ตอนที่ 9
เมื่อขายของหมดแล้วจึงได้กลับบ้านเพราะว่าเป็ห่วงลูกที่อยู่กันเพียงสองคน แม้จะรู้ว่าตงตง สามารถดูแลน้องได้ก็ตาม แต่คนเป็แม่ก็อดที่จะห่วงไม่ได้
"คุณจะกลับก่อนหรือเปล่า เพราะฉันว่าจะหาซื้อข้าวที่สหกรณ์สักหน่อยก่อนกลับบ้าน"
"เดี๋ยวกลับพร้อมกันก็ได้ ผมอยากไปดูด้วยเหมือนกัน"
"ตามใจคุณ"
เมื่อมาถึงสหกรณ์ที่ขายของทุกอย่าง จึงได้เดินเข้าไป โดยไม่ได้คิดจะสนใจใคร และเดินตามคนเป็ภรรยาอย่างเงียบๆ เพราะไม่ได้รู้จักใคร แต่กลับสร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่พี่ต้าเฟยหรง ไม่สนใจเธอ ทำเหมือนไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ หรือรู้แล้วว่าเราหลอกให้ซื้อของให้ แต่ไม่น่าจะเป็ไปได้นะ คนโง่ๆ อย่างนั้นจะไปรู้เื่อะไร แค่พูดอะไรนิดหน่อยก็เชื่อแล้ว
"พี่เฟยหรง วันนี้มาซื้ออะไรหรือคะ หรือว่ามาซื้อของให้ฉันอีก วันนี้มีของหลายอย่างที่อยากได้เลยค่ะ"
ต้าเฟยหรง ที่มองผู้หญิงที่เข้ามาทักด้วยความเฉยเมย ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีความจริงใจในคำพูดแม้แต่น้อย แล้วอะไรคือของที่อยากได้ ถ้าอยากได้จะมาบอกเราทำไมกัน ไม่เข้าใจ ไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย หรือว่าจะรู้จักเ้าของร่างเดิม แต่แล้วยังไงไม่เกี่ยวกันเสียหน่อย เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะให้ใครมาหลอกได้หรอกนะ
"คุณอยากได้ แล้วมาเกี่ยวอะไรกับผม ถ้าอยากได้ก็ซื้อเอาเอง จะมายุ่งกับผมทำไมกัน"
ต้าเฟยหรง ว่าออกไปทันที ไม่ได้ไว้หน้าให้ใครเลยสักนิด แต่คนที่อยากได้ของที่เคยได้มาก่อน ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่สักนิด ยังคงทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างที่เคยทำมาและมันเคยได้ผลเสียด้วย
"ทำไมล่ะคะ ทุกทีพี่ก็เคยซื้อให้อยู่บ่อยครั้ง แล้วทำไมพี่ถึงได้พูดจาห่างเหินกับฉันแบบนี้กัน ไม่ใช่ว่าพี่ชอบฉันไม่ใช่หรือ"
"ผมว่าคุณนั่นล่ะบ้าหรือเปล่า ทั้งที่ผมมีภรรยาอยู่แล้ว ยังจะมายุ่งกับผมอีก และผมจะบอกอะไรให้นะ อย่ามายุ่งกับผมอีก ผมไม่ได้ชอบคุณ และไม่ต้องมาหลอกเอาของจากผมอีก"
"พี่โกรธอะไรฉันหรือเปล่า ทำไมพี่ถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนล่ะคนเลย เมื่อก่อนพี่ไม่เห็นพูดอย่างนี้เลย อะไรทำให้พี่เปลี่ยนไป พี่กลับไปดีกับเมียพี่แล้วใช่ไหม ถึงได้มาตัดรอนกับฉันแบบนี้"
ชางลู่ซือ รู้สึกว่า ต้าเฟยหรง เปลี่ยนไป เป็คนละคน ไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่น้อย แต่จะเป็ไปได้อย่างไร คนที่นิสัยแย่อย่างนั้น จะกลายเป็คนดีไปได้อย่างไร แล้วจะมีใครให้เธอหลอกให้ซื้อของให้ล่ะ มันต้องไม่เป็แบบนี้สิ
