บทที่ 3
สวัสดีคุณสามีที่รัก
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่ง แม้จะเทียบไม่ได้กับห้างสรรพสินค้าในยุคของเธอก็ตาม คิดว่าอีกหน่อยทุกอย่างจะต้องได้รับการพัฒนา แน่นอนว่าคนที่มาจากอนาคตอย่างเธอแสนจะได้เปรียบ ช่องทางการสร้างธุรกิจอยู่ตรงหน้า คงต้องเร่งมือจัดการเื่ในตระกูลหยางให้เรียบร้อย ฟ่านซิงเยียนในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้า สายตากวาดมองไปรอบๆ มีสินค้าวางขายอยู่หลายอย่างเหมือนกัน ทั้งของกินของใช้ สินค้านำเข้าก็มีมาวางขาย สมแล้วที่เป็ห้างใหญ่
เพราะมีผู้ติดตามมาด้วยห้าคน เธอจำต้องนำเงินส่วนหนึ่งมาเข้าบัญชีฝากเอาไว้ จากนั้นถือโอกาสเดินสำรวจห้างสรรพสินค้า ซื้อข้าวของที่้า
ร้านแรกที่เธอเสียเงินให้คือเสื้อผ้า เธอชอบใส่เสื้อสีเขียว สีม่วงและสีดำมากกว่าโทนขาว ชมพูที่แม่สามีซื้อให้ แน่นอนว่าฟ่านซิงเยียนคนนี้ไม่คิดจะเอาใจแม่สามี เธอเลือกซื้อแบบและสีที่เธอชอบ เลือกมาเกือบยี่สิบตัว
พอออกจากขายเสื้อผ้าก็มาที่ร้านขายรองเท้า ร้านขายหนังสือ ต่อด้วยร้านขายผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็บ อยากได้แบบเสื้อที่สวยถูกใจ ต้องตัดเย็บด้วยตัวเองแล้ว
เธอเลือกซื้อผ้ามาหลายสิบพับ พร้อมกับอุปกรณ์ตัดเย็บ แล้วก็เดินซื้อข้าวของอื่นๆ แน่นอนว่าพอเดินออกจากห้างสรรพสินค้าก็รู้สึกว่ากระเป๋าของตัวเองเบาขึ้น
ฟ่านซิงเยียนไม่สนว่าคนในตระกูลหยางจะมองเธอยังไง วันนี้เธอใช้เงินไปราว ๆ สามหมื่นหยวน ทั้งของกินของใช้ เธอซื้อมาตุนเอาไว้ ให้คนในตระกูลหยางคิดว่าเธอจะเก็บตัวอยู่ที่เรือนไผ่หยกอีกหลายเดือน หยางเหวินโจวคงไม่ส่งคนมาคอยสอดส่องที่เรือนไผ่หยกตลอดเวลา
ยิ่งไกลหูไกลตา ก็ยิ่งทำอะไรสะดวก
ในเวลาราว ๆ หนึ่งหนึ่งชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึงเรือนไผ่หยกที่อยู่นอกตัวเมือง เมื่อก้าวเท้าเข้ามา สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ รู้แล้วทำไมมีชื่อว่าเรือนไผ่หยก เพราะมีป่าไผ่ล้อมรอบนี่เอง
ฟ่านซิงเยียนมองไปรอบๆ ด้วยแววตาพึงพอใจ ที่นี่อยู่ห่างจากบ้านตระกูลหยางราว ๆ 20 กิโลเมตร ที่ใช้เวลาเดินทางมานานหนึ่งชั่วโมงเพราะเธอออกจากห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใจกลางเมือง แต่หากขับรถจากตระกูลหยางมาที่เรือนไผ่หยกโดยตรงคงใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ไม่น่าจะเกินนี้
เมื่ออยู่เพียงคนเดียวแน่นอนว่าเธอทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น เธอใช้เวลาในมิติเพื่อฝึกเคล็ดวิชาหยกเหมันต์ เพื่อเสริมพลังปราณให้แข็งแกร่ง เธอดูดซับคริสตัลของซอมบี้ระดับสูงไปยี่สิบคริสตัล เมื่อพลังปราณหลอมรวมเข้ากับพลังพิเศษผลลัพธ์ที่ได้เกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มา
