การทดสอบรอบสองนั้นหลังจากค่ายกลสลายหายไปทำให้ศิษย์ที่ยังเหลือรอดอยู่สอบผ่านอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามจำนวนคนที่เหลือรอดมาจนถึงจุดนี้กลับมีเพียงไม่ถึงสี่ร้อยคนเท่านั้นเพราะลำพังในสนามแรกก็คัดคนออกไปเป็จำนวนมาก มีเพียงผู้มีพลังขั้นเจ็ดก่อกำเนิดและพลังขั้นหกก่อกำเนิดอีกบางส่วนที่ผ่านมาได้
และในด่านที่สองการเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งนั้นได้ทำให้มีคนยอมแพ้ไปเป็จำนวนมากควรทราบว่าแม้แต่ในบรรดาสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งด้วยกันก็ยังมีการแบ่งระดับชั้นเป็ขั้นต่ำกลางและสูง พวกที่เจอกับขั้นต่ำสามารถรับมือได้ไม่มีปัญหาขั้นกลางนับว่ายากลำบากส่วนขั้นสูงนั้นมีเพียงพวกมีฝีมือโดดเด่นจึงจะรับมือได้
และแม้ว่าจะมีคนผ่านได้มากถึงสามร้อยกว่าคนแต่ยังมีคนที่เลือกตัดสินใจถอนตัวอีกมากกว่าครึ่งเพราะอาการาเ็ที่ได้รับจากสองด่านก่อนหน้าทำให้ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถรประลองเก็บแต้มในรอบต่อไปไหว
ตอนนี้เท่ากับว่ายังเหลือคนที่ต้องคัดออกอีกเพียงไม่ถึงร้อยคนการประลองรอบนี้สำหรับพวกที่มีคะแนนอยู่ที่อันดับต้นๆนับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเพราะถึงอย่างไรคะแนนที่สะสมอยู่ก็มากพอที่จะเข้าสู่การเป็ศิษย์สายในได้แล้วแต่พวกที่มีคะแนนคาบเกี่ยวั้แ่อันดับเจ็ดสิบจนถึงอันดับสุดท้ายกลับรู้สึกตื่นตัวอย่างมาก
คนอีกกลุ่มหนึ่งที่กระตือรือล้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือพวกที่มีคะแนนสิบอันดับแรกเพราะต่างก็้าอันดับหนึ่งเพื่อรางวัลพิเศษ หรือต่อให้ไม่ได้อันดับหนึ่งหากได้อันดับต้นๆก็สามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งศิษย์สายในได้อย่างภาคภูมิใจ เป็การสร้างชื่อเสียงและจุดยืนให้กับตนเองในระยะยาว
ตอนนี้คนที่มีคะแนนอันดับหนึ่งคือซ่งไป่หลางด้วยการที่สามารถผ่านเข้าสู่ด่านสองได้เป็คนแรกทั้งในด่านที่สองยังสังหารสัตว์ปีศาจจำนวนมาก บวกกับคะแนนที่ทำลายค่ายกลสำเร็จตอนนี้คะแนนของซ่งไป่หลางอยู่ที่แปดสิบห้าคะแนน ส่วนอันดับสองเป็ของสตรีนามว่าอู่ลี่ลี่
สตรีผู้นี้แท้จริงคือดรุณีที่ขัดขวางไม่ให้ซ่งชางหยางได้อันดับหนึ่งในการทดสอบที่สองทั้งยังเป็ผู้ที่โจมตีใส่ซ่งไป่หลางในตอนสุดท้ายนางได้อันดับสองทั้งในการทดสอบแรกและการทดสอบที่สองดังนั้นคะแนนของนางจึงเป็รองแค่ซ่งไป่หลางเท่านั้นอยู่ที่เจ็ดสิบคะแนน
อันดับสามคือเทียนหลี่ลู่บุตรชายตระกูลเทียนที่เป็ตระกูลใหญ่ คะแนนอยู่ที่หกสิบห้าคะแนน
อันดับสี่คือซ่งชางหยางคะแนนหกสิบสองคะแนน
ส่วนอันดับห้าลงไปล้วนมีคะแนนต่ำกว่าหกสิบคะแนนทั้งสิ้น
