ความเงียบที่ตามมาหลังจากคำขู่ของจูเลียนนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง
จูเลียนหมุนตัวกลับไป เดินหายไปในม่านหมอกพร้อมร่มสีดำคันใหญ่ ทิ้งทวนไว้เพียงคำพูดที่ว่า “ฉันให้เวลาพวกคุณสิบห้านาที... ล่ำลากันให้พอ แล้วกลับไปทำหน้าที่ ‘หุ่นเชิด’ ของฉันต่อในเมือง”
ลีน่ายืนตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความจริงที่ว่าความรักของเธอคือ ‘ยาพิษ’ ที่กำลังจะทำลายชีวิตของอีธานอีกครั้ง
“อีธาน...” ลีน่าเอ่ยชื่อเขาด้วยเสียงที่แตกพร่า “ทำไมคุณถึงยอม... ทำไมต้องแลกขนาดนี้?”
อีธานไม่ตอบ เขาเพียงแต่ดึงเธอเข้าไปหา กอดเธอไว้แน่นราวกับว่าถ้าเขาปล่อยมือ ร่างของเธอจะสลายหายไปกับพายุ ลมหายใจของเขาที่รดต้นคอเธอช่างร้อนระอุและสั่นสะท้อน
“เพราะสิบปีที่ผ่านมา... ผมไม่มีวันไหนที่หายใจได้ทั่วท้องเลยลีน่า” เขาครางออกมาในลำคอ “การมีชื่อเสียง การมีเงินทอง แต่มันไม่มี ‘คุณ’... มันก็แค่คุกที่หรูหรากว่าเดิมเท่านั้น”
เขาก้มลงสบตาเธอ ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้คลอไปด้วยน้ำตาของความพ่ายแพ้ “ผมสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา... ไม่ใช่เพื่อให้จูเลียนอยู่ แต่ผมสร้างมันเพื่อเป็ ‘อนุสาวรีย์’ ให้กับความล้มเหลวของผมเอง ล้มเหลวที่รักษาคุณไว้ไม่ได้”
ลีน่าเอื้อมมือที่สั่นเทาไปลูบแก้มของเขา รอยตบจากเมื่อวานจางไปแล้ว แต่รอยแผลในใจของเขายังสดใหม่เสมอ “ฉันขอโทษอีธาน... ฉันขอโทษที่ทิ้งคุณไปใน
วันนั้น”
“อย่าขอโทษเลย...” อีธานกระซิบ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่จูบที่ดุเดือดเหมือนครั้งแรก แต่มันคือจูบที่นุ่มนวล ทะนุถนอม และเ็ปลึกซึ้ง มันคือรสชาติของความรักที่ไม่มีวันสมหวัง รสชาติของ ‘เกือบจะเป็เรา’ ที่ถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา
เขาลากริมฝีปากไปตามหน้าผากและเปลือกตาของเธอ “ถ้าวันนี้ผมต้องเสียทุกอย่างไป... เพื่อให้ได้กอดคุณแบบนี้อีกครั้ง ผมก็ยอมลีน่า”
“ไม่ได้นะ!” ลีน่าผละออกมา มองเขาด้วยความตื่นตระหนก “คุณจะเสียทุกอย่างเพราะฉันไม่ได้ ชื่อเสียงของคุณ อนาคตของคุณ... ฉันจะไม่ยอมให้จูเลียนทำลายมัน”
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? แต่งงานกับผู้หญิงที่มองผมเป็แค่ ‘ของสะสม’ งั้นเหรอ?”
ลีน่านิ่งไป ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง จูเลียนฉลาดเกินไป เธอมีทั้งหลักฐานและอำนาจเงิน แต่ในความมืดมิดนั้น ลีน่าฉุกนึกถึงคำพูดของมายาเพื่อนสนิทขึ้นมาได้ ‘ทุกคนมีรอยแตกเสมอ ลีน่า... อยู่ที่ว่าใครจะเห็นก่อนกัน’
“อีธาน...” ลีน่าถามเสียงเบา “คุณบอกว่าจูเลียน้า ‘ภาพลักษณ์’ ใช่ไหม? เธอ้าให้คุณเป็สถาปนิกที่สมบูรณ์แบบเคียงข้างเธอ?”