“กระบี่จากหยกน้ำแข็ง” เธอสร้างมันสำเร็จ นั้นแสดงว่าเธอบรรลุเคล็ดวิชาหยกเหมันต์ระดับ5 ภายในเวลาไม่ถึงสามวัน
“หึ คิดเอาไว้แล้วว่าพ่อสามีต้องส่งคนมาจับตาดู” แม้จะอยู่ในมิติแต่ด้วยประสาทััที่ยอดเยี่ยมของเธอ ทำให้รู้ว่ามีคนซุ่มอยู่บนต้นไม้นอกเขตรั้วบ้าน
ฟ่านซิงเยียนออกมาจากมิติ ในตอนเช้ามืด ตื่นมาเก็บที่นอน แล้วก็เข้าครัวสิ่งแรกที่ทำคือจุดเตาไฟ เธอทำทุกอย่างที่ควรทำ เพราะรู้ว่ามีคนซุ่มดูอยู่
จนกระทั่งสองชั่วโมงผ่านไป เธอรับรู้การเคลื่อนไหวของพวกมันไกลออกไป
ทุกการกระทำของสะใภ้สี่ ถูกรายงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ให้กับผู้นำตระกูลหยางได้รับรู้
“สะใภ้สี่สิ้นเปลืองจริงๆ” ร่างของคุณนายใหญ่เอ่ยออกมา เธอรู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายใช้จ่ายเงินไปถึงสองหมื่นหยวนวันเดียว
“สะใภ้สีคงเห็นว่าต้องอยู่เรือนไผ่หยกอีกนาน เลยซื้อข้าวของจำนวนมาก” พ่อบ้านิเอ่ยออกมา เพราะข้าวของที่สะใภ้สี่ล้วนเป็สิ่งของที่จำเป็ หญิงสาวต้องไปอยู่ลำพัง การจะเตรียมความพร้อมไม่ใช่เื่แปลกอะไรในความคิดของพ่อบ้านิ
“อืม อย่างที่พ่อบ้านิบอก แค่เงินสามหมื่นหยวน ขอให้เธอขยันฝึกฝน ขอเพียงเธอฝึกฝนเคล็ดวิชาหยกเหมันต์ระดับห้าสำเร็จไม่ว่าต้องจ่ายไปมากแค่ไหนมันก็คุ้มค่า พ่อบ้านินำเงินสามหมื่นหยวนไปมอบให้สะใภ้สี่ เธอควรใช้เงินของตระกูลหยางซื้อไม่ใช่เงินส่วนตัว”
"ครับ นายท่าน"
“คุณพี่จะให้น้องส่งของให้เธอไหม?” ยังไงก็เพื่ออนาคตที่ดีของตระกูลหยาง แม่สามีอย่างเธอจะมองข้ามเื่นี้ไปก่อน แม้ว่าในใจลึกๆรู้สึกไม่พอใจ ตระกูลหยางให้ความสำคัญสะใภ้สี่มากเกินไป มากกว่าสะใภ้ที่มาจากตระกูลใหญ่อย่างหล่อนเสียอีก
“ไม่ต้อง เรียกตัวเ้าสี่กลับมาก็พอ" ผู้นำตระกูลหยางเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เ้าสี่ก็คือคุณชายสี่ หยางอี้เฉิน
“ค่ะคุณพี่” ในที่สุดลูกชายคนเล็กของเธอก็จะได้กลับมาจากมาเก๊าสักที คนเป็แม่ย่อมดีใจ
ทางด้านฟ่านซิงเยียนอาศัยที่เรือนไผ่หยกได้สองสัปดาห์แล้ว กิจวัตรประจำวันที่ควรทำเธอก็ทำทุกวัน ในตอนนี้ดูเหมือนว่า จะไม่มีใครมาซุ่มดูแล้ว พวกเขาจะมาแค่เวลาค่ำไปและซุ่มดูจนกว่าเธอจะเข้านอน แล้วกลับมาอีกครั้งยามเช้ามืด
