สีหน้าของพี่เรย์ที่มองมายังติดตาผมอยู่เลย...
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจกับสถานะของพี่เรย์กับยัยหัวฟูนั่นเท่าไหร่หรอกนะ แต่บอกตามตรงว่าน่าสนใจดีแฮะ
“คือว่านะ จะบอกให้นะว่าเื่เมื่อวานน่ะฉันไม่ผิด”
ยัยหัวฟูกอดอกยืนจังก้าอยู่ที่หน้าโต๊ะเรียนของผม จมูกรั้น ๆ เชิดขึ้นเล็กน้อยตอนที่เธอพูด
ท่าทางหยิ่งผยองแบบนี้มันคืออะไรกันล่ะเนี่ย
“....แล้วไง”
ผมแกล้งมองเธอด้วยสายตายียวนกวนประสาท ก็มันอดแกล้งไม่ได้นี่ ยิ่งได้เห็นว่ายัยนี่หัวเสียมากแค่ไหน ผมก็มีความสุขมากเท่านั้นแหละ
“แล้วไงอะไรล่ะ เื่ทั้งหมดมันเพราะนายมาขู่ฉันก่อนนะ”
“ไม่ได้ขู่สักหน่อย แค่เตือนไว้เฉย ๆ ถ้าเธอไม่มายุ่งกับพี่สาวฉัน ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับเธอหรอกจะบอกให้”
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับนายเหมือนกันแหละน่า” ยัยหัวฟูทำท่าฮึดฮัด ฮะ ๆ โกรธจนแก้มแดงไปหมดแล้ว
“ก็ดี ไม่อยากยุ่งก็กลับไปนั่งที่ตัวเองสิ จะมายืนอยู่ทำไม” ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะยั่วโมโหเธอทำไม แต่พอเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วมันอยากจะแกล้งนี่นา เมื่อวานก็เหมือนกัน
“ก็เอ่อ...ช่างเถอะฉันไม่พูดกับนายแล้ว”
ยัยหัวฟูอึกอักทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจสะบัดหน้าเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนตัวเอง
ก็นะ ทำไมผมจะไม่รู้ว่ายัยนั่นคิดอะไรอยู่ จะบอกให้นะ ว่าไอ้ที่กระซิบกระซาบกับดีนแล้วหันมามองผมเรื่อย ๆ น่ะ แค่นั้นก็รู้แล้วล่ะว่าจะใช้ผมเป็เครื่องมือให้พี่เรย์หึงล่ะสิ แต่ใครจะไปยอมให้ใช้งานกันง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ
เช้าวันถัดมาผมก็ต้องประหลาดใจเมื่ออยู่ ๆ บนโต๊ะเรียนดันมีถุงคุกกี้เกรียม ๆ ห่อหนึ่งวางตั้งอยู่บนนั้น และถ้าให้เดานะก็เป็ของยัยนั่นที่นั่งทำตัวยุกยิกจนผิดสงสัยอยู่เนี่ยแหละ
“ใครมาวางเอาไว้เนี่ยเกะกะ”
ผมแกล้งหยิบขึ้นมาแล้วทำท่าจะเอาไปทิ้งแต่ยัยหัวฟูก็รีบลุกขึ้นมาห้ามทันที
“ทิ้งไม่ได้นะ พะ...พอดีฉันอบคุกกี้ให้พี่เรย์แล้วมันเหลือเยอะน่ะก็เลยมาแบ่งให้”
“คัดมาแต่เกรียม ๆ เนี่ยนะ(-__-)”
“ฉันทำสุดฝีมือแล้วนะ ลองชิมแล้วด้วย ไม่ท้องเสียหรอกน่า T^T”
“ไม่ใช่ว่าที่เอาคุกกี้นี่มาให้แล้วจะมาบอกให้ฉันร่วมมือกับเธอเื่พี่เรย์อะไรเนี่ยฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ”
ผมเห็นนะว่ายัยหัวฟูชะงักไปแวบนึงน่ะ ตลกชะมัด
“มะ ไม่ใช่สักหน่อย (.__.)” ดวงตากลมโตหลุบต่ำลงหลบสายตาผมที่จ้องมองเธออย่างคาดคั้น “ฉะ..ฉันแค่คิดว่าเราควรจะสงบศึกกันก็แค่นั้นเอง”
แก้มแดงระเรื่ออีกแล้ว จะว่าไปแล้วพอยัยนี่สงบปากสงบคำก็หน้าตาสวยดีอยู่หรอก แถมตอนโกรธก็ดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวซะอีก แบบนี้ก็ทำให้ยิ่งอยากจะแกล้งน่ะสิ
แต่ก็เอาเถอะ ผมเองก็เบื่อ ๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าช่วยยัยหัวฟูนี่อาจจะได้เห็นเื่สนุก ๆ ทุกวันก็ได้นี่
“ก็ได้ ฉันจะสงบศึกกับเธอ”
“ไชโย \ (^O^) /” ไม่พูดเปล่า แต่ยัยนี่เล่นกระโจนเข้ามากอดผมไว้เฉยเลย “ขอบใจน้าา~” เธอบอกพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมามองผม
“เอ่อ...(-__-|||)” แล้วผมจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ดี
“ฉะ..ฉันลืมตัวอ่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกอดนายนะ (O[ ]O|||)”
“.....”
