ตอนเย็นๆ หยวนิเย่ไปที่ครัวพร้อมกับทำอาหารให้ไป๋เหรินซี แน่นอนว่าการกระทำของหยวนิเย่สร้างความประหลาดใจให้กับบ่าวรับใช้มาก เพราะนี้เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นนายน้อยทำอาหารด้วยตัวเอง
แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของหยวนิเย่จะไม่ดีเท่ากับพ่อครัวแม่ครัวในจวน แต่มันก็ดีกว่าพ่อครัวในภัตตาคารด้านนอกมาก
ไม่นานอาหารหลากหลายชนิดก็ค่อยๆถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร
“ ท่านปู่เฉิงแล้วลุงจวินหยางไปไหนหรือ ข้ามายังไม่ได้เจอพวกท่านเลย?” ไป๋เหรินซีถาม
“ ทั้งสองไปทำธุระอยู่น่ะกว่าจะกลับก็อีกนานเลย ” หยวนิเย่กล่าว
“ งั้นหรือ เอาแบบนี้แล้วกัน ข้าจะฝากของเหล่านี้ให้กับปู่เฉิงแล้วก็ลุงจวินหยางให้กับเ้าแล้วกัน ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับนำอุปกรณ์มิติออกมาสองชิ้น
“ ชิ้นนี้ให้ปู่เฉิง ชิ้นนี้ให้ลุงจวินหยาง นอกจากนี้เ้าห้ามเปิดดูโดยเด็ดขาด ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เข้าใจแล้ว ข้าจะไม่เปิดดูก่อนแน่นอน ” หยวนิเย่ยิ้มและเก็บอุปกรณ์มิติไว้ในแหวนมิติของตน
หลังจากที่ทั้งสองกินอาหารเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ไป๋เหรินซีจะต้องกลับจวนตระกูลไป๋
“ แหม่แอบดูอีกแล้วนะเนี้ย ทำตัวไม่น่ารักเลยจริงๆ ” หยวนิเย่มองไปยังทิศทางหนึ่งก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ แน่นอนว่าเขาย่อมเข้าใจเจตนาของตระกูลไป๋ดี ถ้าหากเป็เขา เขาก็จะทำเช่นนี้เหมือนกัน
“ เหม่ยเจียง ” หยวนิเย่กล่าวขึ้น
“ เหม่ยเจียงรับคำสั่งนายน้อย ” เหม่ยเจียงกล่าวขึ้น
“ เ้ากลับไปที่หมู่บ้านผิงอันพร้อมกับมอบสิ่งนี้ให้ปู่ข้า ส่วนอันนี้ให้ลุงจวินหยาง บอกกับทั้งสองว่าไป๋เหรินซีมอบให้ ” หยวนิเย่กล่าว
“ รับคำสั่งนายน้อย บ่าวจะเอาไปส่งให้ถึงมือของท่านผู้นำและท่านาุโใหญ่ ” เหม่ยเจียงกล่าวก่อนที่จะหายตัวไปทันที
สามวันต่อมา
ในทุกๆวัน ไป๋เหรินซีก็มักที่จะมาที่จวนฮวาสุ่ยเพื่อที่จะนั่งเล่นและพูดคุยกับหยวนิเย่
“ เหรินซีเ้ามาหาข้าทุกวัน เ้าไม่กลัวว่าคุณชายมู่จะทำร้ายข้าหรืออย่างไร? ” หยวนิเย่ถามพร้อมกับมองไปยังเหล่าฝูงปลาหลากสีสันในสระน้ำ
ไป๋เหรินซีกระพริบตาอย่างน่ารักและกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าหากเ้ากลัว เ้าคงปิดจวนไม่ต้อนรับข้าแล้ว เห็นได้ชัดว่าเ้าไม่ได้กลัวเลยด้วยซ้ำ ”
“ เ้าไม่คิดบ้างหรือว่าข้าแค่แสร้งทำเป็ไม่กลัว?” หยวนิเย่กล่าว
