อดีตกาล โลกเป็ที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย ทุกชีวิตแบ่งปัน
ทรัพยากรตามกำลังและความสามารถของตนเองแต่มีอยู่ 3 เผ่าพันธุ์หลักที่ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด
"มนุษย์" อ่อนแอ แต่ฉลาดสามารถนำทรัพยากรมาพัฒนาเป็ของ
ทรัพย์สินและของใช้ มนุษย์และมอนสเตอร์จึงแลกเปลี่ยนสิ่งของ
และความสามารถ เพื่อพึ่งพากัน
จนมนุษย์สามารถ "ทำพันธสัญญากับธาตุทั้ง4" เป็เวทย์มนต์และ
วรยุทธ ทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น.
มอนเตอร์เป็เผ่าพันธุ์ที่มีพลังแข็งแกร่งอายุยืนยาวในบางชนิด และมีพลังแห่งธรรมชาติชาติด้วยการควบคุมใช้งานธาตุทั้ง4 ได้ มอนเตอร์บางชนิดมีพลังพิเศษที่สามรถสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เพียงแค่มันพักอาศัย ต้นไม้ พืขพันธุ์ธรรมชาติก็เกิดความความอุดมสมบูรณ์ ดินที่เคยแห้งไร้สิ่งมีชีวิตก็เกิดควาามชุ่มชื้น ฝนตกตามฤดูกาล
ถ้าอาศัยอยู่ในถ้ำหรืออุโมงค์ที่รกร้าง ก็เกิดเหล็กหายาก เพชรพลอยและทองคำ สายแร่ต่างๆปรากฎให้ขุดเจาะใช้งานได้
ซึ่งเหล่ามอนเตอร์ชนิดนี้เมื่ออาศัยรวมกับมนุษยก็ได้รับการยอมรับ เคารพบูชา ดุจเทพเ้า
แต่เดิมทีมอนเตอร์-และมนุษย์แลกเปลี่ยนวัตถุและผลิตภัณฑ์ แม้มนุษย์จะเอาเปรียบมอนเตอร์ซะ
ส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เกิดปัญหา เพราะมอนสเตอร์จะก้าวร้าวเมื่อถูก รุกรานถิ่นที่อยู่เท่านั้นและความสงบสุขทั้งหมดก็ถูกทำลาย เพราะความโลภของมนุษย์ ทำสิ่งต้องห้ามที่สุดของมอนสเตอร์ โดยการรุุกรานยึดที่อาศัยเพื่อเอาทรัพยากรและของมีค่าเป็ของตัวเอง ทรัพยากรเป็ที่้าของเหล่าาามนุษย์เมืองต่างๆ จนคิดและโดยเข้าใจเองว่าเพียง การควบคุม มอนเตอร์ โดยจำกัดพื้นที่ให้อยู่อาศัยตามที่้า ก็จะให้เกิดพลังทำให้พื้นที่เกิดความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุและทรัพยากร แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามกับที่ตั้งใจไว้กลับทำให้อากาศ ที่เป็ปกคลุม บรรยากาศพื้นดินโดยรอบ
เกิดการเน่าสลายและกลายเป็พิษ รวมถึงกำเนิดสิ่งมีวิตแปลกประหลาดที่ไล่าล่าและทำร้ายกัดกินมนุษย์
แม้จะต้องบังคับทรมารก็ตาม ด้วยเวลาด้วยระยะเวลาที่ทุกข์ทรมาน จากการถูกปล้นแหล่งทรัพยากรและที่อยู่อาศัยและได้สร้าง"อาณาจักรมอนเตอร์" ก่อกำเนิดนักรบผู้แข็งแกร่งพร้อมที่จะต่อสู้กับศัตรูที่ผู้รุกราน
