ความมั่นคง คือสิ่งที่เธอ้า ที่ต้องแลกมาด้วยความไม่มั่นคง และเธอพร้อมที่จะลองเสี่ยงดู ...
#มิตรสหายท่านหนึ่ง
“เราเลิกกันเถอะ”
จู่ ๆเธอก็เอ่ยคำนี้ออกมา มันทำให้ผมสตั้นท์อย่างกับโลกหยุดหมุน สะดุ้งใจหาย แต่ก็คิดเพียงแค่ว่าบางทีผมอาจจหูแว่วไป แล้วสมองก็สั่งการให้ผมยังคงตักราดหน้าใส่ปากเคี้ยว อย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อตะกี้ ร้านที่นี่เป็ร้านโปรดข้างทางเ้าประจำที่เรามักจะมากินเสมอตอนที่เธอเลิกงาน วันนี้ก็เช่นกัน
แฟนผมเป็ดาราสาวที่กำลังดัง เธอเป็เน็ตไอดอลขายครีมที่ผันเข้าสู่วงการบันเทิงได้ไม่นานก็โด่งดังในลุ๊คสาวเซ็กซี่ ทั้งที่บุคลิกของเธอที่คบกันมา เธอก็ไม่ได้ใช้หวือหวาหรือเพลย์เกิร์ลขนาดนั้น เธอมีข่าวซุบซิบมากมายตามประสาการจับคู่จิ้นของวงการบันเทิง ล่าสุดนี้เธอก็เป็ข่าวกับไฮโซเซเล็บชื่อดังที่กำลังเลิกกับดาราสาวรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง ข่าวว่าเธอเป็มือที่สาม ทุกเื่ที่สื่อออกข่าวเธอมักจะบอกให้ผมทำใจว่ามันเป็แค่การโปรโมต
ซึ่งผมก็เข้าใจได้ และเข้าใจได้ดี เพราะผมเองก็คลุกคลีกับมันพอสมควร
แต่การที่เธอมาบอกเลิกผมในตอนนี้ ทำให้ผมจงใจที่จะทำให้ตัวเองหูฝาด หากเธอพลั้งปากไปหรือลืมเลือนคำพูดเมื่อกี้ไป คงมีเวลาอีกสักนิดที่จะให้ผมทำใจ
“เติ้ลได้ยินที่ต่ายพูดไหม”
“ได้ยินสิ”
“แล้วจะไม่พูดอะไรเลยเหรอ”
“กินราดหน้าอยู่”
“อย่าทำตัวงี่เง่านะ รู้นะว่าเติ้ลรู้” เธอทำหน้าเคือง คงทนไม่ได้ที่เห็นผมเฉย ราดนี้วันนี้ทำไมคะน้ายอดผักมันขมจังวะ
“เราคงไปกันไม่ได้หรอก ตอนนี้เติ้ลไม่ยอมทำงานที่ก้าวหน้าในชีวิต เป็เด็กสตั้นมันจะดังได้ยังไง”
ความจริงเื่นี้ผมคิดไว้ั้แ่เธอเข้าวงการแรก ๆแล้วล่ะ เพียงแต่ว่ามันเร็วเกินกว่าที่ผมคิดไว้ และผมมีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่ามันเป็สิทธิ์ของเธอ เทียบกันแล้วในตอนนี้แค่เธอมานั่งข้างทางกินก๊วยเตี๋ยวราดหน้าข้างทางกับผมก็ดีเท่าไหร่แล้ว
“ต่ายก็แค่บอกเลิกก็พอ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เรารู้ว่าเราควรต้องทำยังไง” ผมพูดออกไป ในขณะที่เธอกำลังเริ่มที่จะสาธยายความไม่เอาไหนของผม หรือที่เธอโกรธแทนที่จะเป็ผมโกรธเป็เพราะว่าผมดูเฉยชาเกินไป เหมือนกับเธอโดนบอกเลิกซะเองมากกว่า
“ถึงเราไม่ได้เป็แฟนกันแล้ว เราก็เป็เพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ”
“นี่เติ้ล ... พูดจริงเหรอ”
ผมก็แค่ ...
อยากจะจากกันได้ด้วยดี ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อหรือทะเลาะกัน เธอกำลังได้ดีผมก็ไม่ควรยื้อเอาไว้ ธรรมดาของสัตว์โลกต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ก็ผมไม่ใช่แล้วจะยื้อหาพระแสงดาบเลเซอร์อะไร
“กินสิ เย็นหมดแล้ว” ผมบอกเธอ ช้อนตักวันนี้หนักชะมัดเลย
“ไม่กิน ใครจะกินลง เพิ่งจะบอกเลิกกันนะ” เธอทำหน้าเหยเก สายตาที่มองมาทางผมบ่งบอกถึงความน่าสมเพชของสภาพผม ก็แค่น้ำตารื้นขึ้นตา ถ้าร้องไห้โวยวายได้อย่างที่ใจคิด ก็คงทำไปแล้ว เธอควรจะเห็นโมเมนต์ที่ผมแข็งแกร่งไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นเสียฟอร์มแย่ ลืมเพลงคุกเข่า ของวงค็อกเทลไปได้เลย ไม่มีทางที่จะทำอย่างนั้นหรอก
“เชิญกินให้อร่อยตามสบาย” แล้วเธอก็เลื่อนเก้าอี้ลุกเดินหนีไป ผมมองตามเธอโบกแท็กซี่แล้วแล่นหายลับตาไป
เธอก็เป็อย่างนี้แหละ ความจริงก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ผมพยายามจะพูดมากกว่านี้ว่าผมเข้าใจเธอยังไง ดีแล้วที่เธอเลือกทางเดินที่ดีที่สุดของเธอ ถ้ามีผมมันจะทำให้ความฮ๊อตของเธอลดลงไป แต่ผมไม่มีแรงที่จะพูด แค่เพียงพยายามขยับปากบดไอ้คะน้าขม ๆนี่ยังไม่ได้เลย ต้องกลืนทั้งที่มันยังไม่ละเอียดนี่แหละ
“เอือก !” เชี่ยคะน้าติดคอ ...