เมื่อผลออกมาเช่นนี้จึงทำให้ชื่อเสียงของซ่งไป่หลางที่เป็อันดับหนึ่งกลายเป็โด่งดังทั่วนิกายในพริบตามีแต่คนที่สงสัยในตัวตนของเขา เพราในความทรงจำของทุกคนซ่งชางหยางนับเป็คนตระกูลซ่งที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาศิษย์สายนอกแต่ซ่งชางหยางผู้นี้กลับยังเป็รองอู่ลี่ลี่และเทียนหลี่ลู่อยู่คนที่เป็อันดับหนึ่งกลับเป็ม้ามืดอีกคนจากตระกูลซ่ง
คนที่ตกตะลึงที่สุดกลับเป็คนตระกูลซ่งทั้งหมดทั้งในบรรดาศิษย์สายในจนถึงศิษย์สายนอกไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยินนามของซ่งไป่หลางอีกครั้งทั้งยังกลับมาในฐานะศิษย์สายนอกที่โดดเด่นที่สุดอีกด้วย
เื่ราวพลิกผันกลับตาลปัตรเช่นนี้หลายคนจึงรีบส่งจดหมายกลับไปยังอาณาเขตตระกูลซ่งเพื่อรายงานเื่ของซ่งไป่หลางให้ทางต้นตระกูลได้รับรู้ขณะเดียวกันหลายคนต่างขบฟันด้วยความรู้สึกริษยา แม้ว่าตระกูลซ่งจะเป็ตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองบัว์แต่ในบรรดาลูกหลานตระกูลซ่งทั้งหมด คนที่โดดเด่นอย่างแท้จริงมีเพียงซ่งเจียหลานที่เป็ศิษย์สายในอันดับสองและซ่งชางหยางที่เป็ศิษย์สายนอกที่โดดเด่นเท่านั้น
ดังนั้นการที่มีอัจฉริยะที่โดดเด่นปรากฏตัวขึ้นมาเพิ่มนับว่าเป็ข่าวดีสำหรับตระกูลแต่ขณะเดียวกันนับเป็ข่าวร้ายสำหรับสมาชิกรุ่นเยาว์คนอื่นๆ เพราะเท่ากับว่าความสำคัญของตนจะถูกลดค่าลงไปอีกชั้นหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัจฉริยะคนนี้เคยเป็เพียงเศษขยะที่ไร้ค่าสำหรับตระกูลซ่งบัดนี้กลับยืนหยัดอย่างองอาจอยู่เหนือผู้ใด สร้างความสั่นสะท้านให้เหล่าผู้เยาว์คนอื่นๆเป็อย่างมาก
หลายคนอับอายจนถึงขั้นใส่ร้ายว่าซ่งไป่หลางผู้นี้หลอกลวงแม้แต่ตระกูลของตนจงใจปิดบังพลังเพื่อสร้างความโดดเด่นในภายหลัง
ซ่งไป่หลางหาได้สนใจเื่ราวทั้งหมดเหล่านี้สำหรับมันแล้วตระกูลซ่งไม่ได้มีความสำคัญใดมากไปกว่าตระกูลที่ให้กำเนิด ขอเพียงชดใช้ให้หนึ่งครั้งมันก็จะตัดขาดจากตระกูลทันที
การประลองรอบที่สามนั้นถูกจัดขึ้นในสนามประลองหลักของนิกายดังนั้นทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วมรับชมศิษย์จำนวนมากต่างเฝ้ารอดูการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ
กฏหลักในการคัดเลือกของรอบนี้ก็คือผู้ที่พ่ายแพ้จนมีคะแนนต่ำกว่าสามสิบคะแนนจะต้องตกรอบในทันทีเพื่อไม่ให้การประลองใช้เวลานานเกินไป ขอเพียงเหล่าคนที่มีคะแนนน้อยพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องการประลองก็จะจบลงพร้อมกับผลการทดสอบที่จะปรากฏขึ้น
การประลองดำเนินไปอย่างรุนแรง แต่ละคู่ต่อสู้กันอย่างสูสีเว้นก็แต่พวกที่มีอันดับสิบลงไป คู่ต่อสู้ของพวกที่มีอันดับต่ำกว่าสิบมักจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วจนกระทั่งซ่งชางหยางได้ก้าวลงสู่สนามเนื่องจากเขาเป็ถึงอันดับสี่และถูกจับตามองอย่างมากจึงทำให้ผู้คนให้ความสนใจกับเขาทันที
