ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 เรื่องวุ่นวายในบ้านของเขา

            หวาชิงเสวี่ยเห็นฟู่ถิงเย่ถูกสวนกลับจึงอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านแม่ทัพแค่เป็นห่วงข้าเท่านั้น เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ...”

            คนทั้งสองกำลังจูงมือกันเดินออกไปฟู่ถิงเย่รู้สึกว่ามันขัดหูขัดตามากเหลือเกิน จึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ทานอาหารเช้าก่อนค่อยไปเถอะ”

            “จะกินอาหารเช้าอะไรที่นี่!”หลี่จิ่งหนานจูงหวาชิงเสวี่ยเดินออกไป กล่าวโดยไม่หันหน้ากลับมามอง “พวกเราไปกินที่หอเซียนเค่อไหลสิเปาไส้เนื้อปูที่นั่นเป็นที่สุดของเมืองหลวงเลยนะ! ไปเร็ว...”

            หวาชิงเสวี่ยถามเขา“เจ้ารู้ได้อย่างไร? เจ้าออกนอกวังบ่อยหรือ?”

            “ข้าไม่ได้ออกนอกวังแต่เสี่ยวโต้วจื่อออกไปทำธุระนอกวังบ่อยๆ เขานี่แหละที่บอกข้า” หลี่จิ่งหนานหันไปถามเสี่ยวโต้วจื่อที่อยู่ข้างกาย“เสี่ยวโต้วจื่อ เปาไส้เนื้อปูอร่อยจริงหรือไม่?”

            เสี่ยวโต้วจื่อก้มหน้าลงตอบอย่างนอบน้อม“บ่าวก็ฟังคนอื่นพูดมาพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่าพ่อค้าที่มาจากต่างเมืองทุกคนล้วนอยากมาที่หอเซียนเค่อไหลเพื่อลิ้มลองเปาไส้เนื้อปูสักจานถึงจะเรียกว่าได้มาเยือนเมืองหลวงจริงๆ”

            “น่าสงสาร ที่แท้ก็ยังไม่เคยกินนี่เอง”หลี่จิ่งหนานตบไหล่ของเสี่ยวโต้วจื่ออย่างใจกว้าง “วันนี้ตามข้ามาสิ เจ้าจะได้ลิ้มรสของอร่อยแน่นอน!”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาท...”

            ทั้งสามคนเดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆเหล่าองครักษ์หลวงด้านข้างก็พากันเดินตามไปด้วย คนและม้ามากมายเคลื่อนที่ออกไปจากบริเวณคฤหาสน์ชานเมือง

            ฟู่ถิงเย่ได้แต่มองหวาชิงเสวี่ยถูกฮ่องเต้พาตัวไปโดยที่นางไม่ได้หันมามองเขาเลยแม้แต่น้อย ภายในใจจึงรู้สึกสับสนปนเป...

            ผู้หญิงคนนี้หัวใจทำด้วยอะไรกันแน่?

            ลุงโจว พ่อบ้านชราที่อยู่ข้างกายกล่าวเบาๆว่า “คุณชาย ดูเหมือนว่าแม่นางหวาจะสนิทสนมกับฮ่องเต้มากเลยนะขอรับ?”

            ฟู่ถิงเย่มองไปยังกลุ่มคนที่กำลังเดินออกไปไกลสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฮูหยินผู้เฒ่า”

            ลุงโจวก้มหน้าลงตอบรับ

            ...

            ในรถม้า หลี่จิ่งหนานยังคงพูดไม่หยุด

            “...ข้ารู้ว่าพวกเจ้าจะมาถึงเมื่อวานเลยตั้งใจพาคนไปรอที่ประตูเมือง ใครจะไปคิดว่าฟู่ถิงเย่ขี้เกียจขนาดนั้นกัน! เห็นชัดๆว่าถ้าเร่งรีบหน่อยก็จะมาถึงก่อนเวลาห้ามออกนอกเรือนได้แล้ว เขาดันกลับไปนอนที่คฤหาสน์ชานเมืองเสียนี่!”

