บทที่ 2 : ความฝันของลูกชาย
“ติ๊ดด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!”
เสียงสัญญาณแหลมสูงจากโทรศัพท์มือถือแผดร้องระรัวทำลายความเงียบสงัดของห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ นนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ไฟหน้าจอสว่างวาบบ่งบอกเวลา ตีสี่ครึ่ง... เวลาเริ่มต้นภารกิจปากท้องของเช้าวันใหม่
ภายในบ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็กในชานเมืองเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังออกมาจากห้องนอน ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำเดินออกมาพร้อมรวบผมหน้าที่ปรกตา เขาเหลือบมองประตูห้องนอนของแม่ ก่อนเดินตรงเข้าครัวอย่างคุ้นเคย
เปิดหม้อหุงข้าว
ล้างผัก
หั่นหมู
ตั้งกระทะ
ทุกอย่างเป็กิจวัตรที่ทำมาั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย
ไม่นานนัก...
กลิ่นกระเทียมเจียวก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน
"นนท์..."
เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากหน้าห้อง
"แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องตื่นมาช่วย"
นนทกรหันมายิ้ม
"ผมตื่นเองครับ"
"โกหก"
เดือนเพ็ญ เมฆาเจียวดี เดินเข้าครัวพร้อมรอยยิ้มอันอ่อนโยนแม้เธอจะอายุเพิ่งสี่สิบปลาย ๆ แต่ใบหน้ากลับดูแก่ก่อนวัย มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยไหม้เล็ก ๆ จากน้ำมันกระเด็น ข้อนิ้วหยาบกร้านจากการจับตะหลิวทุกวัน นนท์แอบมองมือของแม่อยู่ครู่หนึ่ง ทุกครั้งที่เห็น...หัวใจของเขาจะหนักอึ้งเสมอ
"แม่นั่งก่อน"
"เดี๋ยวผมทำเอง"
"อีกหน่อยได้เมียแล้วแม่จะตกงาน"
นนท์หัวเราะ ฮ่ะ ฮ่ะ
"ยังไม่มีใครเอาหรอกครับแม่"
"ลูกชายแม่หล่อจะตาย"
"แม่อวยอีกแล้วนี้ ฮ่ะ ฮ่ะ"
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
...
ร้านข้าวแกงเล็ก ๆ หน้าโรงเรียนเริ่มเปิดั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างลูกค้าประจำทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย
"ป้าเดือนวันนี้มีแกงเขียวหวานไหม"
"มีจ๊ะหนู"
"ขอสองถุงค่ะป้า"
ขณะที่แม่กำลังตักกับข้าว นนท์ก็ช่วยแพ็กข้าว ใส่ถุง คิดเงิน และยกอาหารให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว
"น้องนนท์เรียนจบแล้วใช่ไหมค่ะ" ลูกค้าประจำถาม
"ครับ"
"เมื่อไรจะได้ทำงานบริษัทใหญ่"
นนท์ยิ้มสุภาพ
"กำลังหางานครับ"
"คนเก่งอย่างเรา เดี๋ยวก็ได้"
"ขอบคุณครับ"
เมื่อไม่มีลูกค้า เดือนเพ็ญหันมามองลูกชาย
"แม่ได้ยินว่ามีหลายบริษัทเรียกสัมภาษณ์อยู่ใช้ไมนนท์"
"ครับแม่"
"แล้วเลือกที่ไหนหรือยังล่ะลูก"
นนท์ส่ายหน้า
"ยังครับแม่"
"เลือกที่มันมั่นคงนะลูก"
คำว่า “มั่นคง” ทำให้นนท์ยิ้มบาง ๆ เขารู้ดีว่าแม่หมายถึงอะไร
...