ในตอนที่พวกมันซุ่มอยู่ ทุกคำพูดของพวกมันเธอได้ยินหมด เธอรู้ว่าสามีของร่างนี้จะกลับมาถึงปักกิ่งวันไหน วันนี้ดูเหมือนจะเป็ฤกษ์ดีที่จะแฝงตัวเข้าไปสืบข่าว การฝึกฝนของเธอรุดหน้าเป็อย่างมาก เธอคงมีพร์อย่างที่พ่อสามีว่าจริงๆ ต้องขอบคุณตำราดีๆจากตระกูลหยาง และสิ่งของในมิติของเธอเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยให้การฝึกตนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเวลาสี่ทุ่มร่างบางก็ทำทีเป็เข้านอนตามปกติเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เมื่อไฟห้องนอนดับ คนที่ซุ่มอยู่จนกว่าจะถึงเวลาราวๆ เที่ยงคืน แต่ฟ่านซิงเยียนไม่รอเวลาขนาดนั้น เธออาศัยการเคลื่อนไหวร่างกายที่ว่องไว อาศัยความมืดในการพรางตัว พวกมันไม่มีทางรู้อย่างแน่นอนว่าเธอออกมาข้างนอกแล้ว
ร่างบางแต่งกายด้วยชุดสีดำที่ทำจากพอลิเมอร์อย่างดี เป็ชุดที่ฝ่ายวิจัยอาวุธคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในวันสิ้นโลก เป็ชุดพรางตัวที่แทบจะกลมกลืนไปกับความมืด ใบหน้าถูกปิดเอาไว้ใช้แว่นอินฟราเรดในช่วยให้การมองเห็นในเวลากลางคืนดีมากยิ่งขึ้น ใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกฝนมาเคลื่อนตัวไปยังบ้านตระกูลหยางด้วยความรวดเร็ว
เป็เคล็ดวิชาที่ดีจริงๆ ในใจของหญิงสาวชื่นชมเคล็ดวิชาตัวเบา ยิ่งให้พลังพิเศษที่มีติดตัวเข้าช่วยทุกอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ทั้งเบาและเงียบ
“เื่ที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม?” เสียงทุ้มอันเป็เอกลักษณ์เอ่ยถามด้วยความจริงจัง
“เรียบร้อยดีครับ คุณพ่อตามตัวผมกลับมามีเื่อะไรจะสั่งหรือเปล่า” หยางอี้เฉินหรือคุณชายสี่เอ่ยถามผู้เป็พ่อ ปกติเขาชอบอยู่มาเก๊ามากกว่า ที่นั่นอิสรเสรี และอยู่ไกลหูไกลตาคนเป็ปู่และพ่อ
“ดูเหมือนว่าแกจะฝึกเคล็ดวิชาหงส์เพลิงไปถึงระดับหกแล้ว ดีจริงๆ” ผู้เป็พ่อเอ่ยชม สายตาจ้องมองลูกชายคนเล็กด้วยความคาดหวัง
“หึๆ ดีจริงๆ หลานชายฉันกลับมาแกกลับไม่พามาพบฉันก่อน” ประตูห้องทำงานถูกเปิดพร้อมกับประโยคที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“คุณปู่ สวัสดีครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าไปพบคุณปู่พอดี วันนี้ดึกแล้วเลยไม่อยากไปรบกวน” หยางอี้เฉินบอกกับคนเป็ปู่ ตัวเขาพึ่งเดินทางมาถึง แต่พ่อบ้านิบอกกับเขาว่าคุณพ่อ้าพบเขาทันทีที่มาถึง
“เชิญคุณพ่อครับ” หยางเหวินโจว ลุกจากเก้าอี้ให้ผู้เป็พ่อนั่ง ปกติพ่อจะเก็บตัวอยู่ไม่ค่อยออกมาให้ใครพบเจอ
“อืม แกเองก็นั่งลงเถอะ” ชายชราเอ่ยออกมา กวาดสายตามองหลานชายคนเล็กอย่างสำรวจ
“ครับคุณพ่อ”
“เคล็ดวิชาหงส์เพลิงคู่กับหยกเหมันต์ ไม่รู้ว่าหลานเคยได้ยินไหม?” หยางเหวินฟงสบตากับหลายชายคนเล็กแล้วเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“ครับ ผมเคยอ่านเจอในตำราฝึกตนโบราณ” เื่นี้เขาเองก็พบรู้เื่อยู่บ้าง แค่เคยอ่านมาผ่านๆตาเท่านั้น จดจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก สองวิชารวมเป็หนึ่ง แข็งแกร่งยากจะมีใครเทียบ ประโยคหนึ่งในตำรากล่าวไว้แบบนั้น
