เช้าตรู่วันต่อมา สวี่หยางเพิ่งจะฝึกฝนยามเช้าเสร็จ ข่าวการปะาชีวิตถังซานก็แว่วเข้าหูของเขาแล้ว
เดิมทีคิดว่าถังซานผู้นี้จะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งหรือสองวัน ไม่คิดว่าเมื่อวานเพิ่งจะพูดคุยกับเ้านั่นเสร็จ วันนี้ก็จะถูกปะาเสียแล้ว อย่าว่าแต่เขาจะไม่ได้เตรียมใจเลย แม้แต่สวี่หยางเองก็ยังไม่ได้ตั้งตัวเช่นกัน
เื่การปะาชีวิตย่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้คุมอย่างพวกเขานัก เ้าหน้าที่ทางการสองคนถือเอกสารขอเบิกตัวนักโทษมาทำเื่ส่งมอบกับสวี่หยาง จากนั้นก็พาตัวถังซานออกไป
ก่อนไป ถังซานยังคงจ้องมองสวี่หยางอย่างเคียดแค้น ปากก็พร่ำสาปแช่งให้สวี่หยางตายไม่ดี และบอกว่าพี่น้องของเขาจะมาช่วยในไม่ช้าอะไรทำนองนั้น
สวี่หยางส่ายหน้าไปมา ถังซานใกล้จะตายอยู่แล้วก็ยังคงเพ้อฝันไปเรื่อย เขาได้พูดกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจนไปตั้งนานแล้วว่า จะไม่มีใครมาช่วย ทว่าถังซานก็ยังคงไม่เชื่อ
"ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเมื่อไปถึงลานปะา เขาก็จะเข้าใจไปเองนั่นแหละ
ต่อให้คนกลุ่มนี้จะฟื้นคืนชีพกลับมาได้ อาศัยแค่คนในขอบเขตรวบรวมลมปราณกลุ่มหนึ่งจะมาบุกแดนปะาได้งั้นหรือ นี่มันเื่ไร้สาระชัด ๆ "
สวี่หยางส่ายหน้าและไม่ได้สนใจเื่ของถังซานอีก เมื่อถึงตอนเที่ยง ค่าประสบการณ์หนึ่งหมื่นแต้มก็เข้ามาอย่างตรงเวลา ถังซานถูกปะาชีวิตเรียบร้อยแล้ว
ส่วนผู้คุมคนหนึ่งที่ชอบสอดรู้สอดเห็นได้ไปยืนดูการปะาถังซาน เมื่อกลับมาเขาก็รีบมาบอกสวี่หยางในทันทีว่า ก่อนตายถังซานยังคงเฝ้ารอให้พี่น้องของตนเองมาช่วย
แต่จนถึงวาระสุดท้าย เขากลับพูดออกมาว่า ต่อให้กลายเป็ผีก็จะไม่ละเว้นสวี่หยาง...
"มันพูดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?" สวี่หยางหันไปมองผู้คุมที่อยู่ด้านข้าง
ผู้คุมพยักหน้ารับ "มันะโร้องออกมาอย่างโหยหวนเลยล่ะขอรับ..."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" สวี่หยางหัวเราะร่วน "หากมันสามารถกลายเป็ผีได้จริง ๆ ข้าก็อยากให้มันเกลียดข้าใจจะขาดอยู่แล้วล่ะ!"
หากบนโลกนี้มีผีอยู่จริง ๆ เช่นนั้นบันทึกเื่ราวปีศาจก็คงจะสามารถรวบรวมค่าความมุ่งร้ายของถังซานต่อไปได้ และเพิ่มค่าประสบการณ์ให้เขาได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับเขาแล้วนี่ถือเป็เื่ดีเลยทีเดียว
คลื่นลมของถังซานจบลงเพราะความตายของเ้านั่น ซึ่งแน่นอนว่า เนื่องจากคำพูดบ้าบอที่ถังซานะโออกมาก่อนตาย ทำให้สวี่หยางได้รับความสนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นกัน
ทว่าทักษะสงบดั่งขุนเขาก็มอบความมั่นใจให้สวี่หยางมากเพียงพอ และส่วนใหญ่แล้วคนที่ลงทัณฑ์ถังซานก็คือสวี่หยาง ดังนั้นพัศดีเจียงจึงคิดว่าการที่สวี่หยางถูกถังซานผูกใจเจ็บนั้นก็เป็เื่ที่สมเหตุสมผล
แน่นอนว่าเพราะเื่นี้สวี่หยางจึงระมัดระวังตัวมากขึ้น และสงบเสงี่ยมลงไปมากใน่เวลาสั้น ๆ เื่นี้ดำเนินไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ความเข้าใจผิดก็ได้รับการคลี่คลาย
ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน ทุกอย่างยังคงสงบสุขราบรื่น ภายในมหาเรือนจำสยบอสูรยังคงเป็เหมือนเช่นเคย
สวี่หยางเริ่มต้นการล่าของเขาอีกครั้ง ทว่า่เวลานี้จำนวนนักโทษภายในเรือนจำก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ใกล้จะถึง่ปีใหม่แล้ว การทำงานของทุกคนจึงหละหลวมลง
แม้กระทั่งพวกมหาปีศาจก็ดูเหมือนจะมีกฎเกณฑ์อะไรบางอย่าง ใน่ที่มนุษย์เฉลิมฉลองปีใหม่ พวกมันก็มักจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวลงไปไม่น้อย
วันนี้ขณะที่สวี่หยางกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในโรงอาหาร จางหลิงก็รีบร้อนถือหนังสือเอกสารฉบับหนึ่งมาเรียกให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร
แม้ว่าสวี่หยางจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้คุม ทว่า่เวลานี้งานของหัวหน้าผู้คุมแทบจะมอบหมายให้จางหลิงเป็คนทำแทนทั้งหมด
"จางหลิง เหตุใดถึงได้ลุกลี้ลุกลนเช่นนี้?" สวี่หยางเอ่ยตำหนิเล็กน้อย
"มีเื่อะไรทำไมถึงทำตัวให้มันสุขุมหน่อยไม่ได้?"
