เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 ครอบครัวเดิม (1)

            ภาพครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่ดูอบอุ่นและปรองดอง ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้า...

            ชายคนนั้นคือ ฉินไห่เฉวียน พ่อแท้ๆ ของฉินหยวนเฟิง หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างคือ เฉินหลิง แม่เลี้ยงของเขา และเด็กชายตัวน้อยที่เอ่ยเรียกเขาว่า ‘พี่ชาย’... เด็กคนนั้นชื่อ ฉินเซี่ยงหยาง น้องชายต่างแม่ที่เขาไม่เคยต้องการ

            ย้อนกลับไปในอดีต... เฉินหลิงอุ้มท้องฉินเซี่ยงหยางไปบีบคั้น หวังซิ่วอวิ๋น แม่ของฉินหยวนเฟิง ด้วยอับจนหนทางและอารมณ์ชั่ววูบ หวังซิ่วอวิ๋นเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเองลง โดยลืมฉุกคิดไปว่า หากเธอจากไปแล้ว ลูกชายวัยเพียงสามขวบจะเหลือใครให้พึ่งพิงในโลกใบนี้

            บางที... ในห้วงสุดท้ายของชีวิต เธออาจนึกขึ้นได้ แต่เมื่อถึงตอนนั้น ทุกอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว

            เธอจากไปพร้อมกับความแค้น ทิ้งพ่อแม่ผู้ชราที่หัวใจแตกสลาย และทิ้งลูกชายวัยสามขวบที่ไม่เคยรู้เลยว่าทำไมแม่ถึงไม่อยู่เคียงข้างเขาอีกต่อไป

            แม้ในตอนนั้นฉินหยวนเฟิงจะยังเด็กมาก แต่เขาก็พอจะจำเศษเสี้ยวของเรื่องราวเหล่านั้นได้ เพียงแต่ความเจ็บปวดมันรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว เขาจึงเลือกจะกดมันไว้ในมุมลึกที่สุดของหัวใจ

            ทว่ายามใดที่ความเดียวดายถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เรื่องราวในอดีตที่เขาเคยสะกดเอาไว้ ก็มักจะฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้ง ฉีกทึ้งหัวใจเขาจนแทบแตกสลายไม่มีชิ้นดี

            แม้เฉินหลิงจะเป็นต้นเหตุสำคัญที่ผลักให้หวังซิ่วอวิ๋นต้องตาย และไม่มีทางที่เธอจะเอ็นดูลูกชายของศัตรูหัวใจได้ แต่ต่อหน้าสามี เธอก็ยังพยายามสวมบทบาทแม่เลี้ยงผู้แสนดี แสนอ่อนโยน และใส่ใจ

            เธอรู้ดีว่าไม่ว่าตัวเองจะแสร้งทำดีแค่ไหน ฉินหยวนเฟิง... ไอ้เด็กเหลือขอนี่ก็ไม่มีวันญาติดีกับเธอ เผลอๆ อาจด่าทอเธอกับลูกชายด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นยิ่งเข้าทางแผนการของเธอ เพราะจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกคู่นี้แตกร้าวหนักกว่าเดิม

            เฉินหลิงปรารถนาให้ฉินไห่เฉวียนเย็นชากับลูกชายคนโตเสียเถอะ ตั้งแต่นั้นมา ทุกอย่างจะได้ตกเป็นของฉินเซี่ยงหยาง ลูกชายของเธอแต่เพียงผู้เดียว

            ทุกเทอม ฉินไห่เฉวียนจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้ฉินหยวนเฟิง และให้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นครั้งคราว แม้เฉินหลิงจะไม่เคยคัดค้านออกมาตรงๆ แต่ในใจเธอก็เจ็บแปลบทุกครั้งที่เห็นเงินไหลออกจากกระเป๋าไปสู่เด็กคนนั้น

            ......