คู่ต่อสู้ของซ่งชางหยางมีอันดับประมาณสามสิบนับว่าไม่ได้เลวร้ายเมื่อเทียบกับคนทั่วไปแต่เมื่อต้องเจอกับสิบอันดับแรกความสามารถของเขาไม่อาจนับเป็อันใดได้
ประมือกันไปสามกระบวนท่าความได้เปรียบของซ่งชางหยางก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วในที่สุดจึงสามารถพิชิตฝ่ายตรงข้ามได้ภายในกระบวนท่าที่หกนับว่าเป็การต่อสู้ที่จบลงเร็วยิ่ง หากแต่กลับไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนักเพราะในสายตาของเหล่าผู้าุโซ่งชางหยางมีระดับสูงกว่าคือระดับเจ็ดก่อกำเนิดทั้งยังใช้อุปกรณ์ทั้งอาวุธและชุดคลุมที่เป็อุปกรณ์อักขระการจะเอาชนะผู้มีระดับหกก่อกำเนิดที่ไม่มีของวิเศษอันใดติดตัวย่อมเป็เื่ง่ายดายยิ่ง
คนต่อไปที่ได้ประลองกลับเป็เทียนหลี่ลู่คู่ต่อสู้ของเขาคือผู้ที่มีอันดับห้าสิบกว่าๆดังนั้นเทียนหลู่ลี่สามารถจัดการได้ภายในสามกระบวนท่าเท่านั้น
การประลองดำเนินต่อไปจนกระทั่งอู่ลี่ลี่ได้ลงสู่สนามประลองที่น่าสนใจก็คือคู่ต่อสู้ของนางเป็ถึงอันดับแปดในปัจจุบันนับว่าเป็การต่อสู้ที่น่าจับตามองที่สุดั้แ่เริ่มต้นรอบสามมา
เฉินสุ่ยผู้ครองอันดับแปดรู้สึกราวกับน้ำตาของตนจะหลั่งไหลออกมาเมื่อพบว่าตนเองต้องเผชิญหน้ากับอันดับสองนับว่าเป็โชคร้ายอย่างแท้จริงทว่าหลังจากปรับอารมณ์ได้มันยังมองในแง่ดีว่าหากตนสามารถเอาชนะอู่ลี่ลี่จะทำให้ชื่อเสียงของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
อู่ลี่ลี่ไม่เห็นเฉินสุ่ยในสายตานางตวัดดวงตาจ้องมองร่างของซ่งไป่หลางที่จนถึงบัดนี้ยังคงสงบนิ่งไร้ซึ่งท่าทีหรืออารมณ์ใดๆั้แ่ตอนที่นางได้เห็นเคล็ดฝ่ามือบัว์จนถึงตอนที่ชายผู้นี้แซงหน้านางเข้าไปในประตูของด่านที่สองนางยิ่งรู้สึกทวีความสนใจในตัวอีกฝ่ายมากขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงขนาดอยากลองประมือกับเขาดูสักคราหนึ่ง
เฉินสุ่ยรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เห็นตนอยู่ในสายตาจากความกังวลกลับกลายเป็ความโกรธและอับอายดังนั้นจึงไม่สนใจว่าอู่ลี่ลี่จะเตรียมพร้อมรับมือตนเองหรือไม่พุ่งทะยานร่างเข้าหาพร้อมกับซัดฝ่ามือเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือบัว์ของเฉินสุ่ยฝึกถึงขั้นหกแล้วนับว่าสูงนักเมื่อเทียบกับศิษย์สายนอกทั่วไปแต่ในสายตาของอู่ลี่ลี่หากยังไม่มีเงาของดอกบัวปรากฏนางยังไม่ใส่ใจ
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์ สระสงบใต้แสงจันทร์
เห็นได้ชัดว่าอู่ลี่ลี่ผู้นี้เชี่ยวชาญเคล็ดอ่อนเป็อย่างมากเพียงสะบัดแขนเสื้ออย่างแ่เบาและงดงามปลายแขนเสื้อของนางกลับวาดขยายดุจปีกผีเสื้อบดบังฝ่ามือของเฉินสุ่ยจนหมดสิ้นเฉินสุ่ยใจหายวาบััได้ว่าสูญเสียพละกำลังจู่โจมจึงรีบชะงักท่าร่างแปรเปลี่ยนเป็ก้าวเท้าหลบหนี