หลังร้านปิด่สายของวัน สองแม่ลูกนั่งกินข้าวง่าย ๆ ด้วยกัน แกงจืดเต้าหู้ ไข่เจียวหนึ่งจาน และน้ำพริกที่เหลือจากตอนเช้า เดือนเพ็ญตักไข่ชิ้นใหญ่ใส่จานให้ลูก...นนท์ก็แอบตักกลับคืน
"แม่กินเถอะครับ"
"ลูกกำลังโตนะ กินเยอาะๆ"
"ผมยี่สิบสองแล้วนะครับแม่"
"ต่อให้สี่สิบสองก็ยังเป็ลูกแม่อยู่เสมอ"
ทั้งคู่หัวเราะ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เดือนเพ็ญจึงพูดขึ้นเบา ๆ
"นนท์...ลูก"
"ครับแม่"
"แม่ไม่ได้อยากให้ลูกหาเงินเยอะๆ"
"แต่แม่แค่อยากเห็นลูกมีงานที่มั่นคง"
"ถ้าได้เป็ข้าราชการ...แม่ก็คงหมดห่วง"
นนท์วางช้อนลงก่อนจับมือของแม่ไว้ มือคู่นั้นหยาบกว่าที่เขาจำได้
"แม่...ครับ"
"ผมสัญญา...นะครับ"
"ว่าผมจะสอบเข้ารับราชการให้แม่แน่นอน"
"แต่ก่อนถึงวันนั้น..."
"ผมอยากให้แม่ได้พัก"
"อย่างน้อยสักห้าปี"
"ไม่ต้องตื่นตีสาม"
"ไม่ต้องยืนหน้าเตาร้อน ๆ"
"ไม่ต้องปวดหลังทุกคืน"
เดือนเพ็ญยิ้มทั้งน้ำตา เธอบีบมือลูกชายเบา ๆ
"แม่ไม่ได้เหนื่อยดอกลูก ...แม่มีความสุข"
นนท์ยิ้มตอบ แต่ในใจเขารู้ดีว่าคำพูดนั้น...คือคำโกหกที่แม่ใช้มาตลอดหลายปี เพื่อไม่ให้ลูกเป็ห่วง และเขาตั้งใจว่า...ไม่ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหนเขาจะทำให้แม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสบายให้ได้
...................
หลังจากเก็บกรวดร้านเสร็จแล้ว นนท์ก็ขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย แม้จะเรียนจบมาได้เกือบเดือนแล้ว แต่เขายังคงแวะเวียนมาหาอาจารย์ที่ปรึกษาเป็ประจำ เพราะกำลังช่วยงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในฐานะผู้ช่วยอาสา
"อ้าว...ไอ้นนท์มาแล้ว"
เสียงเพื่อนดังขึ้นทันทีที่เดินเข้าอาคารคณะ
"พระเอกของพวกเรา"
เบียร์ เพื่อนสนิทตัวสูงรีบเดินเข้ามาตบไหล่
"ได้ข่าวว่ามีบริษัทแย่งตัวกันวุ่นเลย"
นนท์ยิ้มเขิน ๆ
"ไม่ได้ขนาดนั้น"
"ยังจะถ่อมตัวอีก"
โอ๊ตรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าอีเมล์
"พวกเรายังส่งใบสมัครกันไม่ครบเลย"
"แต่นายมีอีเมลตอบรับเต็มกล่อง"
ฟ้าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หัวเราะ
"อิจฉาก็พูดมาตรง ๆ"
ทั้งสี่คนหัวเราะพร้อมกัน
ถึงจะเรียนเก่งกันทั้งกลุ่ม แต่ทุกคนยอมรับว่านนท์โดดเด่นที่สุด
...
"นนท์"
เสียงทุ้มของชายวัยห้าสิบดังขึ้นจากหน้าห้อง...ทุกคนรีบหันไปมอง
"อาจารย์วิชัย"
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้เป็ทั้งที่ปรึกษาและผู้ผลักดันให้นนท์ได้แสดงความสามารถ
"เข้ามาหน่อย"
"ครับอาจารย์"
ภายในห้องทำงานมีแฟ้มเอกสารวางเรียงเต็มชั้นหนังสืออาจารย์วิชัยหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางบนโต๊ะ
"นี่..."