จางหลิงกระชับเสื้อผ้าบนร่างให้แน่นขึ้นพลางพ่นลมหายใจออกทางปากแล้วกล่าว "พี่สวี่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่สุขุมหรอกนะขอรับ แต่เื่นี้มันใหญ่โตเกินไปจริง ๆ "
"ใหญ่หรือ? จะใหญ่โตสักแค่ไหฝนกันเชียว ที่นี่ของพวกเราจะมีเื่ใหญ่อะไรได้!" ผู้คุมที่อายุมากคนหนึ่งโบกมือไปมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
จางหลิงได้แต่ทิ้งเอกสารลงบนโต๊ะอย่างจนใจพลางกล่าว "พวกท่านลองดูเอาเองก็แล้วกัน!"
ประกาศฉบับนี้ออกโดยกรมราชทัณฑ์ บนนั้นมีตราประทับขนาดใหญ่ของกรมราชทัณฑ์ประทับอยู่ ทุกคนต่างพากันชะโงกหน้าเข้ามาดูว่าบนนั้นเขียนอะไรเอาไว้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้คุมคนหนึ่งก็เกาหัวพลางหัวเราะแห้ง ๆ ด้วยความเขินอาย "เอ่อ ข้าอ่านหนังสือไม่ออก หัวหน้าผู้คุมช่วยอ่านให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือไม่ขอรับ"
ผู้คุมที่นี่ส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนก็แค่มาทำงานไปวัน ๆ จนถึงขั้นที่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวก็ยังจำไม่ได้...
"จางหลิง เ้าเป็คนอ่านก็แล้วกัน" เมื่อเผชิญหน้ากับเนื้อหาบนหน้ากระดาษ แววตาของสวี่หยางก็ส่องประกายแปลกประหลาดออกมา
จางหลิงไม่ได้มองประกาศ ทว่าเอ่ยปากขึ้นโดยตรง "เรือนจำชั้นล่างเกิดปัญหาขึ้นขอรับ ตอนนี้ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว หาคนยาก เบื้องบนเลยสั่งให้เรือนจำของพวกเราแต่ละหมายเลขส่งคนลงไปหนึ่งคน
ส่วนว่าใครจะเป็คนไปนั้น พวกเราต้องตกลงกันเอาเอง..."
"เรือนจำชั้นล่างงั้นหรือ!?" กลุ่มผู้คุมต่างมองหน้ากันไปมา จากนั้นก็ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของแต่ละคนก็พลันซีดเผือดลงในทันที
"มหาเรือนจำสยบอสูรชั้นที่สอง นั่นไม่ใช่สถานที่ที่คนควรจะลงไปเลยนะ!
เบื้องบนบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ให้ผู้คุมธรรมดา ๆ อย่างพวกเราลงไปชั้นล่าง นี่มัน้าเอาชีวิตพวกเราชัด ๆ "
"ใช่แล้ว ได้ยินมาว่านักโทษชั้นล่างล้วนเป็สัตว์ประหลาดที่ชั่วร้ายสุดขีด อย่างน้อย ๆ ในมือก็เคยสังหารคนมาแล้วเป็ร้อยชีวิต"
"ไม่ว่าจะเป็นักโทษหรือมหาปีศาจ พวกมันล้วนเป็คนบ้าทั้งนั้น พูดจาไม่เข้าหูก็ฆ่าคนทิ้ง โดยไม่จำเป็ต้องมีเหตุผลเลยแม้แต่น้อย!"