“อะ...เอาเป็ว่า...ฉันกลับไปนั่งที่ละ” หน้าแดงเป็ลูกมะเขือเทศจิ๋วเลยแฮะ
เมเบลเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ากลิ่นหอมจากตัวเธอยังติดจมูกผมอยู่เลย
“อืมมม แปลก ๆ นะวันนี้”
จู่ ๆ พี่ดีนก็โพล่งขึ้นมาในขณะที่พวกเราทั้งห้าคนกำลังนั่งกินข้าวกลางวันกันอยู่อย่างเงียบเชียบ
“มีอะไรแปลกเหรอดีน” พี่สาวผมหันไปถามดีนตาแป๋ว
“อืมม ก็วันนี้เมเบลเงียบแปลก ๆ น่ะสิ”
พี่ดีนพูดปรายตามามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็ฉีกยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาแทน
“มะ...ไม่มีอะไรแปลกสักหน่อย พูดมากน่าดีน (-*-)” เมเบลตั้งท่าขู่ฟ่อ ๆ จนขนตั้งไปหมดแล้ว
“ก็ถ้าเป็ปกติเธอก็ต้องพี่เรย์คะ พี่เรย์ขา จ้อไม่หยุดไปแล้ว แต่วันนี้มาแปลก ั้แ่นั่งกินข้าวมาเธอยังไม่พูดอะไรออกมาสักคำ”
“ก็ฉัน...ก็ฉัน...เอ่อ...” ยัยหัวฟูที่พยายามจะแก้ตัว เธอหันซ้ายหันขวาลนลานไปหมด เท่านั้นไม่พอ พอสบตากันอยู่ ๆ ยัยนี่ก็หน้าแดงขึ้นมาซะดื้อ ๆ “ฉะ..ฉันอิ่มแล้ว”
บอกจบก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปอย่างไว ทิ้งให้ดีนหัวเราะร่วนชอบใจอยู่แบบนั้น แต่กับพี่เรย์นี่ตรงกันข้ามเลย นอกจากจะไม่ขำแล้วยังมองผมด้วยสายตาเย็บเฉียบอีกต่างหาก คิดว่าผมจะกลัวหรือไง ผมก็จ้องตอบเขาไปอย่างท้าทายเลยน่ะสิ
ถุงคุกกี้ถุงน้อยถูกแกะออกมาจากห่อเรียบร้อยแล้วโดยผมเอง ผมกัดเข้าไปหนึ่งคำอย่างไม่คาดหวังแต่ก็ผิดคาดแฮะ ยัยนั่นไม่ได้จงใจใส่เกลือให้เค็มเพื่อแกล้งผมนี่นา
“โอ้โห แปลกนะเนี่ยที่ยูตะจะแกะกินคุกกี้ที่สาวให้มาน่ะ”
“พูดมากน่า รู้ได้ไงว่าได้มาจากสาว”
“ของขายคงไม่เกรียมแบบนี้หรอก” ยัยมิยูหัวเราะอย่างภูมิใจที่เดาถูก “ว่าแต่สาวไหนเหรอ พี่รู้จักป่ะ”
“ไม่รู้จักหรอก แล้วก็ไม่ใช่แบบที่พี่คิดด้วย”
“งั้นขอกินบ้างสิ”
“ไม่ให้ :p”
“ฮะ ๆ โอเค ๆ ไม่แย่งหรอกน่า ว่าแต่วันนี้จะไปสนามกีฬามั้ย”
“นัดพี่เรย์ไว้หรือไง”
“...เปล่าหรอก” พี่มิยูส่ายหัวตอบแบบเศร้า ๆ
“ถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“อะไรล่ะ”
“ชอบพี่เรย์ใช่มั้ย”
“...ทำไมรู้ล่ะ”
“แค่เห็นก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ (-__-)” หมอนั่นก็ต้องรู้อยู่แล้วแหง ๆ “ชอบเขามาตั้งสี่ปีแต่เขาไม่ชอบกลับทำไมไม่ตัดใจล่ะ”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะยูตะ ถ้ายูตะชอบใครเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าต่อให้อยากตัดใจแค่ไหนมันก็ตัดไม่ได้หรอก”
“ไม่มีทางหรอก ถ้าจะเสียเวลาขนาดนั้นสู้เอาเวลาที่เสียไปเปล่า ๆ ไปเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่รักเราไม่ดีกว่าเหรอ”
“งั้นก็แสดงว่ายูตะไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ ไงล่ะ ถ้าเราชอบใครสักคนจริง ๆ แล้วล่ะนะต่อให้รอนานแค่ไหนถ้ามันยังพอจะมีหวังเราก็อยากที่จะรอต่อไปอีกนิดอยู่ดีนั่นแหละ เข้าใจที่พี่พูดมั้ย”
“ไม่เข้าใจสักนิดอ่ะ -__-”
“เฮ้อออ ของแบบนี้เจอกับตัวก็จะรู้เองแหละ” พี่มิยูเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนตัวเอง
‘รักงั้นเหรอ’
เื่แบบนี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมหรอก ผมไม่มีทางเอาตัวเองไปพัวพันกับรักสามเส้าแน่ ๆ ผมคิดแบบนั้นอยู่ในใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบคุกกี้ขึ้นมาอีกชิ้น แล้วภาพเ้าของคุกกี้ก็ลอยเข้ามาในหัวพอดี
ใบหน้าน้อย ๆ ของเธอตอนที่เงยหน้ามาสบตากับผมน่ะมันช่าง....