"ข้อเสนอการทำงาน"
นนท์เปิดแฟ้มออกดูทีละแผ่น
บริษัทด้านคลาวด์ระดับประเทศ
เงินเดือน 48,000 บาท
บริษัทด้านระบบธนาคาร
เงินเดือน 55,000 บาท
บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์
เงินเดือน 60,000 บาท
แต่ละแห่งล้วนเป็บริษัทที่นักศึกษาทั้งคณะใฝ่ฝันอยากร่วมงาน
"ทุกบริษัทโทรมาหาอาจารย์"
"อยากได้เธอ"
นนท์เงียบไป
"แล้วอาจารย์คิดว่า..."
"ควรเลือกที่ไหนดีครับ"
อาจารย์วิชัยยิ้ม
"คำตอบนั้น อาจารย์ตอบแทนไม่ได้"
"แต่ไม่ว่าจะเลือกที่ไหน"
"ขออย่างเดียว"
"อย่าหยุดเรียนรู้"
นนท์พยักหน้า
"ครับ"
...
ขณะกำลังจะลุกออกจากห้อง อาจารย์กลับเรียกไว้
"เดี๋ยวก่อนนนท์"
อาจารย์วิชัยหยิบซองเอกสารอีกซองหนึ่งซึ่งแยกไว้ต่างหาก ซองสีขาวสะอาด มีเพียงโลโก้สีเงินเรียบหรูด้านหน้าพิมพ์ว่า
Global Nexus Infrastructure
"บริษัทนี้..."
อาจารย์เว้นจังหวะ
"เพิ่งส่งมาเมื่อเช้า"
นนท์รับซองมาอย่างสงสัย
"ผมไม่เคยสมัครที่นี่นะครับ"
"เขาติดต่อผ่านมหาวิทยาลัย"
"บอกว่าเห็นผลงานวิจัยของเธอ"
"แล้วสนใจ"
นนท์เปิดอ่านคร่าว ๆ ตำแหน่ง Database Infrastructure Engineer ประจำโครงการต่างประเทศเงินเดือนเริ่มต้น...280,000 บาทต่อเดือน
เขานิ่งไปทันที
"สองแสนแปด..."
"ใช่"
อาจารย์เองยังยอมรับว่าเป็ตัวเลขที่น่าใ
"บริษัทจะออกค่าเดินทาง"
"ค่าที่พัก"
"ค่าประกัน"
"รวมถึงค่าอบรมทั้งหมด"
นนท์อ่านรายละเอียดต่อทุกอย่างดูเป็มืออาชีพไม่มีคำโฆษณาเกินจริง ไม่มีข้อความชวนเชื่อมีเพียงรายละเอียดงานที่ชัดเจน และคุณสมบัติที่ตรงกับความสามารถของเขาอย่างน่าประหลาด
"เขานัดสัมภาษณ์ออนไลน์ในสัปดาห์หน้า"
อาจารย์กล่าว
"เธอจะไปหรือเปล่า"
นนท์ไม่ได้ตอบทันที...แต่สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ตัวเลขเงินเดือน ในหัวไม่ได้คิดถึงรถหรูไม่ได้คิดถึงบ้านหลังใหญ่ แต่กลับเห็นภาพของแม่กำลังยืนตักแกงอยู่หน้าเตาร้อน ๆ เห็นสองมือที่เต็มไปด้วยรอยแผล เห็นแผ่นหลังที่ค่อย ๆ งอลงทุกปี
"ถ้าได้งานนี้..."
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
"แม่คงไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว"
อาจารย์วิชัยมองลูกศิษย์ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จำไว้นะนนท์"
"งานที่ดีไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือน"
"แต่ต้องวัดจากความน่าเชื่อถือของบริษัทด้วย"
"ตรวจสอบทุกอย่างให้ละเอียด"
นนท์พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ครับอาจารย์"
.........................