เป็เวลานาน จนกระทั่ง เหล่ามอนสเตอร์ คิดรวมกลุ่ม แบบมนุษย์ ซึ่งมีผู้นำ ที่ถูกคัดเลือกจากความ แข็งแกร่ง และมี ความคิดที่จะปกป้องพวกพ้องด้วยกัน ถูกสถาปนาเป็าามอนสเตอร์ ผ่านมาหลายต่อหลายรุ่น
เหล่ามอนสเตอร์ มีหลายสายพันธุ์ บางชนิดมีพลังร่างกายแข็งแกร่งใหญ่โต รวมถึงพลังความสามารถคล้ายสัตว์ป่าหรือแมลงผสมกัน บางชนิดใช้พลังของธาตุทั้ง4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ในการใช้ประโยชน์และป้องกันตัวเองโดยไม่ต้องร่ายเวทย์เพื่อทำพันธสัญญากับธาตุทั้ง4แบบมนุษย์
"ลูกผสมหรือลูกครึ่ง" มีพลังและความฉลาดของทั้งมอนสเตอร์และมนุษย์ เพียงแต่ไม่ทรงพลังและฉลาดเทียบเท่าทั้ง2เผ่าพันธุ์จึงมักอิจฉาในพลังของของมอนสเตอร์ และรังเกียจความฉลาดและเ้าเล่ห์ของมนุษย์ตลอดมา
มนุษย์ใช้เวทย์มนต์ ทำพันธสัญญากับธาตุทั้ง4 สร้างคาถาสายต่างๆ
ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ พลังธรรมชาติใข้พิษ และรักษาาแ ความเจ็บป่วยได้
วิทยายุทธ ในการต่อสู้ ใช้กระบวนท่า ผสานกับลมปราณ บางคนถึงกับผสานกับเวทย์มนต์ได้ ตามแต่สำนักดาบและหมัดมวยจะคิดค้นขึ้นมาได้ รวมถึงศักยภาพของคนที่ฝึก
แล้วมหาาครั้งที่ใหณ่ที่สุดครั้งหนึ่งซึ่งทำให้มีการแบ่งดินแดนออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งครั้งนี้เริ่มจากลูกผสมร่วมมือกับเผ่ามอนสเตอร์ เข้ายึดพื้นที่เดิมที่เคยเป็ของทั้ง 2 เผ่า าาเผ่าลูกผสม นามว่า กาปาได้จัดตั้งกองกำลังโดยมีนายทัพซึ่งไดรับการแต่งตั้งเรียกขานว่าประกายแสง าากาปา แต่เดิมเป็เพียงแพทย์หลวงประจำวังเผ่าลูกผสมของาาองค์เดิม แต่ได้สถาปนาตัวเองโดยเหล่าขุนพลประกายแสงในปัจจุบัน เข้าปกครองเผ่าลูกผสม โดยตั้งเป็อาณาจักรกาปา ด้วยวิธีการบริหารปกครองที่เน้นการพัฒนาพลเมืองให้อยู่สุขสบาย จนเป็ที่ยอมรับทั้งเผ่ามนุษย์และมอนสเตอร์ ทำให้บางกลุ่มยอมอยู่ภายใต้การปกครอง จึงเป็ที่มาของาในครั้งนี้ เข้าสู่ยุด เืและเหล็ก