            หลี่จิ่งหนานคิดถึงเรื่องนี้ก็โมโห“ข้าต้องรอที่ประตูเมืองตั้งนาน! โชคดีที่ข้าฉลาด เดาว่าเขาอาจจะไปพักที่คฤหาสน์ชานเมืองแต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าคฤหาสน์ชานเมืองของจวนโหวที่ตั้งอยู่นอกตัวเมืองเซิ่งจิงนั้นมีมากเพียงใด?แค่ที่ใกล้ๆ ก็มีหกเจ็ดแห่งแล้ว! ข้าส่งคนออกไปตามหาทั้งคืน ถึงได้รู้ว่าเจ้าตามเขามาที่นี่พอฟ้าสว่างก็เลยรีบมาหา!”

            “เมื่อคืนวานเจ้าไม่ได้นอนเลยหรือ?”หวาชิงเสวี่ยรู้สึกตกใจกับการกระทำที่ออกนอกหน้าเช่นนี้ของหลี่จิ่งหนาน

            “นอนแล้วๆ สองสามชั่วยามเห็นจะได้”หลี่จิ่งหนานเจอตัวหวาชิงเสวี่ยแล้ว อารมณ์ก็ดีขึ้น ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนอนน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว“โชคดีที่ข้ามา ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าเขาจะซ่อนเจ้าเอาไว้ถึงเมื่อไหร่ ข้าว่าเขาไม่ได้คิดจะพาเจ้าเข้าเมืองเลยสักนิด!”

            เมื่อหวาชิงเสวี่ยนึกถึงความผิดปกติต่างๆของฟู่ถิงเย่ บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ได้...

            “บางที...บางทีอาจจะเป็นเพราะกังวลว่าชาวเหลียวจะทำร้ายข้าก็ได้”หวาชิงเสวี่ยบอกหลี่จิ่งหนานด้วยความรู้สึกสับสน “เจ้าคงไม่รู้ ทหารเหลียวเคยคิดจะลักพาตัวข้าไปครั้งหนึ่งและยังมีครั้งหนึ่งที่แคว้นหนานจ้าวคิดจะลักพาตัวข้าไปเหมือนกัน”

            หวาชิงเสวี่ยพูดอย่างจริงจัง“ตอนนี้ข้าเป็นคนที่หลายต่อหลายคนอยากจะแย่งตัวละ”

            “ฝันไปเถอะ!” หลี่จิ่งหนานแสดงสีหน้าดูถูกออกมาก่อนจะกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง “เพราะอย่างนั้นเจ้าอยู่เมืองหลวงถึงจะปลอดภัยที่สุดอยู่ชายแดนแล้วเกิดอะไรขึ้นมา จะตามไปช่วยก็คงไม่ทัน”

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะ“คงไม่เกิดเรื่องอะไรหรอกน่า มีท่านแม่ทัพฟู่อยู่ทั้งคน”

            หลี่จิ่งหนานไม่เห็นด้วย“เขาดูแลเจ้าไปทั้งชีวิตไม่ได้หรอก”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรในใจคิดว่า เขาก็มีแผนจะดูแลข้าไปทั้งชีวิตจริงๆ นั่นแหละ...

            “แต่ว่า...” หลี่จิ่งหนานเปลี่ยนเรื่องกะทันหันใบหน้าเล็กๆ แสดงออกถึงความเจ้าเล่ห์ “ก็ไม่แปลกที่เขาไม่มีแก่ใจจะพาเจ้าเข้าเมืองแค่เรื่องที่บ้านของเขาก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว”

            “ที่บ้านเขามีเรื่องอะไรหรือ?”หวาชิงเสวี่ยถามด้วยความสงสัย

            “เจ้าไม่รู้หรือ?”หลี่จิ่งหนานเบิกตากว้าง ก่อนจะเข้าใจในทันที “จริงสิ เจ้าจะรู้ได้อย่างไร...เมืองชายแดนเล็กๆอย่างนั้น คนที่นั่นย่อมไม่รู้เรื่องของจวนโหวที่อยู่ในเมืองหลวง ไม่มีใครบอกเจ้าได้หรอก”

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินก็นิ่งเงียบไป“...ตกลงว่ามันเรื่องอะไรกันแน่?”

            หลี่จิ่งหนานหรี่ตาลงก่อนตอบ“ความจริงก็ไม่มีอะไร แค่...ท่านแม่ทัพฟู่กับฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ของตระกูลไม่ค่อยถูกกันเท่าใดนักเขาเลยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะกลับเมืองหลวง”

            หลี่จิ่งหนานพูดพลางหัวเราะด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์“ไม่อย่างนั้นจะหนีไปซ่อนที่คฤหาสน์ชานเมืองทำไมกัน? ข้าเดาว่าเขาคงจะส่งคนไปเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่าก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปโดนตำหนิกับโดนลงโทษ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ...”