แดด่บ่ายกำลังส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนขนาดเล็ก โต๊ะไม้เก่า ๆ ริมหน้าต่างมีเพียงโน้ตบุ๊กเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก หนังสือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์กองสูง และกรอบรูปครอบครัวใบหนึ่ง ในรูป... มีเด็กชายวัยแปดขวบยืนยิ้มกอดผู้ชายร่างสูง ส่วนผู้หญิงอีกคนยืนโอบลูกชายไว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น นนท์มองรูปนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ
"พ่อ..."
"ผมเรียนจบแล้วนะครับพ่อ"
“ลูกชายคนนี้ของพ่อ...”
“จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะวิศวกรคอมพิวเตอร์”
“พ่อภูมิใจกับผมนะครับ...”
เขาพูดกับรูปถ่ายเบา ๆ
ก่อนจะเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาเสียงพัดลมระบายความร้อนดังแ่ ๆ หน้าจอปรากฏอีเมล์หลายสิบฉบับ หัวข้อส่วนใหญ่ล้วนเป็ข้อเสนอการทำงาน นนท์เปิดอ่านทีละฉบับอย่างละเอียด เขาไม่ได้ดูแค่ตัวเลขเงินเดือนแต่เปิดดูรายละเอียดของตำแหน่ง หน้าที่รับผิดชอบ เทคโนโลยีที่ใช้ โอกาสเติบโต และสวัสดิการของแต่ละบริษัท สมกับนิสัยคนที่คิดเป็ระบบ
ไม่นานนัก...สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่อีเมลฉบับหนึ่ง Global Nexus Infrastructure
เขาคลิกเปิดทันที เอกสารแนบถูกจัดทำอย่างเป็มืออาชีพมีรายละเอียดตำแหน่งงาน แผนผังองค์กร รายละเอียดโครงการ รวมถึงกำหนดการสัมภาษณ์ออนไลน์ ทุกอย่างดูเรียบร้อยไม่มีคำผิด ไม่มีข้อความชวนเชื่อเกินจริง ยิ่งอ่าน...นนท์ยิ่งรู้สึกว่าบริษัทแห่งนี้น่าสนใจ
แต่เขาไม่ใช่คนตัดสินใจจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
"เช็กก่อน" นนท์พึมพำ
นิ้วเรียวยาวเริ่มพิมพ์ข้อมูลลงบนแป้นพิมพ์ เขาตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัท เปิดดูข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะตรวจสอบโดเมนเว็บไซต์ ค้นหาข่าวประชาสัมพันธ์ อ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร ค้นหาข้อมูลตำแหน่งบริษัทในแผนที่ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้จากแหล่งสาธารณะหลายแห่ง
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงนนท์เอนตัวพิงเก้าอี้
"แปลก..."
ทุกอย่างที่เขาตรวจสอบได้ล้วนดูสอดคล้องกันไม่มีสิ่งผิดปกติที่เห็นได้ชัดจากข้อมูลสาธารณะ เขาจึงปิดโน้ตบุ๊กชั่วคราว
...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก...ก๊อก...