            เมื่อได้ยินฉินเซี่ยงหยางเรียกเขาว่าพี่ชาย ฉินหยวนเฟิงก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกยินดียินร้าย

            “ไห่เฉวียน คุณดูสิคะ... หยางหยางอุตส่าห์ทักทายหยวนเฟิง แต่เขาไม่สนใจน้องเลย” เฉินหลิงหันไปเกาะแขนฉินไห่เฉวียน ส่งสายตาตัดพ้อต่อว่า

            ทิงเสวี่ยที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ถึงกับแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ‘ต่อหน้าลูกชายของภรรยาหลวงที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ต้องตาย ยังจะกล้ามาออดอ้อนสามีอวดชาวบ้านอีก สมแล้วที่เป็นเมียน้อย... หน้าไม่อายจริงๆ’

            ฉินไห่เฉวียนไม่ได้สนใจภรรยา เขายังคงจ้องลูกชายคนโตที่ทำหน้าบึ้งตึงใส่ “หยวนเฟิง ที่นี่ไม่มีโต๊ะว่างแล้ว พ่อกับน้า แล้วก็น้องชายนั่งด้วยได้ไหม?”

            เห็นได้ชัดว่าเขาอยากฉวยโอกาสนี้สานสัมพันธ์ระหว่างลูกชายทั้งสองคน

            ทว่าฉินหยวนเฟิงไม่คิดจะเล่นละครครอบครัวสุขสันต์ด้วย “ผมไม่ชินกับการกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนนอก”

            คำตอบนั้นทำเอาฉินไห่เฉวียนหน้าชา พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

            ทันใดนั้นทิงเสวี่ยก็พูดแทรกขึ้นเสียงดังพอสมควร ราวกับจงใจประกาศให้คนทั้งร้านได้ยิน

            “ฉินหยวนเฟิง... นี่แม่เลี้ยงพี่เหรอ? หน้าตาก็สวยดีนี่ แถมยังแต่งตัวเก่งอีก มิน่าล่ะ พ่อพี่ถึงทิ้งเมียทิ้งลูกได้ลงคอ”

            ประโยคนั้นเปรียบเสมือนการตบหน้าทั้งคู่กลางร้าน แม้บรรยากาศในร้านจะจอแจ แต่โต๊ะข้างเคียงต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว

            เมื่อความลับอันน่ารังเกียจถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล ใบหน้าของฉินไห่เฉวียนและเฉินหลิงก็ร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด

            เฉินหลิงระงับอารมณ์ไม่อยู่ ชี้หน้าด่าทิงเสวี่ยจนนิ้วสั่น “นังเด็กเหลือขอ! พ่อแม่ไม่สั่งสอนมาหรือไง ฮึ...”

            “ที่เธอพูด... ไม่จริงหรือไง?” ฉินหยวนเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ขัดขึ้นมาก่อนที่แม่เลี้ยงจะพ่นคำด่าจบ ไม่รอให้ทั้งคู่ได้แก้ตัว เขาก็รุกต่อทันที

            “พวกคุณกล้าสาบานไหม... ว่าแม่ผมไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะพวกคุณลอบคบชู้กัน?”

            ฉินไห่เฉวียน “...” เฉินหลิง “...”

            ความเงียบที่เกิดขึ้นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เหล่าชาวบ้านที่มุงดูเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ คุณป้าร่างท้วมคนหนึ่งที่นั่งโต๊ะข้างๆ ถึงกับทนไม่ไหว ชี้นิ้วด่ากราดเสียงดัง

            “ทำบาปทำกรรมแท้ๆ! มีลูกชายหล่อเหลาขนาดนี้ยังไม่พอใจ ยังจะไปมีชู้ บีบให้เมียหลวงต้องตายอีก คนแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องโดนกรรมตามสนอง วันดีคืนดีอาจโดนฟ้าผ่าตายคาที่เลยก็ได้!”

            สถานการณ์ตอนนี้ หากทั้งคู่ยังไม่รีบไสหัวไป ก็คงไม่วายโดนรุมประณามจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี เฉินหลิงรีบจูงมือฉินเซี่ยงหยาง เดินก้มหน้าตามฉินไห่เฉวียนหนีออกไปอย่างหัวซุกหัวซุน

            ......

            พอออกมาพ้นหน้าร้าน เฉินหลิงก็ระเบิดอารมณ์ใส่สามีทันที “ฉันบอกแล้วว่าไม่กินที่นี่ คุณก็ดึงดันจะกินให้ได้! แค่จะเอาใจไอ้เด็กนั่น ฉันบอกคุณตั้งนานแล้วว่ามันเป็นคนอกตัญญูเลี้ยงไม่เชื่อง คุณก็ไม่เชื่อ ยังจะเอาหน้าไปให้มันเหยียบเล่นอีก!”