            หวาชิงเสวี่ยฟังแล้วยังไม่เข้าใจถามว่า “ทำไมถึงไม่ถูกกันล่ะ? พวกเขาไม่ใช่แม่ลูกกันหรอกหรือ?”

            “อย่างไรก็ไม่ใช่แม่ลูกแท้ๆ”หลี่จิ่งหนานส่ายหน้า ยู่ปากแล้วพูดว่า “ในช่วงแรกๆ ท่านโหวผู้เฒ่าไม่มีบุตรกับภรรยาเลยไปรับฟู่ถิงเย่ที่เป็นลูกหลานในตระกูลมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเพื่อที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์แต่พอฟู่ถิงเย่อายุได้เจ็ดแปดขวบ ภรรยาของท่านโหว หรือก็คือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ ก็เกิดตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิดและให้กำเนิดบุตรชายออกมาตอนนั้นฟู่ถิงเย่เป็นถึงผู้สืบทอดของจวนโหวแล้ว แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ยืนยันจะให้ท่านโหวผู้เฒ่าแต่งตั้งลูกชายของตนเป็นผู้สืบทอดแทนตอนนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โต คนทั้งเซิ่งจิงต่างก็รู้เรื่อง”

            หลี่จิ่งหนานเห็นหวาชิงเสวี่ยยังทำหน้างงๆก็กลัวว่านางจะไม่เข้าใจ จึงอธิบายต่อ “การแต่งตั้งผู้สืบทอดนั้นต้องมีพระราชโองการจากฮ่องเต้แคว้นต้าฉีไม่เคยมีประเพณีการเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดมาก่อน แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ก็ยังยืนกรานจะให้เปลี่ยนสุดท้ายท่านโหวผู้เฒ่าไม่ยอม นางเลยไปขอความช่วยเหลือจากเสด็จแม่ ด้วยการขอร้องจากเสด็จแม่เสด็จพ่อของข้าเลยต้องจำใจยอมออกราชโองการเปลี่ยนบุตรชายคนรองของตระกูลฟู่เป็นผู้สืบทอดแทน”

            หลังจากนั้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนอาจจะมีความสงสารในตัวฟู่ถิงเย่หรืออาจจะเห็นว่าฟู่ถิงเย่เป็นคนที่มีความสามารถ ก็เลยตั้งใจที่จะดูแลและส่งเสริมฟู่ถิงเย่อย่างลับๆ

            หวาชิงเสวี่ยฟังแล้วก็เข้าใจในที่สุดแล้วพึมพำกับตัวเอง “ที่แท้เขาก็ยังมีน้องชายด้วย...”

            “ไม่มีแล้ว” น้ำเสียงของหลี่จิ่งหนานแฝงไปด้วยความสะใจ“คลอดออกมาไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ได้ยินมาว่าสุขภาพอ่อนแอมาแต่เกิด แค่เป็นหวัดเล็กน้อยก็ถูกลมหนาวเอาชีวิตไปทุกคนก็เลยลือกันลับหลังว่าเป็นเพราะฮูหยินผู้เฒ่าเลี้ยงดูบุตรชายอย่างประคบประหงมมากเกินไปจนเป็นเช่นนั้น”

            หวาชิงเสวี่ยมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ“เจ้าอายุแค่แปดเก้าขวบไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้รู้เรื่องในตอนนั้นดีขนาดนี้?”

            “เสด็จพ่อของข้ากล่าวว่าฟู่ถิงเย่เป็นขุนนางไร้ผู้สนับสนุนที่สามารถฝากฝังให้ทำการใหญ่ได้จึงเล่าเรื่องของเขาให้ฟังมากมาย” หลี่จิ่งหนานพูดพลางแบมือยักไหล่ “แล้วทุกครั้งที่ฟู่ถิงเย่เข้าเมืองหลวงเรื่องเก่าๆ พวกนี้ก็มักจะถูกขุดขึ้นมาพูดคุยกันใหม่ ข้าว่าคงจะยากที่จะไม่รู้เรื่องนี้”

            หวาชิงเสวี่ยถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วพูดว่า “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ดูอารมณ์ไม่ดี”