"นนท์...นนท์...ลูก"
"ครับแม่"
เดือนเพ็ญยื่นแก้วนมอุ่นเข้ามาให้
"พักสายตาบ้างนะลูก"
นนท์รับแก้วนมมา
"ขอบคุณครับแม่"
แม่เหลือบเห็นเอกสารบนโต๊ะ
"กำลังดูเื่งานหรือลูก"
"ครับแม่"
"มีที่ถูกใจไหมล่ะ"
นนท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นเอกสารของ Global Nexus Infrastructure ให้แม่ดู
"บริษัทนี้เสนอเงินเดือนสูงกว่าที่อื่นหลายเท่า"
เดือนเพ็ญมองตัวเลขแล้วใ
"เยอะขนาดนี้เลยหรือ"
"ครับ"
เธอวางเอกสารลงช้า ๆ ก่อนมองหน้าลูกชาย
"แม่ไม่รู้เื่บริษัทหรอกนะลูก"
"แต่แม่รู้เื่คน"
"ของที่ได้มาง่ายเกินไป บางครั้งต้องระวังน่ะลูก"
นนท์ยิ้มอ่อน
"ผมยังไม่ได้ตัดสินใจครับ"
"ผมกำลังตรวจสอบทุกอย่าง"
เดือนเพ็ญพยักหน้าอย่างสบายใจ
"ดีแล้วล่ะ"
"ไม่ว่าจะเลือกงานไหน"
"แม่เชื่อว่าลูกเลือกด้วยเหตุผล"
เธอลูบศีรษะลูกชายเบา ๆ ก่อนเดินออกจากห้อง
นนท์มองตามแผ่นหลังของแม่ก่อนหันกลับมามองเอกสารอีกครั้ง ตัวเลข 280,000 บาทต่อเดือนยังคงสะดุดตา เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตัวเลขลงบนกระดาษ 280,000 × 12 = 3,360,000 ถ้าทำงาน 5 ปี...เขามองตัวเลขที่คำนวณไว้เงียบ ๆ ในหัวมีเพียงความคิดเดียว
"แม่จะไม่ต้องขายข้าวแกงอีกแล้ว..." นนท์ยิ้มกับตัวเอง
.................
ค่ำวันนั้น...สายฝนโปรยลงมาเบา ๆ จนเกิดเสียงกระทบหลังคาสังกะสีเป็จังหวะสม่ำเสมอ ภายในบ้านหลังเล็ก เดือนเพ็ญกำลังนั่งเย็บผ้ากันเปื้อนตัวเก่าภายใต้แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟดวงเล็ก นนท์เดินออกมาจากห้องพร้อมแก้วน้ำอุ่น
"แม่...พักบ้างก็ได้ครับ"
เดือนเพ็ญเงยหน้าขึ้นยิ้ม
"เหลืออีกนิดเดียวจ๊ะลูก"
"แม่เห็นว่าผ้าขาดตรงนี้ ถ้าไม่เย็บ เดี๋ยวใส่ไม่ได้"
นนท์นั่งลงข้าง ๆ มองปลายนิ้วของแม่ที่มีรอยเข็มตำอยู่หลายแห่งหัวใจของเขาเหมือนถูกบีบรัด ั้แ่จำความได้...แม่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ตัวเอง ไม่เคยซื้อของฟุ่มเฟือย ทุกบาททุกสตางค์ถูกเก็บไว้เพื่อลูกชายเพียงคนเดียว
"แม่...ครับ"
"หือ"
"ถ้าผมทำงานแล้ว"
"แม่เลิกร้านข้าวแกงนะ"
เดือนเพ็ญหัวเราะเบา ๆ
"แล้วแม่จะทำอะไร"
"แม่ก็ปลูกดอกไม้"
"เลี้ยงไก่"
"ดูละคร"
"เที่ยวทะเล"
นนท์พูดต่อเหมือนวาดภาพไว้ในใจมานาน
"แล้วตอนเย็น..."
"ผมก็จะพาแม่ไปเดินตลาด"
"ซื้อของที่แม่อยากกิน"
เดือนเพ็ญฟังจนยิ้มกว้าง
"ฝันไกลจังลูก"
"ไม่ไกลครับแม่"
"อีกไม่นาน...ลูกจะหามันมาให้แม่เอง"
แม่เอื้อมมือไปแตะใบหน้าลูกชาย
"ลูกไม่ต้องรีบโตเพราะแม่ก็ได้น่า"
"แม่อยู่แบบนี้ก็มีความสุขแล้วลูก"
นนท์ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบเพราะในใจ...เขาตัดสินใจไว้แล้ว ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนเขาจะทำให้แม่มีชีวิตที่ดีกว่านี้
...
