บทที่ 10
ผ่านา
สติเลือนลางค่อยๆกลับคืนมา เปลือกตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ภาพอันเลือนลางและพร่ามัวปรากฏขึ้น
ซูฉีได้สติขึ้นมาภายในศีรษะมึนงงกับสิ่งที่เ สิ่งที่นางมองเห็นเป็เพียงแค่เพดานใหม่อ่ะ ในตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกัน
คำถามนั้นปรากฏขึ้นภายในหัว หลังจากที่ได้สติของตนเองดวงตามองบริเวณรอบๆ ซูฉีมองเห็นว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านของนาง
นางลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ฝ่ามือยกขึ้นมาจับกุมศีรษะของตน ในตอนนี้ภายในหัวมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มันเกิดขึ้นคืออะไรกัน ‘ ความฝันอย่างงั้นหรอ? ’
ซูฉีคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็ความฝันก็ได้ ถ้าเกิดนี่เป็ความจริงนางไม่น่าจะมาอยู่ภายในบ้านของตนเองได้ หรือว่าตัวของนางจะหลับไปแล้วก็ฝันถึงากลางเมือง
ในขณะที่ความคิดกำลังเรียบเรียงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ ฟื้นแล้วอย่างนั้นรึ? ”
เสียงปริศนาดังมาจากบริเวณด้านข้าง ซูฉีหันไปมองอย่างรวดเร็วพบเจอกับนายหญิงจื่อ บางคนจ้องมองมาที่เด็กสาววัยแรกรุ่น
ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความเรียบเฉยเช่นเดิม ซูฉีภายในหัวปรากฏความสงสัยนางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ดวงตาจ้องมองตรงไปที่นาง “ นายหญิงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ? ”
“ เ้าจำเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้เหรอในตอนนี้เ้าสลบไปถึงสามวันหลังจากที่เมืองแห่งนี้ถูกช่วยเอาไว้”
“ สามวัน!!!” นางอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
ดวงตามองไปที่นายหญิงอย่างประหลาดใจ แสดงว่าในตอนนี้เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ความฝัน
“ ไม่ใช่ความฝันอย่างงั้นหรอ? ”
“ ความฝันอะไรของเ้าอย่าบอกนะว่าเ้าคิดว่าาที่เกิดขึ้นมันคือความฝัน ”
“ ออกไปดูด้านนอกซะ ”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นนางลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว รีบสาวเท้าวิ่งตรงออกไปด้านนอกไปมองดูว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น
เมื่อประตูบานใหม่ของนางเปิดออกไปสิ่งที่พบเจอก็คือเมืองที่เต็มไปด้วยความเสียหาย ซากปรักหักพังที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้
ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน ในตอนนี้ภายในเมืองแห่งนี้มันเกิดาขึ้นจริงๆ สิ่งที่ตัวของนางพบเจอก่อนหน้านี้ไม่ใช่
ก่อนหน้านี้หลังจากที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาคิดว่าภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเป็ความฝันเสียอีก
แต่ในตอนนี้รู้แล้วทุกอย่างคือความจริง ดวงตากวาดมองบริเวณรอบๆซากปรักพักพังด้านหน้า สิ่งก่อสร้างภายในเมืองแห่งนี้เป็จำนวนมากเสียหายจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