ช้าเกินไปร่างของเฉินสุ่ยคล้ายกลับตาลปัตรจากบนเป็ล่างรู้สึกตัวอีกทีพบว่าตนนอนราบอยู่บนพื้น ้ามีมีดสั้นของอู่ลี่ลี่จ่ออยู่บนลำคอเด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากพบว่าตนเองไม่สามารถรับมืออู่ลี่ลี่ได้เกินหนึ่งกระบวนท่า
การแสดงฝีมือของอู่ลี่ลี่สร้างความตื่นตะลึงให้กับบรรดาศิษย์สายนอกทั้งหมดแม้แต่ผู้าุโทั้งหลายยังพยักหน้าด้วยความรู้สึกประทับใจ
“อาจารย์ ฝีมือของนางยอดเยี่ยมยิ่งท่านคิดว่าหากข้าต้องเผชิญหน้ากับนางจะมีโอกาสชนะสักกี่ส่วน” ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วรู้สึกว่าอู่ลี่ลี่ผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง
“เ้าเด็กโง่ นางมีความสามารถจริงข้าเห็นด้วยแต่จะให้เปรียบเทียบกับเ้ายังนับว่าเกินเลยไปนักแม้จะมีระดับพลังเท่ากันแต่หากวัดกันด้วยความแข็งแกร่งและความหนาแน่นของพลังนางยังห่างไกลจากเ้านักส่วนเื่วิชาต่อสู้ เ้ามีฝ่ามือบัว์ที่พัฒนาโดยข้าส่วนนางแม้เชี่ยวชาญวิชาเพียงใดยังเป็เพียงวิชาระดับกลางเท่านั้นไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้”
เซี่ยหยางถอนหายใจออกมา “หากเ้าแพ้นางหรือแพ้ใครสักคนในการทดสอบนี้ข้าจะลงโทษเ้าอย่างหนัก”
ซ่งไป่หลางได้แต่หัวเราะแหะๆอย่างจนใจตัวมันเองฝึกฝนแต่ในหุบเขาต้องห้าม เคยต่อสู้มากสุดก็มีเพียงสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งยังไม่เคยปะทะกับผู้ใดจริงจังมาก่อนยากนักที่จะรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของตนถึงขั้นใดแล้ว
ยิ่งมาเจออู่ลี่ลี่ที่สามารถล้มศัตรูที่มีระดับเท่ากันได้ในกระบวนท่าเดียวจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่านางอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าตนเอง
โค่นเฉินสุ่ยลงได้อู่ลี่ลี่จึงหันหน้ามามองซ่งไป่หลางดวงตาทอประกายคล้าย้าท้าทายอีกฝ่ายการแสดงออกครานี้ของนางทำให้ผู้คนต่างสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บเป็เพราะต่างฝ่ายต่าง้าอันดับหนึ่งดังนั้นอู่ลี่ลี่จึงมองซ่งไป่หลางเป็คู่แข่งสำคัญของตน
‘ตามหลักการจับคู่ประลองไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องได้ปะทะกัน’อู่ลี่ลี่รู้ดีว่าในการจัดประลองนั้นรอบหลังๆจะมีการจัดให้ผู้มีอันดับใกล้เคียงกันที่สุดปะทะกันเพื่อให้โอกาสในการเลื่อนอันดับ
อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่การสอบครานี้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคะแนนของอันดับหนึ่งและสองมีมากเกินไปหากซ่งไป่หลางไม่แพ้ติดต่อกันสามรอบไม่มีทางที่คะแนนของนางจะตามทันได้ดังนั้นโอกาสเดียวของนางคือต้องทำให้เขาาเ็หนักจนไม่สามารถร่วมการทดสอบประลองรอบต่อๆไปได้เท่านั้น
“อย่าได้ถือโทษข้าเลยยังไงซะพอได้เข้าเป็ศิษย์สายในข้าจะไถ่โทษทีหลัง” อู่ลี่ลี่พึมพำกับตนเองสำหรับนางอันดับหนึ่งนั้นมีความหมายอย่างมาก ไม่อาจผิดพลาดโอกาสไปได้แม้ว่าซ่งไป่หลางอาจจะต้องาเ็หนักแต่ก็ยังได้เข้าเป็ศิษย์สายในอย่างแน่นอน นางตั้งใจว่าจะชดเชยให้เขาทีหลัง