"หากจะบอกว่าที่ที่พวกเราคุมขังอยู่เป็แค่เด็กทารกธรรมดา ๆ ล่ะก็ พวกที่อยู่ชั้นล่างก็คือภูตผีปีศาจจากขุมนรกดี ๆ นี่เอง"
พวกผู้คุมต่างพากันถกเถียงพูดคุยกันด้วยสีหน้าอมทุกข์และกลัดกลุ้มใจ
ที่สำคัญที่สุดก็คือเบื้องบนยังโยนสิทธิ์ในการตัดสินใจมาให้พวกเขากันเองอีก แล้วจะให้เลือกอย่างไรล่ะ!? ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ!?
"เบื้องบนสร้างปัญหาให้พวกเราจริง ๆ " จางหลิงส่ายหน้า สีหน้าของเขาก็ดูไม่สู้ดีนัก เื่นี้ราวกับ้าให้พวกเขาแตกคอกันเองเสียอย่างนั้น
สวี่หยางตบโต๊ะเบา ๆ เพื่อให้ทุกคนเงียบเสียงลง
"พวกเ้ามีความคิดเห็นเช่นไร" สวี่หยางค่อย ๆ เอ่ยปากกล่าว "ทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรก็พูดออกมาได้เลย อยู่ต่อหน้าพวกเราไม่ต้องปิดบังซ่อนเร้น มีอะไรก็พูดมาตามตรงเถิด"
ทุกคนต่างมีสีหน้าอมทุกข์ คิ้วขมวดเข้าหากัน เื่นี้จะให้พูดยังไงล่ะ?
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ ข้าคงไปไม่ได้แน่ ๆ ข้ามีทั้งพ่อแม่ที่แก่เฒ่าและลูกเล็กที่ต้องดูแล คนทั้งครอบครัวต่างก็หวังพึ่งเงินของข้าเพียงคนเดียว... ข้าได้ยินมาว่าผู้คุมปกติที่ลงไปชั้นล่างจะอยู่รอดได้ไม่เกินหนึ่งเดือน..."
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ ข้าเองก็เช่นกัน ข้ายังหนุ่มยังแน่น ยังไม่ได้แต่งงานมีลูก ข้า..."
ผู้คุมทุกคนต่างก็พากันอธิบายเหตุผลที่ตนเองไม่สามารถไปได้ เหตุผลของแต่ละคนล้วนมีน้ำหนักเพียงพอ ทุกคนต่างก็มีเหตุผลที่ทำให้ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
สวี่หยางหลับตาพยักหน้ารับฟัง รอจนทุกคนเงียบเสียงลงจึงค่อย ๆ เอ่ยปากกล่าว "จางหลิง เหตุใดเ้าถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ"
จางหลิงกัดฟันแน่นพลางกล่าว "ข้าไปเองก็ได้ขอรับ"
ทุกคนต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง จ้องมองจางหลิงด้วยความตกตะลึง เด็กคนนี้เป็คนที่อายุน้อยที่สุดในหมู่พวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นจากผลงานของเขาในตอนนี้ อนาคตจะต้องก้าวไกลอย่างแน่นอน
อาจกล่าวได้ว่าหากสวี่หยางจากที่นี่ไป เขาจะต้องได้เป็หัวหน้าผู้คุมคนต่อไปอย่างแน่นอน และด้วยอายุของเขา การจะกลายเป็เ้าหน้าที่เรือนจำก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
หากได้เป็เ้าหน้าที่เรือนจำเมื่อใด สถานะก็จะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นั่นคือคนสนิทที่อยู่ข้างกายพัศดีเลยนะ!
จางหลิงพูดต่อ "ทุกคนต่างก็มีความกังวล ทว่าข้าไม่มีความกังวลอะไร อีกทั้งสวัสดิการของชั้นล่างก็ดีกว่าด้วย..."
"ไม่ เ้าไปไม่ได้" สวี่หยางถือประกาศในมือแล้วลุกขึ้นยืนพลางกล่าว "พวกเ้าทุกคนไม่ต้องไปทั้งนั้น"
"พี่สวี่ ท่านหมายความว่าจะให้จับสลากงั้นหรือ?" จางหลิงมองสวี่หยาง หากใช้วิธีจับสลาก นั่นก็คือวิธีที่ยุติธรรมที่สุด จับได้ใครก็ให้คนนั้นไป
คนที่จับได้ก็ไม่อาจมีข้อกังขาใด ๆ ได้แต่ต้องลงไปที่ชั้นสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกคนต่างก้มหน้าครุ่นคิด หากสวี่หยางให้พวกเขาจับสลาก พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงอย่างไรนี่ก็เป็วิธีที่ยุติธรรมที่สุด ไม่เข้าข้างฝ่ายใด
คนที่จับได้ก็ทำได้เพียงยอมรับความซวยไปก็เท่านั้น!