“อีกอาทิตย์หน้าจะถึงวันเกิดอายุครบ 22 ปีของหลาน”
“ครับ” หยางอี้เฉินรู้ว่าอีกหนึ่งอาทิตย์จะถึงวันเกิดเขา แต่ที่เขาไม่เข้าใจทำไมคนเป็ปู่ต้องเอ่ยเื่นี้ออกมา หรือคุณปู่้าจะจัดการวันเกิดให้เขาเหมือนกับทุกปี ผู้เป็หลานชายคิดในใจ แต่ก่อนที่จะเอ่ยถาม ผู้เป็ปู้ก็เอ่ยออกมาเสียก่อน
“มีคำทำนายโบราณที่ตระกูลของเรามีบันทึกสืบทอดกันมา ในบรรดาหลานชายทุกคน หลานเพียงคนเดียวที่มีพลังหยางบริสุทธิ์”
“...” หยางอี้เฉินเองก็พึ่งรู้ว่าตนเองมีแก่นพลังหยางบริสุทธิ์
“สะใภ้สี่มีพลังหยินวิสุทธิ์หรือจะบอกว่ามีแก่นพลังหยินที่บริสุทธิ์”
“แล้วมันเกี่ยวกับคำทำนายยังไงครับ? หรือว่า...” หยางอี้เฉินไม่เข้าใจที่คนเป็ปู่จะสื่อ ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อคิดถึงหนังสือเล่มเก่าๆที่ปู่เคยอ่านให้เขาและพี่ชายทั้งสามคนฟัง เขาพึ่งเดินทางกลับมาถึง พ่อก็เรียกเขาเข้าพบทันที ต่อมาปู่ก็ตามมา มันคงเป็เื่ที่สำคัญมากถึงขนาดที่ปู่ต้องเอ่ยปากกับเขาด้วยตัวเอง
“ปู่ไม่อ้อมค้อม ปู่้าทายาทที่จะเกิดจากแกและสะใภ้สี่ ถ้าทำได้หลานคือผู้สืบทอดตระกูลหยางคนต่อไป”
ตระกูลหยางมีคุณชายสี่คน พี่ชายคนโต หยางอี้ฉางอายุ 32 ปี เป็ทหาร พี่ชายรอง หยางอี้เฟย อายุ 30 ปี เป็นักการฑูต พี่ชายสาม หยางอี้หลาง อายุ 27 ปี นักเศรษฐศาสตร์ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของพรรค และตัวเขา หยางอี้เฉิน ตระกูลหยางมีกฎการเลือกผู้สืบทอดจากความสามารถ ไม่คิดเลยว่า์กำลังเข้าข้างเขา
“ใช่ แกต้องทำให้สะใภ้สี่ตั้งครรภ์ ร่างกายสะใภ้สี่มีแก่นพลังหยินบริสุทธิ์ ส่วนแกมีแก่นพลังหยางบริสุทธิ์ เมื่อหลอมรวมกันจะให้กำเนิดทายาทที่แข็งแกร่ง ทายาทของแกก็จะเป็ผู้สืบทอดตระกูลหยางต่อจากแก” อีกทั้งยังจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตระกูลหยางอีกหลายชั่วอายุคน
“แล้วการแข่งขันเลือกผู้สืบทอดละครับ?” แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของเขากับพี่ชายทั้งสามถือว่าดีไม่น้อย แม้ว่ามีการแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งนายน้อยของตระกูล แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่พี่น้องต้องลงมือฆ่ากันเอง ตระกูลหยางสอนให้มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน และมีกฎเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า ตำแหน่งนายน้อยจะมอบให้คนที่มีความสามารถเท่านั้น ไม่นับลำดับการเกิดก่อนหลัง