“โห เจตนาของนางไม่เลวทีเดียว”เซี่ยหยางที่มีประสาทรับััเหนือกว่าซ่งไป่หลางมากรับรู้ได้ถึงคำพูดของนางดังนั้นจึงเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้น “น่าเสียดายนักหากไม่มีศิษย์ข้าอยู่ตรงนี้นางคงได้อันดับหนึ่งไปโดยง่ายแต่เมื่อศิษย์ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ต่อให้เ้าปรารถนาเพียงใดก็คงไม่มีวันเป็จริงได้เอาเป็ว่าข้าจะให้ศิษย์ข้าชดเชยต่อเ้าทีหลังแล้วกัน” ทั้งยังลอกคำพูดของนางมาใช้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ในที่สุดชื่อของซ่งไป่หลางก็ถูกเรียกให้เข้าสู่เวทีประลองทุกคนต่างเงียบเพราะความรู้สึกตื่นเต้นแม้ว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้จะมีชื่อเสียงอย่างมากจากการได้รับอันดับหนึ่งจากทั้งสองด่านแรกแต่ในความเป็จริงน้อยคนนักที่รู้ว่าฝีมือที่แท้จริงของซ่งไป่หลางเป็เช่นใด
คู่ต่อสู้ของซ่งไป่หลางยังนับว่าตื่นใยิ่งกว่าตอนที่อู่ลี่ลี่ประลองเพราะคนผู้นี้เป็ถึงอันดับห้าของการทดสอบในขณะนี้
คนผู้นี้คือจ้าวฟ่าน อัจฉริยะผู้หนึ่งในบรรดาศิษย์สายนอกในอดีตตอนที่ซ่งไป่หลางเป็เพียงผู้รับใช้ยังได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้ดังก้องมาตลอดทว่ามาถึงตอนนี้กลับพบว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าตนเองคิดดูแล้วซ่งไป่หลางกลับรู้สึกได้ว่า่เวลาเพียงครึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตของตนเองได้เปลี่ยนไปเสียจนแม้แต่ตนเองยังไม่อาจทำความเข้าใจ
จ้าวฟ่านมองดูซ่งไป่หลางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะไม่อาจประเมินได้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของอีกฝ่าย ทว่าจากความเข้าใจของตนซ่งไป่หลางมีความเข้าใจเคล็ดฝ่ามือบัว์สูงส่งมากจนถึงขั้นสิบดังนั้นหากจะเอาชนะต้องระวังเคล็ดวิชานี้ของอีกฝ่ายให้ดีจ้าวฟ่านไม่ได้คาดหวังเพียงแค่อันดับห้าแต่ยัง้าไปถึงอันดับหนึ่งทว่าการจะก้าวไปถึงจุดนั้นมันจะต้องเอาชนะผู้ที่เหนือกว่าอีกถึงสี่คนนับว่ายากเย็นยิ่ง
ทันทีที่สัญญาณการประลองเริ่มต้นจ้าวฟ่านทะยานร่างรวดเร็วดุจพญาราชสีห์ จู่โจมด้วยเพลงเท้าอันรวดเร็วรุนแรงหวังเผด็จศึกโดยไม่ปล่อยให้ซ่งไป่หลางได้ใช้วิชาฝ่ามือที่ถนัด
ผิดคาดที่ซ่งไป่หลางเพียงขยับตัวเล็กน้อยกลับหลบเพลงเท้าของจ้าวฟ่านได้อย่างง่ายดายยิ่งจากนั้นวาดฝ่ามือสวนกลับ ไม่ใช่ฝ่ามือบัว์แต่เป็เพียงฝ่ามือธรรมดาที่ปราศจากวิชายุทธ์ใดๆ
เปรี้ยง!!
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างของจ้าวฟ่านนอนคว่ำอยู่บนพื้นไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นยืนขึ้นมาอีกครั้ง
“อันใดกัน!!”