เมืองชายแดนตั้งระหว่าง3 เผ่า 3 อาณาจักร ซึ่งมักเป็จุดทำาระหว่าง 3 เผ่ามาโดยตลอด ด้านหลังเมืองเมื่อผ่านไปอีก100 กิโลเมตรจะเป็แดนมนุษย์ ที่เป็ที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งเหล็ก อาณาจักรกาปา โดย จักรพรรดิ์กาปาเป็ผู้มีความคิด นักพัฒนา โดยใช้ทรัพยากรและสิ่งประดิษฐ์พัฒนาอาณาจนร่ำรวย ใช้ความเจริญและอุดมสมบูรณ์เพื่อเชื้อเชิญผู้มีความสามารถทั้งมนุษย์และมอนสเตอร์เข้ามาอย่ในอาณาจักร ด้วยวิธีนี้ ก็มีมนุษย์และมอนสเตอร์ย้ายมาที่อาณาจักร กาปา จำนวนมาก ยิ่งสร้างความอุดมสมบูรณ์ และพัฒนาจากความฉลาดของมนุษย์ วิทยายุทธบางส่วนก็ถูกถ่ายทอดจากมนุษย์สู่อาณาจักรกาปา จากอาณาจักรอันดับ3 จนเกือบจะถูกอีกทั้ง 2 เผ่ากลืนด้วยซ้ำ จากการปกครองของาาเผ่าลูกผสมคนเก่า
เหล่าผู้ปกครองฝ่ายมนุษย์เมืองต่างๆได้รวมกำลังเพื่อยึดเมืองจากเผ่าลูกผสมคืน นักสู้ระดัยปรมาจารย์หลายคน ได้บัญญัติ วิชาของตัวเองขึ้นมา ซึ่งมีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป ทั้งสำนักดาบ สำนักหมัด สำนักเวทย์ ระดับฝีมือถูกผ่านการยกย่องจากการแบ่งระดับฝีมือจากวิชาดาบ ที่ใช้ลมปราณ เรียกว่า 7 ดาบอัศจรรย์ได้แก่
ขั้นที่ 1 ตัดดิน ปราณหลั่งไหลผ่านดาบเพียงสะบัดดาบ ปราณที่ออกมาเปลี่ยนเป็คมดาบ ตัดวัถุที่แข็งระดับดินได้ ระยะใกล้ไกลตามความชำนาญของแต่ละคน
ขั้นที่ 2 ตัดใบไม้ แม้ใบไม้ร่วงหล่น รวดเร็ว มากมายเพียงใด ก็ใช้ลมปราณตัดขาดได้หมด
ขั้นที่ 3 ตัดศิลา ผู้คิดค้นหาทางพิชิต มารศิลา และอสูรเหล็ก ด้วยการผ่าทั้ง 2 ปีศาจนี้พร้อมกันด้วยดาบเดียว
ขั้นที่ 4 ตัดทะลเ คลื่นน้ำสุดยิ่งใหญ่ไม่มีสิ่งใดพิชิตได้ ด้วยปราณตัดน้ำ มามารถผ่าแหวกทะเลเพื่อเป็ทางเดินได้
ขั้นที่5 ผ่าพายุ พายุพัดพาทุกสิ่งพินาศ และนำพาซึ่ง เมฆฝนและสาฟ้า ด้วยปราณพายุสามารถสร้างแรงะเิทำลายพายุได้
ขั้นที่ 6 สลักเพชร ธาตุที่แข็งแกร่งที่สุด ต้องใช้เพรชด้วยกันจึงตัดได้ แต่ด้วยปราณสลักเพชร สามารถที่จะตัดและสลักได้ดังใจ ไม่มีสิ่งใดที่ปราณสลักเพชร แทงไม่ทะลุ
ขั้นที่7 ปราณดาบเทวดา รวมอนุภาพดั่งใจนึก ดุจเทพยาดา ทุกสัพสิ่งสลายเพียงปราณดาบพาดผ่าน แม้ไร้ดาบ
แต่ละขั้นอนุภาพ ไล่ระดับจาก 1-7 เพียงแต่ระดับขั้นที่7 นั้นนอกจากผู้บัญญัติ 7 ดาบอัศจรรย์ ขึ้นมา ยังไม่มีผู้ใด บรรลุถึง
3ผู้ไร้พ่าย คือกลุ่มสุดยอดฝีมือผ่ามนุษย์แห่งยุคผู้พเนจรนับถือกันเป็เพื่อนรัก 3คน มีความเป็เอกอุในวิทยายุทธ แต่ละด้าน คือ เพลงดาบ เพลงหมัดมวย และจอมเวทย์