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะมีการแข่งขันเพื่อเลือกผู้สืบทอดภายในตระกูล โดยมีผู้าุโของตระกูลเข้าร่วมตัดสิน เพื่อเลือกผู้ชนะ ทายาทที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นายน้อย จะสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลหยางคนต่อไป
“นี่คือเหตุผลที่ฉันเรียกแกกลับมา ในวันแต่งงานฉันกับแม่ของแกไม่ยอมให้แกเข้าหอ ทั้งๆที่แกจ้องสะใภ้สี่ตาเป็มันเพราะมันยังไม่ถึงเวลา แต่ตอนนี้เวลาของแกมาถึงแล้ว”
“เข้าใจแล้วครับคุณพ่อ” ในตอนแรกเขาไม่อยากแต่งงานกับหญิงสาวจากตระกูลฟ่านสายรอง อีกฝ่ายไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณชายสี่แห่งตระกูลหยางเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยสัญญาหมั้นหมายที่คนเป็ปู่ได้ทำเอาไว้ เขาจึงไม่อาจขัดคำสั่งได้ จำใจยอมแต่งงาน
แต่ใครจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะหน้าตางดงามยิ่งราวกับนางฟ้านาง์ ใบหน้าสวยหวาน แววตาของอีกฝ่ายมีเสน่ห์ ยิ่งจ้องมองยิ่งลุ่มหลง เมื่อทำพิธีแต่งงานเสร็จพ่อบังคับให้เขาต้องเดินทางไปมาเก๊าทันที โดยไม่ทันได้ชื่นชมความสวยงามของภรรยา แต่เมื่อผู้เป็พ่อมีคำสั่งเขาหรือจะขัดได้
ในที่สุดคนเป็พ่อก็เรียกตัวเขากลับมา แน่นอนว่าเขาย่อมคิดถึงใบหน้าที่งดงาม รูปร่างที่แสนเย้ายวนของภรรยา ฟ่านซิงเยียนเป็ของเขา เขาจะไม่ปล่อยหล่อนให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
ยิ่งได้มารับรู้เหตุผลในวันนี้ หยางอี้เฉินก็มีความทะเยอทะยานมากขึ้นไปอีก ตำแหน่งผู้นำตระกูลหยาง จะตกเป็ของเขาเมื่อเขาให้กำเนิดทายาทที่เกิดจากเขาและฟ่านซิงเยียน อีกฝ่ายมีแก่นพลังหยินบริสุทธิ์ เขาสามารถดูดซับแก่นพลังปราณของเธอได้ในยามร่วมรักกัน แค่คิดหยางอี้เฉินก็แทบจะนับวันรอไม่ไหว
"เข้าใจก็ดีแล้ว นี่คือเหตุผลที่ฉันทำสัญญาหมั้นหมายหลานสะใภ้สี่ให้กับแก เด็กสาวที่เกิดมาในคือวันพระจันทร์เต็มดวง มากับพร้อมดวงหงส์ตามคำทำนาย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้แกแข็งแกร่ง ยิ่งแกเสพสมกับร่างของเธอมากเท่าไหร่ การฝึกเคล็ดวิชาหงส์เพลิงก็จะไปถึงขั้นสูงสุดได้อย่างแน่นอน แกคือหลานชายที่พร์มากที่สุด คือคนที่ไปได้ไกลยิ่งกว่าปู่และพ่อของแก" หยางเหวินฟงบอกกับหลานชาย
"ผมเข้าใจแล้วครับคุณปู่ ขอบคุณคุณปู่ที่หาภรรยาที่เพียบพร้อมให้กับผม" หยางอี้เฉินเอ่ยออกมา ในใจของเขามีแต่ความยินดี ใครบางไม่อยากจะแข็งแกร่งและก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำตระกูลหยาง ในบรรดาพี่น้องทั้งสี่คน คนที่มีพร์ไม่แพ้เขาคือพี่รอง แต่เมื่อคนเป็ปู่เอ่ยออกมากับปาก ตำแหน่งนายน้อยที่เขาเคยวาดฝันก็จะเป็จริงอย่างแน่นอน