“ใช่... เธอ้าเป็ Queen of Seattle โดยมีผมเป็ King ที่เธอควบคุมได้”
“ถ้าอย่างนั้น... เราต้องเล่นตามเกมของเธอไปก่อน” ลีน่าปาดน้ำตา แววตาเริ่มเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็ความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น “เราจะให้เธอได้ภาพลักษณ์ที่เธอ้า... แต่เราจะเปลี่ยน ‘บทเรียน’ ของเกมนี้ใหม่”
อีธานมองเธอด้วยความสับสน “คุณหมายความว่ายังไง?”
“ฉันจะรับงานนี้ต่อไป ฉันจะสร้างแคมเปญมาร์เก็ตติ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้บ้านหลังนี้... ฉันจะทำให้โลกทั้งใบจับตามอง ‘งานแต่งงานแห่งปี’ ของคุณกับเธอ” ลีน่าเว้นจังหวะ “แต่ในขณะเดียวกัน... ฉันจะหาทางขุดคุ้ยเื่ ‘สัญญาเื’ และที่มาของเงินทุนที่เธอใช้ฮุบบริษัทของคุณมา”
“มันอันตรายเกินไปลีน่า จูเลียนไม่ใช่คนที่คุณจะล้อเล่นด้วยได้”
“ฉันก็ไม่ใช่ลีน่าคนเดิมที่เดินจากคุณไปเมื่อสิบปีก่อนเหมือนกัน” เธอจับมือเขาไว้แน่น “อีธาน... เชื่อใจฉันนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”
ก่อนที่อีธานจะได้ทันทัดทาน เสียงแตรรถของจูเลียนก็ดังลั่นมาจากด้านล่าง เป็สัญญาณว่า ‘เวลาแห่งความสุข’ ของพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว
ลีน่าหันไปมองโครงสร้างบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จบนหน้าผาเป็ครั้งสุดท้าย เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำไปสู่จุดจบที่เลวร้ายกว่าเดิม หรืออาจจะเป็โอกาสเดียวที่จะทวงคืน ‘เรา’ กลับมา
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับไปที่รถ เธอสังเกตเห็นบางอย่างตกอยู่ที่พื้นตรงที่จูเลียนเคยยืนอยู่... มันคือ ‘เข็มกลัดเงิน’ รูปนกอินทรีที่ดูเก่าแก่และคุ้นตาอย่างประหลาด
ลีน่าเก็บมันขึ้นมา และหัวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
เข็มกลัดชิ้นนี้... เธอเคยเห็นมันในรูปถ่ายเก่า ๆ ของครอบครัวมายา!
ความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงเริ่มปรากฏขึ้น จูเลียนอาจจะไม่ใช่แค่เศรษฐีนีที่เอาแต่ใจ แต่อาจจะมีเื้ัที่เกี่ยวพันกับปมความแค้นในอดีตของตระกูลเพื่อนสนิทของเธอเอง
นี่ไม่ใช่แค่เื่ของคนสามคนอีกต่อไปแล้ว ลีน่าคิดในใจขณะกำเข็มกลัดไว้แน่น
“ไปกันเถอะอีธาน” ลีน่าพูดโดยไม่หันไปมองเขา “ไปทำหน้าที่ ‘หุ่นเชิด’ ของ เรา... จนกว่าเราจะตัดสายป่านที่ล่ามเราไว้ได้สำเร็จ”
เงามืดของพายุยังคงปกคลุมหน้าผา แต่ในใจของลีน่า บัดนี้มันมีเปลวไฟดวงเล็ก ๆ ที่เริ่มลุกโชนขึ้น... เปลวไฟแห่งการแก้แค้นและการทวงคืนความรักที่ถูกเขียนใหม่ให้จบอย่างที่มันควรจะเป็