            “เอ๊ะ?เขาอารมณ์ไม่ดีด้วยหรือ?” หลี่จิ่งหนานพยายามนึกภาพตามแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่างออกไป ในความทรงจำของเขา ฟู่ถิงเย่ไม่ว่าตอนไหนก็เป็นคนหน้าบูดบึ้งไม่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา

            “หนวดเคราของเขาดูดีขึ้นนะ”หลี่จิ่งหนานนึกออกหลังจากที่คิดอยู่พักใหญ่

            หวาชิงเสวี่ยตอบกลับอย่างภาคภูมิใจ“ข้าเป็นคนตัดแต่งให้เขานี่!”

            หลี่จิ่งหนานพูดว่า“ดีเลย! ไว้ข้ามีหนวดเมื่อไหร่ เจ้าก็ช่วยตัดแต่งแบบนั้นให้ข้าบ้างนะ!”

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินก็หัวเราะออกมาดังลั่น“เจ้าจะไว้หนวดหรือ?! ฮ่าฮ่าฮ่า...ต้องรอกี่ปีกันเล่า!ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”

            ใบหน้าเล็กๆ ของหลี่จิ่งหนานแดงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าอายุเก้าขวบแล้วนะ อีกไม่นานก็จะมีหนวดแล้ว!”

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะจนท้องแข็งในหัวนึกภาพฮ่องเต้ตัวน้อยที่มีหนวดเคราขึ้นเต็มหน้าก็ยิ่งหัวเราะจนตัวงอ

            ด้านนอกรถม้า เสี่ยวโต้วจื่อที่เดินตามอยู่ได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานแว่วออกมาจากข้างในก็ได้แต่ทำหูหนวกตาบอดแสดงท่าทางเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด

            ในใจของเสี่ยวโต้วจื่อรู้สึกซาบซึ้งเหลือเกินโลกใบนี้คงจะมีแค่หวาชิงเสวี่ยคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถล้อเลียนฮ่องเต้ได้อย่างไม่เกรงกลัวและยังไม่ถูกตัดหัว

            แม้กระทั่งไทเฮาในตอนที่พูดคุยกับฮ่องเต้ก็ยังไม่ได้เป็นกันเองขนาดนี้

            ฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์ยิ่งนักแล้วก็จริงที่ยังขาดความน่าเกรงขามต่อหน้าเหล่าขุนนางในราชสำนัก แต่ถึงอย่างไรพระองค์ก็คือฮ่องเต้

            อย่างน้อยที่สุด ในสายตาของเหล่าขันทีและนางกำนัลในวังหลี่จิ่งหนานก็คือผู้ที่กุมอำนาจความเป็นความตายเอาไว้ เพราะยังเยาว์จึงเอาแต่ใจ และเพราะว่าเอาแต่ใจจึงก้าวร้าวรวมถึงอารมณ์แปรปรวนง่าย...

            ...

            รถม้าหยุดอยู่หน้าประตูใหญ่สีแดงชาดบานหนึ่ง

            ประตูใหญ่และกำแพงสูงหลังคาประดับด้วยกระเบื้องสีเขียวครามและผนังสีขาว ที่หน้าประตูมีสิงโตหินสองตัวดูสง่าผ่าเผย

            หลี่จิ่งหนานเดินนำหวาชิงเสวี่ยเข้าไปอย่างองอาจราวกับไก่ตัวผู้ที่กำลังแสดงความยิ่งใหญ่

            พอเข้าไปด้านใน ก็เป็นลานกว้างด้านหน้าที่เชื่อมต่อกันทั้งบริเวณตรงกลางลานมีฉากบังตาแกะสลักลวดลายโบราณ ด้านข้างตกแต่งด้วยกอไผ่และดอกไม้ใบหญ้า ทำให้ทิวทัศน์ดูมีมิติสูงต่ำลดหลั่นกันไปเรื่อยๆ

            สถาปัตยกรรมของคนโบราณนั้นให้ความสำคัญกับมิติสูงต่ำ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็สามารถเห็นวัตถุที่มีระยะใกล้ กลางไกล จัดเรียงซ้อนทับกันได้อย่างลงตัว

            ความรู้สึกของหวาชิงเสวี่ยตอนนี้ก็คือความรู้สึกถึงมิติที่ว่านี้

            ช่างเสียของอะไรเช่นนี้...