"คุณนี่ก็พูดไม่รู้เื่นะ แล้วผมจะเป็อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับคุณ ขอแค่อย่ามายุ่งกับผมและครอบครัวก็พอแล้ว ผมขอตัว เมียผมรออยู่"
เมื่อพูดจบก็เดินไปหาเมียที่ยืนมองเนื้อหมูอยากจะซื้อไปให้ลูกได้กินบ้าง แต่เงินแค่นี้คงซื้อได้แต่ข้าวเท่านั้น จึงได้ตัดใจไม่เอา เอาไว้หาเงินมากกว่านี้ค่อยซื้อแล้วกัน เงินของสามีคงจะซื้อของให้กับ ชางลู่ซือเหมือนอย่างเคย เธอจึงไม่อยากจะหวัง
ส่วน ต้าเฟยหรง ที่หนีจากผู้หญิงหน้าไม่อายคนนั้นแล้ว จึงได้เดินหาเมีย และมาเห็นกำลังยืนมองเนื้อหมูคงอยากจะซื้อหมูไปให้ลูกละมั้ง เงินคงจะไม่พอ เขาก็ลืมเอาเงินของเขาให้เธอซื้อของ จึงได้รีบเดินเข้าไปหาทันที
"คุณซื้อเนื้อหมูกลับไปทำให้ลูกด้วยนะ นี่เงินห้าหยวน คุณเอาเก็บไว้ใช้ ซื้อข้าวให้มากสักหน่อยนะ ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไร แล้วห้าหยวนพอหรือเปล่า หรือว่าต้องเอามากกว่านี้"
"พอแล้วค่ะ"
หงเลี่ยงหรู รับเงินมาด้วยความดีใจ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่สามีให้เงินเธอซื้อของ จึงทั้งดีใจ และตื้นตันใจไปด้วย เธอจึงได้หยิบหมูไปหนึ่งชิ้น และไปสั่งข้าวสองกิโล ไข่อีก5 ฟอง และเครื่องปรุงที่ขาดอยู่ เธอใช้เงินหมดไปถึงห้าหยวนด้วยกัน แต่ก็ได้ของที่้าครบ จึงเดินออกจากสหกรณ์มาด้วยรอยยิ้ม แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ ชางลู่ซือ ที่คิดว่าเงินที่ใช้จ่ายในวันนี้มันน่าจะเป็ของเธอเสียมากกว่า แต่ทำไม พี่ต้าเฟยหรง จึงนำมาให้เมียที่เขาไม่ได้รักใช้กัน แปลกมาก และก็โมโหมากอีกด้วย
"มันเป็อย่างนี้ไปได้อย่างไรกัน ไม่เข้าใจเลย"
"ลู่ซือ เธอมายืนบ่นอะไรอยู่หน้าสหกรณ์ คนเดียวกัน ไหนว่าจะมารีดไถ พี่เฟยหรง ให้ซื้อของให้เหมือนเดิม แล้วได้อะไรบ้าง เอามาให้ฉันดูหน่อยสิ"
มี่เย่วเผิง ถามเพื่อนด้วยความอยากรู้และเป็คนบอกเพื่อนเองว่าเจอพี่เฟยหรงที่ตลาด และขายปลาได้เงินหลายหยวน เพื่อที่เพื่อนจะได้ไปหลอกเอาเงินหรือของมาได้ ซึ่งก็ทำกันเป็ประจำ
"ได้ที่ไหนกันล่ะ พี่เฟยหรง ไม่ให้อะไรฉันเลย และยังพูดเหมือนคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ที่สำคัญยังมาบอกว่าไม่ให้ฉันไปยุ่งกับเขาอีก ใครเขาอยากจะไปยุ่งกัน แค่หลอกเอาของเท่านั้นเอง นึกว่าตัวเองน่าพิศวาสมากหรือยังไง ทั้งสกปรก ทั้งขี้เมา"