            “เธอหุบปากบ้างเถอะ!” ฉินไห่เฉวียนตวาดกลับอย่างเหลืออด ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินนำหน้าไป ทิ้งเฉินหลิงกับลูกไว้เบื้องหลัง

            อารมณ์ของฉินไห่เฉวียนในตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด!

            การถูกแฉความลับอันดำมืดต่อหน้าคนมากมายทำให้เขาอับอายขายหน้า เหมือนคนเป็นโรคร้ายน่ารังเกียจที่ถูกจับถอดเสื้อผ้าประจานกลางตลาด

            สำหรับฉินไห่เฉวียน การคบชู้กับเฉินหลิงจนบีบให้ภรรยาหลวงต้องฆ่าตัวตาย คือตราบาปที่ไม่มีวันล้างออกในชาตินี้

            หลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับเฉินหลิง เขาไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด สมัยที่ยังลักลอบคบหากัน เขาอยากอยู่ตัวติดกับเธอตลอดเวลา แต่พอได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย เขากลับรู้สึกเบื่อหน่าย

            เขามักอดไม่ได้ที่จะนึกถึง หวังซิ่วอวิ๋น... ภรรยาหลวงผู้ล่วงลับ หญิงบ้านนอกผู้อ่อนโยนและสง่างามคนนั้นมักปรากฏในฝันยามค่ำคืน

            แม้หวังซิ่วอวิ๋นจะไม่มีจริตมารยา ไม่รู้จักแต่งตัว ไม่รู้วิธีเอาใจผู้ชายให้ลุ่มหลงเท่าเฉินหลิง แต่เธอคือภรรยาที่ดีอย่างแท้จริง เป็นภรรยาที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกสบายใจ วางใจ และอบอุ่นใจที่ได้กลับบ้าน

            หวังซิ่วอวิ๋นประหยัดมัธยัสถ์ ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อสามีและลูกชาย ไม่เคยแอบนำทรัพย์สินไปจุนเจือบ้านเกิดของตน

            แล้วเฉินหลิงล่ะ? นอกจากจะอารมณ์ร้อน ชอบขว้างปาสิ่งของใส่เขาเวลาทะเลาะกัน เธอยังใช้เงินฟุ่มเฟือยราวกับเบี้ย แต่ละปีหมดเงินไปกับเสื้อผ้าและเครื่องสำอางมากกว่าเงินเดือนของเขาหลายเดือนรวมกัน แถมยังแอบส่งเงินกลับไปช่วยเหลือบ้านเกิดตัวเองเป็นประจำ

            เธอดีกับญาติพี่น้องตัวเองมาก แต่กลับใจดำอำมหิตกับครอบครัวสามี

            เพราะเรื่องฉาวโฉ่นี้ ทำให้ฉินไห่เฉวียนกลายเป็นแกะดำที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเสีย จนเขาแทบไม่กล้าสู้หน้าพี่น้องของตนเองเลย

            ......

            กลับมาที่ในร้านอาหาร... หลังจากฉินไห่เฉวียนและครอบครัวจากไป ใบหน้าที่เย็นชาและแข็งกระด้างของฉินหยวนเฟิงก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง แต่แววตายังคงหม่นหมอง

            หลินฉางจื้อเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ “ตอนแรกฉันคิดว่าอาเล็กน่าสงสารพอแล้ว แต่จริงๆ แล้วนายน่าสงสารกว่าอาเล็กของฉันอีก อย่างน้อยอาเล็กก็ยังมีพ่อที่รักและเอ็นดูปู่รองของฉันรักอาเล็กเหมือนแก้วตาดวงใจ... แต่นี่พ่อแท้ๆ ของนายกลับแย่ขนาดนี้ แม่แท้ๆ ก็ยัง...”