“เป็ไปได้หรือ จ้าวฟ่านถูกโค่นด้วยฝ่ามือเดียวทั้งยังเป็ฝ่ามือที่ไร้วิชายุทธ์”
“พลังของซ่งไป่หลางผู้นี้อยู่ที่ระดับเจ็ดก่อกำเนิดไม่ต่างจากจ้าวฟ่านแต่กลับโค่นเขาได้เพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้น แท้จริงแล้วพลังของเขามีมากมายเพียงใดกัน”
“หรือซ่งไป่หลางในเวลานี้จะก้าวไปถึงระดับแปดก่อกำเนิดแล้ว”
เวลานี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็อันดับสองสามและสี่ โดยเฉพาะอู่ลี่ลี่และซ่งชางหยางที่รู้สึกตกตะลึงมากยิ่งกว่าผู้ใด
“จ้าวฟ่านผู้นี้ ข้าจำต้องลงมืออย่างเต็มกำลังต่อสู้กับมันหลายกระบวนท่ายังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้เหตุใดจึงพ่ายแพ้ต่อซ่งไป่หลางด้วยฝ่ามือเดียว” ซ่งชางหยางกัดฟันด้วยความไม่อยากเชื่อ
“กระบวนท่าเดียวล้มจ้าวฟ่านได้ข้าไม่อาจทำเช่นนั้น”อู่ลี่ลี่บัดนี้แม้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ไม่อาจไม่ยอมรับแท้จริงแล้วซ่งไป่หลางไม่ได้เพียงแค่มีฝีมือแต่ยังนับได้ว่าเป็อัจฉริยะที่เหนือยิ่งกว่านางเสียอีก
‘เหตุใดจึงต้องมาเผชิญหน้ากับคนเช่นนี้ในการทดสอบของข้ากัน’ นางได้แต่ส่ายหน้าด้วยความจนใจ
ซ่งไป่หลางในเวลานี้ลงมือเพียงฝ่ามือเดียวแต่กลับกลายเป็โด่งดังทั่วนิกายในพริบตาพลังระดับเจ็ดก่อกำเนิดโค่นล้มระดับเจ็ดก่อกำเนิดด้วยกันลงง่ายดายแสดงให้เห็นว่าพลังแฝงของเขาเหนือล้ำยิ่งกว่าผู้ใด
“ผู้าุโจาง ท่านเองก็แก่แล้วไม่แน่ว่าอาจจะอยากพักผ่อนเด็กแซ่ซ่งผู้นี้หากท่านไม่้าฝึกสอนเขาข้ายินดีรับ่ต่อจากท่าน”เวลานั้นผู้าุโสุ่ยที่ได้เห็นฝีมือของซ่งไป่หลางถึงกับออกตัวยื่นข้อเสนอชิงตัวซ่งไป่หลางไปจากผู้าุโจางอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ
รองเ้านิกายที่บัดนี้ยังแอบรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อยได้แต่กระแอมออกมา“ผู้าุโสุ่ยเด็กคนนี้ข้ามอบหมายให้ผู้าุโจางเป็ผู้ดูแล หรือท่านไม่เชื่อการตัดสินใจของข้า”
ได้ยินเช่นนี้จึงไม่มีผู้าุโคนใดกล้าเอ่ยอันใดออกมาอีกผู้าุโจางเองก็ได้แต่ยิ้มฝืดๆนึกไม่ถึงว่าคนรู้จักของศิษย์รักตนจะกลับกลายเป็อัจฉริยะที่น่าตื่นตะลึงเพียงนี้ตอนแรกที่ได้ยินเื่ของซ่งไป่หลางจากฉินจี ผู้าุโจางเพียงรู้สึกสนใจแต่เวลานี้กลับกลายเป็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างยิ่งหากได้มีโอกาสสั่งสอนไม่แน่ว่าเด็กคนนี้อาจก้าวหน้าไปไกลยิ่งกว่าฉินจี กลายเป็ศิษย์อันดับหนึ่งของนิกายบัว์สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง
“ผู้าุโจาง เด็กคนนี้นับว่าน่าสนใจนักภายในหกเดือนหลังจากนี้จะมีการประลองระหว่างสิบนภาแต่ละนิกายได้รับสิทธิ์ที่จะส่งศิษย์หลักห้าคนและศิษย์สายในอีกห้าคนเข้าร่วมประลองชิงความเป็หนึ่งในแคว้นในเวลานั้นเด็กตระกูลซ่งผู้นี้จะต้องสร้างความโดดเด่นคว้าเอาชัยชนะหรืออย่างน้อยก็อันดับสูงๆในการประลองมาให้นิกายของพวกเราอย่างแน่นอน” รองเ้านิกายเอ่ยเื่สำคัญกับผู้าุโจาง
ผู้าุโจางพยักหน้าเข้าใจเื่นี้นับว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะหากได้รับชัยชนะหรืออันดับต้นๆในการประลองสิบนภาชื่อเสียงของนิกายรวมถึงของรางวัลคือทรัพยากรของแคว้นจะถูกส่งมายังนิกายมากยิ่งขึ้นเป็การพัฒนานิกายทั้งในด้านชื่อเสียงและพลังอำนาจในเวลาเดียวกัน
นอกจากซ่งไป่หลางแล้วยังมีฉินจีอีกหนึ่งคนผู้าุโจางเชื่อมั่นในตัวฉินจีศิษย์รักของตนอย่างมากในการประลองสิบนภาฉินจีจะต้องสร้างความภาคภูมิใจต่อนิกายได้อย่างแน่นอน