หลังจากแม่เข้านอน เวลาสี่ทุ่มกว่า...นนท์กลับเข้าห้องอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ติ๊ง...เขาเปิดอีเมล์หัวข้อข้อความคือ Interview Confirmation จากบริษัท Global Nexus Infrastructure
เนื้อหาเขียนด้วยภาษาสุภาพ เป็ระเบียบ และมีรายละเอียดครบถ้วน ระบุวัน เวลา ช่องทางการสัมภาษณ์ออนไลน์ รวมถึงรายชื่อผู้สัมภาษณ์ ตำแหน่งงาน และเอกสารที่ต้องเตรียมทุกอย่างดูเป็มาตรฐานขององค์กรระดับสากล ท้ายอีเมล์ยังระบุว่า
"บริษัทขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจร่วมงานกับเรา และหวังว่าจะได้พบกับท่านในการสัมภาษณ์ครั้งนี้"
นนท์อ่านซ้ำอีกครั้ง ก่อนกดปุ่มตอบรับการเข้าร่วมสัมภาษณ์ ทันทีที่ส่งข้อความออกไปเขาเอนตัวพิงเก้าอี้หายใจออกช้า ๆ
"เอาเถอะ..."
"อย่างน้อยก็ได้ลองดู"
...
"กะเพราเนื้อไข่ดาวไม่สุกได้แล้วครับ!"
เสียงทุ้มะโฝ่าไอความร้อนจากเตาแก๊สหัวฟู่ นนท์ สะบัดตะหลิวในมือด้วยความคล่องแคล่ว เด็กหนุ่มในเสื้อยืดกีฬาสีซีดและผ้ากันเปื้อนสีเข้มหันไปยิ้มให้ลูกค้ากลุ่มนักศึกษาที่ยืนรอกันแน่นขนัดหน้าคูหาตึกแถวเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามประตูมหาวิทยาลัย
หลังจากเรียนจบมาได้ไม่กี่เดือน นนท์ก็กลายเป็ "มือขวา" คนสำคัญของแม่ไปโดยปริยาย ร้านข้าวแกงแม่เดือนเพ็ญเป็ที่พึ่งยามยากของเด็กมหา'ลัย เพราะให้เยอะ อร่อย และราคาถูก แต่ละวันหน้าเตาของนนท์จึงไม่เคยว่างเว้น
"นนท์ ลูกไปพักก่อนไป เดี๋ยวที่เหลือแม่ลุยเอง" แม่เดือนเพ็ญหันมาบอกพลางเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า
"วันนี้มีซ้อมใหญ่ไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวไปสายพวกรุ่นน้องจะบ่นเอานะ"
นนท์ยิ้มพลางมองนาฬิกาข้อมือ อีกยี่สิบนาทีจะสี่โมงเย็น ซึ่งเป็เวลาขัดเกลาฝีเท้าของทีมฟุตบอลคณะในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีประจำปีที่กำลังจะมาถึงในอีกสองสัปดาห์
"งั้นผมฝากหน้าร้านแป๊บนึงนะครับแม่”
“ซ้อมเสร็จประมาณทุ่มนึง”
“เดี๋ยวผมกลับมาล้างจานให้นะครับแม่"
นนท์ถอดผ้ากันเปื้อนพาดไว้ที่ราว คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจที่มีรองเท้าสตั๊ดอยู่ข้างใน แล้วรีบวิ่งข้ามถนนมุ่งหน้าไปยังสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ทิ้งกลิ่นควันกะเพราโชยคลุ้งไว้เื้ั
.............
"เฮ้ยพี่นนท์! ส่งบอลมาทางนี้!"