“อกหักเหรอไอ้ตี๋” เฮียกวง เป็ลูกชายเ้าของร้าน อายุแก่กว่าผมหลายปีเป็รุ่นพี่ที่มหาลัย คงแอบได้ยินเราคุยกัน หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าโลกนี้มีอีเปรี้ยวปากตลาด ในร้านราดหน้าหน้ามหาลัยก็ต้องมีเฮียกวงควงตะหลิวนี่แหละ ทั้งที่แกเป็ผู้ชายแท้ ๆ แต่เื่เสือกเื่ชาวบ้านเนี่ย แกถนัดนัก
“คงงั้นแหละพี่”
“ท่าทางเอ็งไม่เหมือนคนอกหักเลยนี่หว่า” แล้วเฮียกวงก็เลื่อนเก้าอี้มาน่าแทนที่ต่าย แล้วจ้องหน้าผม นอกจากท่าทางปกติของผมแล้ว ตาแดง ๆนี่แหละที่บ่งบอกทุกสิ่ง
“เจ็บแหละดูออก” เฮียกวงพูดแล้วทำหน้าเฉยชา ผมพยักหน้า
“เขากำลังดัง ผมกำลังร่วง ทำไงได้ล่ะพี่” แกพยักหน้าหงึก ๆ ทำปากพับบึนขึ้นข้างบน แบบเบื่อ ๆ
“ผู้หญิงก็เงี๊ยะ เฮียเจอมานักต่อนักล่ะ ทั้งที่คบกันั้แ่สมัยเรียนแท้ ๆ”
“ยังไงเฮีย”
“ชอบคนดี ได้กับคนเลว แต่งกับคนรวย”
“เฮ้อ ! ....” ผมได้ฟังก็ยิ่งเฟลหนัก พูดทำไม
“เอ็งก็เป็คนดีซะด้วย ได้แค่เป็คนที่เขาชอบก็ดีแล้ว ได้กันหรือยังล่ะ”
“เฮ้ยพูดอย่างนี้ได้ยังไงละเฮีย”
“ทำไมจะพูดไม่ได้วะ หรือว่าเอ็งเป็คนเลว ได้ข่าวว่าแฟนเอ็งเป็ข่าวกับไฮโซไม่ใช่เหรอ” ผมไม่ตอบ แสดงว่าแกก็ติดตามเื่ดาราเหมือนกัน
“ดูในเฟส เห็นข่าวมันออก” แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาโยกไปมา มาตีซี้อย่างนี้คงไม่ต้องบอกนะครับว่าสนิทกันขนาดไหน
“แสดงว่าได้กับคนเลวแล้ว ตอนนี้ก็คงกำลังหาจับแต่งกับคนรวย” ผมรีบลุกพรวดขึ้น แล้วล้วงเงินมาวางบนโต๊ะ
“เอ็งโกรธเฮียเหรอ”
“เออ เฮียพูดหมา ๆอย่างนี้กับผู้หญิงได้ยังไง”
“ขอโทษวะไอ้เติ้ล แต่เฮียแค่อยากบอกให้เอ็งทำใจ ผู้หญิงคนนี้น่ะ ไม่ใช่ดีเลิศอย่างที่เอ็งคิดหรอก”
“ถึงอย่างนั้นก็เหอะ เฮียก็ไม่ควรพูดดูถูกเธอแบบนั้น”
“ฟังนะไอ้ตี๋ ไอ้ต่ายแฟนมึงนะ ก่อนหน้านี้ก็เคยพาผู้ชายมากินที่ร้านนี้บ่อย ๆ”
“อะไรนะเฮีย”
“พวกดาราในทีวีนั่นแหละ” ผมยืนนิ่งไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรอย่างนี้
“ก่อนหน้านี้ก็พวกดาราไม่ดัง พวกตัวร้าย หลัง ๆก็เป็พระเอกคงได้กันทุกคนนั่นแหละ นี่เล่นใหญ่จับไฮโซเลยเหรอ”
“ผมไม่เชื่อหรอก”
“ก็ตามใจ ที่บอกเนี่ยก็เพื่อจะได้รู้ และก็ลืมมันได้ง่าย ๆ มันไม่ได้เป็คนดีขนาดที่เอ็งต้องปกป้องมันหรอกนะ”
“เสือก!” ผมว่า
“อ๊ะ ! ไอ้เติ้ล กูเห็นว่ามึงเป็น้องหรอกนะถึงได้บอก พูดอย่างนี้กับกูได้ยังไง”
“ถ้าเห็นว่าผมเป็น้องจริงทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะ”
“ก็เพราะมึงเป็คนอย่างนี้ไงล่ะ พูดไปจะเชื่อไหม อีกอย่างก็ไม่อยากให้มึงเสียใจ นี่เห็นว่ามันบอกเลิกแล้วนะก็เลยบอก ช่างแม่ง !” แล้วเป็เฮียกวงเองที่เป็ฝ่ายเดินไปช่วยอาป๊าของแกที่กำลังผัดเส้นใหญ่อยู่
“ช่างแม่งเหมือนกัน”