หยางเฟยหลงเดินออกมาจากตำหนักของตัวเองเขาเดินมาที่ศาลาแดงกันน้ำ ชายหนุ่มเอามือข้างหนึ่งพิงเสาของศาลาไว้เขาคิดเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ถ้าหากซิ่วอิงอยู่ข้างในจริงๆ จะทำยังไง? เขาจะต้องเข้าไปช่วยนางให้จงได้
“แต่นางไม่ได้อยู่ที่นั่น นางเห็นข้าในสภาพนั้นนางคงจะหัวเราะเยาะข้าแน่” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับนึกมโนภาพว่าป่านนี้ซิ่วอิงคงจะยืนหัวเราะเยาะ ท่าทีของเขาที่ร้องะโโวยวายและจะวิ่งเข้าไปในกองเพลิงเพื่อช่วยนาง
“ข้าคงเป็ตัวตลกสำหรับเ้าสินะ?” เขาพูดพร้อมกับเอามือกุมหน้าผากเอาไว้แล้วคิดอะไรหลายๆเื่
“เฟยหลง เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม? เสียงของหยางลี่จูถามเขา
“ท่านย่า?”
“เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้วงั้นคืนนี้เ้าไปนอนอยู่ตำหนักของซิ่วอิงก่อนก็แล้วกัน”
“เหตุใดท่านถึงให้ข้าไปนอนที่ตำหนักของนางด้วยล่ะ?"
“ก็นางเป็เมียของเ้าตอนนี้ตำหนักเ้าเกิดเพลิงลุกไหม้จนเสียหายตั้งหลายอย่าง เ้าไม่มีที่จะนอนในคืนนี้เ้าก็ต้องไปนอนกับนางสิ”
“แต่ข้าไม่อยากไปที่นั่นนี่ท่านย่า”
“หรือเ้าจะไปนอนที่ตำหนักของเฟยเทียน?"นางถามเฟยหลงซึ่งนางรู้ว่าคนอย่างเฟยหลงไม่มีทางไปนอนที่ตำหนักของน้องชายถึงแม้พวกเขาจะเป็พี่น้องกันแต่ก็เป็พี่น้องต่างมารดา ปกติ 2 คนนี้ก็ไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่เคยทะเลาะกันให้ย่าเห็นสักครั้ง
“งั้นเอาอย่างนี้ถ้าเ้าไม่ไปนอนที่ตำหนักของเฟยเทียนและไม่อยากไปนอนที่ตำหนักของซิ่วอิงวันนี้ย่าจะประกาศหาผู้หญิงมาไว้ให้เ้าสักคนแล้วยกห้องให้นางสักห้องนึงเ้าจะได้มีที่นอน”
“ท่านย่า!!!” ชายหนุ่มร้องเสียงหลงขนาดเขาบอกปฏิเสธไปขนาดนี้ท่านย่าของเขาก็ยังคิดที่จะหาผู้หญิงมาเพื่อให้เขามีที่พักนอนในตอนกลางคืน
"เ้าไปคิดมาก่อนเที่ยงถ้าหากเที่ยงวันแล้วข้ายังไม่ได้คำตอบจากเ้า ข้าจะให้คนไปจัดหาหญิงไว้ให้เ้าคนนึงพูดจบนางก็เดินกลับออกไปทันที ปล่อยให้เฟยหลงคิดว่าจะเอายังไงดี
ที่ตำหนักขององค์ไท่เฟยหยางลี่จูนั่งอ่านบทกวีอยู่ภายในห้องของตัวเองสักพักประตูของนางก็มีเสียงใครคนหนึ่งเคาะนางจึงอนุญาตให้เขาเข้ามา
“งั้นก็ตกลงตามนี้ ข้าจะไม่ถามเ้าอีกข้าอยากพักผ่อนเ้าออกไปได้แล้ว” นางหันกลับมาอ่านบทกวีต่อพร้อมกับยกมือไล่คนๆนั้นให้ออกไปนอกตำหนัก
ตกกลางคืนที่ตำหนักของซิ่วอิงนางกำลังเตรียมตัวที่จะเข้านอน แต่แล้วใครคนหนึ่งก็เคาะประตูหน้าห้องของเธอหญิงสาวค่อยๆ เปิดบานประตูออกเขาพบใครคนนึงที่อยู่ตรงหน้า
“เ้ามีอะไรดึกๆ ป่านนี้ทำไมถึงเข้ามาหาข้า?”