ชูเกียติ สุดยอดฝีมือเพลงดาบ ผู้บรรลุ ปราณดาบขั้น ดาบเทวดา เพียงงหนึ่งเดียวในยุคนี้ พิชิตศึกสงความมากมาย เป็ที่นับถือและหวาดเกรงทั้งเผ่ามนุษย์และอีกทั้ง2 เผ่าพันธ์ุ ขุนพลสำคัญของเผ่ามอนสเตอร์ ตายด้วยคมดาบของชูเกียติมากมายหลายตน มารโลหะเป็มอนสเตอร์ที่มีร่างกายเป็เหล็ก เวทย์มนต์ระดับธรรมดาไม่อาจทำอันตรายได้ ร่างกานแทบจะเป็อาวุธทั้งร่าง แข็งแกร่งด้วยฝีมือและความแข็งแกร่งทางเผ่าพันธ์ กลับถูกตัดผ่าด้วยดาบของ ชูเกียติ นับร้อยนับพันตัว
สัมพันธ์ เ้าแห่งเพลงหมัดวิทยายุทธการต่อสู้ด้วยมือเปล่า สยบนักรบระดับประกายแสงมามากมาย พลังหมัดชกเพียง1ครั้ง สังหารมารศิลา ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินจนแทบสูณพันธ์ คิดค้นวิชาลมปราณชื่อพลิกฟ้าไว้ดิน ควบคุมพลังลมปราณได้ดั่งใจ หยิบยืมพลังจากการโจมตีของศัตรูใช้ได้ดั่งใจคิด ทั้งการป้องกันตัวและเพิ่มความแข็งในการโจมตี ป่นหินทลายูเาได้เพียงแค่มือัั
วีรเดช จอมเวทย์นักออกแบ ผู้วางผังเมืองให้อาณาจักรต่างๆ รวมถึงบ้านเรือน แต่ที่สำคัญจนไดรับการยกย่อง เป็1ใน3 ผู้ไร้พ่ายคือ เป็จอมเวทย์ที่ร่วมศึกกับผู็ไร้พ่ายทั้ง2 ด้วยเวทย์ที่คอยส่งเสริม ระหว่างการต่อสู้ และรักษายามาเ็ให้สหายและโจมตี ปกป้อง
คิดค้นเวทย์ที่ผสานระหว่างพลังเวทย์และพลังลมปราณเป็ตะข่ายนภา ตัดิญญา คือวิชาเวทย์ขั้นสูง ยิงพลัง ปราณ ผสมกับเวทย์เพลิง ยิงออกจากปลายนิ้ว 1 นิ้ว มีทั้งหมด จำนวน 10 เส้น เมื่อยิงออกทั้งสองมือ ถักทอร่วมกันเป็แหขนาดใหญ่ กว้างถึง 500 ตารางเมตรซึ่งมีความร้อน จากเวทย์เพลิงสูงสุดเมื่อครอบคลุม ร่างกาย ขนาดหินหรือเหล็กก็ละลาย ด้วยการถูกตัด อย่างสยดสยอง จุดหมายการใช้ไม่ได้มีจับกุม แต่มีไว้เพื่อสังหารหมู่
3ผู้ไร้พ่าย ออกพจญภัยตั้วแต่ยังหนุ่มจนมาถึงในศีกมหาาคั้งสุดท้ายของทั้ง 3 คน แต่ละคนก็อายุประมาณ 70 ปี แต่ยังไร้ลูกศิษย์เพิ่มเติม
และตอนนี้ทั้ง3 ได้ยืนอยู่แนวหน้านอกกำแพง ชายแดนซึ่งแบ่งกั้นระหว่าง 3 เผ่าพันธุ์