"จะเป็ไปได้อย่างไรกัน ทุกทีเธอต้องได้อะไรบ้าง ไม่มากก็น้อยนี้นา แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพี่เฟยหรงกันนะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงได้ยืนโมโหอยู่นี่ยังไงล่ะ ฉันเสียดายเงินที่พี่เฟยหรงให้เลี่ยงหรูมากเลย ตั้งหลายหยวน มันเคยเป็ของฉันมาก่อน อะไรทำให้พี่เฟยหรงเปลี่ยนไปได้นะ อย่างนี้ฉันก็หลอกให้ซื้อของไม่ได้แล้วสิ"
"เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยหรือ หรือว่าพี่เฟยหรงจะคิดได้แล้ว ว่าตัวเองมีเมียมีลูก ไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างที่เคยทำมา"
"คนแบบนั้นหรือจะคิดได้ เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันไม่เชื่อหรอก เพราะที่เห็นมาเขาก็เป็อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ที่แปลกอีกอย่าง ไม่ได้กลิ่นเหล้าแล้วนะ เหมือนจะไม่ได้กินเหล้ามาเลยด้วยซ้ำ"
"อย่างนี้ยิ่งแปลกเขาไปใหญ่เลย ผีเข้าหรือเปล่า"
"เธอก็พูดอะไรน่ากลัวอย่างนั้น ฉันไม่พูดแล้ว กลับบ้านดีกว่า วันนี้ก็ไม่ได้อะไรแล้ว"
ส่วนสองผัวเมียที่เดินกลับไปบ้านก็ไม่ได้รับรู้เื่ที่ทั้งสองคนคุยกัน แต่ต้าเฟยหรง สงสัยเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นมามีส่วนเกี่ยวข้องกับเ้าของร่างอย่างไร แต่คงจะไม่ค่อยดีสักเท่าไร จึงคิดจะถามเมียให้รู้เื่
"คุณผมถามหน่อย ผู้หญิงที่เข้ามาทักผมเธอเป็ใครกัน ช่วยบอกหน่อย ผมไม่รู้จักเธอ"
"เป็คนที่คุณไปชอบอยู่ตอนนี้ และมีอะไรคุณชอบซื้อของให้เธอ แต่ลับหลังก็เอาไปว่าที่คุณซื้อของให้เธอเอง" เมียเขาตอบเสียงเบา
"ถึงว่าทำไมวันนี้ถึงจะให้ผมซื้อของให้ นี่คนโดนหลอกแบบนี้เป็ประจำ ดูไม่ออกหรือไงนะ ว่าผู้หญิงคนนั้นหลอกเท่านั้น ไม่ได้มีความจริงใจอะไร และไม่ได้เป็คนดี เพราะคนดีที่ไหนจะมายุ่งกับคนที่มีสามีแล้ว เธอชื่อว่าอะไรผมจะได้จำไว้ แต่คุณไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่โง่ให้เธอหลอกได้อีก เพราะตอนนี้ผมมีแค่คุณกับลูกที่เป็ครอบครัว"
"เธอชื่อว่า ชางลู่ซือ มีเพื่อนสนิท ชื่อ มี่เย่วผิง"
หงเลี่ยงหรู ตอบสามี และรู้สึกดีใจที่สามีจะไม่ต้องถูกใครหลอกอีกอย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นแล้วว่า สามีไม่ได้ซื้อของอะไรให้ใครแต่กลับมอบเงินให้เธอซื้อของเข้าบ้าน ซึ่งเป็สิ่งที่ดี และวันนี้ทำให้เธอยิ้มออกมาได้อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในรอบหลายปีมานี้ แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะอยู่นานหรือเปล่า อย่างน้อยในตอนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดี