ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นนี้จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งสิ้น ข้าเฝ้ามองดูการทำงานอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวาระที่พ่อห่อหีบเพลงดังกล่าวอย่างวิจิตรบรรจง ตุ๊กตากลนั้นจะเคลื่อนตัวได้ก็ด้วยลานเช่นนาฬิกา ซึ่งก็มิได้แตกต่างไปจากตุ๊กตากลของพ่อเลย ถ้าเราไม่ไขลานอยู่เสมอ ลานนั้นก็จะอ่อนลงและหยุดไปในที่สุด และถ้าเวลาทั้งโลกนี้จะหยุดลงเล่า หรือสมมติว่าคนเราสามารถย้อนเวลากลับไปหาอดีตได้อีกเล่า?พ่อเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการนี้อย่างมหัศจรรย์ที่สุด เดี๋ยวนี้ข้ารู้แล้วว่าพ่อเป็นบุคคลที่มีความสามารถอย่างวิเศษสุด แต่ความสามารถของพ่อนั้นต้องมาถูกจำกัดอยู่ในชนบทเล็ก ๆ เช่นเมืองวิดี้นี้ และมีคนน้อยนักที่จะทำได้อย่างพ่อ นอกจากช่างตีเหล็กที่ชื่อชาเวนาซ กับกริออทช่างไม้ ที่พ่อเรียกมาช่วยทำงานบางอย่างให้แล้ว ที่เหลือนอกจากนั้นพ่อจะทำเองทั้งหมด พ่อไม่เคยคิดที่จะต้องเดินทางเข้าไปปารีสหรือลอนดอน และก็หยิ่งเกินกว่าที่จะขอความช่วยเหลือจากคิลวาเนย์ด้วย ในเมืองต่าง ๆ สมัยนั้น บรรดาปรัชญาเมธีและนักคณิตศาสตร์ทั้งหลายก็กำลังศึกษาในเรื่องต่าง ๆ อันเป็นกฎแห่งธรรมชาติอยู่ ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของดวงดาวและจักรวาล และทำการทดลองในสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อย่างไรก็ตาม โลซานน์ในสมัยเดียวกันนั้น วงสังคมชั้นสูงก็กำลังใฝ่หาเรื่องที่จะสร้างความรื่นรมย์ให้กับตนเอง ทั้งในด้านวรรณคดีและศิลปะ มิได้ให้ความเชื่อถือในงานด้านวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ในประเทศอังกฤษกับเยอรมันเท่านั้น ที่ได้มีการเขียนหนังสือวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ขึ้น หรือไม่ก็แปลออกมา ส่วนนิยายและบทละครรวมไปถึงกวีนิพนธ์ต่าง ๆ ก็กำลังรุ่งเรืองอยู่ในฝรั่งเศสลอร์ดคิลวาเนย์ได้เล่าให้พ่อฟังว่า ในปารีสนั้นได้มีการคิดประดิษฐ์เครื่องยนต์ขึ้นเพื่อที่จะนำไปติดตั้งเข้าในเรือ ให้มันสามารถแล่นไปบนพื้นผิวน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบหรือพายอีกต่อไป และเครื่องยนต์ประเภทเดียวกันนั้นก็ยังสามารถทำให้เราเดินทางไปบนบกได้ด้วย“จริง ๆ นะ เวลานี้ข้าชักเกรงไปแล้วละว่า มนุษย์กำลังใช้สติปัญญาของตนเองเพื่อที่จะให้เท่าเทียมกับพระเจ้าให้ได้ และต้องการจะครองโลกจริง ๆ ” เขาเกล่า “ข้าอยากรู้อยู่เหมือนกันว่าวันเช่นนั้นจะมาถึงจริง ๆ หรือเปล่า และได้แต่หวังว่าเราจะได้ใช้ความรู้ความสามารถตามที่เราต้องการได้อย่างดี บอกตรง ๆ ว่ามันกึ่งกลัวกึ่งเกรงอย่างบอกไม่ถูก ทุกครั้งที่เห็นตุ๊กตากลของท่าน และเห็นหุ่นยนต์ของโวก็องซ็อง ว่าเวลานี้เรากำลังนำเอาวิทยาศาสตร์มาใช้กันอย่างไม่คิดจริงจังอะไรเลย”ข้าช่วยพ่อด้วยการบิดเกลียวเส้นป่านที่ใช้กระตุกเดือยไขลานให้ยึดตัวกันแน่นไว้ เพื่อที่ว่ามันจะได้ไม่คลายหรือยืดออก เราจะต้องใช้ความพยายามที่จะทำให้ตุ๊กตาคู่นั้นหมุนอยู่บนลานให้ได้นานที่สุด และลานจะต้องไม่มีอะไรเข้าไปทำให้มันสะดุด มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญและความอดทนอย่างมาก ทั้งนี้เพราะข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักข้าเองก็อยากจะสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาสักตัวหนึ่ง ให้มันมีขนาดเท่าคนจริง ๆ และมีชีวิตจิตใจเหมือนคนจริง ๆ จะสร้างชนิดที่ไม่ให้ใครบอกได้เลยว่ามันแตกต่างกว่าคนจริง ๆ สักแค่ไหน ข้าจะสร้างโคลินคนใหม่ขึ้น ให้เหมือนกับข้าอย่างที่สุด และหุ่นยนต์โคลินนั้นจะต้องสามารถเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย สามารถวิ่งได้โดยที่ไม่สะดุดหกล้ม ไม่มีใครจะมาทำลายลงได้ ไม่มีความอ่อนแอหรือปมด้อยแต่ประการใดเลย วาเลนตินพี่ชายของข้าจะได้รู้จักกลัวเกรงในตัวข้าเสียที และไม่แกล้งดึงเท้าข้าอีกก่อนที่พ่อจะออกเดินทาง พ่อได้กากบาทเครื่องหมายกางเขนลงบนหน้าผากของเราทุกคนเช่นทุกครั้งที่เคยทำมา“ขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกคนให้ปลอดพ้นจากผีร้ายด้วย” พ่อเอ่ยขึ้น แม่จะยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาคู่สีเทานั้นล้ำลึกและสงบนิ่งเราพื้นน้ำในทะเลสาบ มองตามพ่อที่เป็นขึ้นไปนั่งบนรถม้า กระตุกสายบังเหียน“อเลกซานเดอร์...เราไปกันได้แล้ว” เสียงพ่อตะโกน และอเลกซานเดอร์ก็ก้าวเท้าออกจากที่ด้วยท่วงท่าสง่างาม เราทุกคนโบกมือให้พ่อ และโบกอยู่เช่นนั้นจนพ่อลับหายไปจากสายตา
พ่อกลับมาจากโลซานน์เมื่อดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาซาวอยแล้ว พื้นน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีเขียว โคลินซึ่งกำลังอ่านนิยายเกี่ยวกับเรื่องของนักเดินทางในทะเล ที่มีอยู่ในหนังสือรายงานประจำปีว่า ลูกเรือที่เดินทางอยู่กลางมหาสมุทรและสังเกตเห็นสัญญาณอันตรายบางอย่างเกิดขึ้นและเชื่อว่าเป็นสัญญาณแห่งเทพธิดาไซเรน เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า“ถ้าข้าโตขึ้นกว่านี้ ข้าจะแล่นเรือออกไปในห้วงมหาสมุทร ข้าจะไปให้ถึงปราสาทแห่งพระอาทิตย์ทีเดียว” ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพราะแม่เคยเล่าเรื่องของพวกอาร์โกน็อต (ผู้กล้าหาญในนิยายของกรีก – ผู้แปล) ซึ่งได้ออกเดินทางไปในห้วงมหาสมุทรเพื่อที่จะไปให้ถึงดวงอาทิตย์ให้เราฟัง โดยมีความเชื่ออยู่ว่า ถ้าพวกเขาได้ล่องเรือออกจากทะเลสาบในถิ่นที่เราอยู่และไปตามลำแม่น้ำที่แยกตัวออกจากทะเลสาบแห่งนี้ เขาจะต้องไปถึงห้วงมหาสมุทรในที่สุดตอนที่พ่อกลับมาถึงบ้านนั้น สีหน้าและท่าทางบอกให้รู้ถึงความปราโมทย์ในจิตใจอย่างเปี่ยมล้น ลอร์ดคิล-วาเนย์ได้ต้อนรับพ่ออย่างสมเกียรติ และยังเล่าให้ฟังถึงบุรุษชาวอังกฤษคนหนึ่งที่ชื่อเจมส์ ค็อก ซึ่งประดิษฐ์นาฬิกาแขวนและนาฬิกาข้อมือให้กับกษัตริย์แห่งฮินดูสถานและพระเจ้าจักรพรรดิแห่งเมืองจีน แม่ช่วยถอดเสื้อคลุมสีฟ้าเข้มให้ เอาตัวสีน้ำตาลซึ่งใส่อยู่เป็นประจำมาสวมให้แทน และช่วยเปลี่ยนรองเท้าให้สวมรองเท้าแตะแบบอยู่กับบ้าน“คนอังกฤษนี่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องเครื่องยนต์กลไกจริง ๆ ” พ่อเอ่ยขึ้น “แล้วก็มีความสามารถในการคิดประดิษฐ์อะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอดเวลา รู้ไหม ท่านลอร์ดเล่าให้ข้าฟังว่า