สัมพันธ์ ยืนเกร็งพลังพลิกฟ้าไว้ดิน ขั้นสูงสุด เพื่อรับมือ นักรบเผ่ามอนสเตอร์และอาณาจักรกาปา ซึ่งโหมโจมตีเข้ามาพร้อมกัน มอนสเตอร์ร่างมหึมาสูงประมาณ 2.5 เมตร ร่างกายเป็หินผสมเหล็ก วาดหมัดขนาดั์ทีมีไฟลุกท่วม ชกใส่สัมพันธ์ ด้วยความเร็วและแรงที่ทะลายกำแพงด้านหลังของ สัมพันธ์ ได้ด้วยหมัดเดียว สะเก็ดไฟที่กระเด็นออกจากหมัดทำให้พื้นหญ้าและต้นไม่โดยรอบ ติดไฟ เพียงแต่สัมพันธ์ ยกมือรับหมัดนั้นได้โดยง่ายดาย มือไม่ได้รับาเ็ด้วยไฟและแรงหมัดแม้แต่น้อย เพียงแต่พลังหม้ดที่รับถูกส่งผ่านด้วยพลังพลิกฟ้าไว้ดิน จากมือซ้าย ย้ายพลังโจมตีทั้งหมดมาสู่มือขวา มอนสเตอร์ ร่างกายเป็หินผสมเหล็ก หยุดชะงักด้วยความงงและสงสัยในผลของการโจมตีของตนที่ไม่สามารถทำอะไร ชายชรา ได้เลย จึงกระหน่ำหมัดซ้ายอีกข้าง ด้วยพลังที่มากกกว่าหมัดแรก เล็งไว้ที่ใบหน้า โดยที่พยายามดึงมือขวาที่ถูกหยุดออกมา แต่ไม่สามารถดึงออกมาได้ สัมพันธ์ รวบรวมพลังไว้ที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางข้างซ้าย แทงมือออกไปรับหมัดซ้ายที่ชกมาจากศัตรู อย่างใจเย็น ด้วยพลังปราณจากของศัตรูบวกกับปราณของตนเองทำให้แขนซ้ายและร่างกายซีกซ้ายถูกบดละเอียดเหมือนหินที่ถูกะเิ แม้ร่างกายจะมีโครงสร้างผสมระหว่างหินและเหล็ก รวมถึงเพลิงที่ร้อนแรงดุจลาวา แต่เหมือนยิ่งแข็งแกร่างกมาย ก็ยิ่งทำลายตนเองมากด้วยเช่นกัน ร่ายกายค่อยๆ สะลายเป็เศษหิน คงเหลือแต่แขนขวาที่ยังตรึงติดกับมือข้างขวาของสัมพันธ์
นักรบประกายแสงกาปานามเทพนภา ผู้ใช้พลังปราณวายุที่สามารถเจาะทะลุเหมือนสว่าน บินเข้ามาสมทบพร้อมปล่อยปราณวายุ9สายพุ่งใส่สัมพันธ์ ที่กำลังปะทะกับมอนสเตอร์หินผสมเหล็ก สัมพันธ์ วาดมือซ้ายพร้อมปราณเป็วงกลม ขนาดั์ รับพลังปราณวายุ ที่พุ่งเจาะเข้ามาอย่างใจเย็น ปราณวายุแม้พุ่งไปทิศทางต่างๆ แต่กลับถูกดูดเข้าหาปราณจากฝ่ามือซ้ายของสัมพันธ์ อย่างพร้อมเพียง ปราณวายุถูกรัดด้วยปราณพลิกฟ้าไว้ดิน เหมืองูที่พยานามดิ้นจากเชือกแต่ไม่สามารถหนีได้
สัมพันธ์ สะบัดมือออก ให้ปราณวายุพุ่งกลับไปทิศทางที่กองทัพศัตรูอยู่ อย่างไม่เจาะจง ปราณวายุรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ก็รอดไป เมื่อถูกปลดปล่อยก็ทะลุร่างกายฝ่ายศัตรุอย่างมากมาย บางตนหลบได้ หรือรู้ตัวก่อน ด้วยปราณพลิกฟ้าไว้ดิน ที่รวมผสมไปด้วยทำให้อานุภาพเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเดิม จนเทพนภา ยังตกตะลึงในพลังที่เข่นฆ่า พวกเดียวกันได้อย่างมากมายแต่บางตัวมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง ก็รอปะทะ แต่ก็ไม่อาจต้าน ร่างกายถูกทะลวงด้วยพลังต้นคือปราณวายุ มีเพียงระดับประกายแสงกาปาที่พอต้านพลังนี้ได้
เทพนภายังคงโจมตีสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่อง ด้วยกรงเล็บที่แหลมคมและแข็งแกร่ง ทั้ง2มือ บดขยี้แหล็กได้ดุจดินเหนียว
สัมพันธ์ ยังคงใช้มือเพียงข้างเดียวปัดป้องอย่างง่ายดาย ส่วนแขนขวาที่ยึดแขนของมอนสเตอร์หินผสมเหล็ก ตอนนี้ชิ้นส่วนแขนที่เหลือ เริ่มลุกโชนด้วยเปลวไฟจากที่หลงเหลือ
สัมพันธ์ : เ้านี่ฉลาดไม่ใช้พลังปราณโจมตีเราเลย คงกลัวพลังพลิกฟ้าไว้ดิน สะท้อนกลับ กรงเล็บมันไวมาก เล็งที่ดวงตาเราตลอดเลย
เทพนภา : ทุกครั้งที่เราโจมตีพลาด เหมือนจะห่างเพียง 5-10 เิเก่อนจะถึงดวงตาของมัน
มอนสเตอร์ พญาอสรพิษ เลื้อยรวดเร็วเข้ามาในวงต่อสู้ ก่อนถึงตัวทั้งคู่ ก็พ่นพิษชนิดน้ำกรดเป็ละอองปกคลุมรอบบริเวณต่อสู้
วีรเดชร่ายเวทย์รอก่อนหน้านั้นแล้ว สร้างหลุมปริศนา กลางอากาศ ดูดละอองพิษและเปลวไฟทั้งหมดเข้าสู่หลุมกลางอากาศ และเกิดอีกหลุมเหนือกองทัพมอนสเตอร์ วิ่งที่ถูกดูดจากหลุมแรก หล่นใส่กองทัพมอนสเตอร์ออกมาทั้งหมด สร้างความาเ็ให้แก่กอองทัพมากมาย แต่นั้นยังไม่พอ
สัมพันธ์ ใช้พลังบดขยี้แขนหินเหล็กของศัตรูที่ยึดมา โหมพลังปราณเสริมเข้าไปสร้างเป็สะเก็ดหินไฟนับพันเม็ด อัดใส่ เทพนภาและพญาอสรพิษ จนร่างแหลกสลายทั้ง2คน จากนั้นสเก็ดหินก็ถูกดูดสู่หลุมเวทย์ ไปตกใส่กองทัพมอนสเตอร์อีกทอดนึง อานุภาพดุจกกระะสุนเพลิง นับร้อยนับพันตกใส่กองทัพ มอนสเตอร์2
2ใน3 ผู้ไร้พ่ายลงมือ ก็สร้างความหวาดกลัวกับศัตรูทั้ง 2 กองทัพแล้ว สร้างความยินดีกับกองทัพฝ่ายมนุษย์ เหล่าสำนักดาบและสำนักต่อสู้อื่นๆ ต่างคิดถึงความต่างในฝีมือตนเองกับ3 ผู้ไร้พ่ายผู้เฒ่า แม้มีฝีมือจนก่อตั้งเป็เ้าสำนัก มีลูกศิษย์มากมาย ต่างกับทั้ง 3 ผู้ไร้พ่ายผู้เฒ่า ที่เร่ร่อน ไม่มีสำนักหรือลูกศิษย์ เพียงแต่ชี้แนะให้กับบางคนที่ถูกชะตา เ้าสำนักหลายคนก็ได้รับคำชี้แนะจนต่อยอดเป็วิชาของตนเอง
ชูเกียติ : พวกเ้าทั้ง2 เผ่ากลับไปซะเถอะหากพวกข้ายังอยู่จะไม่ใครผ่านกำแพงเมืองชายแดนนี้ไปได้
าากาปา : แต่เหตุาครั้งนี้เริ่มต้นจากเผ่ามนุษย์ที่เข้าสมายึดเมืองที่เข้ามาสวามิภักดิ์อาณาจักกาปเองนะ
เื่ครั้งนี้พวกเ้าจะขดใช้ยังไง
