นางหมุนตัวกลับแล้วเดินออกมาจากที่พักของ หยาง เทียนฟ่ง ถึงแม้นางจะไม่ได้เต็มใจรับงานนี้เพราะเขาได้พูดดูถูกผู้หญิงต่อหน้านาง แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่นางจึงต้องทำตามคำสั่ง
เมื่อแสงตะวันลับขอบฟ้าแสงจันทราก็เข้ามาแทนที่ ราตรีที่แสนจะยาวนานชั่งเป็ราตรีที่มีแต่ความวุ่นวายเช่นกัน ในความมืดมิด ร่างของชายหนุ่มที่นั่งดื่มสุราชมแสงจันทร์อยู่ใต้ต้มไม้ใหญ่นั้น หารู้ไม่ว่าเป็ที่ล่อตาล่อใจของใครบางกลุ่มอยู่
“หนุ่มน้อยมานั่งอยู่ผู้เดียวในที่มืดเช่นนี้ มิกลัวพวกโจรป่าบ้างเลยรึ” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาพูด
“ข้าไม่กลัวหรอกท่านลุง”
“พ่อหนุ่มชั่งใจกล้าจริงๆ”
“ว่าแต่ท่านลุงเถอะ มาจากไหนดึกๆป่านนี้แล้วมาเดินเล่นในป่าคงจะมิใช่”
“ลุงแค่จะมาดูหน้ารองแม่ทัพที่มาประจำการที่นี้ไหมน่ะ”
“ท่านจะดูไปทำไมหรอ”
“ดูลาดราวยังไงล่ะ” สิ้นคำกลุ่มคนที่แอบซุ่มอยู่ก็พากันเดินออกมาล้อมตัวของเขาไว้
“หึ ข้าว่าแล้วว่าท่านลุงต้องไม่ได้มาคนเดียวแน่”
“เ้ารู้ได้ยังไง”
“ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ายังไงล่ะ” เขาพูดพรางยกเหล้าในที่อยู่ในไหกรอกเข้าปาก
“ฉลาดไม่เบานิ ข้าอยากรู้นักว่าเ้ามีนามว่าอะไร”
“ท่านอยากรู้จริงๆเหรอ”
“ใช่แล้วพ่อหนุ่ม เผื่อข้าจะเปลี่ยนใจจากฆ่าเ้าเปลี่ยนเป็เอาเ้ามาอยู่กับกลุ่มโจรของข้าด้วย”
“หยาง เทียนฟ่ง”
“หยาง เทียนฟ่ง….องค์ชายรองงั้นเหรอ” ชายที่ยืนสนทนาอยู่ถึงกับใ
“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ข้าเป็เพียงแค่ชายธรรมดาคนหนึ่งก็แค่นั้น”
“เ้าหมายความว่ายังไง”
“ก็ตอนนี้ป้ายประจำตัวข้าไม่ได้อยู่ที่ข้าน่ะสิ”
“แล้วมันอยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่รองแม่ทัพ”
“……”
“ข้ามีข้อเสนอ เ้าจะสนใจไหม”
“ข้อเสนออะไร”
“เ้าก็จับตัวข้าไป แล้วส่งจดหมายให้รองแม่ทัพรู้ หลอกนางให้เข้ามาที่กลุ่มโจรของเ้า หากเ้าทำให้ข้าได้ป้ายหยกคืนกลับมาข้าจะตอบแทนเ้าอย่างงาม”
“น่าสนใจ เช่นก็ได้ข้าจะทำตามที่เ้าเสนอมา”