“คุณหนูสาม องค์ไท่เฟยให้ข้านำน้ำซุปมาให้ท่านดื่มก่อนนอน”
"น้ำซุป? องค์ไท่เฟยนะหรอ?
“เ้าค่ะ”
“ข้าอยู่คนเดียว เหตุใดจึงมีน้ำซุปถึง 2 ถ้วย?” ขณะที่หญิงสาวกำลังถามด้วยความสงสัยก็มีเสียงของใครคนหนึ่งพูดแทรกดังขึ้นมา
“ของข้าเองแหละ”
“อะไรของท่าน?”
“ก็น้ำซุปอีกถ้วยที่เ้าถามนั่นไงอันนั้นท่านย่าเตรียมไว้ให้ข้านั่นแหละ”
“เ้า!!…เหตุใดเ้าจึง?"
“วันนี้ข้าจะนอนที่นี่”
“เอ๊ะ แต่นี่มันตำหนักของข้าท่านไม่มีสิทธิ์เข้ามา ทหาร ทหารอยู่ไหนมาพาตัวขององค์ชายออกไปเดี๋ยวนี้”เสียงของนางดังขึ้น ได้มีทหาร 2 นายวิ่งเข้ามาที่หน้าประตู
“มีอะไรหรือขอรับคุณหนูสาม?”
“พวกเ้าไม่เห็นหรือไงว่าองค์ชายของพวกเ้ามาที่ห้องของข้าแล้วเหตุใดพวกเ้าจึงไม่พาาเขาออกไปจากที่นี่ในเมื่อองค์ไท่เฟยสั่งไว้ว่าถ้าไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้ามา”
“ขออภัยด้วยขอรับคุณหนูสามถึงแม้องค์ไท่เฟยจะพูดเช่นนั้น แต่สำหรับองค์ชายใหญ่เป็ข้อยกเว้นขอรับ”
“อะไรกัน?”
“มีอะไรจะถามอีกไหม? ถ้าไม่เช่นนั้นข้าจะนอนแล้วนะข้าง่วงมากเลย”
“นี่เ้า!!”
"คุณหนูสามเ้าคะ รับน้ำซุปก่อนเ้าค่ะหญิงสาวหันไปรับน้ำซุปจากคนใช้ ในขณะที่ชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังโต๊ะที่อยู่ในห้องนอนทำให้หญิงสาวถึงพูดกับอะไรไม่ออก
ภายในห้องของคนสองคนหญิงสาวและชายหนุ่มนั่งมองหน้ากัน และยังไม่มีบทพูดสนทนาซิ่วอินได้ขึ้นไปนอนที่เตียงก่อนโดยมีชายหนุ่มติดตามขึ้นไปหลังจากที่เธอขึ้นบนเตียงไปแล้ว
“เอ๊ะ!! นี่ท่าน ทำไมท่านถึงมานอนที่นี่?”
“ถ้าจะไม่ให้ข้านอนที่เตียงแล้วจะให้ข้านอนตรงไหน?”
“แต่ท่าน..”
"หรือจะให้องค์ชายอย่างข้านอนที่พื้นกันล่ะ?"