“ เ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก ข้าจะปกป้องเ้าเอง ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ งั้นหรือ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องหลบอยู่หลังกระโปรงของเ้าเสียแล้ว เอาเป็ว่าเ้าก็ต้องปกป้องข้าดีๆล่ะ อย่าให้ใบหน้าหล่อๆของข้ามีรอยแผลเชียวนะ ” หยวนิเย่หัวเราะ
ไป๋เหรินซีกรอกตาก่อนที่นางจะโบกมือไปทางหยวนิเย่
คลื่นลมปราณก็พุ่งใส่หยวนิเย่อย่างรวดเร็ว
“ แค่นี้ก็ลงไม้ลงมือกับข้าเสียแล้ว ” หยวนิเย่หัวเราะก่อนที่จะสลายคลื่นลมปราณของไป๋เหรินซีอย่างง่ายดาย
“ ใครใช้ให้เ้ากล่าววาจาไร้สาระแบบนั้นกันล่ะ ” ไป๋เหรินซีส่ายหน้า
“ ว่าแต่ข้าได้ยินมาว่าคุณชายมู่อวิ๋นก็มาถึงเมืองหลวงกุ่นแล้วมิใช่หรือ เ้าได้พบกับคุณชายมู่บ้างหรือยัง? ” หยวนิเย่ถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ ทำไมข้าต้องไปพบกับเขาด้วย หรือว่าเ้าอยากให้ข้าไปพบ? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้น
“ ข้าก็ไม่ได้บอกให้เ้าไปพบกับคุณชายมู่สักหน่อย แต่ข้าคิดว่าอีกไม่นานก็น่าจะได้พบกับเขาแล้ว” หยวนิเย่กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความน่าสงสัย
“ เ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าอีกไม่นานจะได้พบกับเขา? ” ไป๋เหรินซีสงสัย
ทันใดนั้นเหม่ยเจียงก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ นายน้อย มีแขก้าเข้าพบนายน้อย เขาบอกว่าชื่อของเขาคือมู่อวิ๋น นอกจากนี้ยังมีหวงเฉาอีกคนด้วยเ้าคะ ”
ไป๋เหรินซีที่ได้ยินก็มองไปที่หยวนิเย่ด้วยความใ นางไม่คิดว่าหยวนิเย่จะคาดเดาได้แม่นยำขนาดนี้
“ ให้พวกเขาเข้ามา ” หยวนิเย่กล่าว
“ เ้าไม่กลัวพวกเขาจะถล่มจวนของเ้างั้นหรือ? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้นพร้อมกับมองไปที่หยวนิเย่อย่างไม่วางตา
“ อ่าวก็เมื่อครู่เ้าบอกว่าจะปกป้องข้าไม่ใช่หรือ งั้นก็ทำหน้าที่ของเ้าสิ ” หยวนิเย่เหลือบมองไป๋เหรินซีก่อนที่จะทำสีหน้าอ้อนวอน
“ ข้าไม่น่ารู้จักกับคนหน้าด้านอย่างเ้าเลย ” ไป๋เหรินซีกล่าวอย่างไม่พอใจ
ไม่นานเหม่ยเจียงก็เดินเข้ามาพร้อมกับหวงเฉาและชายหนุ่มที่รูปร่างผอมสูง ใบหน้าหล่อเหล้า สวมชุดคล้ายกับบัณฑิต ในมือถือพัดสีขาว แม้ว่าเขาจะเก็บออร่าของเขาได้อย่างสมบูรณ์แต่ก็ไม่พ้นสายตาของหยวนิเย่
ราชันยุทธ์ นี้คือความแข็งแกร่งของมู่อวิ๋น
หยวนิเย่มองดูก็ต้องยอมรับเลยว่าคุณชายมู่อวิ๋นนั้นหล่อเหลาและสมแล้วที่ได้รับการยอมรับว่าเป็หนึ่งในห้าคุณชายแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ นอกจากนี้เขาก็น่าจะอายุประมาณสิบแปดปี
เมื่อหวงเฉาและมู่อวิ๋นเห็นไป๋เหรินซีกำลังนั่งอยู่ข้างหยวนิเย่ สีหน้าของทั้งสองก็แตกต่างกัน