าามอนสเตอร์ : พวกเรามอนสเตอร์ ก็ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียทั้งนั้น ขอเพียงพวกเผ่ามนุษย์รับปากยอมปล่อยพวกข้าที่ถูกกักขังไว้ออกมาก็พอหวังคงจะรับปาก
ชูเกียติ : พวกข้าจะกลับไปเจรจากับาาแต่ละเมืองให้ละเว้นการปกครองจากคนของเผ่ามนุษย์ที่สวามิภักดิ์เผ่าลูกผสมอาณาจักรกาปาเอง ส่วนมอนสเตอร์ ที่ถูกกักขังไว้ก็จะให้ปล่อยกลับออกมาให้หมดทุกตน
วีรเดช : พวกเ้าเหล่าสำนักนักสู้ เหตุที่พวกข้า 3 คน รีบจบศึก เพราะตอนนี้สุขภาะของพวกข้า ไม่เหมือนเดิม
จากการใช้ชีวิต การฝึกวิชาและการต่อสู้ ที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป ทำให้พลังชีวิตลดลงอย่างมากมาย จนทำให้อายุขัย เหลือน้อย แม้ตอนนี้จะอายุเฉลี่ยเกือบ 70 กันทุกคนซึ่งถือว่าเป็อายุที่ยืนยาวแล้ว
แต่ที่ใช้พลังไปที่ผ่านมา ก็ฝืนกันทั้งนั้น ยิ่งตอนนี้ ชูเกียติ :ที่ยืนพูดไล่พวกนั้นแล้ว แทบจะยกดาบไม่ขึ้น แต่ฝืนใช้ปราณเพื่อพยุงตัวเอง ข่มขวัญศัตรู หวังาพวกเ้าจะเข้าใจ และกลับไปเจรจากับาาเมืองต่างๆของพวกนาย เพราะเท่าที่ประเมินดู พวกมันก็ไม่อยากเสียนักรบเก่งๆ โดยไม่มั่นใจที่จะเอาชนะได้ เลยยังไม่สั่งบุก โดยเฉพาะาากาปาที่ได้ชื่อว่าเป็ยอดฝีมือในการใช้ปราณพิษ ก็ยังดูไว้ท่าที เหมือนจะกลับไป จากที่เห็นฝีมือพวกข้าที่ผ่านมา
พวกข้าหวังว่าจะจบศึกนี้โดยเร็ว เพื่อถ่วงเวลารอให้พวกเราพร้อมที่จะเปิดศึกอีกครั้ง อายุขัยของมนุษย์ช่างสั้นนัก
แต่เราก็พัฒนาตัวเองไปได้มากกว่าพวกที่อายุไขยืนยาว
ชูเกียติ เพียงยกมือขึ้น ปราณสีทองเปล่งประกายล้อมรอบฝ่ามือถูกฟาดสะบัดมือออกไป ปราณถูกปล่อยออกไปสู่พื้นดิน พื้นแยกตาพลังปราณที่พาดผ่าน เกิดรอยแยกเป็ทางยาวนับกิโลเมตร เป็เขตแดนแสดงถึงการไม่รุกล้ำอาณาเขตซึ่งกันและกัน
“ปราณดาบเทวด ลมปราณ ขั้นสูงสุดของ7ดาบอัศจรรย์” แทบทุกคนที่อยู่ในที่นั้น เอ่ยขึ้นมาแทบะจะพร้อมๆกัน วรยุทธขั้นสูงสุดที่ใครๆก็ใฝ่ฝันจะได้ถึงขั้นนั้น
แม้พวกข้าไม่ได่เปิดรับลูกศิษย์อย่างเปิดเผย แต่ก็ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชารวมถึงชี้แนะตามพื้นฐานวิชาที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละสำนักให้กับผู้คนมากมายจนบางคนมีพร์มากหน่อยก็กลายเป็เป็ปรมาจารย์เปิดสำนักจนยิ่งใหญ่ แต่นี้ต่อไปคงต้องฝากอนาคตไว้กับพวกเ้าแล้ว
จบยุคเืและเหล็ก่แรก จบยุคเืและเหล็ก่แรก