"อี้เฉิน แกจะต้องให้กำเนิดทายาทแฝดหงส์ัตามคำทำนายให้ได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมตำแหน่งภรรยาของนายน้อยตระกูลหยางฉันจะพิจารณาอีกที ส่วนเื่การแข่งขันเพื่อเลือกผู้สืบทอด รุ่นนี้คิดว่าไม่จำเป็"
"ตำแหน่งภรรยา?" หยางอี้เฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย ฟ่านซิงเยียนมีแก่นพลังปราณหยินที่บริสุทธิ์ แน่นอนว่าตรงตามตำราบำเพ็ญคู่หยินหยางที่เคยอ่าน การเสพสมจะทำให้ร่างกายเพิ่มความสมดุลหยินหยางได้ อีกทั้งยังช่วยในการฝึกตนให้เพิ่มระดับ
"ตามคำทำนาย เธอจะต้องตายลงเมื่อให้กำเนิดทายาทแฝดหงส์ั แก่นพลังหยินของเธอจะถูกดูดซับไปจนหมด นั้นคือหน้าที่อันทรงเกียรติของหล่อนที่ได้ทำหน้าที่สะใภ้สี่ของตระกูลหยาง" หยางเหวินฟงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกเมตตาหรือสงสาร
"มิน่าคุณแม่ถึงจัดงานแต่งงานเงียบๆ" หยางอี้เฉินเกิดความกระจ่างใจ
"ใช่ เพราะแม่ของแกรอบคอบ อีกอย่างแกดูเหมือนจะพึ่งใจคุณหนูเจ็ดตระกูลเจียงไม่ใช่หรือ?" คนเป็พ่อเอ่ยถาม
"ครับ" หยางอี้เฉินยอมรับ ตระกูลเจียงเป็หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ นับว่าคุณหนูเจ็ดเจียงเหมาะสม
"ถือว่าแกเลือกได้ดี" หยางเหวินฟงเอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจ เมื่อรู้ว่าหลานชายคนเล็กหมายตาคู่ครองที่เหมาะสมและคู่ควรกับตำแหน่งนายหญิงของตระกูลหยาง หลานสาวเพียงคนเดียวของตาเฒ่าเจียงฝู มีความสามารถที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็ชาติตระกูล ฐานะทางสังคม นับว่าเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก
ให้กำเนิดทายาท เพียงเท่านี้เขาก็จะได้อำนาจที่ตัวเอง้า หยางอี้เฉินได้ร่างกายที่แสนเย้ายวนของฟ่านซิงเยียน อีกทั้งยังมีแฝดหงส์ั ที่เกิดมาพร้อมกับความพร์และความสามารถในการฝึกตนตามตำราโบราณ
"คุณปู่ครับ ทายาทที่จะถือกำเนิดขึ้น จะมีมิติ์ตามตำราโบราณในสุสานของบรรพชนเขียนไว้ด้วยใช่ไหมครับ?" หยางอี้เฉินเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย
"ปู่เองก็คิดว่าน่าจะใช่ แต่เราไม่มีทางรู้เลยจนกว่าทายาทแฝดหงส์ัจะถือกำเนิด" หยางเหวินฟงบอกกับคนเป็หลาย เขาเองก็แอบคาดหวังเอาไว้เช่นกัน หากมีมิติ์การฝึกตนของตระกูลหยางจะต้องมีทรัพยากรชั้นดี ที่เต็มไปด้วยพลังปราณ แต่มันก็แค่คำกล่าวในตำราโบราณ ยังไม่เคยมีผู้ที่ได้มิติ์ปรากฏตัว
"ผมเชื่อว่าแฝดหงส์ัจะต้องมีมิติ์อย่างแน่นอน ผมได้ข้อมูลมาจากการขุดสุสานโบราณจากทางเหนือ"
"แกมั่นใจแค่ไหน?" หยางเหวินโจวเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น การได้มิติ์จะทำให้ตระกูลหยางเป็เสือติดปีก ที่ไม่มีตระกูลไหนเทียบได้
"ผมจะสั่งให้คนของผมเอาตำราโบราณที่ผมได้มากลับมาที่ปักกิ่ง" หยางอี้เฉินบอกกับผู้เป็ปู่และพ่อ