เสียงะโจากรุ่นน้องในทีมปลุกนนท์ให้ตื่นจากความล้า เขากระชากบอลหลบกองหลังทีมคู่ซ้อมด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะสับไกยิงด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เสียงเฮลั่นจากข้างสนามฟุตบอลคณะวิศวะฯดังขึ้น แต่คนยิงกลับไม่ได้ยิ้มกว้างเหมือนทุกที นนท์ทรุดตัวลงนั่งชันเข่า หอบหายใจจนตัวโยน สายตามองดูนาฬิกาบอร์ดของสนาม... หกโมงครึ่งแล้ว
"พี่นนท์ วันนี้ฟอร์มดรอปไปหน่อยนะพี่ ใจลอยไปไหนเนี่ย?" ไอ้มาร์ค กองกลางรุ่นน้องเดินเข้ามาตบไหล่
ความจริงแล้วไม่ใช่แค่ใจลอย แต่ร่างกายของเขากำลังประท้วง นนท์ตื่นั้แ่ตีสี่ครึ่งเพื่อไปจ่ายตลาดกับแม่ ยกลังผัก หั่นเนื้อสัตว์ ยืนหน้าเตาผัดกับข้าวสู้กับความร้อนจนถึงบ่ายสาม จากนั้นก็ต้องวิ่งมาซ้อมบอลต่ออีกสามชั่วโมง พลังงานในร่างกายแทบจะเหลือศูนย์
"เสร็จแล้วใช่ไหม? พี่กลับก่อนนะ มีธุระที่ร้าน" นนท์รีบเปลี่ยนรองเท้า คว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากสนามทันที
เมื่อกลับมาถึงร้าน ภาพที่เห็นทำให้นนท์ใจหายวาบ... แม่ของเขากำลังยืนทุบขาตัวเองด้วยความเมื่อยล้าแต่ก็ยังพยายามส่งยิ้มให้ลูกชาย
"แม่! ทำไมไม่นั่งพักล้างจานเดี๋ยวผมทำเอง" นนท์รีบเข้าไปแย่งกะละมังจานมาจากมือแม่
“อนาคตผมจะไม่ทำให้แม่ลำบาก”
"ผมจะทำให้แม่มีความสุข"
“ลูกสัญญา”
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
...............
เช้าวันรุ่งขึ้นระหว่างช่วยแม่เปิดร้าน...โทรศัพท์ของนนท์ ดังขึ้น หมายเลขที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดีครับ"
ปลายสายเป็เสียงผู้หญิงที่พูดภาษาไทยชัดเจน
"เรียนคุณนนทกร เมฆาเจียวดี ใช่ไหมคะ"
"ครับ"
"ดิฉันโทรมาจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Global Nexus Infrastructure เพื่อยืนยันการนัดสัมภาษณ์ในวันศุกร์ เวลาเก้าโมงเช้า"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่เร่งรัด และตอบคำถามของนนท์ได้อย่างเป็มืออาชีพ ก่อนวางสายยังกล่าวว่า
"ขอให้โชคดีกับการสัมภาษณ์นะคะคุณนนท์"
"ขอบคุณครับ"
สายถูกตัดไป
นนท์ยืนมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง
...
ในอีกฟากหนึ่งของชายแดนภายในอาคารสูงที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวป่า ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงกำลังมองข้อมูลผู้สมัครงานบนจอคอมพิวเตอร์ รายชื่อหลายสิบคนถูกเรียงเป็ตารางข้างแต่ละชื่อมีเครื่องหมายสีต่างกัน
สีแดง
สีเหลือง
สีเขียว
นิ้วของเขาเลื่อนมาหยุดที่ชื่อหนึ่ง นนทกร เมฆาเจียวดี ข้างชื่อมีเครื่องหมายสีเขียว พร้อมข้อความสั้น ๆ
"High Priority"
ชายคนนั้นยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดแฟ้มข้อมูล
"คนเก่งแบบนี้..."
"หาไม่ได้บ่อย"
..................................
จบบทที่ 2