สีหน้าของหวงเฉาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนของมู่อวิ๋นเขาหยุดชะงักและหรี่ตาลงและมองไปยังหยวนิเย่ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็เปลื่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วเป็รอยยิ้ม
“ คุณชายหยวน ข้ามู่อวิ๋น ขอให้คุณชายหยวนยกโทษให้ข้าด้วยที่มาโดยที่ไม่บอกกล่าว ” มู่อวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อยเป็การขอโทษ
“ เล็กน้อยๆ ข้าต่างหากเป็เกียรติอย่างยิ่งที่หนึ่งในห้าคุณชายที่ชื่อเสียงก้องฟ้ามาที่จวนของข้าเช่นนี้ เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าคุณชายมู่มาที่นี้ด้วยเหตุอันใดหรือ? ” หยวนิเย่ยิ้ม
“ พอดีข้าเพิ่งจะมาถึงเมืองหลวงกุ่น ข้าเลยอยากที่จะมาเชิญคุณชายหยวนไปร่วมงานเลี้ยงที่หอดาราฟ้าใน่ค่ำของวันนี้ ” มู่อวิ๋นกล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบบัตรเชิญให้กับหยวนิเย่
“ ในเมื่อคุณชายมู่นำมามอบให้กับข้าด้วยตัวเอง ข้าย่อมไปร่วมงานอย่างแน่นอน ” หยวนิเย่ยิ้มและรับบัตรเชิญมา
“ ศิษย์น้องไป๋ ข้าเองก็อยากที่จะเชิญเ้าไปด้วยเช่นกัน หวังว่าเ้าจะไม่ปฏิเสธข้า ” มู่อวิ๋นกล่าวพร้อมกับยื่นบัตรเชิญให้กับไป๋เหรินซี
“ ขอบคุณศิษย์พี่มู่ แต่ถ้าหากสหายิเย่ไปข้าก็จะไปด้วยเหมือนกัน ” ไป๋เหรินซีกล่าว
เมื่อมู่อวิ๋นได้ยินก็ยังคงหัวเราะเบาๆและมองไปยังหยวนิเย่และกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นคุณชายหยวนต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงให้ได้นะ ”
“ แน่นอนข้าไม่ปฏิเสธงานเลี้ยงนี้แน่นอน ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ว่าแต่งานเลี้ยงนี้ข้าสามารถพาผู้ติดตามไปด้วยได้หรือไม่? ” หยวนิเย่ถาม
มู่อวิ๋นพยักหน้าและกล่าวว่า “ คุณชายหยวนสามารถพาผู้ติดตามไปได้ ”
“ ขอบคุณคุณชายมู่มาก ” หยวนิเย่ยิ้ม
“ ในเมื่อข้าส่งบัตรเชิญให้คุณชายหยวนแล้วข้าก็ต้องขอตัวลา ” มู่อวิ๋นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เช่นนั้นข้าขอเชิญ ” หยวนิเย่ยิ้มและผายมือ
มู่อวิ๋นและหวงเฉาเดินตามเหม่ยเจียงไป
“ เ้าจะไปร่วมงานเลี้ยงจริงหรอ? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้น
“ แน่นอนสิคุณชายมู่อุส่าห์มาเชิญด้วยตัวเอง ถ้าหากข้าไม่ไปก็เหมือนกับไม่ไว้หน้าคุณชายมู่ใช่ไหมล่ะ? ” หยวนิเย่หัวเราะ
“ ก็จริงของเ้า ” ไป๋เหรินซีเห็นด้วย
“ ว่าแต่เ้าจะพาใครไปในงานเลี้ยงด้วย?หรือว่าเป็ลุงจวินหยาง? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้น เพราะถ้าหากเป็ลุงจวินหยางก็ทำให้นางไม่ต้องเป็ห่วง เพราะความแข็งแกร่งของลุงจวินหยางแม้แต่นางก็ยังยอมรับ
“ ไม่ใช่ลุงจวินหยางหรอก เป็เหม่ยเจียงแหละ ” หยวนิเย่ตอบ
“ เหม่ยเจียง? ” ไป๋เหรินซีประหลาดใจ นางนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็เหม่ยเจียง