เวลานี้ในลอนดอนน่ะเขากำลังค้นคว้าเรื่องพลังงานไฟฟ้าเชียวนะ”“ถ้าเช่นนั้นท่านก็ควรจะเดินทางไปลอนดอนสินะคะ” แม่ว่า“บางทีนะ...” พ่อพูดค้างไว้ด้วยสีหน้าครุ่นคิดเช่นเดียวกันกับทุกครั้งที่พ่อกลับจากโลซานน์ พ่อจะต้องซื้อหาหนังสือติดมือมาด้วย พ่อไม่ใจแข็งพอที่จะเดินผ่านโรงพิมพ์โดยไม่คิดจะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน พ่อชอบที่จะเดินเข้าไปหยุดยืนมองดูเครื่องพิมพ์ที่ปล่อยกระดาษลงมาหน้าแล้วหน้าเล่า กระดาษเหล่านั้นร่วงหล่นตามกันลงมาทีละแผ่นทีละแผ่น แท่นพิมพ์ตีกลับไปกลับมาอย่างมีระเบียบ เจ้าของโรงพิมพ์ทุกแห่งรู้จักพ่อทั้งนั้น และในโลซานน์ก็มีอยู่มากที่ลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่นเลย คนเหล่านี้เป็นเชื้อสายของชาวฮิวเกอโนต์ที่หลบหนีออกมาจากประเทศฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กษัตริย์ผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิก ผู้ซึ่งได้สั่งทำลายโบสถ์วิหารด้วยการตราคำสั่งออกมาเป็นกฎหมาย ซึ่งในสมัยนั้นมีการสอนศาสนาในนิกายลูเธอร์และกาลแวง พวกฮิวเกอโนต์กว่าแสนคนที่ถูกสั่งประหารชีวิต อีกกว่าสองแสนคนที่ถูกส่งไปเป็นนักโทษกรรเชียงเรือให้กับกษัตริย์ฝรั่งเศส อีกกว่าหมื่นคนที่หลบหนีจากฝรั่งเศสเข้าไปอยู่ในเนอชาเตล เจนีวา และโลซานน์“มันออกจะเป็นการไม่ดีสำหรับประเทศฝรั่งเศส แต่ว่าดีสำหรับเรา” พ่อบอก ลูบไล้หนังสือที่ถืออยู่ในมือด้วยความเคารพชื่นชม “มันให้ความรู้กับเรามากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำผ้าลูกไม้ ทำนาฬิกาแขวน นาฬิกาข้อมือ และเครื่องเพชรพลอยต่าง ๆ นอกจากนั้นก็ยังมีศิลปะแห่งการพิมพ์ งานแกะสลัก งานก่อสร้าง การทอผ้า...ความรู้ทั้งหมดมีอยู่ในหนังสือนี่ทั้งนั้น”“ท่าทางของท่านคล้ายจะคิดว่าพระเจ้าทรงประทานพรมาให้เรา ทำให้เราได้มีความรู้ความชำนาญแล้วก็ยังมีเงินอีกด้วย” แม่พูดล้อ ๆ“ก็อาจจะเป็นได้นะ” พ่อบอก “เวลานี้เจ้าก็เห็นแล้วว่าบรรดาพวกผู้ดีมีเงินชาวฝรั่งเศสต่างก็ต้องมาหาเราถึงบ้าน เพื่อที่จะดูตุ๊กตาที่เราทำขึ้น แล้วก็หวังว่าเราจะทำหุ่นยนต์ได้ด้วย”มีปรัชญาเมธีมากมายที่พากันเขียนเกี่ยวกับเรื่องตุ๊กตากล เขียนขึ้นทั้งในรูปของนิยายและบทละครที่กล่าวถึงว่าหุ่นยนต์เหล่านั้นได้เกิดมีชีวิตขึ้นมาแล้วจริง ๆ สามารถที่จะมีความรู้สึกรัก ทำลายและฆ่าฟันมนุษย์ลงได้ คณะละครสัตว์ที่ออกแสดงไปทั่วยุโรปก็ได้จัดแสดงเรื่องราวของหุ่นยนต์ที่ทำขึ้นเป็นนักเต้นรำสามคน ผู้ชายสอง ผู้หญิงหนึ่ง มือยกขึ้นยกลงได้ แล้วยังสามารถหยิบดอกไม้จากตะกร้าที่ติดอยู่ตรงช่วงเอวโปรยปรายลงไปที่เวทีตามท่วงทำนองเพลงได้อีกด้วย“ข้าได้ยินว่าเวลานี้มันมาถึงโลซานน์แล้ว เราจะต้องไปดูให้ได้” น้ำเสียงที่พ่อพูดบอกความเปรมใจยิ่งนัก “นี่ไง ภาพแฟชั่นจากสังคมชั้นสูงของฝรั่งเศส” พ่อเก็บสะสมภาพวาดซึ่งมีการตีพิมพ์ขึ้นในโลซานน์ และพวกสุภาพสตรีในวงสังคมชั้นสูงต่างก็แย่งชิงกันซื้อ แม่จะต้องตัดเย็บเสื้อผ้าชุดต่าง ๆ เหล่านั้นด้วยผ้าไหมและผ้าซาติน สำหรับสวมใส่ให้กับตุ๊กตาไขลานทั้งหลายที่พ่อสร้างขึ้น ในขณะที่ตัวของแม่เองกลับสวมเพียงกระโปรงยาวธรรมดา ไม่ได้มีซับในรองมากมายหลายชั้นอย่างที่ควรจะเป็น เสื้อตัวบนก็เป็นเสื้อกำมะหยี่สีดำแบบเรียบธรรมดาทับลงบนเสื้อเชิร์ตตัวในเนื้อบางเบาเท่านั้น