รักชุลมุนของยัยตัว (หัด) ร้าย

    แค่คุกกี้ห่อเดียวอย่าคิดว่าจะซื้อฉันได้นะเฟ้ย!!

            สีหน้าของพี่เรย์ที่มองมายังติดตาผมอยู่เลย... 

    ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจกับสถานะของพี่เรย์กับยัยหัวฟูนั่นเท่าไหร่หรอกนะ แต่บอกตามตรงว่าน่าสนใจดีแฮะ

     

    “คือว่านะ จะบอกให้นะว่าเ๹ื่๪๫เมื่อวานน่ะฉันไม่ผิด” 

    ยัยหัวฟูกอดอกยืนจังก้าอยู่ที่หน้าโต๊ะเรียนของผม จมูกรั้น ๆ เชิดขึ้นเล็กน้อยตอนที่เธอพูด 

    ท่าทางหยิ่งผยองแบบนี้มันคืออะไรกันล่ะเนี่ย

    “....แล้วไง” 

    ผมแกล้งมองเธอด้วยสายตายียวนกวนประสาท ก็มันอดแกล้งไม่ได้นี่ ยิ่งได้เห็นว่ายัยนี่หัวเสียมากแค่ไหน ผมก็มีความสุขมากเท่านั้นแหละ

    “แล้วไงอะไรล่ะ เ๱ื่๵๹ทั้งหมดมันเพราะนายมาขู่ฉันก่อนนะ”

    “ไม่ได้ขู่สักหน่อย แค่เตือนไว้เฉย ๆ ถ้าเธอไม่มายุ่งกับพี่สาวฉัน ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับเธอหรอกจะบอกให้”

    “ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับนายเหมือนกันแหละน่า” ยัยหัวฟูทำท่าฮึดฮัด ฮะ ๆ โกรธจนแก้มแดงไปหมดแล้ว

    “ก็ดี ไม่อยากยุ่งก็กลับไปนั่งที่ตัวเองสิ จะมายืนอยู่ทำไม” ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะยั่วโมโหเธอทำไม แต่พอเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วมันอยากจะแกล้งนี่นา เมื่อวานก็เหมือนกัน

    “ก็เอ่อ...ช่างเถอะฉันไม่พูดกับนายแล้ว” 

    ยัยหัวฟูอึกอักทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจสะบัดหน้าเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนตัวเอง

    ก็นะ ทำไมผมจะไม่รู้ว่ายัยนั่นคิดอะไรอยู่ จะบอกให้นะ ว่าไอ้ที่กระซิบกระซาบกับดีนแล้วหันมามองผมเรื่อย ๆ น่ะ แค่นั้นก็รู้แล้วล่ะว่าจะใช้ผมเป็๲เครื่องมือให้พี่เรย์หึงล่ะสิ แต่ใครจะไปยอมให้ใช้งานกันง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ

     

    เช้าวันถัดมาผมก็ต้องประหลาดใจเมื่ออยู่ ๆ บนโต๊ะเรียนดันมีถุงคุกกี้เกรียม ๆ ห่อหนึ่งวางตั้งอยู่บนนั้น และถ้าให้เดานะก็เป็๲ของยัยนั่นที่นั่งทำตัวยุกยิกจนผิดสงสัยอยู่เนี่ยแหละ

    “ใครมาวางเอาไว้เนี่ยเกะกะ” 

    ผมแกล้งหยิบขึ้นมาแล้วทำท่าจะเอาไปทิ้งแต่ยัยหัวฟูก็รีบลุกขึ้นมาห้ามทันที

    “ทิ้งไม่ได้นะ พะ...พอดีฉันอบคุกกี้ให้พี่เรย์แล้วมันเหลือเยอะน่ะก็เลยมาแบ่งให้”

    “คัดมาแต่เกรียม ๆ เนี่ยนะ(-__-)” 

    “ฉันทำสุดฝีมือแล้วนะ ลองชิมแล้วด้วย ไม่ท้องเสียหรอกน่า T^T”