            “ไม่ต้องพูดแล้ว! ตอนนี้เขากำลังเสียใจอยู่” ทิงเสวี่ยรีบขัดขึ้นเสียงดุ

            “ฉันไม่ได้เสียใจแล้ว” ฉินหยวนเฟิงพูดเสียงอู้อี้ ก้มหน้ามองชามข้าว

            หวังกังตบไหล่เพื่อนเบาๆ “หยวนเฟิง ถ้านายเสียใจก็พูดออกมาเถอะ หรือจะร้องไห้ออกมาก็ได้ พวกเรารับรองว่าจะไม่หัวเราะเยาะนาย”

            ทันใดนั้น คุณป้าร่างท้วมคนเดิมที่เพิ่งด่าฉินไห่เฉวียนไปหยกๆ ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ เธอลูบหัวฉินหยวนเฟิงเบาๆ แล้วปลอบโยน “พ่อหนุ่ม อย่าเสียใจไปเลยนะลูก หนูเป็นเด็กดี ป้ามองดูก็รู้ว่าอนาคตหนูต้องรุ่งโรจน์แน่ๆ เข้มแข็งไว้นะ”

            ฉินหยวนเฟิงเงยหน้าขึ้น สบตาคุณป้าผู้ใจดีด้วยแววตาลุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจ “ขอบคุณครับคุณป้า ผมไม่เสียใจจริงๆ ครับ”

            เขาไม่ได้โกหก... เขาทำใจได้นานแล้ว เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตต่อไป ตั้งใจเรียน เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ประสบความสำเร็จ ทำให้คนคนนั้นต้องนึกเสียใจ และเพื่อปลอบประโลมดวงวิญญาณของแม่บนสวรรค์

            ฉินหยวนเฟิงหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง “กินต่อเถอะ พวกเธอไม่ต้องห่วงฉัน ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ”

            เมื่อเห็นฉินหยวนเฟิงเริ่มคีบข้าวคำโตเข้าปาก ทิงเสวี่ยและเพื่อนๆ จึงหยิบตะเกียบของตัวเองขึ้นมาบ้าง แม้บรรยากาศการกินข้าวที่เคยสนุกสนานจะสะดุดลง แต่พวกเขาก็พยายามประคองความรู้สึกเพื่อนอย่างดีที่สุด

            หลังจากกินมื้ออาหารที่ค่อนข้างอึดอัดเสร็จ ทั้งสี่ก็ลุกไปจ่ายเงิน เดิมทีตกลงกันว่าจะหารเท่าๆ กัน แต่ฉินหยวนเฟิงกลับควักเงินจ่ายตัดหน้าไปทั้งหมด

            “เฮ้ย! ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะหารสี่ไง” หวังกังท้วง เขาเป็นคนยึดถือคำพูด เมื่อตกลงกันแล้วก็ต้องทำตาม

            ฉินหยวนเฟิงเก็บเงินทอนใส่กระเป๋าพลางตอบหน้านิ่ง “ฉันอารมณ์ไม่ดี... ก็เลยอยากใช้เงิน”

            หวังกัง “...”

            ทิงเสวี่ยกับหลินฉางจื้อ “...”

            เอาเถอะ... เขาอารมณ์ไม่ดี อยากระบายด้วยการใช้เงิน พวกเธอก็คงต้องตามใจเขาไปก่อน

            ฉินหยวนเฟิงพูดจริงทำจริง... ระหว่างทางกลับพอเจอคนขายมันเผา เขาก็เหมาซื้อมารวดเดียวสิบหัว แล้วยัดใส่มือทิงเสวี่ยราวกับจะประชดชีวิต!

            ทิงเสวี่ยจะกินคนเดียวหมดได้อย่างไร เธอรู้ว่าหวังกังชอบของหวาน จึงแบ่งให้เขาสามหัว ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดหัว ฉินหยวนเฟิงไม่เอา หลินฉางจื้อหยิบไปหนึ่งหัว ที่เหลืออีกหกหัวจึงตกเป็นภาระของทิงเสวี่ยทั้งหมด

            ตอนนั่งรถกลับ ฉินหยวนเฟิงก็ยังใจป้ำจ่ายค่ารถให้ทุกคนอีกรอบ หลินฉางจื้อกับหวังกังพยายามจะคืนเงินให้ แต่พอเจอหน้าบึ้งตึงกับรังสีอำมหิตของฉินหยวนเฟิง พวกเขาก็ต้องยอมจำนนเก็บเงินลงกระเป๋าไป

            ‘อารมณ์ไม่ดีก็เลยอยากใช้เงินงั้นเหรอ?’ ทิงเสวี่ยลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มพลางคิดในใจ ไม่ยักรู้ว่าฉินหยวนเฟิงจะมีนิสัย      ‘ใช้เงินแก้เครียด’ แบบนี้ด้วย

            ไม่นาน รถประจำทางก็พาพวกเขากลับมาถึงหมู่บ้านต้าเหอโดยสวัสดิภาพ...

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111