นางเองก็รู้จักเหม่ยเจียง แม้ว่าเหม่ยเจียงจะไม่ใช่สตรีที่งดงามเท่ากับนาง แต่ก็นับว่าโดดเด่นกว่าสตรีคนอื่นๆ
“ เ้าจะพานางไปทำไม นางเป็เพียงบ่าวรับใช้ของเ้าเท่านั้น เอาแบบนี้ไหมเดี๋ยวเ้านำคนของข้าไปแทน ก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยเหลือเ้าได้ ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยความเป็ห่วง
ไป๋เหรินซีจำได้ว่าเหม่ยเจียงเป็เพียงแค่บ่าวรับใช้ธรรมดาคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เป็แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ
การที่ไป๋เหรินซีจะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดเพราะหยวนิเย่กำชับให้ทุกๆคนในจวนฮวาสุ่ยปกปิดพลังยุทธ์ของตัวเองให้หมด และห้ามเปิดเผยพลังยุทธ์ของตัวเองจนกว่าจะได้รับสัญญาณจากตัวเขา ทำให้ทุกๆคนต่างคิดว่าบ่าวรับใช้ในจวนแห่งนี้เป็เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น
ที่สำคัญคือบ่าวรับใช้ในจวนฮวาสุ่ยพลังยุทธ์ต่ำสุดก็คือระดับราชันยุทธ์
“ ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นหรอก อีกอย่างเหม่ยเจียงก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ” หยวนิเย่ส่ายหน้า
“ เ้ารีบกลับไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นข้าจะไปรอเ้าที่หน้าจวนตระกูลไป๋ ” หยวนิเย่กล่าว
สีหน้าของไป๋เหรินซีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี
“ แล้วเ้าไม่กลัวคนในตระกูลข้ารู้เื่เ้าหรอ? ” ไป๋เหรินซีถาม
“ ข้าจะกลัวไปทำไม เ้ากับข้าเป็สหายกัน หรือต่อให้เป็มากกว่านั้นข้าก็ไม่กลัวหรอก ตระกูลเ้าไม่ใช่ปีศาจกินคนเสียหน่อยทำไมข้าต้องกลัวด้วย? ” หยวนิเย่ยิ้ม
สีหน้าของไป๋เหรินซีแดงขึ้นเล็กน้อย นางก็รีบเปลื่ยนท่าทีทันที
“ ข้าเข้าใจแล้ว ” ไป๋เหรินซีหัวเราะออกมาก่อนที่นางจะลุกขึ้นยืน
“ งั้นข้ากลับไปเตรียมตัวก่อน แล้วก็อย่าลืมมารับข้าที่จวนด้วยล่ะ ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
“ นายน้อย คุณหนูไป๋กลับไปแล้วเ้าคะ นอกจากนี้ระหว่างทางนางก็ร้องเพลงอย่างมีความสุข ” เหม่ยเจียงยิ้มและเล่าเื่ไป๋เหรินซีให้นายน้อยฟัง
“ เข้าใจแลัว เ้าไปเตรียมตัวให้เรียบร้อยแล้วก็ตามข้าไปที่หอดาราฟ้ากับข้าเย็นนี้ ” หยวนิเย่กล่าว
“ รับคำสั่งนายน้อย ” เหม่ยเจียงตอบรับ
“ ไปเถอะ ข้าเองก็จะไปเตรียมตัวด้วยเหมือนกัน ” หยวนิเย่กล่าว
ไม่นานก็มาถึงยามเย็น
หยวนิเย่สวมชุดสีฟ้าอ่อน นั่งอยู่ที่ศาลาข้างสระน้ำ
ไม่นานเหม่ยเจียงก็เดินเข้ามา พร้อมกับชุดสีเขียวอ่อนดูงดงาม
“ บ่าวขออภัยที่ทำให้นายน้อยต้องรอ ” เหม่ยเจียงกล่าวพร้อมกับโค้งตัวลง