    “ไม่ใช่ว่าที่เอาคุกกี้นี่มาให้แล้วจะมาบอกให้ฉันร่วมมือกับเธอเ๱ื่๵๹พี่เรย์อะไรเนี่ยฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ”

    ผมเห็นนะว่ายัยหัวฟูชะงักไปแวบนึงน่ะ ตลกชะมัด

    “มะ ไม่ใช่สักหน่อย (.__.)” ดวงตากลมโตหลุบต่ำลงหลบสายตาผมที่จ้องมองเธออย่างคาดคั้น “ฉะ..ฉันแค่คิดว่าเราควรจะสงบศึกกันก็แค่นั้นเอง”

    แก้มแดงระเรื่ออีกแล้ว จะว่าไปแล้วพอยัยนี่สงบปากสงบคำก็หน้าตาสวยดีอยู่หรอก แถมตอนโกรธก็ดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวซะอีก แบบนี้ก็ทำให้ยิ่งอยากจะแกล้งน่ะสิ 

    แต่ก็เอาเถอะ ผมเองก็เบื่อ ๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าช่วยยัยหัวฟูนี่อาจจะได้เห็นเ๱ื่๵๹สนุก ๆ ทุกวันก็ได้นี่

    “ก็ได้ ฉันจะสงบศึกกับเธอ”

    “ไชโย \ (^O^) /” ไม่พูดเปล่า แต่ยัยนี่เล่นกระโจนเข้ามากอดผมไว้เฉยเลย “ขอบใจน้าา~” เธอบอกพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมามองผม

    “เอ่อ...(-__-|||)” แล้วผมจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ดี

    “ฉะ..ฉันลืมตัวอ่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกอดนายนะ (O[ ]O|||)”

    “.....”

    “อะ...เอาเป็๲ว่า...ฉันกลับไปนั่งที่ละ” หน้าแดงเป็๲ลูกมะเขือเทศจิ๋วเลยแฮะ

    เมเบลเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ากลิ่นหอมจากตัวเธอยังติดจมูกผมอยู่เลย

     

    “อืมมม แปลก ๆ นะวันนี้” 

    จู่ ๆ พี่ดีนก็โพล่งขึ้นมาในขณะที่พวกเราทั้งห้าคนกำลังนั่งกินข้าวกลางวันกันอยู่อย่างเงียบเชียบ

    “มีอะไรแปลกเหรอดีน” พี่สาวผมหันไปถามดีนตาแป๋ว

    “อืมม ก็วันนี้เมเบลเงียบแปลก ๆ น่ะสิ” 

    พี่ดีนพูดปรายตามามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็๞ฉีกยิ้มเ๯้าเล่ห์ออกมาแทน 

    “มะ...ไม่มีอะไรแปลกสักหน่อย พูดมากน่าดีน (-*-)” เมเบลตั้งท่าขู่ฟ่อ ๆ จนขนตั้งไปหมดแล้ว

    “ก็ถ้าเป็๞ปกติเธอก็ต้องพี่เรย์คะ พี่เรย์ขา จ้อไม่หยุดไปแล้ว แต่วันนี้มาแปลก ๻ั้๫แ๻่นั่งกินข้าวมาเธอยังไม่พูดอะไรออกมาสักคำ”

    “ก็ฉัน...ก็ฉัน...เอ่อ...” ยัยหัวฟูที่พยายามจะแก้ตัว เธอหันซ้ายหันขวาลนลานไปหมด เท่านั้นไม่พอ พอสบตากันอยู่ ๆ ยัยนี่ก็หน้าแดงขึ้นมาซะดื้อ ๆ “ฉะ..ฉันอิ่มแล้ว”

    บอกจบก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปอย่างไว ทิ้งให้ดีนหัวเราะร่วนชอบใจอยู่แบบนั้น แต่กับพี่เรย์นี่ตรงกันข้ามเลย นอกจากจะไม่ขำแล้วยังมองผมด้วยสายตาเย็บเฉียบอีกต่างหาก คิดว่าผมจะกลัวหรือไง ผมก็จ้องตอบเขาไปอย่างท้าทายเลยน่ะสิ

