแต่ละคนก็ลูกคุณหนูรักสบายกันทั้งนั้น
“โชคดีละกันนะจ๊ะ”
“เจอกันเทอมหน้านะมึง”
“หวังว่าทริปนี้จะเยียวยาใจได้ล่ะ”
“ฉันกลัวว่าจะเยียวยากายมากกว่า เอาจริงๆแกไปชอปปิ้งกับพวกฉันก็ได้นะ คลายเครียดได้ เหมือนกัน”
เสียงเพื่อนสาวกล่าวขึ้นทีละคน เมื่อพลอยใสได้ยินเช่นนั้นเธอจึงถอนหายใจ แต่ทริปการท่องเที่ยวนี้จะไม่ถูกยกเลิกอย่างแน่นอน เธอเองก็ไม่เคยทำอะไรตัวคนเดียวมาก่อน แถมการท่องเที่ยวนี้ก็ยังท้าทายและเป็อะไรแปลกใหม่สำหรับคุณหนูเช่นเธอมากเช่นกัน เมื่อคิดได้อย่างนั้นกระเป๋าสำภาระทุกอย่างก็เตรียมพร้อม จากนั้นเครื่องบินก็พาลัดฟ้าจากเมืองกรุงขึ้นเหนือทันที...
ณ สนามบิน...
“คุณพลอยใสใช่มั้ยครับ”
“อ๊ะ ใช่ค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยครับ เดี๋ยวขึ้นรถกับกลุ่มนักท่องเที่ยวคันนี้ได้เลย”
รอยยิ้มของพลอยใสฉีกกว้าง เธอรีบหิ้วกระเป๋าเดินทางตามคุณลุง ก่อนจะนั่งรถสองแถวไปกับพวกฝรั่งมากมาย สายตาผู้ชายจับจ้องมาที่เสื้อส่ายเดี่ยวหย่อนยานจากเต้าอันหนักอึ้ง แถมกางเกงยีนส์ขาสั้นก็สั่นจนเกือบจะเห็นบั้นท้ายอยู่แล้ว อากาศร้อนอบอ้าวมันทำให้พลอยใสใส่ชุดที่สะดวกสบาย แต่สำหรับผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถต่างก็หุบขาเอามือกุมเป้านูนแข็งของตัวเองทีละคน
“ถึงแล้วครับ ใช้เวลานานหน่อยนะ”
“บรรยากาศดีจังเลยค่ะ”
“อ้อ หมู่บ้านของหนูยังไม่ถึงนะต้องขับรถเข้าไปอีก ป้ายนี้ลุงจอดให้ฝรั่งลงก่อน”
“ยังไม่ถึงอีกหรอคะ”
“ยัง แต่อีกไม่นานหรอก ได้ข่าวว่ามีหนูคนเดียวไม่ใช่หรอที่ซื้อทริปข้ามเขาไปหมู่บ้านบนดอย”
“หนู…คนเดียวหรอคะ”
“น่าจะใช่ แต่ไม่ต้องห่วง เดินทางไม่ถึงวันก็ถึงแล้ว พรานของหมู่บ้านนั้นเก่งเชียวล่ะมันจะพาหนูไปเอง”
“….ค่ะ”
หญิงสาวพึมพำไปตลอดทาง พลอยใสก็พึ่งนึกได้ว่า่นี้มันเป็่ต้นฤดูฝน ใครกันจะอยากปีนเขาใน่เวลานี้ แต่จะให้หันหลังกลับไปก็คงไม่ทันแล้ว เมื่อรถสองแถวขับผ่านเขาจนเข้ามาถึงหมู่บ้านหญิงสาวก็ถูกต้อนรับเป็อย่างดี
เธอต้องนอนค้างหนึ่งคืนเพื่อจะได้ออกเดินทางแต่เช้า และที่พักก็เป็บ้านของลุงเทิด....พรานป่าร่างสูงใหญ่ที่จะพาคุณหนูพลอยใสเดินทางไปพักใจบนยอดเขา
“ห้องเล็กหน่อยนะหนู”
“ไม่เป็ไรเลยค่ะคุณป้า”
“นึกยังไงล่ะถึงได้อยากเดินป่า่นี้”
“คือ…แค่อยากพักผ่อนน่ะค่ะ”
พลอยใสบอกเมียพรานป่าที่พาเธอมายังห้องนอน
หญิงสาวไม่กล้าตอบว่าเธอคิดน้อยเกินไปจนลืมดูฤดูสำหรับการท่องเที่ยว รอยยิ้มหวานสวยจึงทำได้เพียงเปรยยิ้มจางๆและเดินเข้าไปจัดของในห้อง เธอคิดถูกจริงๆที่เลือกมาตอนนี้ เพราะนักท่องเที่ยวไม่มากและบรรยากาศหมู่บ้านก็ดีสุดๆ ส่วนลุงพรานป่าที่มาช่วยเธอยกกระเป๋าสัมภาระก็ดูท่าทางเป็มิตรและใจดี
แถมชายรุ่นพ่อคนนั้นก็ยังมองเธอด้วยสายตาเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน แม้ใบหน้าจะดิบเถื่อนเพราะผิวดำหยาบกร้านและหนวดดกหนาเต็มปาก แต่ร่างกายกำยำแข็งแรงทึนทึกก็ทำให้คุณหนูสบายใจ เพราะถ้าหากเกิดอะไรขึ้นในป่า ลุงเทิดคนนี้คงช่วยเธอได้อย่างรวดเร็วแน่นอน