...แล้วไหงหน้ายัยนั่นโผล่มาอยู่บนหัวผมได้ล่ะเนี่ย (-__-)
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเงียบลงทันทีที่อาจารย์ประจำชั้นเดินเข้าห้องเรียนมา อาจารย์ยิ้มน้อย ๆ ตอนตัวแทนห้องบอกให้นักเรียนในห้องทั้งหมดทำความเคารพ
“สวัสดีค่ะนักเรียน โฮมรูมวันนี้ครูจะให้พวกเราเลือกหัวหน้าห้องกับรองหัวหน้าห้องกันนะจ๊ะ”
“เลือกทำไมล่ะครับครู ในเมื่อไอรินก็เป็ตัวแทนห้องอยู่แล้ว” เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดยกมือขึ้นถาม
“แน่ะ จะโยนงานให้เพื่อนใช่มั้ยเราน่ะ” ครูว่าพลางตีเข้าไปที่แขนหมอนั่นเบาๆ หนึ่งที “ไอรินแค่เป็ตัวแทนชั่วคราวระหว่างที่เรายังไม่ได้เลือกใครแค่นั้นเอง แต่วันนี้ครูว่าทุกคนคงจะรู้จักกันมากขึ้นแล้วก็เลยจะให้เลือกตัวแทนห้องสองคน เป็ชายหนึ่งคนหญิงหนึ่งคนนะจ๊ะ”
“ครูขา หนูขอเสนอยูตะค่ะ” เด็กหญิงที่นั่งข้างประตูชูมือเสนอ
ทำไมไม่เสนอชื่อตัวเองล่ะวะ -*-
“ไม่เอาครับ”
“งั้นเราลองมาโหวตกันนะจ๊ะ” ไม่คิดจะฟังกันหน่อยเลยเหรอ -*- “ใครเห็นด้วยที่จะให้ยูตะเป็หัวหน้ายกมือจ้ะ”
ผมอยากจะบ้าตาย นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมไปทำให้ผู้หญิงในห้องแค้นอะไรไว้ตอนไหนกัน ทำไมพวกเธอถึงจงใจยกมือโหวตกันหมดทุกคนเลยล่ะ แม้กระทั่งยัยเมเบลก็เป็ไปกับเขาด้วย เออได้เห็นดีกันแน่
“สรุปว่าหัวหน้าห้องคือยูตะนะจ๊ะ ต่อมาก็..”
“ผมเลือกเมเบลเป็รองหัวหน้าครับ” ไม่รอให้อาจารย์พูดจบผมก็ชิงเลือกเองซะก่อน
ไม่ต้องมาทำเป็มองฉันตาเขียวหรอกน่า -*-
“เอ๊ะ..แต่ว่า..” เสียงยัยผู้หญิงคนแรกที่เสนอชื่อผมร้องประท้วง
“ถ้าไม่ใช่เมเบลผมก็ไม่เป็ครับ”
“งะ..งั้นก็ตามนี้นะทุกคน เอาล่ะหมดเวลาโฮมรูมแล้ว เรียนกันให้สนุกนะจ๊ะ”
“นายจะเลือกฉันทำไมเนี่ย” อาจารย์ประจำชั้นยังไม่ทันจะเดินออกไปพ้นจากประตูห้องเรียนเลยเมเบลก็หันมาขู่ฟ่อ ๆ ใส่ผมซะยกใหญ่
“เธออยากจะสงบศึกกับฉันไม่ใช่หรือไงล่ะ เื่แค่นี้ช่วย ๆ กันหน่อยเถอะน่า”
“แต่แบบนี้เวลาที่ฉันจะได้อยู่กับพี่เรย์ก็น้อยลงไปอีกน่ะสิ T^T”
“ก็ดีแล้วนี่ พี่เรย์เขาจะได้คิดถึงเธอมากขึ้นไง แผนเธอคืออยากทำให้พี่เรย์หึงไม่ใช่หรือไง”
“สรุปว่านายรู้แผนฉันั้แ่แรกแล้วงั้นเหรอเนี่ย...ไหงงั้นล่ะ รู้ได้ไงเนี่ย (O[ ]O)” เมเบลโวยวายท่าทางหัวเสียน่าดู
“ฉันมีพลังจิตอ่านใจคนได้น่ะสิ”
“(O[ ]O)”
เอาจริงดิ เชื่อจริงอ่ะ (=__=)