"ดี ให้เร็วที่สุด ได้ตำราแล้วไปพบฉัน"
"ครับคุณปู่"
"แยกย้ายกันไปพักผ่อนนี่ก็ดึกมากแล้ว"
หยางอี้เฉินนอนหลับอย่างสบายใจในค่ำคืนนี้ โดยไม่รู้เลยมาในมุมมืดมีใครบางคนหลบซ่อนในมุมมืดของห้องอยู่ การสนทนาระหว่างคนสามคน คนในเงามืดได้ยินชัดเจนทุกประโยค
ช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ใช่หักคอคนทั้งสามตายคามือ
เพื่อทายาทแฝดหงส์ั เพื่อเสพสมกับร่างกายของเธอเพิ่มพลังหยินหยางให้กับตัวเอง ได้ยินจุดประสงค์ที่แท้จริงแล้ว รู้สึกอยากจะอ้วก ขยะแขยงเป็ที่สุด
ที่แต่งเธอเข้ามาเป็สะใภ้ เลี้ยงดูปู่เสื่อเป็อย่างดี ก็เพื่อให้กำเนิดทายาทที่้า แล้วก็ตายไปโดยไม่มีใครคิดสงสารหรือเห็นใจ คนพวกนี้ช่างน่ารังเกียจ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเอง้า
ไม่ว่ายุคไหน คนก็ลุ่มหลงในอำนาจ อยากให้ตัวเองแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น แล้วใช่ความแข็งแกร่งกดขี่ผู้อื่นให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า หากไม่ยินยอมอีกฝ่ายก็พร้อมจะบดขยี้ให้จมใต้ฝ่าเท้า
ฟ่านซิงเยียนมองสามีตามกฎหมายของร่างนี้ด้วยแววตาโเี้ เธอนึกอยากใช้ดาบน้ำแข็งอันแสนเยือกเย็นมาเสียบแทงที่ขั้วหัวใจของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้
แววตาเยือกเย็นมองหยางอี้เฉินที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติ เพราะเธอใช้พืชกลายพันธุ์ทำให้อีกฝ่ายหลับใหลโดยไม่รู้ตัว
"สวัสดีสามีที่รัก แล้วเราจะได้พบกันในไม่ช้า" ประโยคแสนเ็าเอ่ยออกมา พอเอ่ยจบประโยคร่างบางก็หายไปกับความมืด คืนนี้ภารกิจที่ตั้งใจยังไม่เสร็จสิ้น ร่างบางมุ่งหน้าไปยังบ้านที่ตั้งอยู่โซนด้านซ้ายของตระกูลหยาง เป็เขตห่วงห้ามของตระกูลหยาง
เรือนที่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายคือที่อยู่ของผู้าุโของตระกูล คนสำคัญที่มีอำนาจเหนือผู้นำคือ หยางเหวินฟง อดีตผู้นำของตระกูลหยางนั่นเอง
มีข่าวลือว่าตระกูลหยางมีปรมาจารย์เพียงหนึ่งเดียวจากห้าตระกูลใหญ่ คงเป็ชายชราผู้ไม่ก็ผู้าุโคนไหนสักคนในตระกูล จะประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด โชคดีที่เธอมีทักษะของผู้มีพลังพิเศษจากโลกเดิม ทำให้ได้ยินเสียงในระยะไกล ยิ่งใช้ร่วมกับพลังปราณยิ่งให้ผลที่พึงพอใจ
ทำให้ระยะการเข้าใกล้ชายชราไม่สามารถรับรู้ได้
ก่อนที่จะเข้ามาโชคดีที่ลมเป็ใจ เธอใช้เกสรและความหอมของดอกไม้กลายพันธุ์ ที่ส่งผลให้คนที่ได้สูดดมเข้าไปหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว แม้แต่ชายชราที่ได้ชื่อว่า ปรมาจารย์ก็ยังไม่สามารถต้านทานความสามารถของพืชกลายพันธุ์ระดับห้าได้
---TBC---