แต่ว่าแรงเหล่าผู้คนภายในเมืองกำลังช่วยกันคนละไม้คนละมือฟื้นฟูเหมืองแห่งนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
นางมองไปทางด้านซ้ายและขวา เดี๋ยวครบดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้น ซูฉีอุทานขึ้นมาราวกับว่าตนเองนึกบางอย่างได้ “ ลี่ถัง!! ”
เมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน ในตอนนี้ถึงนึกได้ว่าบ่าวรับใช้ของนางหายไป ลี่ถังจำได้ว่านางนั้นาเ็สาหัสจากสิ่งที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ดวงตามองทางด้านซ้ายและขวาหาบ่าวรับใช้ของตนเองที่น่าจะาเ็สาหัส ซูฉีแสดงท่าทางร้อนรน
“ นางไม่เป็อะไรแล้ว… ” เสียงแ่เบาของหญิงวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังดังขึ้นมา
ซูฉีหันไปมองนายหญิงจื่อ
“ นางไม่เป็อะไรแล้วตอนนี้ตัวของนางพักฟื้นอยู่ที่โรงหมอใจกลาง ”
“ น่าแปลกประหลาด ลี่ถังโดนดาบฟันเข้าไปขนาดนั้นแต่กลับรอดชีวิตมาได้ เพราะว่าาแสมานกันประมาณหนึ่ง”
“ ท่านหมอที่ดูแลอยู่โรงหมอใจกลางเมืองยังบอกว่านางรอดมาได้เป็ปาฏิหาริย์ ”
“ เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลตัวของเ้าพักฟื้นภายในสถานที่แห่งนี้อย่างสบายใจก่อน แล้วค่อยถึงไปเยี่ยมนางก็ได้ ”
ได้ยินว่าบ่าวรับใช้ของตนเองปลอดภัยดี ซูฉีเองก็สบายใจในตอนแรกคิดว่าคนรู้จักเพียงไม่กี่คนของตนเองจะตายจากไปแล้วเสียอีก
ในมุมมองของซูมี่ที่เป็ตัวละครและเป็เ้าของร่างนี้อาจจะมองลี่ถังเป็เพียงแค่บ่าวรับใช้ที่ต่ำต้อย แต่ซูฉีนางมองต่างออกไปคนผู้นี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ จึงมองนางในฐานะสหายผู้หนึ่งด้วยเช่นกัน
“ เกิดอะไรขึ้นเ้าคะท่านบอกว่าผ่านไปสามวัน? ” ซูฉีแววตาฉายความสงสัยมองไปที่นายหญิงจื่อด้วยคำถาม
อันที่จริงแล้วสภาพการมันไม่น่าจะเป็แบบนี้ ถ้ามองถึงว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในเมืองจริงๆ มันน่าจะทำให้เมืองแห่งนี้โดนยึดครองเอาไว้
แต่เมื่อนางตื่นมาทุกอย่างมันกลับคืนเป็เหมือนเดิม แม้ว่าจะมีเศษซากความเสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เหตุใดผู้คนภายในเมืองถึงรอดพ้นจากพวกชนเผ่าปริศนาพวกนั้นได้
จื่อหรานยืนกอดอกก่อนที่จะเริ่มอธิบาย “ เื่นี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ”
“ นี่เองก็เป็อีกครั้งนึงที่มีาเกิดขึ้น หลังจากที่พวกมันบุกทะลวงเข้ามาภายในเมืองสังหารคนภายในเมืองไปประมาณนึง ”
“ กองทัพเกราะดำเข้ามาช่วยเหลือเมืองแห่งนี้เอาไว้ หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ”
“ พวกชนเผ่าพวกนั้นโดนสังหารไปส่วนหนึ่งพวกมันที่เหลือเพียงแค่เล็กน้อยก็ได้ถอยออกไปจากเมืองและก็หนีตายจากกองทัพเกราะดำ ”
“ เอาเถอะตอนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเ้าพักผ่อนภายในสถานที่แห่งนี้อย่างสบายใจ ”
