บทที่ 30
ขุนนางท้องถิ่น
หวงิหันไปมองบริเวณด้านหลังอย่างรวดเร็วดวงตาหันไปจ้องมองเห็นขุนนางผู้หนึ่งกำลังโวยวาย
คิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันแล้วกจ้องมองไปที่ขุนนางผู้นั้นที่กำลังโวยวายอยู่
มองดูภายนอกตัวของคนผู้นั้นเป็ขุนนางท้องถิ่นมันสวมใส่ชุดสีเข้มเป็ชายวัยประมาณสามสิบกลางไม่ได้แก่เกินไปมันเป็ชายที่มีบุคลิกดูดีมีสัดส่วนเป็คนสูงโปร่งร่างกายกำยำมันมีผิวสีเข้มมีหนวดเคราเล็กน้อยประดับอยู่บนใบหน้า
คนผู้นั้นกำลังโวยวายอยู่บริเวณด้านหน้าอำเภอเมือง มันกำลังโวยวายกับพวกทหารที่เฝ้าอยู่บริเวณด้านหน้า
“ นี่มันอะไรกันเหตุใดตัวของข้าถึงโดนปลด!!! ”
ทหารผู้นั้นผลักขุนนางผู้นั้นที่เพิ่งโดนไล่ออกมันออกแรงผลักอย่างเต็มแรงทำให้ขุนนางผู้นั้นกระเด็นมาด้านหลังและเกือบจะล้มลงไปกับพื้น
ในขณะที่ขุนนางผู้นั้นเอนไปด้านหลังกำลังจะล้มฝ่ามือหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาและก็พยุงหลังของมันเอาไว้
ฝ่ามือนั้นพยุงหลังของมันเอาไว้ทำให้ขุนนางผู้นั้นสามารถทรงตัวได้
มันสามารถทรงตัวได้เคยฝันเมื่อหันไปมองบริเวณด้านหลังมันก็พบเห็นเข้ากับ
หวงิในสายตาของมันแล้วผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังเป็บุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลามีผู้ติดตามอยู่บริเวณด้านหลังประมาณสาม
ในสายตาของมันคนผู้นี้เหมือนกับคุณชายตระกูลใหญ่ที่น่าจะเป็คนที่มีท่าทางที่เป็ผู้นำเป็อย่าง
หวงิปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหลังของมันเขาใช้ฝ่ามือพยุงร่างของมันเอาไว้
บนใบหน้าของหวงิเต็มไปด้วยรอยยิ้มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ เป็อันได้หรือไม่ขอรับ ”
ขุนนางวัยฉกรรจ์ผู้นั้นรีบดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วมันใช้มือของตนเองปัดเสื้อหันมาหาคุณชายใบหน้าหล่อเหลาแล้วพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ข้าไม่เป็อันใดขอรับ ”
หวงิแสดงร้อยยิ้มแล้วก็ถามอีก “มีเื่อันใดกันอย่างงั้นหรือขอรับเหตุใดต้องทำให้เป็เื่ยาวใหญ่โตแบบนี้ด้วย”
คนผู้นั้นทำการหันใบหน้าไปมองพวกทหารบริเวณด้านหน้าก่อนที่มันจะสะบัดหน้าล่ะก็พูดขึ้น“ ไม่มีอันใดขอรับเื่เล็กน้อยเื่เล็กน้อย ”
หลังจากที่มันพูดจบมันเองก็เดินออกจากสถานที่แห่งนี้แต่ว่ารู้ได้ทันทีว่ามันต้องมีเื่ราวบางอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นตัวของมันคงจะไม่แสดงท่าทางแบบนั้น
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นจางหยวนเองก็เดินชมเมืองแห่งนี้ไปอีกสักพัก
หลังจากที่เดินชมเมืองนี้ไปอีกสักพัก หวงิสั่งการให้ทหารของตนเองไปสืบเกี่ยวกับเื่ชายผู้นั้นที่มีการทะเลาะกันบริเวณกลางเมือง
หวงิเดินทางกลับมาถึงโรงเตี๊ยมของตนเองหลังจากที่เดินทางกลับมาที่โรงเตี๊ยม
ทหารองครักษ์ผู้นั้นที่ไปให้สื่อเกี่ยวกับเื่สิ่งที่เกิดขึ้นมาก็ได้มารายงาน
หวงินั่งดื่มน้ำชาอยู่ภายในห้องพักของตนเองได้ฟังรายงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็พยักหน้าขึ้นลงและพูดขึ้นมา “เข้าใจแล้วเป็แบบนี้เองสินะ ”
“ เป็เพราะว่าขุนนางที่เป็คนดูแลและจัดการเมืองแห่งนี้เป็คนคดโกงเงินภาษีทำให้ผู้ว่าขุนนางภายในใต้บัญชาเลยไม่ค่อยพึงพอใจสักเท่าไหร่”
“ ถ้าเกิดว่าพวกที่ทำการควบคุมหรือว่าการดูแลคนจัดการเงินภาษีพวกนี้ทำให้เงินภาษีหายไปหลายๆอย่างเองก็จะถูกตัดทอนเข้าไปด้วยเช่นเดียวกัน”
“ ไม่ว่าจะเป็เงินเดือนของพวกขุนนางหรือแม้กระทั่งพวกเงินภาษีที่ใช้ในการดูแลจัดการบริหารเมือง”
“ ขุนนางผู้นั้นโดนขับไล่ออกไปเป็เพราะว่าทำการเปิดโปงเกี่ยวกับเื่นี้สินะ”
“ ใช่แล้วขอรับเื่ทุกอย่างก็เป็แบบนี้ตามที่ท่านนั้นมองเห็นเลย ”
“ รายงานที่ขานั้นสืบมาก็ได้ประมาณเท่านี้โดยทั่วไปแล้วการดูแลและจัดการภายในเมืองมันเป็อำนาจของขุนนางผู้ที่ได้รับมอบหมายการดูแลเมืองแห่งนี้เป็คนจัดการ”
“ พวกขุนนางใต้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการออกความเห็นขุนนางที่โดนขับไล่ออกมาเป็ขุนนางชั้นผู้น้อยแต่ตัวของมันนั้นมีความคิดขัดแย้ง ”
“ มันจึงทำให้เกิดการขัดแย้งและทำให้โดนขับไล่ออกมาในที่สุด” องครักษ์ที่อยู่บริเวณด้านหน้ารายงานออกมา
หวงิที่กำลังนั่งอยู่แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“ แสดงท่าทางขัดแย้งอย่างงั้นรึมันก็ไม่แปลกอะไรหรอกคนพวกนั้นทำไม่ถูกต้องแต่ว่าตัวของค่ากำลังคิดอยู่ว่าขุนนางผู้เดียวจะกล้าทำการคดโกงภาษีราษฎรเลยอย่างงั้นรึ” หวงิแสดงใบหน้าจริงจัง
เพราะว่าในสายตาของเขาแล้วขุนนางต่างถิ่นแบบนี้มันเองก็เป็ขุนนางที่มียศตำแหน่งน้อยจะกล้าในการคดโกงพวกเงินภาษีที่ส่งมาในการบริหารและจัดการเมืองแห่งนี้
“ มันไม่ใช่เช่นนั้นสิขอรับดูเหมือนว่าจะมีคนบางคนทีชักใยอยู่เื้ั”
หวงิแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเอ่ยถามขึ้นมาในทันที“ คนที่ชักใยอยู่ด้านหลังงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วขอรับดูเหมือนว่าจะมีจอมยุทธกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้เมื่อประมาณสองเดือนก่อน”
“ พวกมันเป็จอมยุทธ์ที่ถือว่ามีชื่อเสียงภายในยุทธภพใน่หลังมานี้เมื่อพวกมันเข้ามาภายในเมืองก็ทำการตีสนิทแล้วคบค้าสมาคมกับขุนนางตง ”
“ และดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็คนที่ทำให้ขุนนางผู้นั้นเปลี่ยนไป”
หวงิได้ฟังเกี่ยวกับเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก้มหน้าของตนเองแล้วคิดภายในใจ“ จอมยุทธอย่างนั้นเหรอแสดงว่าผู้เล่นสินะ ”
“ ผู้เล่นทำการเข้ามายุ่งเกี่ยวเกี่ยวกับเื่อาณาจักรด้วยแต่ก็อย่างว่าแหละมีจอมยุทธหรือว่ามีพวกผู้เล่นหลายๆคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกอาณาจักรต่างๆ”
“ ผู้เล่นกลุ่มนี้เองก็อาจจะเป็กลุ่มกลุ่มนึงที่มันทำการตีสนิทขุนนางภายในเมืองแห่งนี้ทำให้ขุนนางภายในเมืองแห่งนี้ฉ้อโกงและพวกมันเองก็จะได้เงินจำนวนมาก ”
สำหรับเงินภายในอาณาจักรแล้วมันมีมากมายกว่าเงินภายในการหาได้ของพวกผู้เล่น
พวกผู้เล่นแต่ละคนมันเองก็จำเป็จะต้องต์จัดการในการหาพวกเกี่ยวกับเื่ภาษีด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อพวกผู้เล่นทำการค้าขายมีเงินภาษีที่จำเป็จะต้องหาแน่นอนว่าเงินพวกนั้นก็จะถูกส่งให้กับอาณาจักร
เพราะแบบนั้นเงินทางอาณาจักรจึงมากกว่าพวกผู้เล่นที่ถือครองกันอยู่ตอนนี้พวกผู้เล่นกลุ่มนี้ก็ตั้งใจจะขูดรีดพวกเงินภาษีที่ได้มากลับไป
หวงิเงยหน้าของตนเองขึ้นมา “ เข้าใจแล้วพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ข้าอยากจะไปดูพวกมันหน่อยว่าพวกมันเป็ผู้เล่นกลุ่มไหน? ”
…
ยามราตรีนั้นผ่านพ้นไปเช้าวันใหม่ภายในเมืองชายแดนใต้แห่งนี้บรรยากาศในยามเช้าเต็มไปด้วยความราบรื่น
แสงแดดจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านม่านเมฆลงมาบริเวณด้านล่างหวงิลุกขึ้นมาั้แ่ใน่ยามเช้าแต่งกายของตนเองอย่างเสร็จสรรพ
หลังจากที่เตรียมตัวจนเสร็จเรียบร้อยหวงิเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง
เขาติดตามอยู่บริเวณด้านหลังประมาณห้าคนส่วนอีกห้าคนนั้นให้เฝ้าเอาไว้ที่บริเวณโรงเตี๊ยมส่วนที่เหลือก็ไปหาข้อมูลที่เขา
หวงิเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้โรงเตี๊ยมแห่งนี้บริเวณชั้นล่างด้านหน้ามันเป็ร้านสุรา
มีผู้คนมากมายกำลังดื่มสุรากันอย่างอิ่มหน่ำสำราญอยู่ภายในทั้งที่ตอนนี้ยังเป็ใน่ยามเช้า
หวงิเดินทางเข้ามาเท้าทั้งสองข้างก้าวเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมดวงตาทั้งสองกวาดไปมองบริเวณรอบๆ
เขามองหาเป้าหมายที่ตนเองนั้นกำลังตามหาก่อนที่ผู้ติดตามที่อยู่บริเวณด้านหลังจะก้าวเท้าขึ้นมาล่ะก็กระซิบกับรัชทายาท “คนผู้นั้นอย่างไรขอรับและจะทายาท…. ”
มันใช้ดวงตามองตรงไปด้านหน้ามองไปยังคนผู้นั้นที่เป็เป้าหมาย
กลุ่มผู้เล่นกลุ่มหนึ่งนั่งดื่มสุราอยู่บริเวณมุมร้าน
จบบท