            นางมองไปยังชายคาที่มีรูปสัตว์ต่างๆแกะสลักลวดลายอย่างประณีต ในลานยังมีสะพานน้อยที่ทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถันอีก ภายในหัวสมองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำกล่าวนี้ขึ้นมา

            มันช่าง...สิ้นเปลืองอะไรเช่นนี้

            “ที่นี่ใหญ่จังเลย”หวาชิงเสวี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินชมอุทยาน ตกใจจนถึงกับพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้อย่างไรกัน...”

            หลี่จิ่งหนานมองค้อนนางแล้วพูดว่า“อย่าทำตัวจนๆ แบบนั้นจะได้ไหม? ตอนนี้เจ้าคือซือปิงฟูเหรินแห่งแคว้นต้าฉีแล้วฐานะอย่างเจ้าเหมาะสมกับบ้านพักหลังนี้แล้ว!”

            “แต่ว่า...” หวาชิงเสวี่ยกวาดสายตามองไปรอบๆพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ แค่ทำความสะอาดก็น่าจะใช้เวลาหลายวันแล้วกระมัง?

            “เดี๋ยวข้าจะส่งนางกำนัลมาคอยรับใช้เจ้า”หลี่จิ่งหนานพูดอย่างใจกว้าง

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกขนลุกจึงรีบส่ายหัวทันที!

            “ไม่ ไม่ต้องหรอก! ข้าไม่ชิน!”

            หลี่จิ่งหนานก็ไม่ได้บังคับอะไรความจริงแล้วเขาอยู่ในวังทุกวัน มองหน้าคนเดิมๆ จนเบื่อเต็มทีแล้ว หากมาอยู่กับหวาชิงเสวี่ยแล้วต้องมาเจอหน้าคนพวกนั้นอีก คงจะน่าเบื่อไม่น้อย

            “ถ้าอย่างนั้นก็ควรมีคนคุ้มกันนะ?”หลี่จิ่งหนานเป็นห่วงนางมากจึงกล่าวว่า “เจ้าอยู่คนเดียวตอนกลางคืนจะไม่กลัวหรือ?หากเกิดอะไรขึ้นมา ก็ยังพอมีคนให้เจ้าใช้งานได้นะ”

            เรื่องนี้ก็จริง...

            ลานแห่งนี้ดูเก่าแก่และมีเสน่ห์ให้กลิ่นอายความโบราณก็จริงแต่พอตกกลางคืนความรู้สึกคงจะแตกต่างออกไป...

            “ค่ายอาวุธไฟเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นข้าคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน” หวาชิงเสวี่ยคิดแล้วค่อยพูดออกมา “อยู่ไปสักสองสามวันก่อนแล้วกันหากตอนนี้จ้างคนมาแล้ว ตอนที่ข้าไปจากที่นี่ก็คงจะจัดการได้ยาก”

            “เรื่องนี้มีอะไรยากข้าให้ทหารองครักษ์อยู่ดูแลเจ้าก็สิ้นเรื่องแล้ว”

            หลี่จิ่งหนานเริ่มใจกว้างอีกครั้งเสี่ยวโต้วจื่อที่อยู่ข้างกายหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที!

            ทหารองครักษ์หลวงนั้นแตกต่างจากทหารองครักษ์ทั่วไปคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี ผ่านการฝึกฝนและคัดเลือกอย่างเข้มงวดจึงได้เข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับฮ่องเต้ และส่วนมากยังมีตำแหน่งขุนนางติดตัว ไม่ใช่สามัญชนธรรมดา!

            กล่าวได้ว่าทหารองครักษ์ของฮ่องเต้นั้นแม้แต่ขุนนางธรรมดาเห็นแล้วก็ต้องให้ความเคารพ แต่ตอนนี้...

            ฮ่องเต้กลับจะให้ทหารองครักษ์ของตนมาดูแลหวาชิงเสวี่ย?

            ความโปรดปรานนี้ไม่ต่างอะไรกับการเอาหวาชิงเสวี่ยขึ้นไปย่างบนกองไฟเลยไม่ใช่หรือ?!

            “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ชานเมืองก่อนแล้วกันท่านแม่ทัพจัดเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว” หวาชิงเสวี่ยยิ้มบางๆ ตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ“จะให้เสียน้ำใจท่านแม่ทัพก็ใช่เรื่อง”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663