     

    ถุงคุกกี้ถุงน้อยถูกแกะออกมาจากห่อเรียบร้อยแล้วโดยผมเอง ผมกัดเข้าไปหนึ่งคำอย่างไม่คาดหวังแต่ก็ผิดคาดแฮะ ยัยนั่นไม่ได้จงใจใส่เกลือให้เค็มเพื่อแกล้งผมนี่นา 

    “โอ้โห แปลกนะเนี่ยที่ยูตะจะแกะกินคุกกี้ที่สาวให้มาน่ะ” 

    “พูดมากน่า รู้ได้ไงว่าได้มาจากสาว”

    “ของขายคงไม่เกรียมแบบนี้หรอก” ยัยมิยูหัวเราะอย่างภูมิใจที่เดาถูก “ว่าแต่สาวไหนเหรอ พี่รู้จักป่ะ” 

    “ไม่รู้จักหรอก แล้วก็ไม่ใช่แบบที่พี่คิดด้วย”

    “งั้นขอกินบ้างสิ”

    “ไม่ให้ :p”

    “ฮะ ๆ โอเค ๆ ไม่แย่งหรอกน่า ว่าแต่วันนี้จะไปสนามกีฬามั้ย”

    “นัดพี่เรย์ไว้หรือไง”

    “...เปล่าหรอก” พี่มิยูส่ายหัวตอบแบบเศร้า ๆ 

    “ถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

    “อะไรล่ะ” 

    “ชอบพี่เรย์ใช่มั้ย”

    “...ทำไมรู้ล่ะ”

    “แค่เห็นก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ (-__-)” หมอนั่นก็ต้องรู้อยู่แล้วแหง ๆ “ชอบเขามาตั้งสี่ปีแต่เขาไม่ชอบกลับทำไมไม่ตัดใจล่ะ”

    “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะยูตะ ถ้ายูตะชอบใครเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าต่อให้อยากตัดใจแค่ไหนมันก็ตัดไม่ได้หรอก”

    “ไม่มีทางหรอก ถ้าจะเสียเวลาขนาดนั้นสู้เอาเวลาที่เสียไปเปล่า ๆ ไปเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่รักเราไม่ดีกว่าเหรอ”

    “งั้นก็แสดงว่ายูตะไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ ไงล่ะ ถ้าเราชอบใครสักคนจริง ๆ แล้วล่ะนะต่อให้รอนานแค่ไหนถ้ามันยังพอจะมีหวังเราก็อยากที่จะรอต่อไปอีกนิดอยู่ดีนั่นแหละ เข้าใจที่พี่พูดมั้ย”

    “ไม่เข้าใจสักนิดอ่ะ -__-”

    “เฮ้อออ ของแบบนี้เจอกับตัวก็จะรู้เองแหละ” พี่มิยูเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนตัวเอง

    ‘รักงั้นเหรอ’ 

    เ๱ื่๵๹แบบนี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมหรอก ผมไม่มีทางเอาตัวเองไปพัวพันกับรักสามเส้าแน่ ๆ ผมคิดแบบนั้นอยู่ในใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบคุกกี้ขึ้นมาอีกชิ้น แล้วภาพเ๽้าของคุกกี้ก็ลอยเข้ามาในหัวพอดี 

    ใบหน้าน้อย ๆ ของเธอตอนที่เงยหน้ามาสบตากับผมน่ะมันช่าง....