“ โรงสุราของข้าคงจะต้องหยุดไปอีกสักพักกว่าที่จะกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ”
“ ไม่จำเป็จะต้องกังวลโรงสุรามีเบี้ยเลี้ยงสำหรับคนงานที่ทำงานอยู่ภายในโรงสุราและเกิดภาวะาแบบนี้ ” นางพูดจบก็เดินออกไป
ซูฉีมองร่างของหญิงวัยกลางคนที่เดินออกไปอย่างช้าๆ ในตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะเพียงแค่มาบอกกล่าวเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เท่านั้น
หลังจากที่นางเดินทางออกไป ซูฉียืนอยู่ด้านหน้าบ้านพักเก่าของตนเอง ใบหน้าก้มต่ำลงเล็กน้อยคิดกับตัวเองภายในใจ ‘ ที่แท้ก็เป็กองทัพเกราะดำ’
‘ กองทัพเกราะดำกล่าวขานว่าเป็กองทัพที่แข็งแกร่งปกคลุมดินแดนทางตะวันออก ’
‘ ดินแดนตะวันออกมันเป็ดินแดนที่มีจงข้ามเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งหลายสิบปีที่ผ่านมา มันเลยทำให้กองทัพดินแดนแห่งนี้จึงจำเป็จะต้องเป็กองทัพที่แข็งแกร่ง ’
‘ ภายในนิยายที่ตัวของเราอ่านมา กล่าวว่ากองทัพเกราะดำกองกำลังนับหมื่น ทหารทุกนายสวมใส่ชุดเกราะสีดำสนิท มีบุคลิกเคร่งขรึมไม่เปล่งเสียงแม้เคลื่อนไหว ธงสีดำรูปอินทรีย์ปลิวไสวไปมา ไม่ว่าย่างกายไปที่ใดผู้คนก็ต่างยำเกรง ’
‘ กองทัพเกราะดำเป็กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดภายในดินแดนแห่งนี้ มีผลงานยอดเยี่ยมผู้ที่ควบคุมทัพนั่นก็คือผู้ที่ผู้คนกล่าวขานว่าเป็อสูรกายแห่งา หวงเจียวลู่ แม่ทัพผู้นี้เหี้ยมโหด ผู้คนภายในเมืองหลวงต่างยำเกรง มีผู้คนบอกว่าเขาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แถมร่างกายยังสูงสองเมตร และไร้ซึ่งความปราณี ’
‘ และด้วยนิสัยโหดร้ายของเขาเขาจึงถูกให้มาคุมกองทัพทางตะวันออกเช่นนี้ ’
‘ แต่ก็เพราะว่ามีแม่ทัพผู้นี้อยู่เลยทำให้ดินแดนตะวันออกไม่มีใครสามารถรุกรานได้ ’
ซูฉีนึกถึงบทนิยายที่นางเคยอ่านมาเกี่ยวกับกองทัพเกราะดำ แน่นอนนี่เองก็เป็อีกหนึ่งสิ่งที่นางจำได้
ในตอนแรกก็ลืมคิดไปเสียสนิทเลยว่ากองทัพที่ดูแลดินแดนแถบนี้คือกองทัพของใคร ในยามนี้ตระหนักรู้ได้แล้วถึงความแข็งแกร่งกองทัพเกราะดำ
เพียงแค่กองทัพเคลื่อนกายผ่านมาสังหารพวกชนเผ่าที่โเี้ตายร้อยคนในคืนเดียว ซูฉีไม่อยากจะคิดเลยผู้ที่ถูกขนานนามว่าอสูรของกองทัพเกราะดำจะมีหน้าตาเป็อย่างไร
หลังจากที่มองเห็นว่าสถานการณ์ภายในเมืองอยู่ในความสงบ ซูฉีนาง้าเวลาในการสงบสติอารมณ์
นางเดินเข้าไปภายในบ้านของตนเข้าไปภายในห้องนอนหย่อนก้นนั่งลงที่พื้น มีบางอย่างที่นางต้องคิด ภายในหัวกำลังขบคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
หญิงสาวยกมือขึ้นมา ดวงตาคมกริบของนางมองที่ฝ่ามือของตนแล้วครุ่นคิดบางอย่าง มีปริศนาอย่างหนึ่งที่นางได้รู้หลังจากผ่านพ้นามา “ พลังิญญา… ”
นางยังคงจดจำได้สิ่งที่ทำให้นางช่วยเหลือบ่าวรับใช้ของตนเองได้มันคือพลังปริศนาที่ปรากฏขึ้น
ในตอนนี้นางจำเป็จะต้องลองดู ซูฉีเริ่มพับปิดดวงตาของตนเองลงอีกครั้ง เพ่งสมาธิเข้าไปภายในห้วงจิตลึกๆของตนเอง
[ ยินดีต้อนรับสู่ร้านค้าความดี ]
จบบท