“ก็ได้งั้นเ้านอนฝั่งนั้นข้านอนฝั่งนี้”
“ก็แค่นั้นไม่เห็นมันจะยากตรงไหน” พูดจบเฟยหลงก็นอนหลับตาลงโดยไม่สนใจหญิงสาวที่นอนจ้องหน้าเขา เธอหันหลังให้กับชายหนุ่มทันทีเธอรู้ได้เลยว่าวันนี้เธอคงจะนอนไม่หลับ เพราะเธอรู้สึกไม่ดีที่มีใครมานอนข้างๆกายเธอ
ตกดึกอากาศเริ่มหนาวหญิงสาวที่นอนอยู่ด้านในสุดของเตียงเริ่มมีอาการสั่นเทาด้วยเพราะอากาศในตอนกลางคืนช่างหนาวเย็นต่อให้มีผ้าห่มก็ไม่สามารถทำให้คลายหนาวลงได้เฟยหลงที่มองเห็นหญิงสาวนอนหันหลังให้เขาอยู่ ได้มีอาการหนาวสั่นเขาหันหน้าหนีมาอีกทางและหันหลังให้เธอ เฟยหลงพยายามข่มตานอนให้หลับแต่เขาก็ไม่สามารถนอนหลับได้ เขาพลิกตัวกลับมาทางหญิงสาวอีกครั้งแล้วค่อยขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วจับตัวของหญิงสาวให้หันหน้ามาทางเขาชายหนุ่มเอาแขนข้างหนึ่งช้อนหัวของหญิงสาวขึ้น ให้มานอนบนแขนของตัวเองแล้วดึงลร่างของหญิงสาวเข้ามาใกล้ๆ เขาเขาโอบกอดหญิงสาวเอาไว้แล้วห่มผ้าให้กับนางในเวลาที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ หากร่างกายได้รับความรู้สึกว่ามีไออุ่นอยู่ข้างๆร่างกายก็จะแสวงหาความอุ่นโดยอัตโนมัติหญิงสาวรู้สึกว่าตอนนี้เธอรู้สึกอบอุ่นกว่าเมื่อครู่เธอได้คว้ามือไปกอดชายหนุ่มทันที ทำให้หยางเฟยหลงที่คิดว่าหญิงสาวจะไม่ขยับตัวกลับรู้สึกใที่หญิงสาวกอดเขากลับ ซิ่วอิงหันหน้าเข้าไปซุกในทรวงอกของชายหนุ่มหัวใจของเฟยหลงสั่นไหว เสียงหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะชายหนุ่มก้มหน้านอนมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาใบหน้าที่ไม่ได้ตกแต่งเครื่องสำอางใดๆในตอนนี้ ดูเป็ธรรมชาติยิ่งนักเฟยหลงเอามือกอดหญิงสาวไว้แน่น เพื่อให้เธอได้รับไออุ่นจากตัวเขา ใบหน้าของซิ่วอิงที่หันหน้ามาทาเฟยหลงในตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะมัวแต่นอนมองหน้าหญิงสาวอยู่ค่ำคืนนี้ช่างแสนยาวนานเหลือเกิน ปกติเวลาเจอหน้ากันตรงๆเขากับเธอก็จะมาทะเลาะกันเสมอ แต่ในเวลาที่เธอไม่โต้ตอบหรือไม่เถียงเขาทำไมเธอช่างดูไร้เดียงสาเช่นนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่เฟยหลงกำลังจะขยับตัวเขาไม่สามารถที่จะขยับตัวได้ เนื่องจากตัวของซิ่วอิงนั้นนอนทับบนแขนเขาอยู่เขาไม่อยากให้หญิงสาวรู้ว่าเขาและเธอนอนกอดกันแนบชิดขนาดไหน ชายหนุ่มรีบค่อยๆยกหัวของเธอขึ้นแล้วขยับแขนของเขาออก เมื่อเอาเธอพ้นจากตัวเขาเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบลุกออกจากที่นอนทันทีตอนนี้ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงและหันไปมองหน้าหญิงสาว
"นี่ขนาดนางไม่ชอบข้านางยังกล้านอนหลับตาลงได้อีก คนยังเ้าดูแปลกประหลาดจริงๆลู่ซิ่วอิง