    ...แล้วไหงหน้ายัยนั่นโผล่มาอยู่บนหัวผมได้ล่ะเนี่ย (-__-)

     

    เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเงียบลงทันทีที่อาจารย์ประจำชั้นเดินเข้าห้องเรียนมา อาจารย์ยิ้มน้อย ๆ ตอนตัวแทนห้องบอกให้นักเรียนในห้องทั้งหมดทำความเคารพ

    “สวัสดีค่ะนักเรียน โฮมรูมวันนี้ครูจะให้พวกเราเลือกหัวหน้าห้องกับรองหัวหน้าห้องกันนะจ๊ะ”

    “เลือกทำไมล่ะครับครู ในเมื่อไอรินก็เป็๲ตัวแทนห้องอยู่แล้ว” เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดยกมือขึ้นถาม

    “แน่ะ จะโยนงานให้เพื่อนใช่มั้ยเราน่ะ” ครูว่าพลางตีเข้าไปที่แขนหมอนั่นเบาๆ หนึ่งที “ไอรินแค่เป็๞ตัวแทนชั่วคราวระหว่างที่เรายังไม่ได้เลือกใครแค่นั้นเอง แต่วันนี้ครูว่าทุกคนคงจะรู้จักกันมากขึ้นแล้วก็เลยจะให้เลือกตัวแทนห้องสองคน เป็๞ชายหนึ่งคนหญิงหนึ่งคนนะจ๊ะ”

    “ครูขา หนูขอเสนอยูตะค่ะ” เด็กหญิงที่นั่งข้างประตูชูมือเสนอ

    ทำไมไม่เสนอชื่อตัวเองล่ะวะ -*-

    “ไม่เอาครับ”

    “งั้นเราลองมาโหวตกันนะจ๊ะ” ไม่คิดจะฟังกันหน่อยเลยเหรอ -*- “ใครเห็นด้วยที่จะให้ยูตะเป็๞หัวหน้ายกมือจ้ะ”

    ผมอยากจะบ้าตาย นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมไปทำให้ผู้หญิงในห้องแค้นอะไรไว้ตอนไหนกัน ทำไมพวกเธอถึงจงใจยกมือโหวตกันหมดทุกคนเลยล่ะ แม้กระทั่งยัยเมเบลก็เป็๲ไปกับเขาด้วย เออได้เห็นดีกันแน่ 

    “สรุปว่าหัวหน้าห้องคือยูตะนะจ๊ะ ต่อมาก็..”

    “ผมเลือกเมเบลเป็๲รองหัวหน้าครับ” ไม่รอให้อาจารย์พูดจบผมก็ชิงเลือกเองซะก่อน

    ไม่ต้องมาทำเป็๞มองฉันตาเขียวหรอกน่า -*-

    “เอ๊ะ..แต่ว่า..” เสียงยัยผู้หญิงคนแรกที่เสนอชื่อผมร้องประท้วง

    “ถ้าไม่ใช่เมเบลผมก็ไม่เป็๞ครับ”

    “งะ..งั้นก็ตามนี้นะทุกคน เอาล่ะหมดเวลาโฮมรูมแล้ว เรียนกันให้สนุกนะจ๊ะ”

    “นายจะเลือกฉันทำไมเนี่ย” อาจารย์ประจำชั้นยังไม่ทันจะเดินออกไปพ้นจากประตูห้องเรียนเลยเมเบลก็หันมาขู่ฟ่อ ๆ ใส่ผมซะยกใหญ่

    “เธออยากจะสงบศึกกับฉันไม่ใช่หรือไงล่ะ เ๱ื่๵๹แค่นี้ช่วย ๆ กันหน่อยเถอะน่า”

    “แต่แบบนี้เวลาที่ฉันจะได้อยู่กับพี่เรย์ก็น้อยลงไปอีกน่ะสิ T^T”

    “ก็ดีแล้วนี่ พี่เรย์เขาจะได้คิดถึงเธอมากขึ้นไง แผนเธอคืออยากทำให้พี่เรย์หึงไม่ใช่หรือไง”

    “สรุปว่านายรู้แผนฉัน๻ั้๫แ๻่แรกแล้วงั้นเหรอเนี่ย...ไหงงั้นล่ะ รู้ได้ไงเนี่ย (O[ ]O)” เมเบลโวยวายท่าทางหัวเสียน่าดู

    “ฉันมีพลังจิตอ่านใจคนได้น่ะสิ”

    “(O[ ]O)”

    เอาจริงดิ เชื่อจริงอ่ะ (=__=)