“ ไม่เป็ไร ข้าไม่ใช่คนที่เ้ากี้เ้าการอะไรขนาดนั้น ในเมื่อเ้าพร้อมแล้วพวกเราก็ไปกันเถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องไปที่ตระกูลไป๋ก่อน ” หยวนิเย่กล่าว
“ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ คาดว่านางก็น่าจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ” หยวนิเย่กล่าวอีกครั้ง
ที่หน้าจวนฮวาสุ่ยมีรถม้าจอดอยู่ ซึ่งก็เป็รถม้าที่หยวนิเย่เคยใช้เพื่อที่จะเดินทางมายังเมืองหลวงกุ่นนั่นเอง ส่วนคนขับรถก็เป็เพียงแค่ชายหนุ่มสิบหกปีเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แข็งแกร่งในระดับราชันยุทธ์ ชื่อของเขาคือชุนหาน
“ นายน้อยเชิญขอรับ ” ชุนหานโค้งคำนับพร้อมกับหยิบบันไดขนาดเล็กวางไว้ที่ทางขึ้นรถม้า
หลังจากที่หยวนิเย่นั่งอยู่ด้านในแล้ว เหม่ยเจียงก็นั่งอยู่ข้างชุนหานที่ด้านหน้า รถม้าก็ค่อยๆออกจากจวนฮวาสุ่ยไปยังจวนตระกูลไป๋
จวนฮวาสุ่ยอยู่ห่างจากจวนตระกูลไป๋ประมาณครึ่งเค่อกว่าๆ
หลังจากที่มาถึงจวนตระกูลไป๋ พวกเขาก็จอดรถม้าอยู่ที่หน้าจวน
จวนตระกูลไป๋มีขนาดใหญ่โตอย่างยิ่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว่าจวนฮวาสุ่ยถึงสามเท่า กำแพงสีขาวสูงสองจั้งล้อมรอบ
หยวนิเย่ก็เดินลงจากรถม้าก่อนที่จะยืนอยู่ที่หน้าจวนตระกูลไป๋
ที่ทางเข้าตระกูลไป๋มีคนเฝ้าประตูสองคนยืนอยู่ ทั้งสองคนนี้มีออร่าของระดับบรรพจารย์ยุทธ์
“ พวกเ้าเป็ใครกันมาทำอะไรที่ตระกูลไป๋? ” คนเฝ้าประตูถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกับทำสีหน้าดุดัน
“ ข้าหยวนิเย่มารอรับแม่นางไป๋เหรินซี ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินที่หยวนิเย่กล่าว คนเฝ้าประตูสองคนก็มองหน้ากันก่อนที่จะเปลื่ยนเป็รอยยิ้มขึ้นมา
“ ที่แท้ก็นายน้อยหยวน คุณหนูเหรินซีได้บอกข้าน้อยเอาไว้แล้วว่าถ้าหากนายน้อยหยวนมาให้ไปตามคุณหนู เช่นนั้นนายน้อยหยวนรอข้าสักครู่ข้าจะไปแจ้งคุณหนูเหรินซี ” คนเฝ้าประตูกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับทำความเคารพให้กับหยวนิเย่และวิ่งเข้าไปด้านในคนหนึ่ง
ไม่ถึงสามนาที ไป๋เหรินซีก็วิ่งออกมาหน้าจวนด้วยความเร่งรีบ
“ ขอโทษที่ทำให้เ้าต้องรอนาน ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับหายใจหอบเล็กน้อย
หยวนิเย่มองดูชุดที่ไป๋เหรินซีใส่เมื่อรวมกับรูปร่างและหน้าตาของนางแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าไป๋เหรินซีถ้าหากนางอยู่ที่โลกเก่าของเขา นางอาจจะกลายเป็นักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกแน่นอน เพราะนางนั้นสวยจดงดงามอย่างยิ่ง แม้แต่ในโลกเก่าของเขาก็แทบจะหาคนที่งดงามและน่ารักแบบไป๋เหรินซีได้ยากมากๆ